ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1108 แผนของสองพ่อลูก
ตอนที่ 1108 แผนของสองพ่อลูก
………………..
เย่เชียนไม่เคยสงสัยว่าฉินหยูนอกใจเขาเพราะฉินหยูเองก็ให้เขามาเยอะดังนั้นเย่เชียนจึงไม่คิดที่จะสงสัยเธอแต่เป็นเพียงว่าเย่เชียนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉินหยูในหมูบ้านเมียวเพราะเขารู้สึกคลุมเครือเล็กน้อยแต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่าทำไม
สำหรับการสอบถามซ้ำๆ ของเย่เชียนเกี่ยวกับเรื่องของฉินหยูนั้นทำให้หลัวสุ่ยอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อยและประหลาดใจมาก ซึ่งยิ่งเห็นหลัวสุ่ยสงสัยแบบนี้มากเท่าไหร่เย่เชียนก็ยิ่งรู้สึกว่ามันจะต้องมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับฉินหยูอย่างแน่นอน
ทิวทัศน์ของหมู่บ้านเมียวสวยจริงอย่างที่หลัวสุ่ยบอกซึ่งดูเป็นธรรมชาติมากและยังมีอีกหลายสิ่งที่มีคุณค่าทางโบราณคดีที่หลงเหลือเอาไว้ ทั้งเสาหินและไม้แกะสลักเหล่านั้นที่สร้างขึ้นโดยการบูชาโทเท็มและลวดลายแกะสลักบนนั้นก็ดูสวยงามมาก
เกือบทั้งวันหลัวสุ่ยพาเย่เชียนไปทัวร์รอบๆ หมู่บ้านเมียว อย่างไรก็ตามในระหว่างการเดินทางหลัวสุ่ยก็ชี้ไปที่ถ้ำที่อยู่ไม่ไกลและบอกเย่เชียนว่านั่นเป็นพื้นที่ต้องห้ามในหมู่บ้านและเตือนเขาว่าอย่าเข้าใกล้ เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยและเห็นด้วย
ในตอนเย็นหลัวสุ่ยพาเย่เชียนกลับมาที่บ้านและท่าทางของหว่านไห่ดูไม่ได้อบอุ่นแต่ก็ไม่ได้เฉยเมยและเขามักจะชวนเย่เชียนให้กินข้าวและอาหารพื้นบ้าน ข้าวในไม้ไผ่รสชาติดีมากแต่เย่เชียนก็ระมัดระวังเพราะเขาสงสัยว่าอาจมีพิษหนอนบางชนิดอยู่ในนั้นหรือไม่และดูประหม่าเล็กน้อย
หว่านไห่ก็ดูเหมือนจะเห็นความกังวลของเย่เชียนแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรและหลังจากทานอาหารเสร็จหว่านไห่ก็ลุกขึ้นและพูดว่า “พวกเอ็งกินกันไปเถอะ..ฉันขอตัวก่อน” เมื่อพูดจบเขาก็เดินออกไป แทบจะทันทีเย่เชียนดูเหมือนจะเห็นการแสดงออกที่เศร้าโศกมากอยู่ในดวงตาของหว่านไห่และอดไม่ได้ที่จะแน่นิ่งไปครู่หนึ่งและใบหน้าของหลัวสุ่ยก็มืดมนลงเช่นกัน
หลังจากเฝ้าดูหว่านไห่ออกไปเย่เชียนก็ถามว่า “หลัวสุ่ยพ่อของเธอเป็นอะไรไปเหรอ? ..ดูเหมือนเขาจะมีอะไรอยู่ในใจเลย”
หลัวสุ่ยกัดริมฝีปากแน่นและพูดว่า “พ่อของฉันมักจะไปหาแม่ของฉันในเวลานี้ทุกๆ วันและพูดคุยกับเธอ..ถึงแม้ว่าแม่ของฉันจะไม่ได้ยินเขาก็ตาม”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ถอนหายใจเงียบๆ และคิดกับตัวเองว่า ‘ช่างน่าเศร้าจริงๆ’ ผ่านไปครู่หนึ่งเย่เชียนก็ไม่ถามอะไรอีกเลยแต่กลับพูดว่า “หลัวสุ่ยฉันอิ่มแล้วฉันขอตัวก่อนนะ..เดี๋ยวฉันกลับมา”
“อืม” ดูเหมือนหลัวสุ่ยจะอารมณ์ไม่ดีดังนั้นเธอจึงไม่รบกวนเย่เชียนและไปกับเขาเหมือนก่อนหน้านี้และเธอแค่บอกให้เย่เชียนระวังตัวแต่เย่เชียนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้และลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
