ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1078 การต่อสู้ในพิธีงานศพ (5)
ตอนที่ 1078 การต่อสู้ในพิธีงานศพ (5)
…………….
เมื่อผลลัพธ์ออกมาและรอยยิ้มที่พอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชาฮัวเอียนเพราะหลายปีที่ผ่านมาความพยายามของเขาไม่ได้ไร้ประโยชน์เพราะในที่สุดตอนนี้ก็เขาสามารถนั่งในตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊อได้แล้ว การที่เขาพยายามระงับความเกลียดชังและโกรธเอาไว้มานานหลายปี ณ เวลานี้ในที่สุดมันก็สำเร็จลุล่วง
เมื่อนึกถึงอดีตที่หยานซื่อฉุยพรากคนรักของเขาไปจากเขาอย่างน่าสมเพชนั้นทำให้ชาฮัวเอียนโกรธเกลียดอย่างสุดซึ้งเพราะนั่นคือรักแรกของเขาและสุดท้ายมันก็จบลงอย่างเลวร้าย ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะถูกชาฮัวเอียนฆ่าตายด้วยตัวเขาเองแต่ในมุมมองของชาฮัวเอียนแล้วถ้าไม่ใช่เพราะหยานซื่อฉุยแล้วทำไมเขาถึงต้องทำอย่างนั้นกันล่ะ? ซึ่งเขาจะไม่ปล่อยคนที่ทรยศเขาและคนที่เพิกเฉยต่อเขาและคนที่ทำร้ายเขา
“หยานซื่อฉุยเธอเห็นด้วยกับการโหวตในตอนนี้หรือเปล่า?..ตอนนี้ผลก็ออกมาแล้วและชาฮัวเอียนจะเป็นเจ้าสำนักคนต่อไป..ถามอีกครั้งเธอมีอะไรจะคัดค้านหรือเปล่า?” ชายชราตะโกนอย่างฉุนเฉียว
“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันจะคัดค้าน? ..ตอนนี้อาจารย์ก็ตายไปแล้วและแกก็ลืมบุญคุณของอาจารย์และทรยศอาจารย์เพราะงั้นแกก็ควรตายตามอู๋ชิงไป” หยานซื่อฉุยก็ตะโกนด้วยความโกรธและเมื่อคำพูดจบลงกลุ่มคนก็หลั่งไหลเข้ามาจากห้องโถงด้านนอกและล้อมรอบทุกคนเอาไว้
คนเหล่านี้คือคนของหยานซื่อฉุยและเป็นผู้สนับสนุนที่ซื่อตรงที่สุดและเป็นกองกำลังลึกลับที่ตู้ฟู่เหว่ยสร้างเอาไว้ในอดีตเพื่อรอวันนี้ในการช่วยหยานซื่อฉุยขึ้นครองตำแหน่งเจ้าสำนักคนต่อไปแต่สิ่งที่ตู้ฟู่เหว่ยไม่ได้คาดหวังก็คือสถานการณ์ต่างๆ จะเป็นแบบนี้
“หยานซื่อฉุยนี่เธอกำลังพยายามก่อกบฏงั้นเหรอ?” ชายชราตะโกนด้วยความโกรธ
“กบฏ?..หืม..พวกแกนั่นแหละกบฏ..พวกแกทุกคนจะไม่มีใครสามารถออกไปจากที่นี่ได้โดยยังมีชีวิต!..สำนักม่อจื๊อมีทุกวันนี้เพราะอาจารย์และมันจะต้องไม่ตกไปอยู่ในกำมือของพวกแกเด็ดขาด!” หยานซื่อฉุยพูด
“เอาล่ะๆ” ชาฮัวเอียนฉีกยิ้มและพูดอย่างเย็นชา “หยานซื่อฉุยเรามีเรื่องที่ติดค้างกันมานานหลายปีแล้วและฉันก็อดทนกับแกมาเป็นเวลานาน..เพราะงั้นวันนี้เราจะมาสะสางกันให้มันจบๆไป” เมื่อเสียงจบลงจู่ๆ ก็มีผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็นเวลานานได้หลั่งไหลเข้ามาจากภายนอกทันที ซึ่งไม่ได้มีเพียงคนของชาฮัวเอียนเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงคนจากตระกูลโอ่วหยางที่นำโดยโอ่วหยางหมิงซวนด้วย
ชั่วขณะหนึ่งบรรยากาศในห้องโถงก็เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนและสาวกสำนักม่อจื๊อต่างก็ตกตะลึงกันทั่วหน้าและทุกคนก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกโดยรู้ว่าการต่อสู้ในวันนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็คิดแค่ว่าตัวเองจะอยู่รอดท่ามกลางสงครามครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัยอย่างไร
