ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1097 ปรมาจารย์ผู้ล่วงลับ
ตอนที่ 1097 ปรมาจารย์ผู้ล่วงลับ
………………..
คนอื่นๆอาจไม่เห็นว่าการเคลื่อนไหวของไป๋ฮวยนั้นแปลกหรือมหัศจรรย์อย่างไรแต่สำหรับถังจิงหนานแล้วเขาเห็นได้อย่างชัดเจน
เมื่อเผชิญหน้ากับการเคลื่อนไหวแบบนี้ถังจิงหนานก็ไม่กล้าประมาทใดๆและสะบัดมือครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อขว้างอาวุธลับจำนวนนับไม่ถ้วนออกไป อย่างไรก็ตามมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดอาวุธลับที่ไป๋ฮวยปล่อยออกมาจนหมด ยิ่งไปกว่านั้นอาวุธลับที่ถูกปล่อยออกมายังเปลี่ยนวิถีในอากาศราวกับว่ามันยังมีชีวิตอยู่และโจมตีถังจิงหนานอย่างไม่หยุดยั้ง
ในเวลานี้ถังเฉียงและภรรยาของเขาก็ถึงกับตกใจและตะโกนว่า “นั่นมัน!” เมื่อไป๋ฮวยใช้อาวุธลับที่ซ่อนอยู่ของเขาแล้วพวกเขาก็ถึงกับตกตะลึงเพราะมันเป็นสิ่งที่อันตรายและวิธีการใช้ก็ยากมาก แต่ถังจิงหนานนั้นไม่ได้ตกใจแต่อย่างใดและดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นเล็กน้อยและการแสดงออกบนใบหน้าของเขาก็ปรากฏอย่างชัดเจนต่อหน้าต่อตาของทุกคน
สีหน้าของทุกคนหยุดนิ่งทันทีและพวกเขาตกตะลึงกันถ้วนหน้า พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมการแสดงออกของถังจิงหนานถึงเป็นเช่นนั้น แต่ไม่นานนักการแสดงออกของถังจิงหนานก็แน่นิ่งไปและความตื่นเต้นก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนจะหายไปในทันที “ระบำนกยูง?..เอ็งเป็นใครกันแน่ทำไมเอ็งถึงใช้ระบำนกยูงได้..เอ็งเป็นพวกหลงเก๋ออย่างงั้นเหรอ?” ถังจิงหนานถาม
ทักษะการใช้อาวุธลับนี้เป็นท่าพิเศษที่คิดค้นขึ้นโดยบรรพบุรุษของสำนักถังและนั่นเรียกว่าระบำนกยูง เมื่อใช้ทักษะดังกล่าวแล้วอาวุธลับที่ถูกปล่อยออกมาจะโบยบินเหมือนนกสะบัดหางและสามารถเปลี่ยนวิถีการโจมตีในอากาศได้ ทักษะนี้เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ยาก ซึ่งในปัจจุบันเหล่าสาวกของสำนักถังไม่มีใครฝึกฝนทักษะนี้เลยเพราะใครๆก็ก็คิดว่าระบำนกยูงนั้นเป็นแค่ตำนานและไม่มีใครสามารถฝึกสอนอย่างถูกต้องได้จนมันเริ่มจางหายไป
ใครคือหลงเก๋อ? พวกเขาเป็นสาวกสำนักถังจากต่างแดนที่เกือบจะกวาดล้างสำนักถังได้เมื่อร้อยปีที่แล้ว พวกเขาทั้งโดดเด่นและมีความสามารถ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีใครในสำนักถังที่สามารถใช้ทักษะนี้ได้แต่ถังจิงหนานก็เคยเล่าให้พวกเขาฟังถึงตำนานของทักษะดังกล่าว แต่ก็สามารถเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าไป๋ฮวยยังไม่สามารถใช้พลังระบำนกยูงได้อย่างเต็มที่แต่นั่นก็พอที่จะทำให้ถังจิงหนานแปลกใจแล้ว ถ้าหากว่าระบำนกยูงครั้งนี้ถูกใช้โดยสาวกหลงเก๋อจริงๆเกรงว่าเขาคงจะตายไปแล้ว