ค่ำคืนนี้ ณ หมู่บ้านเมียวดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเพราะมันเงียบมากและเสียงของแมลงก็แทบไม่ได้ยินเลย มีดวงจันทร์สว่างไสวอยู่บนท้องฟ้าแต่ดูเหมือนว่าจะเรืองแสงเป็นสีแดงเล็กน้อย เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ตัวสั่นเทาและขมวดคิ้วแน่นและคิดว่าเขาจะเริ่มการสืบข้อมูลที่ไหนดี ตามคำพูดของหลัวสุ่ยดูเหมือนว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อฉินหยูอยู่ในหมู่บ้านเมียวแต่ดูเหมือนว่าหลัวสุ่ยจะไม่อยากพูดดังนั้นเย่เชียนจึงไม่อยากที่จะถามและต้องสำรวจและสืบค้นด้วยตัวเองแต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี
เย่เชียนเดินอยู่ในหมู่บ้านเมียวอย่างงุนงงและสับสนจนมาถึงรอบนอกของหมู่บ้านโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีบ้านไม้อยู่ตรงนั้นละมีลวดลายแปลกๆ ที่แกะสลักเอาไว้บนผนังไม้นอกบ้าน เย่เชียนไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรแต่ในขณะที่เขากำลังจะจากไปกลับได้ยินเสียงของการพูดคุยกันอยู่ภายในจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเพราะเสียงนั้นดูเหมือนจะเป็นจงฮุ่ยที่ใช้พิษหนอนไหมสีทองใส่เขา ซึ่งดูเหมือนว่าสถานที่นี้น่าจะเป็นบ้านของเขาดังนั้นเย่เชียนจึงค่อยๆ แนบหูที่กำแพงแล้วแอบฟัง
“พ่อครับผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น..ผมต้องแต่งงานกับหลัวสุ่ยให้ได้” เสียงที่หนักแน่นของจงฮุ่ยดังมาจากภายในบ้าน
ผ่านไปสักพักก็มีเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ แล้วพูดว่า “ฮุ่ยเอ๋อร์ลืมไปแล้วเหรอว่าเรายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำอีกมาก..ส่วนเรื่องนี้เราก็แค่ปล่อยไปก่อน..มันก็แค่เรื่องของผู้หญิงไม่ใช่หรือไงและมันคุ้มกันหรือเปล่าถ้าแกจะทำลายสิ่งที่สำคัญของเราเพื่อเธอ..เทพแม่หมอจะไม่ยกโทษให้เอ็งอย่างแน่นอน”
คิ้วของเย่เชียนก็ขมวดเข้าหากันและเขารู้สึกเป็นลางไม่ดีเพราะพวกเขาทั้งสองกำลังพูดภาษาจีนไม่ใช่ภาษาชาวเมียวไม่อย่างนั้นเย่เชียนจะไม่สามารถเข้าใจได้เลย
“แต่พ่อครับมันเกี่ยวอะไรกับเทพแม่หมอด้วยที่ผมจะแต่งงานกับหลัวสุ่ย?” จงฮุ่ยพูดด้วยความไม่พอใจ
“หุบปาก!..อย่าดูหมิ่นเทพแม่หมอ” จงโหล่วซานพูด “ฉันได้ตรวจสอบแล้วอย่างชัดเจนว่ามันมีคัมภีร์ศาสตร์ที่ทรงพลังที่สุดของเผ่าแม่มดของเราถูกซ่อนอยู่ในพื้นที่ต้องห้ามเพราะงั้นตราบใดที่เราได้มันมาให้เทพแม่หมอล่ะก็ตระกูลของเราจะมีสถานะที่สูงอย่างมาก..