ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1110 สู้จนตัวตาย
ตอนที่ 1110 สู้จนตัวตาย
………………..
จงโหลวซานก็ตกตะลึงเพราะเขาไม่ได้คาดคิดว่าความสามารถของเย่เชียนจะมาถึงระดับนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะการปะทะก่อนหน้านี้ทำให้เขาถึงกับถอยกลับไปสองสามก้าวเพื่อทำให้ร่างกายของเขามั่นคง แน่นอนว่ามียอดฝีมือมากมายในหมู่บ้านเมียวแต่ฐานการฝึกฝนของจงโหลวซานนั้นถือได้ว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลกศิลปะการต่อสู้โบราณในปัจจุบัน แต่ทว่าในความเห็นของจงโหลวซานนั้นเย่เชียนก็ยังคงดูอ่อนแอเมื่อเทียบกับลูกศิษย์ของเขา
ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะต้องการหลบหลีกคาถามนต์ดำของจงโหลวซานก็ตามแต่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของจงโหลวซานกลับไม่ได้อ่อนแอเลย แต่สิ่งที่ทำให้เย่เชียนรู้สึกประหลาดใจก็คือพลังของจงโหลวซานนั้นคล้ายกับของหลัวสุ่ยมาก เมื่อหมัดของเย่เชียนปะทะเข้ากับร่างของจงโหลวซานแล้วเย่เชียนรู้สึกว่ามีพลังงานบางอย่างต้านทานหมัดของเขาเอาไว้แต่ทว่าการโจมตีของจงโหลวซานกลับกลายเป็นว่ามันสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ซึ่งพลังงานมหาศาลนี้ทำให้เย่เชียนตกใจอย่างมาก
แน่นอนว่าเย่เชียนไม่คิดที่จะมาตายที่นี่และเขาต้องหลบหนีโดยเร็วที่สุดในขณะนี้เพราะถ้าเขายังอยู่ที่นี่บทสรุปเดียวของเขาก็คือความตาย นอกจากนี้เขาต้องไปบอกหว่านไห่เกี่ยวกับแผนการของจงโหลวซาน ไม่งั้นเกรงว่าหมู่บ้านเมียวเล็กๆแห่งนี้จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เลวร้ายอย่างแน่นอน
จงโหลวซานรู้ถึงความคิดของเย่เชียนอย่างชัดเจนและเขาก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า “แกหนีไปไหนไม่พ้นหรอก”
“หืม..ฉันไม่เคยคิดที่จะหนี..ถ้าแกมีความสามารถมากพอก็มาฆ่าฉันสิ” เย่เชียนลุกขึ้นอย่างช้าๆแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อทำสมาธิและปรับการไหลเวียนของเลือดภายในร่างกายเพื่อฟื้นฟู
“เดี๋ยวแกได้ตายแน่” จงโหลวซานพูด “อย่าคิดว่าสิ่งที่เรียกว่านักรบโบราณของพวกแกจะอยู่ยงคงกระพันในโลกใบนี้ล่ะ!..เพราะต่อหน้าพวกเราแล้วพวกแกมันก็แค่ถนนที่ให้พวกฉันเหยียบย่ำ..ว่าแต่แกเก่งพอที่จะรอดไปได้อย่างงั้นเหรอ?”