สาวกหลงเก๋อตายไปเมื่อร้อยปีก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ? ถังจิงหนานตกใจมากและไม่อยากจะเชื่อแต่เขาก็ไม่ได้เกลียดสาวกหลงเก๋อมากถึงขนาดนั้นเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถบอกได้ว่าเขามีความเกลียดชังลึกๆในใจของเขาหรือเปล่า กลับกันเขายังชื่นชมสาวกหลงเก๋ออีกด้วยเพราะท้ายที่สุดแล้วสาวกหลงเก๋อก็ได้สร้างทักษะและกระบวนท่าร่ายรำอาวุธลับมากมายซึ่งยังคงสืบทอดกันในสำนักถังจนทุกวันนี้ ดังนั้นผู้ที่น่าอัศจรรย์แบบนี้ควรจะได้รับการเคารพโดยธรรมชาติ
คนอื่นๆไม่รู้ว่าหลงเก๋อเป็นใครแต่เมื่อพวกเขาได้ยินคำถามของถังจิงหนานแล้วพวกเขาต่างก็ประหลาดใจมากและพวกเขาทุกคนก็จ้องมองไปที่ไป๋ฮวยและกำลังรอคำตอบจากเขา
“อาจารย์หลงท่านหนึ่งเป็นคนสอนผม!” ไป๋ฮวยตอบอย่างเฉยเมย “ผมถือได้ว่าเป็นศิษย์ของอาจารย์หลง..แต่อาจารย์หลงมักจะปฏิเสธว่าผมเป็นลูกศิษย์ของท่าน” ไป๋ฮวยพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำแต่มีความรู้สึกชัดเจนในคำพูดของเขาเพราะเมื่อนึกถึงตอนที่เขาได้ไปฝึกฝนกับอาจารย์ชาวหลงเก๋อแล้วไป๋ฮวยก็ไม่อยากจะเชื่อเลยเช่นกัน
เช่นกันก็ฉีกยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุขเพราะในตอนนี้เขาเข้าใจจิตใจของไป๋ฮวยจริงๆ เพราะถ้าไป๋ฮวยใช้ทักษะนี้เพื่อตอนที่สู้กับเขาล่ะก็เย่เชียนคงจะตายไปแล้ว โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพราะเขาไม่ได้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับอาวุธลับเหมือนกับถังจิงหนานเพราะขนาดถังจิงหนานยังตกตะลึงดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงตัวเขาเองเลย
เมื่อได้ยินแบบนั้นถังจิงหนานก็ถึงกับตกตะลึงและใบหน้าของเขาก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยจากนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าแล้วมองไปที่ไป๋ฮวยและพูดว่า “เป็นไปไม่ได้..พวกหลงเก๋อตายไปร้อยกว่าปีแล้ว”
“อาจารย์หลงต้องหนีตายจากการไล่ล่าของสาวกสำนักถังของคุณดังนั้นเขาจึงกระโดดลงจากหน้าผาแต่เขาไม่ตายเพราะเขาตกลงไปใส่ต้นไม้ที่หน้าผาจนเขาได้รับบาดเจ็บและขาหัก” ไป๋ฮวยมองไปที่ถังจิงหนานแล้วพูดอย่างเย็นชา
ถังจิงหนานก็ถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อยและพูดว่า “อันที่จริงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นไม่สามารถตำหนิใครได้..ถึงแม้ว่าการกระทำของสาวกหลงเก๋อจะรุนแรงไปหน่อยแต่ก็เข้าใจได้..ยิ่งไปกว่านั้นทักษะและวิชาต่างๆเกี่ยวกับอาวุธลับของสำนักถังก็ถูกคิดค้นโดยพวกเขา..พวกเขาถือได้ว่าเป็นบุคคลที่น่ายกย่องสำหรับสำนักถังของเรา..ฉันชื่นชมพวกเขามาโดยตลอดและฉันก็อยากจะพบสาวกหลงเก๋อสักครั้ง” อารมณ์ที่แสดงออกมาในคำพูดเหล่านั้นไม่ได้เสแสร้งเลยแม้แต่น้อย
