ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1103 ออกเดินทางไปหมู่บ้านเมียว
ตอนที่ 1103 ออกเดินทางไปหมู่บ้านเมียว
………………..
ทุกคนล้วนมีความเจ็บปวดในใจที่ไม่อาจลืมได้และเย่เชียนเองก็มีเช่นกัน ในแง่ของความรู้สึกเย่เชียนอาจไม่ได้เจ็บปวดเท่าจินเหว่ยห่าวแต่เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในหัวใจของจินเหว่ยห่าวได้ ลึกๆแล้วในฐานะผู้ชายถ้าไม่มีความสามารถที่จะปกป้องผู้หญิงของเขาได้นั่นก็คือสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดและความรู้สึกผิดนั้นก็จะตามหลอกหลอนเขาตลอดเวลา
การแสดงออกของเย่เชียนดูสงบมากและในฐานะผู้ฟังเขารู้ว่าสิ่งที่จินเหว่ยห่าวต้องการในตอนนี้ไม่ใช่การปลอบโยนแต่เป็นการระบาย ดังนั้นเย่เชียนจึงปล่อยให้จินเหว่ยห่าวระบายความเจ็บปวดและความโกรธในใจของเขาออกมาและมองดูเขาอย่างเงียบๆ จากนั้นเย่เชียนก็จุดบุหรี่แล้วยื่นให้จินเหว่ยห่าว เมื่อเห็นแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็ยิ้มอย่างขอบคุณแล้วสูบมันอย่างช้าๆและพูดว่า “หลังจากนั้นฉันก็เดินทางไปยังเมืองซีหนิงและบังเอิญได้พบกับผู้หญิงที่ดูเหมือนคนรักของฉันมาก..ทั้งความอ่อนโยนและจิตใจดีในแบบเดียวกันเพราะงั้นฉันก็เลยคิดว่าพระเจ้าได้มอบพรให้กับฉันและฉันก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง..เธอเป็นนักศึกษาและครอบครัวของเธอก็เปิดร้านอาหารเล็กๆใกล้มหาวิทยาลัย..ฉันไปทำงานที่ร้านอาหารพ่อแม่ของเธอและเธอก็ปฏิบัติต่อฉันอย่างดี..ไม่ว่าพี่สาวของเธอจะห้ามเธอไม่ให้คบกับฉันยังไงแต่เธอก็ยังรักฉันเหมือนเดิม..ฉันรู้สึกมีความสุขอีกครั้งที่ได้ดูแลเธอและปกป้องเธอด้วยทุกอย่างที่ฉันมี..พ่อแม่ของเธอเองก็มีเหตุผลเช่นกันเพราะพวกเขาไม่ได้รังเกียจฉันที่ฉันเป็นคนจนและไม่มีข้อโต้แย้งใดๆเลย..ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วพวกเขาจะมีความลังเลเล็กน้อยในใจเพราะพ่อกับแม่ทุกคนก็หวังให้ลูกสาวของพวกเขาจะสามารถหาผู้ชายที่สามารถซื้อบ้านและดูแลลูกสาวของพวกเขาได้ตลอดชีวิตกันทั้งนั้น..ฉันเขาใจความจริงข้อนี้ดีแต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่คัดค้านความสัมพันธ์ของพวกเรา..ต่อมาเธอไปทำงานและซื้อรถมือสองให้กับฉันและเธอก็บอกว่าผู้ชายควรมีรถ..ฉันรู้ว่าเธอทุกข์ใจที่เห็นฉันปั่นจักรยานที่พังๆมาทำงานทุกวัน..จริงๆแล้วตอนนั้นฉันเองก็มีเงินเยอะเพราะหลังจากผจญภัยและออกเดินทางมานานหลายปีฉันก็มีเงินเก็บอยู่..จู่ๆวันหนึ่งเธอกลับร้องไห้ในอ้อมแขนของฉันและเมื่อฉันถามเธอยังไงเธอก็ยังไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้นจนวันหนึ่งเมื่อฉันกลับมาจากการส่งอาหารฟาสต์ฟู้ดฉันก็เห็นผู้คนมารายล้อมกันที่หน้าร้านอาหารและในขณะนั้นจู่ๆก็รู้สึกเป็นลางร้ายในหัวใจและเมื่อผ่านฝูงชนเข้าไปสิ่งที่เห็นก็คือศพที่นอนจมกองเลือดอยู่และเธอก็ตายอยู่ที่นั่นด้วยการโดดตึก!”