“พวกแกนี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ” เย่เชียนพูด “ฉันเกลียดคนทรยศที่สุด..แกในฐานะผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ของหมู่บ้านเมียวแต่แกกลับคิดที่จะฆ่าผู้นำของแก..นี่แกไม่กลัวว่าเทพแม่หมอของแกจะลงโทษพวกแกหรือไง?” เย่เชียนจงใจถ่วงเวลาและเหตุผลแรกก็คือเขาต้องการที่จะรักษาอาการบาดเจ็บภายในของเขาโดยเร็วที่สุด ส่วนเหตุผลที่สองเราจะรอว่าหลัวสุ่ยจะโผล่มาหรือเปล่าเพราะถ้าหลัวสุ่ยมาบางทีเธออาจจะทำให้จงโหลวซานกดดันก็เป็นได้ แต่เมื่อคิดๆดูแล้วถ้าหากหลัวสุ่ยมาเธออาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตก็ได้ดังนั้นเย่เชียนจึงต้องพึ่งพาตัวเองเพียงเท่านั้น
“หืม..หว่านไห่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลยตั้งแต่เขารับตำแหน่งผู้เฒ่าเพราะงั้นตำแหน่งนี้ควรจะถูกยกเลิกไปตั้งนานแล้ว” จงโหลวซานพูด “ถ้าฉันรับตำแหน่งผู้นำล่ะก็หมู่บ้านเมียวจะเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอนและยิ่งใหญ่ในโลกศิลปะการต่อสู้โบราณ..จากนั้นฉันจะทำลายสำนักถังและเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในตอนนี้..ฉันต้องการให้ทุกคนโลกศิลปะการต่อสู้โบราณก้มหน้าให้ฉัน!”
จงฮุ่ยที่ด้านข้างยิ้มอย่างดูถูกและดวงตาของเขาก็ฉายแววแปลกๆแต่เย่เชียนก็ไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรและเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะในแง่ของการกระทำนั้นจงโหลวซานทำให้เย่เชียนโกรธอย่างมาก เพราะนอกจากจงโหลวซานจะทำร้ายหลัวสุ่ยแล้วเขายังทำร้ายฉินหยูอีกด้วยดังนั้นเย่เชียนจึงไม่สามารถให้อภัยได้ แต่วันนี้เย่เชียนต้องออกจากที่นี่ให้ได้ไม่อย่างนั้นฉินหยูจะต้องทนทุกข์ทรมานกับพิษอย่างแน่นอน ซึ่งเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเพราะเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้นในหมู่บ้านเมียวแต่ฉินหยูกลับไม่บอกเขาเลย แต่เย่เชียนก็เข้าใจด้วยว่าเหตุผลที่ฉินหยูทำแบบนี้จะต้องเป็นเพราะเธอไม่ต้องการเขากังวลใจและยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่าฉินหยูจะไม่รู้ว่าเธอโดนหมอมนต์ดำหมอผีของจงโหลวซานทำร้าย
เมื่อได้ยินคำพูดของจงโหลวซานแล้วเย่เชียนก็สามารถเข้าใจสถานการณ์ได้เพราะเมื่อฉินหยูมาที่หมู่บ้านเมียวเพื่อสอนหนังสือนั้นเธอได้ดึงดูดความสนใจของจงโหลวซานแต่เป็นเพราะเธอนั้นรักเย่เชียนเพียงคนเดียวดังนั้นจึงปฏิเสธจงโหลวซาน แต่ทว่าจงโหลวซานไม่เต็มใจยอมรับและด้วยทัศนคติของจงโหลวซานที่คิดว่าถ้าเขาไม่ได้คนอื่นก็ต้องไม่ได้เช่นกันและนั่นทำให้เขาใช้ศาสตร์มนต์ดำกับฉินหยู จากนั้นหว่านไห่พ่อของหลัวสุ่ยก็ช่วยชีวิตของเธอโดยการทำพิธีกรรมแลกเปลี่ยนเลือดและส่งเธอออกมาจากหมู่บ้านเมียวอย่างปลอดภัยแต่สิ่งที่หว่านไห่ไม่คาดคิดก็คือภายในร่างกายของฉินหยูยังมีพิษของหมอผีหลงเหลืออยู่
