ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1100 อ้อนวอนสักครั้ง
ตอนที่ 1100 อ้อนวอนสักครั้ง
………………..
อารมณ์ของถังจิงหนานค่อนข้างใจร้านแต่เขาไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผล ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาภาพลักษณ์ภายนอกของถังจิงหนานมักจะดูจริงจังและไม่ยิ้มแย้มอยู่เสมอและคนส่วนใหญ่ในตระกูลก็กลัวเขากันทั้งนั้น
เช่นเดียวกับการปฏิบัติต่อถังยู่เซิงถึงแม้ว่าถังจิงหนานจะตำหนิและดุเขาอยู่เสมอแต่ถังจิงหนานก็ยังรักหลายชายคนนี้มากแต่ทั้งหมดมันเป็นเพียงนิสัยของถังจิงหนานเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะทำอะไรเขาก็จะไม่เสแสร้งและนั่นเป็นเพราะอารมร์ร้อนของเขานั่นเองที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้กับเย่เชียนเองก็เช่นกัน ถังซูหยานนั้นเป็นลูกสาวคนโปรดของเขาและสถานะของเธอในใจของเขานั้นก็สูงกว่าลูกคนอื่นๆและในแง่ของศิลปะการต่อสู้เธอก็ยังเหนือกว่าลูกคนอื่นๆของเขาอีกด้วยแต่น่าเสียดายที่ถังซูหยานเป็นผู้หญิงและไม่สามารถสืบทอดเจ้าสำนักคนต่อไปได้ แต่การที่เย่เชียนมีความสามารถในด้านศิลปะการต่อสู้แบบนี้จึงทำให้ถังจิงหนานมีความสุขมากแต่นิสัยและอารมณ์ร้อนๆของเย่เชียนนั้นทำให้เขาไม่สบอารมณ์อย่างมาก แต่แล้วเขาก็คิดอย่างรอบคอบว่าเย่เชียนก็เหมือนกับเขาไม่ใช่เหรอ? เมื่อคิดแบบนี้ถังจิงหนานก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างภาคภูมิใจไม่ได้เพราะไม่มีลูกหลานของเขาคนไหนที่เหมือนเขาและในที่สุดเขาก็มีหลานชายที่คล้ายกับเขามากถึงขนาดนี้
“ทำไมเอ็งไม่มากินมื้อเย็นล่ะ?..เอ็งยังโกรธฉันอยู่ใช่ไหม?..เอ็งคิดว่าวันนี้ฉันปฏิบัติต่อเอ็งไม่ดีหรือเปล่า?” ใบหน้าของถังจิงหนานดูจริงจังอีกครั้งและเมื่อมองไปที่การแสดงออกของเย่เชียนก็เห็นได้ชัดว่าเขากำลังโกรธอยู่เล็กน้อยแต่กลับเป็นประเภทที่ฉุนเฉียวน้อยใจ
“ไม่..ผมแค่จำบางอย่างได้และรู้สึกหงุดหงิดก็เลยไม่ค่อยหิวครับ” เย่เชียนพูดตามความจริง เขาไม่ได้เป็นคนเสแสร้งดังนั้นและเขาจะไม่ลงเอยด้วยการทำให้ปัญหาดังกล่าวดำเนินต่อไป เป็นเพียงว่าทั้งสองคนมีนิสัยที่คล้ายคลึงกันดังนั้นพวกเขาทั้งสองจึงเป็นคนที่ไม่ยอมใครแต่ในตอนนี้ถังจิงหนานได้ยอมแพ้และเลิกที่จะไร้เหตุผลดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ต้องการทำให้เรื่องมันแย่ลงไปอีก
ถังจิงหนานเองก็ดูเหมือนจะไม่ต้องการติดตามเรื่องนี้มากเกินไปและเขาก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วถามว่า “เอาล่ะเย่เชียน..ยู่เซิงบอกฉันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเอ็งทั้งสอง?” เย่เชียนก็ทำหน้ามุ่ยแล้วเงียบไปและไม่คิดที่จะพูดดังนั้นถังจิงหนานจึงหันไปมองถังยู่เซิงและถามว่า “ยู่เซิงบอกฉันที”
“คุณปู่ก็รู้ว่าผมชอบหลัวสุ่ยมาโดยตลอดแต่เขากลับขโมยเธอไปจากผมเพราะงั้นจะไม่ให้ผมโกรธได้ยังไง?..หลัวสุ่ยเป็นของผมและจะไม่มีใครพรากเธอไปจากผมได้!” ถังยู่เซิงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลัวสุ่ยที่ไม่เคยเหลียวมองเขาเลยกลับมีความรู้สึกดีๆให้กับเย่เชียนดังนั้นเขาจึงโยนความเกลียดชังทั้งหมดไปที่เย่เชียนโดยปริยาย