“หืม..ชาฮัวเอียนดูเหมือนว่าแกจะวางแผนเอาไว้แล้วสินะ” หยานซื่อฉุยพูดอย่างเย็นชา
“หืม..ฉันรู้ว่าแกจะต้องทำแบบนี้เหมือนกันเพราะงั้นฉีนก็เลยเตรียมการเอาไว้..หยานซื่อฉุยอย่าได้คิดเลยว่าแผนของแกจะสำเร็จ..ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้สำนักม่อจี๊อตกไปอยู่ในมือของคนอย่างแกเด็ดขาด..แกอย่ามาโทษว่าฉันโหดร้ายก็แล้วกันเพราะแกเป็นคนบังคับให้ฉันทำแบบนี้เอง” ชาฮัวเอียนพูด
“แกไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว..ทุกคนได้เห็นสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว” หยานซื่อฉุยพูด “วันนี้ไม่แกก็ฉันที่จะต้องตาย!” เมื่อเสียงนั้นจบลงทั้งสองฝ่ายก็เริ่มปะทะกันทันทีและห้องโถงพิธีงานศพทั้งหมดกลายเป็นสนามรบนองเลือดทันที
ที่ด้านนอกหยานตง,ม่อหลง,เย่เชียนและจินเหว่ยห่าวต่างก็มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นที่ห้องโถงพิธีงานศพและส่ายหัว ซึ่งหยานตงก็ถอนหายใจอย่างเงียบๆ และพูดว่า “ฉันทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วมันแย่มาก..จิตใจของผู้คนมันน่ากลัวจริงๆ”
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “ผู้อาวุโสหยานเราทำอะไรไม่ได้หรอก..พวกเขาเลือกเส้นทางของพวกเขาเอง”
“ฉันไม่อยากดูต่อแล้ว..ถ้างั้นฉันขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน” หยานตงพูด “เย่เชียน!..ถ้าเอ็งต้องการความช่วยเหลือจากฉันในอนาคตล่ะก็เอ็งติดต่อฉันมาได้เลย”
“ได้ครับผู้อาวุโสหยาน” เย่เชียนพูดอย่างตรงไปตรงมาเพราะไม่ควรพูดฉากหลบเลี่ยงหรืออ้อมค้อมในตอนนี้ นอกจากนี้เย่เชียนก็ยังรู้ถึงอารมณ์ของหยานตงดีเขาจึงไม่ปฏิเสธ จากนั้นหยานตงก็ลุกขึ้นและเดินจากไป
การต่อสู้ในพิธีงานศพก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานบนพื้นก็เต็มไปด้วยกองศพและเลือด การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายดูเหมือนว่าจะไม่มีทางหยุดได้นอกจากอีกฝ่ายจะตายกันจนหมด “บอส!..เราควรทำยังไงกันดี? ..เราจะรอให้การต่อสู้จบลงก่อนหรือเปล่าแล้วค่อยเริ่มดำเนินการตามแผนของเรา?” ม่อหลงถาม
เย่เชียนก็ส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “เมื่อดูจากสถานการณ์ข้างในแล้วหยานซื่อฉุยเป็นฝ่ายแพ้อย่างแน่นอน..แต่ชาฮัวเอียนก็สูญเสียกองกำลังไปมากพอสมควรเพราะงั้นถ้าเราเริ่มในเวลานี้มันจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด..แต่ปัญหาก็คือคนของตระกูลโอ่วหยางนั้นอยู่ข้างในด้วยเพราะงั้นถ้าเราทำอะไรบางอย่างมันก็จะไม่ดีต่อแผนของเรา..เพราะงั้นถึงแม้ว่าชาฮัวเอียนจะชนะแต่ผมเชื่อว่าเขาจะต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวได้และนอกจากนี้เราต้องแยกตระกูลโอ่วหยางกับสำนักม่อจื๊อออกจากกันก่อน..ซึ่งตระกูลโอ่วหยางจะต้องถูกทำลายก่อนเพื่อที่ชาฮัวเอียนจะได้ไม่มีกำลังเสริม..แต่ที่สำคัญกว่านั้นพวกที่เหลือเป็นสาวกอันม่อและคนของชาฮัวเอียนเพราะงั้นผมเกรงว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับพี่อย่างง่ายๆ หรอก..แต่ถ้าต้องฆ่าพวกเขาทั้งหมดผมก็เชื่อว่ามันคงไม่ใช่สิ่งที่พี่อยากจะเห็น..เพราะงั้นทั้งหมดทั้งมวลแล้วเราต้องรอให้ชาฮัวเอียนเปิดเผยข้อบกพร่องและความเลวของเราเองเพื่อที่เราจะสามารถเข้าไปแทรกแซงได้อย่างสมเหตุสมผล”
