ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1122 ความเห็นต่างของพ่อกับลูก
ตอนที่ 1122 ความเห็นต่างของพ่อกับลูก
………………..
สิ่งที่เลวร้ายที่สุดเกี่ยวกับตระกูลคือการที่ไม่มีผู้สืบทอดและไม่ว่ารุ่นก่อนจะมีความสามารถและยิ่งใหญ่มากแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีผู้สืบทอดล่ะก็ทั้งตระกูลจะต้องตกต่ำและสูญหายไปในหน้าประวัติศาสตร์ ทุกวันนี้มีสำนักและตระกูลใหญ่ๆที่มีอำนาจในโลกศิลปะการต่อสู้โบราณหลงเหลืออยู่เท่าไหร่กัน? แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะลูกหลานรุ่นใหม่ไม่มีความสามารถเหมือนบรรพบุรุษรุ่นดก่อนๆและนั่นก็ทำให้พวกเขาตกต่ำลง
สำหรับถังจิงหนานแล้วไม่ต้องสงสัยเลยเพราะนี่เป็นปัญหาที่สำคัญมากเพราะบรรดาลูกหลานของตระกูลถังในปัจจุบันไม่มีใครที่มีพรสวรรค์เลยและตอนนี้สิ่งนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้วเพราะบรรดาลูกหลานของตระกูลถังนั้นไม่มีใครตรงกับความคาดหวังของถังจิงหนานเลยสักคน
อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องนี้เพราะก่อนที่เขาจะรู้ตัวรถก็ได้เข้าไปในหมู่บ้านเมียวแล้วและหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของหว่านไห่ จากนั้นถังจิงหนานก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วเดินเข้าไปในบ้านของหว่านไห่และเมื่อเขาไปถึงประตูถังจิงหนานก็หยุดเดินและเหลือบมองไปที่ถังยู่เซิงแต่ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งถังยู่เซิงก็เข้าใจและรีบเคาะประตูพร้อมกับพูดว่า “ถังจิงหนานแห่งสำนักถังมาที่นี่เพื่อขอพบท่านผู้เฒ่าหว่านไห่”
สักพักประตูก็เปิดออกแล้วเห็นหว่านไห่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เห็นได้ชัดว่าร่างกายของเขายังไม่หายดีและเมื่อเขาเห็นร่างของถังจิงหนานปรากฏขึ้นที่ประตูหว่านไห่ก็ขมวดคิ้ว จากนั้นลูกน้องของหว่านไห่ที่มาเปิดประตูก็เดินไปที่ด้านข้างของหว่านไห่โดยไม่พูดอะไรและหว่านไห่ก็เหลือบมองเขาพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย เมื่อเห็นแบบนั้นลูกน้องของหว่านไห่ก็หันหลังแล้วเดินจากไป
“เชิญนั่งลงก่อน” หว่านไห่ชี้ไปที่เก้าอี้แล้วพูด
ถังจิงหนานก็เดินไปที่เก้าอี้และนั่งลง เมื่อถังยู่เซิงกำลังจะนั่งลงข้างๆถังจิงหนานก็เหลือบมองเขาจนเขาตัวสั่นไปครู่หนึ่งและรีบลุกขึ้นยืนอีกครั้งและยืนอยู่ข้างหลังเขาอย่างเชื่อฟัง
“อ่ะๆ…” หว่านไห่ไอสองครั้งและรีบเอามือปิดหน้าอกเพราะเขาช่วยเย่เชียนโดยพิธีกรรมการแลกเปลี่ยนเลือดในคืนนั้นจึงทำให้เขาสูญเสียแรงกายไปมากและเขาก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ในตอนนี้ร่างกายของหว่านไห่อ่อนแอมากจนถังจิงหนานดูเหมือนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไปและเขาก็ขมวดคิ้วแต่ไม่ได้พูดอะไร
“ลมอะไรหอบท่านเจ้าสำนักแห่งสำนักถังมาที่นี่กัน?” หว่านไห่พูด