“เย่เชียนเอ็งมีอะไรจะพูดมั้ย?” ถังจิงหนานจ้องไปที่ถังยู่เซิงเพราะเห็นได้ชัดว่าเรื่องมันเกิดเพราะผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ถังยู่เซิงก็เป็นหลานชายของเขาดังนั้นถึงแม้ว่าถังจิงหนานจะรำคาญแต่เขาก็ต้องสนับสนุนหลานคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงหันไปมองเย่เชียนแล้วถาม
เย่เชียนก็ยักไหล่เล็กน้อยแล้วก้นบุหรี่และพูดเบาๆว่า “ผมจะพูดอะไรได้..แต่ก่อนอื่นเลยฉันไม่ได้แย่งหลัวสุ่ยไปจากนาย..ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับฉันถ้าหากนายตามจีบเธอไม่ได้..ถ้าผู้ชายไล่จีบผู้หญิงที่เขาชอบไม่ได้แล้วเขาไปโทษผู้ชายคนอื่นล่ะก็นั่นเป็นสัญญาณของความขี้ขลาด”
“นายกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร..เห็นได้ชัดว่า” ถังยู่เซิงพูดอย่างดุเดือด
“หุบปาก!” ก่อนที่ถังยู่เซิงจะพูดจบถังจิงหนานก็ตะโกนและมองเขาอย่างเคร่งขรึมจนถังยู่เซิงถอยหายใจด้วยความโกรธแต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกแล้วปิดปากไปอย่างไม่สบอารมณ์แต่ดวงตาของเขากลับจ้องมองไปที่เย่เชียนอย่างดุเดือด
“พูดต่อสิ” ถังจิงหนานมองไปที่เย่เชียนและพูด
“อีกอย่างคือฉันไม่เคยมาที่มณฑลเสฉวนมาก่อนและฉันก็เพิ่งจะได้พบกับหลัวสุ่ยเป็นครั้งแรกในเมืองเล็กๆของชาวไตและมันก็เป็นช่วงเทศกาลสาดน้ำและฉันก็โดนเด็กผู้หญิงคนนั้นสาดน้ำใส่..เพราะงั้นมันก็ไม่มีอะไรเลยและฉันก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลัวสุ่ยเลยแม้แต่น้อย..ถ้านายต้องการจะตามจีบเธอนายก็ทำไปและไม่จำเป็นต้องสนใจฉัน..นายจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ” เย่เชียนพูดอย่างเฉียบขาด
“จริงเหรอ?..สิ่งที่นายพูดเป็นความจริงงั้นเหรอ?” ถังยู่เซิงพูดด้วยความตื่นเต้น “ลูกพี่ลูกน้องฉันขอโทษจริงๆ..ฉันเข้าใจนายผิดไป..ฉันต้องขอโทษนายด้วย”
“ไม่เป็นไร” เย่เชียนพูด “เพียงแต่นายควรจะเข้าใจเอาไว้ว่าผู้ชายควรมีน้ำใจและเป็นสุภาพบุรุษต่อหน้าผู้หญิงให้มากๆ..ยิ่งนายเกลียดชังผู้ชายคนอื่นที่เข้ามายุ่งกับเธอมากเท่าไหร่นายก็ยิ่งผลักไสหลัวสุ่ยออกไปไกลเท่านั้น..นายต้องใจกว้างมากกว่านี้เพราะผู้หญิงมักจะมีความรักแบบแม่มาตั้งแต่กำเนิดพวกเธอจะสงสารคนอ่อนแอโดยเฉพาะเรื่องความรู้สึก..ถ้าหลัวสุ่ยไม่ใช่ผู้หญิงประเภทโลภและไร้สาระไร้เหตุผลมันก็อีกเรื่อง..เพราะงั้นการที่นายโกรธฉันมันจะยิ่งทำให้เธอเกลียดนายมากขึ้นเท่านั้น..แต่ฉันแนะนำให้นายยอมแพ้ซะดีกว่าเพราะฉันเห็นว่าหลัวสุ่ยไม่ได้ชอบนายเลย..ทั้งคู่ไม่เหมาะสมกันสักนิด”
ถังจิงหนานก็พยักหน้าอย่างลับๆเพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่อ่อนโยนและเขาไม่ค่อยมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความรักเมื่อตอนที่เขายังหนุ่มยังแน่นแต่ท้ายที่สุดเขาก็เติบโตมาก่อนและสิ่งที่เย่เชียนพูดออกมานั้นสมเหตุสมผลมาก แต่ทว่าการแสดงออกของถังยู่เซิงกลับเปลี่ยนไปด้วยการถอนหายใจอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ที่นายพูดแบบนี้ก็เพราะว่านายชอบหลัวสุ่ยใช่มั้ย?..นายต้องการกีดกันฉันออกไปแล้วแย่งเธอไปจากฉัน!”
เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจแล้วส่ายหัวเพราะเขาขี้เกียจเกินกว่าจะพูดต่อไปและไม่สามารถแนะนำให้คนแบบนี้ได้อีก
ถังจิงหนานก็ถอนหายใจอย่างเงียบๆและพูดว่า “ยู่เซิงสิ่งที่เย่เชียนพูดมานั้นสมเหตุสมผลมาก..ถ้าอะไรที่ไม่ใช่ของเรามันก็ไม่มีวันเป็นของเราอยู่ดี..มันไม่มีประโยชน์ที่เอ็งจะฝืนทำต่อไป..ตระกูลถังของเราร่ำรวยและมีชื่อเสียงมากในประเทศจีนเพราะงั้นทำไมเอ็งต้องสนใจผู้หญิงคนนั้นด้วย?”
“คุณปู่ครับแต่ผมชอบหลัวสุ่ยมาก!” ถังยู่เซิงพูด “ตั้งแต่ผมโตมาผมไม่เคยขออะไรจากคุณปู่เลยและไม่เคยจริงจังกับการทำสิ่งต่างๆและนี่เป็นครั้งแรกที่ผมจริงจังเพราะงั้นคุณปู่จะไม่สนับสนุนผมได้ยังไง?..ผมรู้ว่าหลัวสุ่ยอาจจะยังไม่เห็นสิ่งดีๆในตัวผมในตอนนี้แต่ผมเชื่อว่าหลังจากผ่านไปสักระยะเธอจะค่อยๆเข้าใจผมเอง”
ถังจิงหนานก็ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แล้วเอ็งอยากให้ฉันทำอะไร..มันเป็นเรื่องระหว่างพวกเอ็งสองคนเพราะงั้นเอ็งจะให้ฉันช่วยเอ็งยังไง?”
“คุณปู่ช่วยได้และมันเป็นความช่วยเหลือที่ดีด้วย” ถังยู่เซิงพูดอย่างตื่นเต้น “หลัวสุ่ยเป็นลูกหลานจากหมู่บ้านเมียวและวัฒนธรรมของที่นั่นก็ล้าหลังมากเพราะงั้นการแต่งงานมักจะเป็นการจับคู่..ซึ่งคุณปู่เป็นถึงเจ้าสำนักถังและสำนักถังของเราก็มีชื่อเสียงอย่างมากในมณฑลเสฉวน..ด้วยเหตุนี้ถ้าคุณปู่ไปสู่ขอหลัวสุ่ยให้ผมล่ะก็ผมเชื่อว่าพ่อของหลัวสุ่ยจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรใดๆ แน่นอนว่าคิ้วของถังจิงหนานก็ขมวดเช่นกันและเขาก็พูดว่า “ถึงแม้ว่าพ่อของเด็กผู้หญิงคนนั้นจะตกลงก็ตามแต่เด็กผู้หญิงคนนั้นจะไม่ได้รักเอ็ง..ถ้าพวกเอ็งแต่งงานกันไปแต่กลับไม่มีความสุขเลยและเธอก็ไม่มาให้เอ็งเห็นหน้าทั้งวันแบบนั้นเอ็งจะมีความสุขได้เหรอ?”