“แผนการของชาฮัวเอียนนั้นลึกลับมากและเขาก็ระมัดระวังตัวอย่างมาก..ฉันเกรงว่ามันจะไม่ง่ายเลยที่เขาจะเปิดเผยข้อบกพร่องของเขาออกมา” จินเหว่ยห่าวพูด
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “นั่นมันอาจจะเป็นแค่อดีตเพราะตอนนี้ชาฮัวเอียนทำตัวสุดโต่งมากและถ้าเขาประสบความสำเร็จในการนั่งในตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊อล่ะก็ผมเกรงว่าเขาจะไม่ทำตัวเหมือนเดิมอีกต่อไป..แต่แน่นอนว่าเขายังคงรักษาความระแวดระวังแบบเดิมเอาไว้แต่ชัยชนะมักจะทำให้คนโลภและลืมตัวตนไป..ชาฮัวเอียนนั้นอดกลั้นมานานหลายปีแล้วและเมื่อความเกลียดชังและความโกรธปะทุขึ้นมามันจะค่อนข้างน่ากลัว..เพราะงั้นผมไม่เชื่อหรอกว่าชาฮัวเอียนจะรักษาตัวตนเอาไว้ได้และผมก็ไม่เชื่อว่าเขาจะแสดงละครเสียใจกับการจากไปของตู้ฟู่เหว่ยได้จริงๆ หรอก”
“บอสหมายความว่าไง?” ม่อหลงถามด้วยความประหลาดใจ
เย่เชียนก็ยักไหล่และยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็พูดว่า “เดี๋ยวพี่จะค่อยๆ เข้าใจได้ในอนาคต..การรับมือกับศัตรูการพึ่งพากองกำลังเพียงอย่างเดียวมันไม่เพียงพอเพราะงั้นเราต้องวิเคราะห์จุดอ่อนของศัตรูจากคนของอีกฝ่ายและหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อทำลายภายใน..ผมไม่จะไม่พูดหรอกว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้องแต่เราก็เลือกอะไรไม่ได้..ผมได้คุยกับหวงฟู่ชิงเตี๋ยนแล้วและการกำจัดโอ่วหยางหมิงซวนจะเป็นแผนการต่อไปของเรา” หลังจากนั้นไม่นานเย่เชียนก็หันไปถามว่า “พี่ม่อหลงเรื่องเงินการลงทุนเหมืองถ่านหินเป็นยังไงบ้าง? ..แล้วสถานการณ์โดยรวมล่ะ?”
“เงินทั้งหมดถูกโอนไปยังบัญชีกลางแล้วและโอ่วหยางหมิงซวนก็ได้เริ่มการก่อสร้างแล้วและอุโมงค์ใต้ดินก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการขุดเจาะ” ม่อหลงพูด “ท้ายที่สุดแล้วเหมืองทองคำก็คือเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของเรา..ส่วนเหมืองถ่านหินเหล่านั้นเป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้น”
เย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ความทะเยอทะยานของโอ่วหยางหมิงซวนนั้นมากเกินไป..เขาอยากจะฝ่าฝืนกฎหมายจริงๆ ถ้าเป็นผมล่ะก็ผมจะไม่ทำแบบนี้อย่างแน่นอนเพราะกฎหมายของประเทศจีนนั้นแตกต่างไปจากประเทศอื่น..ถ้าเราเข้าไปยุ่งกับเหมืองทองนั่นก็เหมือนกับการเดินเข้าไปหาความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..ถึงแม้ว่าเบื้องบนจะไม่ทำการสอบสวนอย่างจริงจังแต่ในท้ายที่สุดพวกเขาจะไม่พอใจอย่างมากและจะคิดหาวิธีที่ปราบปรามอย่างแน่นอน..ส่วนเหมืองถ่านหินมันแตกต่างออกไปเพราะงั้นอย่าไปสนใจเหมืองทองมากนักเพราะผมสนใจเหมืองถ่านหินที่สุด..มันจะเป็นกำลังทรัพย์ของเรา”
“บอสถ้าเราจัดการกับโอ่วหยางหมิงซวนล่ะก็นั่นจะไม่ใช่การหาศัตรูเพิ่มหรอกเหรอ? ..อิทธิพลของตระกูลโอ่วหยางในภาคตะวันตกเฮียงเหนือนั้นไม่น้อยเลยเพราะงั้นถ้าหากเย่เชียนกับโอ่วหยางหมิงซวนร่วมมือกันล่ะก็มันจะยากมาก” ม่อหลงพูดอย่างกังวลใจเพราะนี่เป็นเรื่องจริงและความกังวลของเขาไม่ได้ไม่สมเหตุสมผลเพราะถ้าตระกูลโอ่วหยางกับชาฮัวเอียนร่วมมือกันล่ะก็สิ่งต่างๆ จะรับมือได้ยากขึ้นอย่างแน่นอน