ปีนี้หว่านไห่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากตระกูลศิลปะการต่อสู้โบราณแต่นั่นจะทำให้หมู่บ้านเมียวของเราตกต่ำและถ้ามันยังดำเนินต่อไปแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วเผ่าแม่มดของเราจะถูกทำลายในมือของเขา”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วขณะเพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำจงโหลวซานถึงไม่เรียกตัวเองว่าชนเผ่าเมียวแต่เป็นชนเผ่าแม่มดแทน สิ่งนี้ทำให้เย่เชียนสงสัยอย่างมากและเขาก็เงยหน้าขึ้นเพื่อแอบมองเข้าไปข้างในแล้วเห็นชายชราในชุดคลุมสีดำนั่งอยู่ภายใต้แสงเทียนที่สลัวและมีผ้าคลุมสวมใบหน้าของเขา ดังนั้นเย่เชียนจึงมองเห็นได้ไม่ชัดแต่ดูเหมือนว่าเขาน่าจะเป็นพ่อของจงฮุ่ยผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ของหมู่บ้านเมียวจงโหลวซานใช่ไหม? เย่เชียนคิดอย่างลับๆ
เย่เชียนเคยเห็นพลังของหลัวสุ่ยมาก่อนดังนั้นเย่เชียนจึงไม่กล้าละเลยผู้อาวุโสผู้ลึกลับคนนี้ ดังนั้นเขาจึงปรับการหายใจและสมาธิของเขาเพื่อไม่ให้ใครสังเกตได้จากนั้นจึงตั้งใจฟังมากขึ้น
“พ่อครับสิ่งที่อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามนั้นคืออะไรและทำไมมันถึงลึกลับนักล่ะ?” จงฮุ่ยถาม “เป็นเวลาหลายปีแล้วนอกจากผู้เฒ่าและผู้อาวุโสของหมู่บ้านแล้วบุคคลภายนอกจะถูกห้ามไม่ให้เข้าไปที่นั่นเพื่อทำพิธีบูชายัญ”
“ในพื้นที่ต้องห้ามมีเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิบสององค์ของเผ่าแม่มดของเราซึ่งเรียกรวมกันว่าสิบสองบรรพบุรุษแห่งมนต์ดำ..เช่นเดียวกับเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ซือโหยวของเผ่าเมียวและสามผู้พิทักษ์อย่างเทพเต๋า,หยวนจื้อ,หลิงเป่า แต่สำหรับเผ่าแม่มดของเรามีผู้พิทักษ์ทั้งสิบสองได้แก่ เต๋อเจียง,ถิงโฉว,จูแมง,กงกง,จิวหลง,เทียนอู๋,เฉียงเหลียง,ซือจื้อ,จูหลง,เฉอปี่,โหวตู่และซวนหมิง..บรรพบุรุษทั้งสิบสองนี้สามารถพูดได้ว่าเป็นเหมือนเทพเจ้าสูงสุดแห่งเผ่าแม่มดของเราแล้วและท่านก็มีพลังอำนาจมากด้วย..ทั้งเคล็ดวิชาและคาถามนต์ดำต่างๆ และที่เราได้เรียนรู้จนทุกวันนี้ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ถูกทิ้งเอาไว้เท่านั้น..ฉันได้อ่านตำรานับไม่ถ้วนแล้วในที่สุดฉันก็รู้ว่ามีห้องลับอยู่ในพื้นที่ต้องห้ามซึ่งมีศาสตร์มนต์ดำที่ทรงพลังที่สุดของเผ่าแม่มดของเราและตราบใดที่ฉันได้ครอบครองมันล่ะก็ฉันจะสามารถยิ่งใหญ่ในโลกภายนอกได้..อย่างไรก็ตามตั้งแต่สมัยโบราณแล้วมีเพียงปรมาจารย์ระดับสูงเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในเขตต้องห้ามได้ตามความประสงค์และถึงแม้ว่าจะเป็นผู้เฒ่าหว่านก็ตามแต่เขาก็ต้องมีผู้ติดตามและผู้อาวุโสจำนวนมากเข้าไปด้วยและจะต้องเป็นช่วงพิธีกรรมการสังเวยเท่านั้น..ด้วยเหตุนี้ถึงแม้ว่าฉันจะรู้ว่าคัมภีร์ลับอยู่ที่นั่นแต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงในตอนนี้เพราะมันไม่มีทางที่จะนำมันออกมาได้เลย..ดังนั้นเราต้องยึดตำแหน่งผู้นำของหว่านไห่ก่อน” จงโหลวซานพูด “ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญเพราะงั้นแกต้องไม่ทำลายแผนการของฉัน”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะผงะเพราะดูเหมือนว่าจงโหลวซานคิดที่จะฆ่าหว่านไห่และต้องการก่อกบฏ สำหรับบรรพบุรุษทั้งสิบสองคนนั้นเย่เชียนเองก็เคยอ่านตำนานของชนเผ่าต่างๆ ของประเทศจีนด้วยและรู้บางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่นั่นก็เป็นเพียงตำนาน เพราะท้ายที่สุดแล้วเย่เชียนก็ไม่ได้จริงจังกับมันมากนักและแค่มองว่ามันเป็นความเชื่อของจงโหลวซานและคนอื่นๆ เท่านั้น