“ท่านพ่อ!..ใครคือหลงเก๋อ?..พวกเขาเป็นสาวกสำนักถังของเราได้ยังไง?..สำนักถังของเราไม่เคยรับคนจากต่างแดนไม่ใช่เหรอ?” ถังเฉียงถามด้วยความสงสัยและเขาจะรู้ได้อย่างไรเกี่ยวกับความขมขื่นที่เกิดขึ้นเมื่อร้อยปีก่อน? ซึ่งถังจิงหนานนั้นไม่เคยต้องการพูดถึงเรื่องราวในอดีตเพราะเขาต้องการฝังเรื่องนี้ให้จมหายไปแต่เขาไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะได้พบกับลูกหลานของหลงเก๋อโดยบังเอิญในวันนี้
“มันไม่ใช่เรื่องของแก..หุบปากซะ!” ถังจิงหนานตะโกนอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินแบบนั้นถังเฉียงก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถังจิงหนานจึงโกรธ อย่างไรก็ตามถังเฉียงก็รู้ว่าพ่อของเขานั้นเป็นคนยังไง ซึ่งความผิดพลาดในอดีตมันไม่สำคัญอีกต่อไปและถังจิงหนานก็แค่อยากจะฝังเรื่องนี้ตลอดไปและไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้ในสำนักถังดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้ถังเฉียงและคนอื่นๆรู้เรื่องนี้
“ท่านปู่แล้วผมล่ะ?” ถังยู่เฉิงดูไม่ค่อยเต็มใจและถามแต่หลังจากเห็นดวงตาของถังจิงหนานแล้วเขาก็กลืนประโยคที่เหลือกลับไปด้วยความตกใจ
“เอ็งไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ..หุบปากไปซะ!..เอ็งมันเอาแต่คิดถึงเรื่องของผู้หญิงทั้งวันและไม่ช้าก็เร็วเอ็งจะต้องตายเพราะผู้หญิง!” ถังจิงหนานตะคอกด้วยความรังเกียจโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของถังยู่เฉิง ซึ่งอย่างน้อยๆเขาก็เป็นหลานชายคนโตและเป็นสายเลือดของตระกูลถังอีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าถังจิงหนานจะดุด่าเขาอย่างรุนแรงอยู่เสมอแต่เขาก็ยังห่วงใยหลานคนนี้ตลอด ถังจิงหนานเป็นคนแบบนี้ที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ
เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของถังยู่เฉิงดูไม่มีความสุขอย่างมากแต่เขาก็ไม่กล้าเถียงถังจิงหนาน ดังนั้นเขาจึงถอนหายใจด้วยความโกรธและหันหลังกลับ ถังยู่เซิงรู้ดีว่าในหมู่บ้านเมียวหลายคนนั้นไม่ชอบเขาและไม่ชอบการจับคู่ให้โดยไม่เต็มใจและรู้ดีว่าหลัวสุ่ยไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีให้กับเขาเลย ดังนั้นถ้าเขาอยากอุ้มสาวงามเขาก็ทำได้แค่พึ่งพาถังจิงหนานเพราะเขาเชื่อว่าพ่อของหลัวสุ่ยจะต้องไม่ปฏิเสธเพราะสถานะของถังจิงหนานนั่นเอง แบบนั้นแล้วถังยู่เซิงจะกล้าต่อต้านถังจิงหนานในเวลานี้ได้อย่างไร?
