ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1096 การประลองอาวุธลับ
ตอนที่ 1096 การประลองอาวุธลับ
………………..
ใช่แล้วคนที่ปรากฏตัวมาก็คือหมาป่าผีไป๋ฮวยและชายผู้นี้คอยติดตามเย่เชียนราวกับเป็นพี่น้องที่ร่วมชีวิตและความตายแต่ดูเหมือนว่าระหว่างพวกเขาจะมีชะตากรรมที่ยุ่งเหยิงอยู่ในขณะนี้ เขาสวมชุดสีขาวขาวราวกับหิมะยืนเงียบอยู่ต่อหน้าเย่เชียนดุจดั่งเทพเจ้าที่ไม่สั่นไหวดั่งขุนเขา
จากนั้นไป๋ฮวยก็ค่อยๆหันมาเหลือบมองเย่เชียนอย่างเฉยเมยเช่นเคยแต่เย่เชียนก็เข้าใจอย่างชัดเจนว่ามีร่องรอยของความห่วงใยซ่อนอยู่และเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจ อาจกล่าวได้ว่าไม่มีใครในโลกใบนี้ที่เย่เชียนห่วงใยมากที่สุดเท่าไป๋ฮวยแล้วและแน่นอนว่าสำหรับไป๋ฮวยเองก็เช่นกันแต่ก็ไม่สามารถมีใครเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาได้และมีเพียงพวกเขาเองเท่านั้นที่เข้าใจว่าความเป็นพี่น้องกันนั้นลึกซึ้งแค่ไหน ผู้ที่ยอมสละชีวิตเพื่ออีกฝ่ายได้ดังนั้นการมีพี่น้องเช่นนี้ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อเห็นว่าไป๋ฮวยปลอดภัยดีเย่เชียนก็รู้สึกโล่งใจและมีความสุขมาก เนื่องจากไป๋ฮวยหนีออกไปจากโรงพยาบาลอย่างเงียบๆดังนั้นถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่แสดงออกแต่เขาก็กังวลมาเสมอและต่อให้เขาจะรู้ว่าไป๋ฮวยไม่เป็นอะไรแต่เขาก็ยังกังวลอยู่ดี แต่ตอนนี้ไป๋ฮวยได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วเขาจึงสามารถโล่งใจได้
ตั้งแต่หนีออกจากโรงพยาบาลครั้งก่อนไป๋ฮวยก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างว่าในอดีตเขาฝืนจนเกินไปกระทั่งหวาดระแวงซึ่งไม่เพียงแต่ทำร้ายตัวเองแต่ยังทำร้ายน้องชายและพวกพ้องของเขาด้วย เขาไม่รู้ว่าเขาเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงในใจที่เงียบงันแต่ตัวเขาเองก็ชัดเจนมากเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงนี้
หลังจากหนีไปต่างประเทศแล้วไป๋ฮวยก็ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่และส่งคนทั้งหมดของเขาไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพราะสิ่งที่ต้องทำก็มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้เพราะเขารู้สึกว่าเขาควรชดใช้ในความผิดและบาปที่เขาได้ทำลงไป ถ้าไม่ใช่เพราะเขาอี้ซิงเฉินก็คงไม่ตาย ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าจะชดใช้หนี้ที่ค้างชำระเขี้ยวหมาป่าได้อย่างไรและบางทีนี่อาจจะเป็นวิธีเดียว