อย่างไรก็ตามเย่เชียนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเพราะถ้าเป็นเพียงพิษของหมอผีนั้นหว่านไห่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้พิธีกรรมการแลกเปลี่ยนเลือดเพื่อช่วยชีวิตฉินหยูใช่ไหม? ในฐานะปรมาจารย์และจอมขมังเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ของหมู่บ้านเมียวแล้วเขาควรจะมีวิธีกำจัดพิษดังกล่าวไม่ใช่เหรอ? แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะคิดมากเพราะเย่เชียนต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ฉันล่ะสงสารผู้คนในหมู่บ้านเมียวจริงๆ..อันที่จริงด้วยความสามารถของแกแล้วแกก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะทำให้ชีวิตของแกดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องทำแบบนี้เลย..แต่ถ้าแกฆ่าหว่านไห่ล่ะก็แกไม่รู้เลยว่าจะมีกี่คนที่ต่อต้านแกและเมื่อถึงเวลานั้นเผ่าเมียวของแกจะต้องนองเลือดและสูญเสียพี่น้องชาวเมียวไม่มากก็น้อย..ส่วนสิ่งที่แกเรียกว่าอุดมคติมันก็เป็นเพียงข้ออ้างที่ฟังดูสูงส่งสำหรับแกเท่านั้น” เย่เชียนพูดอย่างเย้ยหยัน
จงโหลวซานอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านและรู้สึกว่าคำพูดของเย่เชียนดูเหมือนจะมีความจริงบางอย่างและเขาก็สับสนเล็กน้อยอยู่พักหนึ่งแต่แล้วจิตใจของเขาก็ปั่นป่วน จากนั้นไม่นานจงโหลวซานก็พูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “จองหอง!..คำพูดของแกมันสวยหรูจริงๆฉันเกือบจะสับสนเพราะคำพูดของแกแล้ว..ตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้วเพราะผู้ยิ่งใหญ่จะต้องเสียสละอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะงั้นด้วยการเสียสละของคนกลุ่มเล็กๆเพื่อประโยชน์ของคนหมู่มากมันก็คุ้มค่า!”
หลังจากหยุดไปชั่วขณะจงโหลวซานก็พูดต่อ “แกเองก็ดูอนาคตไกลเพราะดูจากฝีมือของแกแล้วทั้งๆที่อายุยังน้อยแต่ฝีมือของแกกลับไม่เลวเลย..ถ้าแกเต็มใจรับใช้ฉันล่ะก็ฉันจะช่วยให้แกแข็งแกร่งขึ้นและฉันจะส่งต่อศาสตร์แห่งเทพแม่หมอให้กับแกเอง..จากนั้นแกก็ติดตามฉันเพื่อพิชิตทั้งโลกในภายภาคหน้า!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “แกยังคิดว่านี่เป็นยุคสมัยสังคมศักดินาอยู่งั้นเหรอ?..แกจะพิชิตโลกอะไรเพราะนี่มันศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้ว..นี่เราอยู่ในยุคที่เครื่องบินรบและปืนใหญ่บินไปทั่วท้องฟ้าเพราะงั้นไม่ว่าแกจะเก่งแค่ไหนแกก็ไม่สามารถสู้มิสไซล์และปืนได้หรอก..ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าวิธีการฝึกฝนเผ่าหมอผีของพวกแกว่าแตกต่างจากนักรบโบราณอย่างพวกเรายังไงก็เถอะ..แต่มันต้องมีข้อดีแตกต่างกันไปอยู่แล้ว..ใช่ที่ว่าแกเก่งและเอาชนะฉันได้แต่แก่ไม่สามารถทำให้ฉันยอมจำนนได้หรอก..นั่นมันเป็นแค่ความฝันของคนโง่..อีกอย่างฉันรับประกันได้เลยว่าถ้าฉันเย่เชียนคนนี้ตายที่นี่ในวันนี้ล่ะก็ภายในสิบวันหมู่บ้านเมียวทั้งหมดของแกจะถูกทำลายจนสิ้นซาก!”