“คุณหว่านก็น่าจะรู้ดี” ถังจิงหนานพูด “ฉันมาที่นี่ในวันนี้ก็แค่อยากจะถามคุณว่าก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้น”
“เรื่องการสู่ขอลูกสาวของผมใช่มั้ย?” หว่านไห่พูด “ครั้งก่อนผมก็พูดไปอย่างชัดเจนแล้วว่าการแต่งงานดังกล่าวนั้นจะขึ้นอยู่กับเธอเอง..ถึงแม้ว่าผมจะเป็นพ่อของเธอแต่ผมก็ไม่อยากจะบังคับลูกสาว” เมื่อพูดถึงหลัวสุ่ยคิ้วของหว่านไห่ก็ขมวดเข้าหากันเพราะหลังจากเย่เชียนออกไปจากหมู่บ้านเมียวเขาก็ได้ส่งคนไปสืบข้อมูลอย่างลับๆแต่ก็ไม่มีอะไรเลย เขาไม่รู้ว่าจงโหลวซานกับจงฮุ่ยซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ใครบอกว่าหว่านไห่จะไม่เสียใจเพราะภรรยาของเขาตายไปแล้วและถ้าหากหลัวสุ่ยลูกสาวเพียงคนเดียวของภรรยาของเขาเป็นอะไรไปเขาก็คงจะทำใจยอมรับไม่ได้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะกังวลมากและเขาก็รู้ด้วยว่าเรื่องนี้ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปเพราะถ้าเขารีบร้อนก็จะมีแต่ทางตันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ฉันคิดว่าคุณหว่านก็น่าจะรู้ดีว่าสำนักถังของฉันนั้นเป็นยังไง..ถึงแม้ว่าจะพูดไม่ได้ว่ามีมิตรภาพที่ดีต่อกันแต่ก็ไม่ถือว่าเป็นศัตรูต่อกัน..พอฉันรู้ว่ายู่เซิงตกหลุมรักลูกสาวของคุณฉันยังคัดค้านอย่างหนักแต่เพื่อความสุขของลูกหลานแล้วฉันก็ต้องยอมทำ..ดังนั้นฉันก็เลยส่งตัวแทนมาพร้อมกับของขวัญมากมายเพื่อสู่ขอลูกสาวของคุณแต่ถ้าหากคุณหว่านไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นอะไรเพราะนี่มันเรื่องของคนหนุ่มสาว..แต่การกระทำบางอย่างของคุณหว่านดูเหมือนจะไม่สมเหตุสมผลไปหน่อยนะ” ถังจิงหนานพูด
“อย่างงั้นเหรอ?” หว่านไห่พูดเบาๆ “ผมคิดว่าอาจารย์ถังก็น่าจะรู้นะว่าที่หลานชายของคุณได้รับบาดเจ็บนั้นเกิดจากคนอื่นที่ไม่ใช่ผม..ถึงแม้ว่าเรื่องมันจะเกิดขึ้นในหมู่บ้านเมียวก็ตามและแน่นอนว่าผมเองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบเล็กน้อยแต่ถ้าอาจารย์ถังพูดอย่างนี้มันก็เกินไปหน่อยนะ”
“ฉันรู้แล้วว่าเย่เชียนเป็นคนทำ..เดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องนี้ในภายหลัง” ถังจิงหนานพูด “ฉันแค่คิดว่าสำนักถังต้องทำสิ่งที่ถูกต้องเพราะดูเหมือนว่าคุณจะดูถูกสำนักถังของเราอยู่ตลอดเวลาซึ่งทำให้สำนักถังและตระกูลถังต้องเสียหน้า..ที่ฉันมาที่นี่ในวันนี้ก็แค่จะมาเตือนและพูดคุยกับคุณหว่านเท่านั้น”
หว่านไห่ก็ยิ้มเบาๆและพูดว่า “ผมคิดว่าอาจารย์ถังคงจะไม่เข้าใจความจริงข้อนี้สินะ..คุณไม่รู้เหรอว่าสำนักถังดูถูกเหยียดหยามหมู่บ้านเมียวของผมมากน้อยแค่ไหน..ผมเคยได้ยินมาเสมอว่าอาจารย์ถังมีอำนาจมากมายและมันก็จริงอย่างที่คนเขาว่ากัน..เรื่องที่เกิดขึ้นมันก็ไม่ได้เกิดจากผมเพราะคนของคุณเริ่มที่จะกดขี่ข่มเหงพวกเราก่อนเพราะงั้นอาจารย์ถังจะทำยังไงกับเรื่องนี้ล่ะ?”