“อารมณ์และความคิดคนเราเปลี่ยนกันได้และสักวันเธอจะเข้าใจความรักของผมและเธอจะยอมรับฉันอย่างช้าๆ” ถังยู่เซิงพูด
ถังจิงหนานก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นและดูขมขื่นอย่างมาก เขาเฝ้าดูถังยู่เซิงเติบโตขึ้นมาหลายปีและที่ผ่านมาถังยู่เซิงเป็นคนยุ่งเหยิงและเขาก็ไม่เคยทำอะไรอย่างจริงจังเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้เมื่อได้เห็นถังยู่เซิงทำอะไรจริงจังและถึงแม้ว่าเรื่องนี้มันจะดูน่าขำไปหน่อยแต่ในฐานะปู่แล้วถ้าเขาไม่สนับสนุนหลานชายคนนี้นั่นก็คงดูไร้เหตุผลไปหน่อย แต่การทำแบบนี้ด้วยการบังคับแต่งงานนั้นดูเหมือนว่าเขาจะใช้อำนาจและอิทธิพลของสำนักถังเพื่อกดขี่ผู้อื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งถังจิงหนานก็พูดว่า “ถ้างั้นเอ็งช่วยสัญญากับฉันได้หรือเปล่าว่าถ้าฉันช่วยเอ็งในเรื่องแต่งงานล่ะก็ในอนาคตเอ็งจะต้องซื่อสัตย์และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสานตระกูลถังอย่างดีจะได้ไหม?”
“ผมจะทำครับคุณปู่..ตราบใดที่คุณปู่ช่วยผมเรื่องแต่งงานล่ะก็ในอนาคตผมจะฟังปู่ทุกๆอย่างเลย” ถังยู่เซิงพูดอย่างมีความสุขเมื่อถังจิงหนานยอมช่วย
ถังจิงหนานก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า “เฮ้อ..ได้ฉันจะไปสู่ขอเด็กผู้หญิงคนนั้นให้เอ็งแต่รับรองไม่ได้นะว่าจะสำเร็จหรือเปล่า..เอ็งก็น่าจะรู้ว่าตระกูลถังของเราเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในมณฑลเสฉวนและแม้แต่ในประเทศจีนเพราะงั้นฉันจึงไม่ต้องการใช้อำนาจและอิทธิพลของตระกูลและสำนักถังเพื่อกดขี่ข่มเหงผู้อื่นและทำให้คนอื่นรู้สึกว่าสำนักถังของเรากำลังกลั่นแกล้งพวกเขา..เพราะงั้นเราจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้..แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเห็นด้วยหรือไม่นั้นฉันก็ไม่สามารถรับประกันได้”
“ไม่ครับคุณปู่ตราบใดที่คุณปู่จัดการเรื่องนี้มันจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน” ถังยู่เซิงพูดอย่างตื่นเต้น สถานะของถังจิงหนานคืออะไร? หากถังจิงหนานดำเนินการเรื่องแต่งงานด้วยตัวเองจะต้องไม่มีใครกล้าปฏิเสธหรือโต้แย้งเขาอย่างแน่นอน เรื่องนี้ถังยู่เซิงมั่นใจอย่างมาก
เย่เชียนก็ถอนหายใจเล็กน้อยเพราะเขาไม่มีความคิดเห็นเรื่องการแต่งงานแต่การกระทำของถังยู่เซิงนั้นสิ้นคิดจริงๆ ถ้าเขารักผู้หญิงคนนั้นจริงๆทำไมเขาถึงต้องบังคับเธอด้วย? วิธีการของถังยู่เซิงนั้นเทียบเท่ากับการบังคับและกักขังอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนถังจิงหนานนั้นเย่เชียนไม่ได้อคติกับแนวทางของเขามากนักเพราะในฐานะผู้อาวุโสทุกคนต่างก็อยากให้ลูกหลานมีความสุขไปตลอดชีวิตใช่ไหม?
“เอ็งไปบอกให้พ่อแม่ของเอ็งไปดำเนินการเรื่องสู่ขอซะเพราะถ้าฉันไปมันคงจะดูไม่ดีนัก..แบบนั้นทุกคนจะคิดว่าฉันไปบังคับและข่มเหงพวกเขา..อีกอย่างพ่อกับแม่ของเอ็งก็เป็นตัวแทนของฉันได้” หลังจากนั้นไม่นานถังจิงหนานก็พูด
ถึงแม้ว่าถังยู่เซิงจะผิดหวังเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้กังวลอีกต่อไปเพราะตราบใดที่ถังจิงหนานตกลงทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นอย่างมาก พ่อของเขาเองก็เป็นถึงตัวแทนของสำนักถังเพราะงั้นเขาเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องตกลงอย่างแน่นอน