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “ได้ครับ..ผมมาหาคุณด้วยความปรารถนาดีแต่คุณต้อนรับผมได้แย่มาก”
“ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเอ็งมีความขัดแย้งกับยู่เซิงมากก่อน” ถังจิงหนานพูด เมื่อมาถึงจุดนี้เห็นได้ชัดว่าถังจิงหนานยอมแพ้แล้วและเย่เชียนก็ไม่คิดที่จะสนใจเรื่องเหล่านี้ต่อไม่อย่างนั้นเขาจะดูไร้เหตุผลจนเกินไป นอกจากนี้ถังจิงหนานยังเป็นปู่ของเขาด้วย
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นแต่ไม่ได้พูดเพราะเขารู้ดีว่าทำไมถังยู่เซิงถึงทำแบบนั้นกับเขาเมื่อเห็นเขาเข้ามา ซึ่งถ้าหากผู้ชายโกรธแค้นผู้ชายอีกคนเพราะเรื่องของผู้หญิงล่ะก็นั่นก็เป็นสัญญาณของความขี้ขลาดและนอกจากนี้เย่เชียนกับหลัวสุ่ยก็ไม่ได้มีอะไรกันและทั้งสองก็แค่ผ่านเรื่องร้ายๆด้วยกันมาเท่านั้น “มากับฉัน!” ถังจิงหนานพูด เมื่อเสียงจบลงถังจิงหนานก็หันหลังแล้วเดินเข้าไปในห้องโถง
เย่เชียนก็ยักไหล่เล็กน้อยแล้วเดินไปหาไป๋ฮวยและเหลือบมองเขาจากนั้นก็ยิ้มแล้วถามว่า “พี่เป็นไงบ้าง?”
แน่นอนว่าไป๋ฮวยก็ยังคงไม่แยแสเช่นเคยแล้วส่ายหัว ซึ่งเย่เชียนก็คุ้นเคยกับพฤติกรรมของไป๋ฮวยมานานแล้วและถ้าหากไป๋ฮวยดูกระตือรือร้นมากกว่านี้เย่เชียนก็คงจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าการแสดงออกของไป๋ฮวยจะดูไม่แยแสแต่เย่เชียนก็สามารถรู้ได้จากแววตาของเขาอยู่ดี
“เกือบไปแล้วมั้ย!” เย่เชียนต่อยไป๋ฮวยที่แน่นิ่งจนไป๋ฮวยอดไม่ได้ที่จะสะดุ้งโหยงจากนั้นแววตาที่ดูดุเดือดก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะหายไปในทันทีและเขาก็อดไม่ได้ที่จะเย้ยหยัน ในเวลานี้ไป๋ฮวยก็ดูเหมือนจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขาและเขาก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วดวงตาของเขาก็กลับมาเป็นปกติและเขาเหลือบมองไปที่เย่เชียนด้วยความขอโทษแต่ก็ยังไม่พูดอะไรแล้วเดินไปที่ห้องโถงทันที
เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวก็มองหน้ากันและเดินตามเข้าไป จากนั้นถังจิงหนานก็สั่งให้พวกเขานั่งลงแล้วถังจิงหนานก็หันไปมองม่อหลงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “ปรมาจารย์หลงเก๋อผู้นั้นเป็นยังไงบ้าง” ถังจิงหนานถามด้วยอารมณ์ที่ดูซับซ้อนมากและไม่มีใครรู้ได้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ เขาควรจะเกลียดสาวกหลงเก๋อเพราะในอดีตเหล่าสาวกหลงเก๋อเกือบจะทำลายสำนักถังแต่ถังจิงหนานกลับชื่นชมสาวกหลงเก๋อจากก้นบึ้งของหัวใจและยกย่องอย่างมาก
“ปรมาจารย์หลงเก๋อตายไปแล้ว” ไป๋ฮวยพูดอย่างเศร้าใจและถึงแม้ว่าปรมาจารย์หลงเก๋อจะไม่เคยยอมรับว่าไป๋ฮวยเป็นลูกศิษย์ของเขาก็ตามแต่ในใจของไป๋ฮวยก็รู้ดีว่าอาจารย์ของเขาคิดอะไรอยู่ ชายชราผู้นี้ที่มีชีวิตอยู่มาเกือบ 130 ปีและมีชะตาชีวิตที่เจ็บปวดมาโดยตลอดจนไม่มีใครสามารถเข้าใจความทรมานในหัวใจของเขาได้เลย เขาไม่เคยลืมผู้หญิงในหัวใจของเขาได้และเขาก็รักผู้หญิงคนนั้นมาตลอดทั้งชีวิตของเขา
.