น้ำตาที่ของจินเหว่ยห่าวเพิ่งหยุดไปมันกลับไหลออกมาอีกครั้งแล้วเขาก็พูดว่า “ต่อมาฉันได้รู้จากจดหมายที่เธอทิ้งเอาไว้ให้ฉันว่าเธอถูกโอ่วหยางหมิงซวนขืนใจและเธอก็รู้สึกละอายใจทุกครั้งที่มองฉัน..เธอไม่มีสิทธิ์รักฉันเพราะเธอรู้สึกสกปรกและโสโครกจนเธอตัดสินใจกระโดดตึกฆ่าตัวตาย..เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นถึงแม้ว่าจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันแต่ทว่าตอนจบมันก็ลงแบบเดียวกัน..ฉันไม่รู้เลยว่าชาติที่แล้วฉันทำชั่วอะไรลงไปเพราะงั้นชาตินี้ฉันก็เลยต้องชดใช้..เพราะคนที่ดีกับฉันมักจะมีจุดจบที่เลวร้ายเสมอ”
จินเหว่ยห่าวก็สะอึกสะอื้นเงียบๆและร่างกายของเขาก็สั่นเทาดูอ่อนแอมาก เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ตบไหล่ของเขาและพูดว่า “อดีตมันผ่านไปแล้ว..ผมคิดว่าพวกเธอคงไม่ต้องการให้พี่จมอยู่ในความทรงจำหรอก..พวกเธอหวังว่าจะได้เห็นพี่อยู่อย่างเข้มแข็งและมีความสุขอย่างแน่นอน”
จินเหว่ยห่าวเงยหน้าขึ้นมองเย่เชียนด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาและสำลักแล้วพูดว่า “เมื่อฉันเห็นลูกพี่ลูกน้องของนายในคืนนี้ฉันก็ตกใจและใจสลายอย่างมาก..นั่นเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยและมันคล้ายกับพวกเธอมาก”
เย่เชียนก็ตกตะลึงอยู่พักหนึ่งและในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่านั่นเป็นเพราะถังยู่ซินคล้ายกับคนรักสองคนของจินเหว่ยห่าวที่ล่วงลับไปแล้วซึ่งนำความทรงจำในอดีตของเขากลับมา หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดว่า “พี่กลัวงั้นเหรอ?..กลัวการเผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมในอดีต..พี่กลัวว่าเธอจะมีจุดจบแบบเดียวกันกับพวกเธอใช่หรือเปล่า?”
“ใช่!” จินเหว่ยห่าวพยักหน้าอย่างหนักหน่วงและเพียงทำเสียงเบาๆว่า “อืม” และไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ถ้าพี่ชอบเธอพี่ก็ไม่ควรกังวลมากเกินไป..ไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง..แต่ถ้าพี่จมอยู่กับอดีตและทอดทิ้งปัจจุบันไปมันก็ไม่คุ้มหรอก..แต่ก่อนอื่นพี่ต้องคิดให้ออกก่อนว่าพี่คิดกับเธอยังไง..เธอเหมือนตัวแทนหรือพี่ชอบเธอจริงๆเพราะถ้าพี่เห็นเธอเป็นตัวแทนมันจะไม่ยุติธรรมสำหรับเธอเลย..ถ้าจะรักก็รักเธอให้ดีและพยายามเข้าใจเธอและพยายามหาความดีของเธอให้เจอโดยเร็วที่สุด..ฉันคิดว่าพวกเธอต้องการให้พี่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” เย่เชียนพูด “สำหรับหยุนเจียหงกับโอ่วหยางหมิงซวนนั้นผมจะช่วยสนับสนุนพี่เอง”
จินเหว่ยห่าวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆแล้วมองไปที่เย่เชียนด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่นและพูดว่า “ขอบคุณที่รับฟัง…ฉันรู้แล้วว่าต้องทำยังไง”