“พ่อครับพ่อเชื่อเรื่องทั้งหมดนี้จริงๆ งั้นเหรอ? ..บรรพบุรุษเผ่าแม่มดทั้งสิบสองอะไรกันหากพวกเขามีอยู่จริงๆ แล้วทำไมพวกเขาถึงไม่ปรากฏตัวออกมาล่ะ?” จงฮุ่ยเห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อและพูดว่า “พ่อครับผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น..ผมต้องได้แต่งงานกับหลัวสุ่ย..ผมไม่สนหรอกว่าพ่อมีแผนการอะไร..จะศาสตร์มนต์ดำหรือคัมภีร์อะไรนั่นผมไม่สนใจหรอก”
เมื่อได้ยินแบบนั้นจงโหลวซานก็โกรธอย่างมากและตบหน้าของจงฮุ่ยอย่างดุเดือดและตะโกนว่า “ไอ้ลูกสารเลวแกกล้าที่จะดูหมิ่นเทพแม่มดอย่างงั้นเหรอ? ..แกมันไอ้กบฏ”
“พ่อครับนี่มันยุคสมัยไหนแล้ว..พ่อออกไปดูสิว่าผู้คนเขาบูชาพระเจ้าเยซูและพุทธศาสนากันแต่สิ่งเหล่านี้ที่เผยแพร่ในเผ่าของเราเป็นเพียงของปลอมและมันไม่มีอยู่จริง” จงฮุ่ยพูด
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเพราะจงฮุ่ยคนนี้ตลกจริงๆ เขารู้ว่าพ่อของเขาเชื่อในเทพแม่มดและศาสตร์มนต์ดำแต่เขากลับบอกให้พ่อเชื่อในเรื่องศาสนาคริสต์และพุทธศาสนาต่อหน้าพ่อและเรื่องนี้มันก็น่าละอายใจอย่างมาก ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ไม่ดีถ้าจะดูหมิ่นความเชื่อของคนอื่น
ร่างกายของจงโหลวซานก็สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้และตบเขาอีกครั้งพร้อมกับพูดว่า “ไอ้ลูกสารเลวแกรู้หรือเปล่าว่าแกกำลังพูดอะไรอยู่? ..พวกเราชาวเมียวเชื่อในเทพแม่มดมาหลายชั่วอายุคนและมีผู้พิทักษ์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกเพราะงั้นพระเยซูกับพุทธศาสนาจะเปรียบเสมือนเทพแม่มดของเราได้ยังไง? ..อย่าคิดว่าแกจะมีความรู้มากมายหลังจากโตขึ้นมาได้มานาน..ในโลกใบนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่แกยังไม่รู้”
“พ่อครับผมไม่สนอะไรทั้งนั้นผมต้องการแค่หลัวสุ่ยเท่านั้น..ผมไม่สนใจเรื่องอื่นๆ ทั้งสิ้น..พลังและศาสตร์มนต์ดำอะไรมันไม่สำคัญสำหรับผมเลย” จงฮุ่ยพูดอย่างดื้อรั้นจนเย่เชียนที่แอบฟังถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งเพราะจากที่เขาเห็นในตอนกลางวันจงฮุ่ยคนนี้ไม่ควรจะโง่ขนาดนั้น เขาควรจะเป็นคนที่มีความทะนงตัวและเคร่งขรึมแต่การแสดงออกของเขาตอนนี้ดูดื้อรั้นและไร้เหตุผลอย่างมาก “พ่อครับ..ถ้าพ่อไม่เห็นด้วยผมจะบอกทุกคนว่ามันเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น” จงฮุ่ยพูด “อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะว่าพ่อไปเข้าร่วมกลุ่มหมอผีเพื่อช่วยพวกนั้นบุกเข้าไปในหมู่บ้าน..ถ้าผู้เฒ่าหว่านไห่รู้เรื่องนี้พ่อก็น่าจะรู้นะว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง..พ่อคงไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกแพร่กระจายออกไปหรอก”