.
ตอนที่ 1098 พี่น้องคืออะไร
………………..
พูดได้เลยว่าหลงเก๋อเป็นพวกกบฏและเป็นพวกนอกรีตแต่ก็ตัดสินพวกเขาไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดีและทุกคนที่มีความรักในหัวใจและการให้เกียรติผู้หญิงที่ตนรักก็ควรค่าแก่การให้อภัย ปรมาจารย์หลงเก๋อผู้นั้นโดดเดี่ยวมาทั้งชีวิตและถึงแม้ว่าในวัยหนุ่มเขาจะมีเสน่ห์และอ่อนโยนแต่ท้ายที่สุดก็ต้องแก่ชราลงภายใต้กาลเวลาจนผมสีดำของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวและใบหน้าของเขาก็เหี่ยวย่นมากขึ้นในทุกๆปี เขาทนทุกข์ยากอย่างหาที่เปรียบมิได้และช่างเป็นคนที่น่าสงสารอย่างมาก
ทุกๆวันสิ่งแรกที่ปรมาจารย์หลงเก๋อทำเมื่อตื่นนอนก็คือการขึ้นไปบนภูเขาและนั่งหน้าหลุมฝังศพของหญิงสาวผู้เป็นที่รักและพูดคุยกับเธอ ดูเหมือนว่าเขาจะทำได้เพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถรู้สึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้ยังมีชีวิตอยู่และอยู่กับเขาตลอดไปในทุกๆครั้งที่เขาเมาต่อหน้าหลุมศพของผู้หญิงคนนั้น
ใครจะคิดว่าชายชราคนนี้จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต? ไป๋ฮวยจำสีหน้าของปรมาจารย์หลงเก๋อได้อย่างชัดเจนก่อนตายด้วยรอยยิ้มที่เข้มแข็งและดูเหมือนจะโล่งใจในขณะที่พึมพำชื่อผู้หญิงในปากของเขา ความรักเป็นสิ่งที่ลืมไม่ลงและทำให้คนลืมทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเองแม้กระทั่งการมีชีวิตอยู่
คำพูดของไป๋ฮวยทำให้ร่างกายของถังจิงหนานถึงกับสั่นสะท้านราวกับถูกฟ้าผ่าเพราะชายชราที่อายุเกือบ 130 ปีควรจะมีความสุขกับอายุที่ยืนยาว ถังจิงหนานนั้นยอมรับไม่ได้กับการเสียชีวิตของปรมาจารย์หลงเก๋อเพราะเขาได้พบกับตำนานระบำนกยูงทั้งทีและหนึ่งในตำนานของสำนักถังแต่ข่าวที่เขาได้รับตอนนี้กลับทำให้เขาผิดหวังอย่างมาก
ถังจิงหนานพูดว่า “ศพของปรมาจารย์หลงเก๋อถูกฝังอยู่ที่ไหน?..ถึงยังไงเขาก็เป็นสาวกสำนักถังของฉันเสมอเพราะงั้นเขาควรจะกลับมาสู่รากเหง้าของเขาที่นี่”
ไป๋ฮวยก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ถึงแม้ว่าอาจารย์หลงจะไม่เคยพูดอะไรแต่ผมก็รู้ดีว่าเขารู้สึกผิดอยู่เสมอและเขาก็เต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะตายไปพร้อมกับคนรักของเขาเพื่อหวังว่าจะไม่ต้องทนทุกข์แบบนั้นในอีกโลกหนึ่งและรักกันตลอดไป” ไป๋ฮวยไม่ได้พูดตรงๆแต่ความหมายของคำพูดนั้นก็ชัดเจนเช่นกัน อันที่จริงปรมาจารย์หลงเก๋อต้องการกลับมายังสำนักถังอยู่เสมอและถึงแม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้วแต่เขาก็ยังหวังว่ากระดูกและขี้เถ้าของเขาจะถูกฝังในสุสานของสำนักถังในห้องโถงบรรพบุรุษของสำนักถัง อย่างไรก็ตามปรมาจารย์หลงเก๋อก็รู้ดีว่ามันยากแค่ไหนที่ผู้คนจะละทิ้งบาปที่เขาเคยทำ ตัวเขาเองได้รับความทุกข์ทรมานจากภายในเป็นเวลาร้อยปีท่ามกลางความสำนึกผิดและความรู้สึกผิดทั้งหมดและการทรมานในเรื่องความรัก แต่ท้ายที่สุดแล้วปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ก็หลับตาลงและในขณะนั้นเขาก็รู้สึกผ่อนคลายและโล่งใจอย่างมาก