ครั้งนี้เขามาที่เฉิงตูเพื่อทำธุรกิจแต่เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นเย่เชียนที่หน้าประตูทางเข้าสำนักถังโดยบังเอิญและเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลเล็กน้อยและไม่รู้ว่าทำไม รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเย่เชียนและถังจิงหนานแต่เขากลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากดังนั้นเขาจึงแอบเข้ามาอย่างเงียบๆ
นี่เป็นโชคของไป๋ฮวยหรือไม่เพราะตอนนี้เป็นตอนกลางวันแสกๆดังนั้นอาวุธและกับดักต่างๆของสำนักถังนั้นจึงถูกปิดใช้งานอยู่ ซึ่งถ้าหากเป็นตอนกลางคืนและไป๋ฮวยแอบย่องเข้ามาแบบนี้เขาจะไม่ถูกอาวุธและกับดักลับโจมตีหรอกเหรอ? ครั้งนี้เมื่อเขาเห็นถังจิงหนานกำลังจะโจมตีเย่เชียนแบบนี้ไป๋ฮวยก็รีบออกมาโดยไม่ลังเล
ถึงแม้ว่าถังจิงหนานจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและคล่องเคล่วอย่างมากแต่เมื่อเขาเคลื่อนไหวไป๋ฮวยก็สามารถจับทางได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลยแต่เย่เชียนก็ไม่รู้ว่าทำไมเพราะตั้งแต่แรกเขากับไป๋ฮวยก็ฝึกฝนแบบเดียวกันมาตลอดและเย่เชียนยังได้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้โบราณและทำสมาธิอยู่ประจำแต่เย่เชียนก็ยังไม่สามารถทำได้อยู่ดี อย่างไรก็ตามเย่เชียนไม่ได้สนใจเรื่องนี้เพราะเขามีความสุขมากเมื่อเห็นไป๋ฮวยแข็งแกร่งขึ้นดังนั้นเย่เชียนจึงไม่สนใจว่าไป๋ฮวยจะใช้วิธีการใด
เมื่อมองหน้าของไป๋ฮวยแล้วใบหน้าของเขานั้นมืดมนราวกับท้องฟ้าก่อนเกิดพายุโหมกระหน่ำและมีเมฆสีดำปกคลุมอยู่ด้านบน ในตอนนี้ไป๋ฮวยก็จ้องมองไปที่ถังจิงหนานแล้วพูดว่า “ถ้าคุณกล้าขยับอีกผมจะฆ่าคุณซะ!” น้ำเสียงของไป๋ฮวยหนักแน่นมากและไม่มีใครกล้าสงสัยในคำพูดของเขาและทุกคนก็เชื่ออย่างแน่นอนว่าถ้าถังจิงหนานเคลื่อนไหวไป๋ฮวยก็จะลงมือโดยไม่ลังเลและจะต่อสู้กับถังจิงหนานอย่างเอาเป็นเอาตาย
เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นเพราะเขาไม่เคยคิดที่จะฆ่าถังจิงหนานจริงๆเพราะนี่คือปู่ของเขา อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นไป๋ฮวยปรากฎตัวออกมาเย่เชียนก็ดีใจอย่างมาก ส่วนจินเหว่ยห่าวก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วฉีกยิ้ม
ถังจิงหนานก็โกรธมากเพราะก่อนหน้านี้หลานชายของเขากลับหยิ่งผยองกับเขาและตอนนี้หลานชายแท้ๆของเขากลับคิดที่จะร่วมมือกับคนอื่นเพื่อฆ่าเขาอีกจนทำให้ใบหน้าของเขาดูดุร้ายและน่ากลัว “เอาล่ะๆ..ให้มันได้แบบนี้สิ!” ถังจิงหนานพูดหลายๆครั้งติดต่อกันแล้วจ้องมองไปที่เย่เชียนอย่างดุเดือดและพูดว่า “ไม่มีใครในสำนักถังที่กล้าท้าทายฉันแบบนี้แล้วเอ็งล่ะ..เอ็งยังเห็นปู่อยู่ในสายตาหรือเปล่า?”