“ไม่..ตระกูลโอ่วหยางไม่ใช่เป้าหมายของผมเพราะผมไม่ได้จะจัดการตระกูลโอ่วหยางด้วยตัวเอง” เย่เชียนพูด “โอ่วหยางหมิงซวนเป็นคนที่มีอิทธิพลในตระกูลโอ่วหยางแต่ในเมื่อเขาต้องการที่จะเล่นกับผมเพราะงั้นผมจะให้เขาได้ลิ้มรสความชั่วร้ายที่แท้จริงเอง..ทุกอย่างจะถูกดำเนินการโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของหวงฟู่ชิงเตี๋ยนและตัวแทนของประเทศ..เพราะงั้นเรื่องนี้มันจะไม่เกี่ยวอะไรกับเรา..แต่ว่าผมจะไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้สูญเปล่าโดยเด็ดขาดเพราะถึงแม้ว่าเหมืองทองคำเหล่านั้นจะผิดกฎหมายแต่ผมก็จะทำเงินจากมันก่อนสักเล็กๆ น้อยๆ ..ผมจะไม่ทำอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์กับผมเด็ดขาด” จากนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วตบไหล่ม่อหลงเบาๆ แล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไปผมวางแผนเอาไว้หมดแล้วมันจะไม่มีปัญหาอะไร”
ม่อหลงก็ไม่พูดอะไรอีกและเนื่องจากเย่เชียนเตรียมการเอาไว้หมดแล้วม่อหลงก็เชื่อเย่เชียนอย่างเต็มที่และถึงแม้ว่าแผนของเย่เชียนจะเต็มไปด้วยความผิดพลาดถึงยังไงเขาก็จะสนับสนุนเย่เชียนโดยไม่ลังเลใดๆ สำหรับม่อหลงนั้นสำนักม่อจื๊อมีความสำคัญเป็นอันดับสองเพราะองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด
หลังจากที่จินเหว่ยห่าวไปที่ประเทศซาอุดิอาระเบียกับเย่เชียนครั้งก่อนเขาก็มีความชื่นชมในตัวของเย่เชียนมากขึ้น ซึ่งเขาเชื่อว่าเย่เชียนจะต้องทำได้ดีอย่างแน่นอนและอย่างน้อยๆ ตอนนี้เขาก็มีความเชื่อและความศรัทธาที่มองไม่เห็น
ในห้องโถงพิธีงานศพมีผู้คนล้มตายอยู่เรื่อยๆ เป็นระยะๆ ทั้งชาฮัวเอียนและหยานซื่อฉุยก็ดูเหมือนจะมีความเข้าใจโดยปริยายเพราะในความคิดของพวกเขาผู้อาวุโสเหล่านี้จะต้องตายทั้งหมดเพราะพวกเขามีทัศนคติด้านลบต่อทั้งคู่ดังนั้นพวกเขาจะไม่มีวันปล่อยให้เหล่าผู้อาวุโสรอดชีวิตไปเด็ดขาด ด้วยวิธีนี้เหล่าผู้อาวุโสของสำนักม่อจื๊อจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากกับการต่อสู้ครั้งนี้
ทั้งชาฮัวเอียนและหยานซื่อฉุยก็ต่อสู้กันและพยายามอย่างเต็มที่โดยไม่หยุดยั้งใดๆ เพราะพวกเขาจะต่อสู้กันจนตายไปข้างและความเกลียดชังที่สะสมมานานหลายปีจะต้องชำระในวันนี้ ทั้งสองฝ่ายระเบิดความโกรธออกมาจนตาแดงและไล่ฆ่าห้ำหั่นกันอย่างน่าอนาถ
“หยานซื่อฉุย..แกเป็นคนฆ่าเถียนเอ๋อร์เพราะงั้นวันนี้ฉันจะล้างแค้นให้เธอ” ชาฮัวเอียนพูดด้วยความโกรธ
“หืม..นี่แกล้อฉันเล่นหรือเปล่า? ..เทียนเอ๋อร์ถูกแกฆ่าชัดๆ แล้วแกยังมีหน้ามาโทษฉันอีก? ..แกคิดว่าฉันกลัวแกเหรอ? ..ด้วยความสามารถของแกในตอนนี้แกจะเป็นคู่ต่อสู้ของฉันได้จริงๆ งั้นเหรอ?” หยานซื่อฉุยหยานดูถูกและเธอก็พูดตามความจริงเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาความสามารถที่ชาฮัวเอียนแสดงออกมานั้นค่อนข้างอ่อนแอและแตกต่างไปจากเธออย่างมาก ดังนั้นหยานซื่อฉุยจึงไม่เกรงกลัวชาฮัวเอียนเลย