ถังจิงหนานก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันจะนำอัฐิของปรมาจารย์หลงเก๋อกลับสู่รากเหง้าและไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถึงยังไงพวกเขาทั้งหมดก็คือสาวกของสำนักถังและไม่ว่าพวกเขาจะทำผิดอะไรในอดีตก็ตามแต่พวกเขาก็คือส่วนหนึ่งของสำนักถัง”
เมื่อได้ยินแบบนั้นไป๋ฮวยก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจแล้วหยิบตำราสองเล่มออกมาจากเสื้อของเขาแล้วส่งมอบพร้อมกับพูดว่า “นี่คือตำราลับที่อาจารย์หลงนำมันมาจากสำนักถังเมื่อนานมาแล้วและตอนนี้มันก็ควรกลับคืนสู่เจ้าของเดิม..นี่คือสิ่งที่อาจารย์หลงได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาวุธลับและยาพิษในช่วงหลายปีที่ผ่านมา..ถึงแม้ว่าอาจารย์หลงจะไม่ได้บอกว่าเขาจะมอบสิ่งนี้คืนให้กับพวกคุณแต่ผมก็เข้าใจได้ว่าเขาหมายถึงอะไร..เขาต้องการให้ผมมอบสิ่งนี้คืนให้กับสำนักถังของคุณ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นถังจิงหนานก็รับมันด้วยมือที่สั่นเทาและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตำราศาสตร์แห่งพิษนั้นเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสำนักถังมาโดยตลอด แต่เนื่องจากมันถูกสาวกหลงเก๋อแย่งชิงไปเมื่อร้อยปีก่อนจึงทำให้ศาสตร์การใช้พิษของถังนักถังด้อยลงมาก นอกจากนี้การต่อสู้ในอดีตยังทำให้สำนักถังประสบความสูญเสียอย่างร้ายแรงและปรมาจารย์หลายคนก็เสียชีวิตไปในการต่อสู้ครั้งนั้นจนทำให้สิ่งที่สืบทอดต่อมาจนถึงทุกวันนี้จึงเป็นเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น ศาสตร์เกี่ยวกับอาวุธและยาพิษของสาวกหลงเก๋อตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นมันจะต้องเป็นสมบัติและสิ่งที่ยอดเยี่ยมอย่างหาที่เปรียบไมได้อย่างแน่นอน
บางทีนี่อาจเป็นการกลับตัวกลับใจก่อนที่ปรมาจารย์หลงเก๋อจะเสียชีวิตลง สิ่งเดียวที่ไป๋ฮวยสามารถทำได้คือการเติมเต็มความปรารถนาสุดท้ายของปรมาจารย์หลงเก๋อท่านั้น
ในตอนนี้ถังจิงหนานก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อยแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “ฉันเหนื่อยแล้ว..ฉันอยากพักผ่อนสักหน่อย..พวกเอ็งอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวันสิ..เดี๋ยวฉันจะสั่งให้คนมาคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้” จากนั้นเขาก็เหลือบมองเย่เชียนอีกครั้งแล้วพูดว่า “อย่าคิดมากไปเลย..เรื่องบาดหมางของเอ็งกับยู่เซิงจะได้รับการแก้ไขในภายหลัง..นิสัยของเอ็งเหมือนกับแม่ของเอ็งไม่มีผิด..พวกเอ็งเป็นคนที่ไม่ยอมใครง่ายๆจริงๆ”