“หืม..คุณคู่ควรกับการเป็นปู่อย่างงั้นเหรอ?..เขาอุตส่าห์มาเยี่ยมคุณแต่ทัศนคติของคุณกลับแย่มาก..คุณต้อนรับหลานชายด้วยการหักหน้าหลายชายให้เสียหน้าแบบนี้น่ะเหรอ?” ไป๋ฮวยพูด “ผมล่ะอยากรู้จริงๆว่าสำนักถังจะแข็งแกร่งแค่ไหนกันเชียว..อ้อลืมไปเรื่องอาวุธลับและพิษชั้นเยี่ยมนั้นเป็นเหมือนตำนาน..ผมเองก็ฝึกฝนศาสตร์เหล่านั้นมาบ้างเพราะงั้นผมต้องรบกวนขอคำแนะนำจากปรมาจารย์แห่งสำนักถังด้วย”
คนหนึ่งคือปู่ของเขาอีกคนหนึ่งก็พี่ชายของเขาดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามเย่เชียนก็ไม่อยากให้พวกเขาบาดหมางกัน ซึ่งมันอาจจะเป็นการต่อสู้ที่มีชีวิตเป็นเดิมพันก็ได้ นอกจากนี้คราวนี้เรื่องทั้งหมดก็เกิดขึ้นเพราะเขาและการที่ไป๋ฮวยทำแบบนี้ก็เพื่อเขาดังนั้นเย่เชียนจึงต้องออกมาจัดการเรื่องต่างๆให้ราบรื่นด้วยตัวเอง
เมื่อได้ยินแบบนั้นไป๋ฮวยก็หันไปมองเย่เชียนและขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะในโลกของเขาไม่เหมือนกับเย่เชียน ไม่ว่าคนๆหนึ่งจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนแต่บางสิ่งบางอย่างในใจตัวก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งในโลกของไป๋ฮวยนั้นเขาไม่มีญาติพี่น้องแต่มีน้องชายอย่างเย่เชียนเพียงคนเดียวที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุด ดังนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครเขาก็จะไม่ยอมให้อีกฝ่ายทำร้ายเย่เชียนเด็ดขาด พูดแบบนี้ก็อาจจะขัดแย้งไปหน่อยเพราะเขาคิดที่จะทำลายองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่ามาโดยตลอดแต่กลับช่วยเหลือเย่เชียนอยู่เสมอ อันที่จริงในใจเขาเองก็ชัดเจนมากถึงความจริงในข้อนี้
เมื่อเห็นเย่เชียนพูดแบบนี้ถังจิงหนานก็คิดว่าเย่เชียนกำลังช่วยไป๋ฮวยดังนั้นเขาจึงโกรธมากกว่าเดิมแล้วคิดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า ‘แกยังเห็นปู่คนนี้อยู่ในสายตาของแกหรือไม่? จากนั้นถังจิงหนานก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดว่า “เด็กสมัยนี้เห็นน้ำข้นกว่าเลือดสินะ..ฉันล่ะอยากจะเห็นจริงๆว่าคนหนุ่มสาวสมัยนี้จะมีความสามารถแค่ไหนกันเชียว”
การดวลอาวุธลับนั้นเป็นสิ่งที่เย่เชียนคาดไม่ถึงจนเขาอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาไม่เคยเห็นไป๋ฮวยใช้อาวุธลับเลยสักครั้งและเขาก็ไม่รู้เลยว่าไป๋ฮวยจะสามารถใช้มันได้จริงๆ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้แล้วอู๋หวนเฟิงเองก็เป็นหนึ่งในหมู่ผู้ใช้อาวุธลับใช่ไหม? ถึงแม้ว่าจะเป็นมีดบินแต่มันก็ควรถือว่าเป็นอาวุธลับเช่นกัน แต่เย่เชียนนั้นไม่เคยรู้เกี่ยวกับทักษะเหล่านี้ของไป๋ฮวยเลยดังนั้นเย่เชียนจึงก้าวไปข้างหน้าและกำลังจะพูดกับไป๋ฮวยแต่ดูเหมือนไป๋ฮวยจะรู้ถึงความหมายที่เย่เชียนจะสื่อดังนั้นเขาจึงหันกลับไปมองเย่เชียนแล้วโบกมือเพื่อหยุดเย่เชียนไม่ให้พูดต่อ
เย่เชียนรู้ดีถึงนิสัยของไป๋ฮวยดังนั้นเขาจึงต้องหลีกทางแต่เย่เชียนก็เตรียมตัวอย่างลับๆเพราะถ้าหากมีอันตรายใดๆเย่เชียนก็จะไม่ลังเลเพราะไม่ว่ายังไงเย่เชียนก็ปล่อยให้ไป๋ฮวยเป็นอะไรไปไม่ได้ เย่เชียนนั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับถังจิงหนานเพราะท้ายที่สุดเขาก็เป็นถึงเจ้าสำนักของสำนักถังดังนั้นเรื่องการใช้อาวุธลับแล้วก็ไม่มีใครเทียบเขาได้ ถึงแม้ว่าไป๋ฮวยจะรู้ว่าทักษะและศาสตร์การใช้อาวุธลับของสำนักถังนั้นยอดเยี่ยมที่สุดในโลกแต่เขาก็ยังต้องการท้าทายถังจิงหนานอยู่ นี่ไม่เท่ากับว่าเขากำลังมองหาความตายหรอกเหรอหรือไป๋ฮวยเต็มไปด้วยความมั่นใจจริงๆ?
ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันและรวบรวมพลังในร่างกายอย่างสุดกำลังและระเบิดแรงกดดันออกมาโดยไม่ยับยั้ง ในขณะนี้ดูเหมือนว่าทุกคนมีความรู้สึกว่าไป๋ฮวยนั้นเตรียมตัวมาอย่างดีและอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ก็น่าจะเป็นอาวุธชั้นเยี่ยม แน่นอนว่าถังจิงหนานเองก็ไม่มีข้อยกเว้นและเขาก็ไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อยเพราะเมื่อมองไปที่ชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมและเงียบสงบในชุดขาวที่อยู่ข้างหน้าเขาก็ดูเหมือนว่าเขาจะเคยเห็นคนแบบนี้เมื่อตอนที่เขายังเด็ก ทั้งดุร้ายทั้งดื้อดึงและหยิ่งทะนงแต่มั่นใจ ในเวลานี้ถังจิงหนานเริ่มชื่นชมไป๋ฮวยโดยไม่มีเหตุผล
ไม่รู้ว่าใครขยับมือก่อนแต่ดูเหมือนทั้งสองคนจะรู้สึกถึงความคิดของอีกฝ่ายและเริ่มโจมตีพร้อมกันจนเกิดเงาสีขาวและเงาสีน้ำเงินลอยตัดผ่านอากาศอย่างต่อเนื่องและอาวุธลับในมือของพวกเขาก็ยังคงเคลื่อนไหวต่อไป แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นว่าพวกเขาขว้างอาวุธที่ซ่อนอยู่เหล่านั้นไปอย่างไร เช่น ลูกดอกดาวตก เข็มเงิน ลูกเหล็กบางๆ เป็นต้น
เย่เชียนไม่คาดคิดมาก่อนว่าไป๋ฮวยจะใช้อาวุธลับจริงๆเพราะทักษะเหล่านี้เป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมมาก ทันใดนั้นเย่เชียนก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรหลายๆว่าสิ่งเหล่านี้นั้นไม่เหมาะสมกับเขาเลย เย่เชียนรู้สึกว่าไป๋ฮวยควรค่าแก่การเป็นสมาชิกที่เก่งกาจที่สุดในเขี้ยวหมาป่าเพราะไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนส่วนบุคคลหรือทฤษฎีทางทหารหรือการต่อสู้จริงเขาก็ล้วนเป็นผู้นำในหมู่สมาชิกเขี้ยวหมาป่าทั้งนั้น เย่เชียนดูเหมือนจะอ่อนแออย่างมากเมื่ออยู่ต่อหน้าไป๋ฮวย
อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็มีคุณสมบัติพิเศษและความสามารถพิเศษเป็นของตัวเอง บางทีเย่เชียนอาจไม่เก่งเท่าไป๋ฮวยในทุกด้าน แต่ความสามารถในการเป็นผู้นำของเย่เชียนนั้นเหนือกว่าไป๋ฮวยอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเหล่าพี่น้องเขี้ยวหมาป่าคงจะไม่มีวันฝากชีวิตเอาไว้กับเย่เชียนเป็นแน่
ในเวลานี้ไป๋ฮวยก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศและลงบนพื้นอย่างสง่างามด้วยเสียงตะโกนและโบกมืออย่างไม่หยุดยั้งที่ปล่อยเข็มเงินออกมานับไม่ถ้วนเหมือนนกยูงสะบัดหางและมันช่างสวยงามจริงๆเพื่อพวกมันพุ่งเข้าหาถังจิงหนาน