“ในเมื่อมีโอกาสแล้วแต่แกไม่รับมันเอาไว้ก็อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” จงโหลวซานพูดอย่างไม่สบอารมณ์
หลังจากยื้อเวลามาเป็นเวลานานอาการบาดเจ็บภายในของเย่เชียนก็ดีขึ้นและในเวลานี้เมื่อเขาเห็นจงโหลวซานพุ่งเข้ามาเขาก็ไม่กล้าที่จะประมาทเลยแม้แต่น้อยและรีบระเบิดพลังในร่างกายของเขาด้วยความรุนแรงและพลังปราณก็พลุ่งพล่านไปทั่วทั้งตัวของเย่เชียนอย่างรวดเร็ว พลังในตันเถียนของเย่เชียนก็หมุนวนอย่างต่อเนื่องและจากการแนะนำของชายนิรนามนั้นทำให้เย่เชียนสามารถควบคุมพลังได้ดีกว่าเดิมอย่างมาก ในตอนนี้ร่างกายของเย่เชียนเต็มไปด้วยพลังปราณจนเสื้อผ้าของเขาปลิวโดยไม่มีลมจนเย่เชียนรู้สึกได้ถึงพลังอันทรงพลังในร่างกายของเขา จากนั้นเย่เชียนก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศและใช้กระแทกลงมาอย่างรุนแรง
จงโหลวซานอดไม่ได้ที่จะผงะเพราะเขาไม่ได้คาดคิดว่าเย่เชียนจะไม่เพียงแค่ไม่ได้รับบาดเจ็บหลังจากการถูกเขาโจมตีแต่เย่เชียนกลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมจนจงโหลวซานอดไม่ได้ที่จะแอบสงสัยว่าเย่เชียนซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้ แต่ทว่าเขาจะกลัวพลังของเย่เชียนได้อย่างไร? เมื่อคิดแบบนั้นจงโหลวซานก็ใช้หมัดรับการโจมตีของเย่เชียนทันที
อย่างไรก็ตามฉากต่อมาน่าประหลาดใจอย่างมากเพราะเย่เชียนกลับกระโดดหลบขึ้นไปกลางอากาศอีกครั้งและการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ก็เป็นเพียงการเคลื่อนไหวหลอกๆเท่านั้น เย่เชียนนั้นไม่คิดที่จะปะทะกับจงโหลวซานตรงๆดังนั้นจงโหลวซานจึงอดไม่ได้ที่จะผงะแล้วสูดลมหายใจเข้าด้วยความโกรธและไล่ตามเย่เชียนไปอย่างรวดเร็ว
อันที่จริงเย่เชียนรู้ดีว่าหมัดของจงโหลวซานเพิ่งจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาได้แล้วและต่อให้มีพลังปราณจำนวนมากแต่เวลาโดยรวมก็ยังสั้นและไม่มีทางรักษาอาการบาดเจ็บให้หายขาดได้ ซึ่งแน่นอนว่าพลังปราณมหาศาลที่สร้างขึ้นในตอนนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเบี่ยงเบนความสนใจของจงโหลวซานเพื่อที่เขาจะได้ใช้โอกาสนี้หลบหนีไป อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ดีเพราะความเร็วของจงโหลวซานนั้นรวดเร็วมาก ซึ่งเย่เชียนก็รู้ว่าครั้งนี้เขาต้องเดิมพันกับไหวพริบและการเคลื่อนไหวเท่านั้น
ในเวลานี้เย่เชียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพราะเนื่องจากเขาหนีไม่พ้นดังนั้นเขาต้องสู้จนตัวตายไม่อยากนั้นเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างแน่นอน เมื่อเห็นเย่เชียนหยุดจงโหลวซานก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “วิ่งหนีไปสิ..ทำไมแกถึงไม่วิ่งต่อล่ะ..หึ..ก็ถ้าแกสามารถหนีไปจากเงื้อมมือของฉันได้ล่ะนะ”
เย่เชียนก็ยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ถ้างั้นผมก็อยากรู้ว่าคุณจะเก่งสักแค่ไหน” เย่เชียนไม่ลังเลอีกต่อไปและทันใดนั้นขาทั้งสองข้างก็แยกออกจากกันและพลังปราณในร่างกายก็เริ่มหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่ง “เปิดประตูด่านที่หนึ่ง..เปิดประตูด่านที่สอง..เปิดประตูด่านที่สาม..เปิดประตูด่านที่สี!” จากนั้นพลังในตัวของเย่เชียนก็ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งและพลังปราณก็ดูเหมือนจะล้อมรอบร่างกายของเย่เชียนเอาไว้จนเสื้อผ้าของเขาหมุนไปตามกระแสอย่างบ้าคลั่งและดูน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก
.