จากนั้นไป๋ฮวยก็หันไปมองจินเหว่ยห่าวและพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า “เส้นทางที่นายเลือกถูกต้องแล้ว”
เมื่อได้ยินแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็อดไม่ได้ที่จะจ้องไปที่ไป๋ฮวยด้วยความประหลาดใจเพราะเขาไม่เข้าใจความหมายในของคำพูดไป๋ฮวยเลย อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ชัดเจนมากว่าไป๋ฮวยนั้นหมายความว่าจินเหว่ยห่าวทำถูกแล้วที่คิดจะพึ่งพาเย่เชียนและสนับสนุนเย่เชียน จากนั้นเย่เชียนก็พูดว่า “พี่ไป๋เป็นยังไงบ้าง?”
“มันไม่สำคัญหรอกว่าฉันจะสบายดีหรือเป็นอะไรเพราะสิ่งที่สำคัญคือสิ่งที่นายกำลังทำอยู่ในตอนนี้” ไป๋ฮวยอดไม่ได้ที่จะเหม่อลอยและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับพึมพำว่า “ฉันเคยใช้ชีวิตในโลกที่ฉันสร้างมาแต่ฉันกลับไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง..แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วและดูเหมือนว่าฉันจะมีชีวิตชีวาและผ่อนคลายได้มากกว่าเดิม” จากนั้นไป๋ฮวยก็ค่อยๆหันหน้าไปมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “เส้นทางของนายถูกต้องกว่าทางที่ฉันเลือก..ฉันเชื่อว่านายสามารถทำได้ดีและมีเพียงนายเท่านั้นที่สามารถพาเขี้ยวหมาป่าไปสู่จุดสูงสุดได้..สิ่งที่ฉันทำได้ก็แค่คอยช่วยอยู่ห่างๆและฉันก็หวังว่านายจะยอมรับมันได้ในเวลานั้น..ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทนหรือความรู้สึกผิดเพราะเมื่อตอนที่ฉันเฝ้ามองอาจารย์หลงตายไปฉันก็เข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างในทันที”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็อึ้งไปครู่หนึ่งเพราะคำพูดของไป๋ฮวยดูเหมือนจะมีบางอย่างซ่อนอยู่ในคำพูดและมีความหมายที่ลึกซึ้งอย่างมาก เมื่อมองไปที่ร่างที่คุ้นเคยตรงหน้าเขาเย่เชียนก็ดูเหมือนจะรู้สึกว่าไป๋ฮวยได้กลับมาอยู่เคียงข้างเขาอีกครั้งและรู้สึกมีความสุขมาก
“ช่วยบอกที่อยู่สุสานของปรมาจารย์หลงเก๋อให้กับเจ้าสำนักถังด้วยเพราะฉันจะต้องไปแล้วเหมือนกันฉันมีบางอย่างที่ต้องทำ..ส่วนเรื่องนี้ฉันได้ทำทุกอย่างที่ฉันควรจะทำแล้วเพราะงั้นฉันควรจะกลับ” จากนั้นไป๋ฮวยก็บอกที่อยู่สุสานฝังศพของปรมาจารย์หลงเก๋อแล้วยืนขึ้นอย่างช้าๆ
“เดี๋ยวพี่ไป๋จะไปไหน?” เย่เชียนรีบลุกขึ้นและถาม
“ประตูองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเปิดต้อนรับพี่เสมอ..พี่สามารถกลับมาได้ทุกเมื่อที่ต้องการ..พี่น้องทุกคนกำลังรอพี่อยู่นะ” เย่เชียนพูด
เมื่อได้ยินแบบนั้นไป๋ฮวยก็หยุดอย่างกะทันหันและเขาก็พยักหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ได้หันกลับมาและเดินต่อไป
“พี่ไป๋!” เย่เชียนตะโกน “เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีก?”