ในขณะนั้นโทรศัพท์มือถือของจินเหว่ยห่าวก็ดังขึ้นและเขาก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในอ้อมแขนออกมาดูแล้วเขาก็เต็มไปด้วยความสุข เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ตกตะลึงเช่นกันในขณะอยากรู้อยากเห็นมากว่าใครโทรมาและจินเหว่ยห่าวก็มองไปที่เย่เชียนแล้วพูดว่า “เด็กคนนั้นโทรมา” หลังจากพูดจบเขาก็รับสายทันที
เด็กคนนั้นที่จินเหว่ยห่าวพูดจะต้องเป็นน้องชายต่างมารดาของจินเหว่ยห่าวอย่างแน่นอน เย่เชียนคิดว่าต้องเป็นเขาเพราะการแสดงออกบนใบหน้าของจินเหว่ยห่าวแสดงออกมาแบบนั้น
“พี่” จินเหว่ยเซียงพูด
“หืม?” คำตอบของจินเหว่ยห่าวดูเย็นชามากจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น เห็นได้ชัดว่าจินเหว่ยห่าวห่วงใยเด็กคนนี้แต่เขาต้องจำใจทำแบบนี้
“ไม่มีอะไรผมแค่โทรมาหาเฉยๆ” จินเหว่ยเซียงพูด
“อ๋อ” จินเหว่ยห่าวตอบเบาๆแล้ววางสายไป
บทสนทนาสั้นๆนี้ทำให้เย่เชียนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีแต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความเป็นพี่น้องระหว่างพวกเขาที่แตกต่างจากคนทั่วไปจริงๆ ในความเป็นจริงจินเหว่ยห่าวนั้นไม่รู้ว่าจินเหว่ยเซียงกำลังรู้สึกปวดใจในคืนนี้อย่างอธิบายไม่ถูกดังนั้นเขาก็เลยโทรหาจินเหว่ยห่าว แต่จินเหว่ยเซียงนั้นรู้ดีว่าจินเหว่ยห่าวกำลังรู้สึกไม่ดีอยู่ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไรที่แย่ยิ่งกว่าเดิมออกไป ส่วนจินเหว่ยห่าวเองก็รู้สึกสะเทือนใจมากแต่เขาไม่รู้จะพูดยังไงดี
“ฮ่าๆ..มาดื่มอีกแก้วกันเถอะ” เย่เชียนพูดขณะเติมไวน์ใส่แก้วของจินเหว่ยห่าว
จินเหว่ยห่าวก็พยักหน้าแล้วหยิบแก้วไวน์มาดื่ม จากนั้นเขาก็เลียปากตัวเองแล้วพูดว่า “รสชาติของไวน์นี้ค่อนข้างแปลก..ไวน์ของสำนักถังมันจืดชืดและไม่มีรสชาติถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มและไม่ได้พูดอะไรจนจินเหว่ยห่าวอดไม่ได้ที่จะมองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจ
หลังจากนั้นพวกเขาก็พักอยู่ที่บ้านตระกูลถังเป็นเวลาสองวันและถังเฉียงก็เตรียมสิ่งของทั้งหมดสำหรับการสู่ขอแต่งงาน ซึ่งเช้าตรู่ผู้คนในสำนักถังต่างก็มารวมตัวกันที่ห้องโถงของตระกูลถัง ส่วนเย่เชียนเองก็อยู่ที่นั่นโดยธรรมชาติและนี่คือเรื่องของตระกูลถังดังนั้นจินเหว่ยห่าวจึงหลีกเลี่ยงที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ในเวลานี้ถังจิงหนานนั่งอยู่ในห้องโถงและเหลือบมองทุกคนแล้วพูดอย่างช้าๆว่า “ถังเฉียงคราวนี้แกจะต้องเดินทางไปที่หมู่บ้านเมียวเพื่อสู่ขอในพิธีแต่งงานในฐานะตัวแทนของฉัน..จำเอาไว้ให้ดีว่าฉันไม่ต้องการให้คนอื่นๆคิดว่าตระกูลถังของเรากำลังรังแกและข่มเหงคนอื่นเพราะงั้นถ้าพ่อของเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่เห็นด้วยก็ล้มเลิกความพยายามซะ!”