“เมื่อถึงเวลาเราจะได้พบกัน..เดี๋ยวเราจะได้เจอกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่!” ไป๋ฮวยพูดอย่างเฉยเมยเหมือนเดิมแต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะในเวลานี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยน้ำตา เพราะเขานั้นหลับใหลอยู่ในโลกของเขาเองมานานเกินไปและไม่มีแม้แต่ความอบอุ่นและพวกพ้องเลยแต่มีเพียงความเหงาและความหนาวเหน็บที่ไร้ขอบเขต เมื่อนึกถึงความรู้สึกนั้นอีกครั้งหัวใจของไป๋ฮวยก็สั่นเทาและน้ำตาจากดวงตาของเขาก็ไหลหยดลงบนพื้นและสลายหายไป
เย่เชียนนั้นมองเห็นสิ่งเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนจนร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้และเขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้พูดมันออกมา แต่มีคำว่า “เคารพ” และคำว่าพี่น้องแค่นั้นก็พอแล้ว หลายครั้งที่ระหว่างเย่เชียนกับไป๋ฮวยไม่จำเป็นพูดมากเกินไปเพราะทั้งคู่รู้ความคิดของกันและกัน เมื่อมองแผ่นหลังของไป๋ฮวยที่กำลังจะเดินจากไปแล้วน้ำตาของเย่เชียนก็ค่อยๆไหลลงมา
จินเหว่ยห่าวที่อยู่ข้างๆเองก็มองเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับพวกเขาสองคนอย่างชัดเจนและรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก ภราดรภาพแบบไหนกันที่ทำให้พวกเขาเป็นแบบนี้กันได้ บางทีอาจไม่มีใครเข้าใจได้เพราะพวกเขาอยู่และผ่านความตายมาด้วยกันมานับไม่ถ้วน
ผู้ที่ไม่เคยประสบกับเรื่องราวของอีกฝ่ายก็จะไม่เข้าใจความเป็นพี่น้องกัน ซึ่งคราวนี้เย่เชียนไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไรแต่เย่เชียนก็เชื่อว่าจะไม่มีการต่อสู่ที่มีชีวิตเป็นเดิมพันกับไป๋ฮวยเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว เมื่อเห็นไป๋ฮวยเป็นแบบนี้เย่เชียนก็โล่งใจมากและถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าไป๋ฮวยคิดที่จะทำอะไรเย่เชียนก็เชื่อว่าไป๋ฮวยจะไม่ทำอะไรที่ทำลายผลประโยชน์ของเขี้ยวหมาป่าอย่างแน่นอน เพราะในใจของไป๋ฮวยนั้นมีแต่ความรู้สึกและสำนึกผิดต่อองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า
เมื่อได้ยินแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็ส่ายหัวเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูด
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “เมื่อวานผมดื่มมากไปหน่อยและยังไม่ได้พักผ่อนเลยฮ่าๆ..ผมขอตัวไปพักสักหน่อยก็แล้วกัน..พี่จินอยากเดินชมบรรยากาศรอบๆมั้ย?”
จินเหว่ยห่าวส่ายหัวเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ไม่ดีกว่าฉันเองก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน..ฉันอยู่กับนายฉันได้ผ่อนคลายและลืมหลายสิ่งหลายอย่างได้..เฮ้อ..มันช่างน่าสมเพชเหลือเกิน”
เย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยและตบไหล่จินเหว่ยห่าวเบาๆและเย่เชียนก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเพราะจินเหว่ยห่าวนั้นสามารถเข้าใจความหมายในสายตาของเย่เชียนได้
.