“ครับ!” ถังเฉียงตอบ “พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับผมรู้ว่าต้องทำยังไง”
ถังจิงหนานก็พยักหน้าเล็กน้อยและหันไปมองถังยู่เซิงแล้วพูดว่า “ยู่เซิงอย่าลืมสิ่งที่เอ็งสัญญากับฉันล่ะ..ไม่ว่าการสู่ขอครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่แต่เอ็งจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่..อย่าทำอะไรใจร้อนเป็นอันขาดล่ะ”
“คุณปู่ไม่ต้องกังวลไปครับผมจะไม่ทำให้คุณปู่ผิดหวังอย่างแน่นอน” ถังยู่เซิงพูดด้วยความตื่นเต้นและในเวลานี้เขามีสิ่งอื่นในใจและเขาเพียงต้องการไปที่หมู่บ้านเมียวเพื่อขอแต่งงานโดยเร็วที่สุด เมื่อคิดแบบนั้นถังยู่เซิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเขากำลังจะได้แต่งงานกับหลัวสุ่ย
เมื่อเห็นแบบนั้นถังจิงหนานก็ถอนหายใจเล็กน้อยและร่องรอยของความผิดหวังก็ฉายแววในดวงตาของเขาแต่เขาไม่ได้พูดอะไรอีก จากนั้นก็หันไปมองเย่เชียนและพูดว่า “เย่เชียนถ้าเอ็งไม่ติดอะไรก็อยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยสิ..ฉันยังมีอะไรที่อยากจะคุยกับเอ็งอีกหลายอย่าง”
“ผมเองก็อยากไปที่หมู่บ้านเมียวเหมือนกัน” เย่เชียนพูด ไม่รู้ว่าทำไมเย่เชียนถึงรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อฉินหยูอยู่ในหมู่บ้านเมียวดังนั้นเขาจึงอยากไปที่นั่นและดูเผื่อจะมีเบาะแสใดๆ นอกจากนี้ในใจของเย่เชียนเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันเพราะเขาต้องการไปพบหลัวสุ่ยเพื่อดูว่าผู้หญิงคนนั้นช่วยชีวิตแม่ของเธอได้จริงๆหรือเปล่า
ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งถังยู่เซิงและเขาก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะคิดว่าเย่เชียนกำลังจะต่อต้านเขาเพราะหลัวสุ่ย เย่เชียนก็เห็นได้ชัดว่ามีความหมายบางอย่างในสายตาของทุกคนดังนั้นเขาจึงพูดว่า “ผมต้องไปที่หมู่บ้านเมียวเพื่อจัดการกับบางสิ่งบางอย่าง..ถ้าพวกคุณไม่สะดวกผมก็จะไปของผมเอง”
“ไปด้วยกันเถอะ..ถ้าเอ็งต้องการแบบนั้นก็ไม่เป็นไร” ถังจิงหนานพูด “เอาล่ะถ้าทุกคนพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันได้..ทุกคนจำคำพูดของฉันเอาไว้ให้ดีว่าอย่ารังแกหรือข่มเหงคนอื่นโดยเด็ดขาด!”
ทุกคนก็พยักหน้าเล็กน้อยและแต่ละคนก็ลุกขึ้นแล้วเริ่มออกเดินทาง เมื่อเย่เชียนยืนขึ้นถังจิงหนานก็เปิดปากพูดว่า “เดี๋ยวก่อนเย่เชียนฉันมีอะไรจะบอกกับเอ็งก่อน”
เย่เชียนก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยุดฝีเท้าของเขาและหลังจากที่ทุกคนจากไปถังจิงหนานก็มองไปที่เย่เชียนด้วยท่าทางที่พูดไม่ออกและหลังจากนั้นสักพักถังจิงหนานก็ถอนหายใจเล็กน้อยและโบกมือของเขาแล้วพูดว่า “ลืมมันไปเถอะ..เอ็งไปได้แล้ว”
เย่เชียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ถามคำถามใดๆอีก หลังจากลุกขึ้นและออกจากห้องโถงไปเขาก็เดินไปหาจินเหว่ยห่าวแล้วบอกว่าเขากำลังจะไปที่หมู่บ้านเมียวและให้จินเหว่ยห่าวรออยู่ที่นี่ก่อน เมื่อได้ยินแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็พยักหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ได้ปฏิเสธ ดูเหมือนจะมีความคาดหวังเล็กน้อยในสายตาของเขาและเมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มเพราะรู้ว่าจินเหว่ยห่าวนั้นคิดอะไรอยู่แต่เขาไม่ได้พูด
ตระกูลถังถือเป็นตระกูลที่ร่ำรวยและมีสถานะที่สูงมากในมณฑลเสฉวนดังนั้นจึงไม่ควรละเลยมารยาทใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นพวกเขาจึงเตรียมของขวัญและของเยี่ยมมากมายสำหรับข้อเสนอการสู่ขอ พวกเขาเดินทางด้วยรถ Mercedes-Benz RV สองคันโดยคันแรกมีถังยู่เซิงและเย่เชียนและอีกคันก็เป็นถังเฉียงและภรรยาของเขา จากนั้นก็ตามด้วยรถตู้ที่บรรทุกของขวัญนานาชนิด ส่วนสาวกของสำนักถังอีกหลายๆคนก็ค่อยๆขับรถตามไปที่หมู่บ้านเมียวกันอย่างยิ่งใหญ่อลังการ