คิ้วของถังจิงหนานก็ขมวดเข้าหากันและใบหน้าของเขาก็ค่อยๆบูดบึ้งเพราะอันที่จริงเขารู้ว่าถังเฉียงเป็นคนก่อเรื่องนี้และไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเมียวได้ อย่างไรก็ตามสำหรับถังจิงหนานแล้วศักดิ์ศรีและเกียรติของสำนักถังก็สำคัญกว่าดังนั้นถ้าหากเขาไม่สามารถกู้คืนศักดิ์ศรีได้ล่ะก็เขาจะยืนอยู่บนแม่น้ำและทะเลสาบทั่วโลกศิลปะการต่อสู้โบราณในอนาคตอย่างไร?
ข่าวการเข้ามาเยือนของถังจิงหนานในหมู่บ้านเมียวไม่สามารถปกปิดจงโหลวซานได้เพราะชายชราผู้มีความทะเยอทะยานคนนี้กำลังนั่งอยู่ในห้องของเขาในเวลานี้ด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาบนใบหน้าของเขา หลังจากสองวันของการล่าถอยและพักฟื้นของเขานั้นอาการบาดเจ็บของเขาก็ได้หายไปแล้ว คืนนั้นเมื่อเขาต่อสู้กับเย่เชียนเขาบาดเจ็บสาหัสมากแต่โชคดีที่ร่างกายของเขาแข็งแกร่งไม่อย่างนั้นเขาอาจจะบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ อย่างไรก็ตามอาการบาดเจ็บของเขาก็ไม่ได้เบาและพลังการต่อสู้ของเย่เชียนก็ทำให้เขาตกใจมาก
“พ่อ..พ่อเอาหลัวสุ่ยไปซ่อนที่ไหน?” ในขณะที่จงโหลวซานกำลังคิดอย่างเคร่ดเครียดจู่ๆประตูก็ถูกผลักเปิดออกทันทีและจงฮุ่ยก็เข้ามาด้วยความโกรธและถาม
จงโหลวซานก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “แกมารบกวนฉันเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้น่ะเหรอ?” เขาจ้องไปที่จงฮุ่ย และพูดต่อ “ฉันจะส่งเธอไปให้ท่านหมอผีมนต์ดำผู้ยิ่งใหญ่ซวนหมิง”
“ทำไมพ่อถึงส่งตัวเธอไปให้หมอผีมนต์ดำซวนหมิงล่ะ?..ผมเป็นคนจับตัวเธอมาเพราะงั้นพ่อก็ควรที่จะบอกผมก่อน..พ่อล้ำเส้นเกินไปแล้ว” จงฮุ่ยพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
“ล้ำเส้นงั้นเหรอ?..แล้วแกรู้จักความเคารพบ้างมั้ย?..ฉันจะต้องบอกแกก่อนที่ฉันจะทำอะไรด้วยอย่างงั้นเหรอ?..นี่ฉันเป็นพ่อของแกนะ!” จงโหลวซานพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “แกรู้มั้ยว่าหว่านไห่ส่งคนไปสืบหาตำแหน่งของหลัวสุ่ยแล้วเพราะแกดันทำเรื่องผิดพลาดแบบนี้แกก็ไปกระตุ้นความสงสัยของหว่านไห่เข้าให้แล้ว..แกรู้หรือเปล่าว่าผลกระทบครั้งนี้ร้ายแรงมากและส่งผลเสียต่อแผนการของเรามากแค่ไหน?..ถ้าคนอื่นรู้ว่าเราเป็นคนจับตัวหลัวสุ่ยมาล่ะก็แกรู้มั้ยว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง?”
“เราก็แค่เอาตัวหลัวสุ่ยไปซ่อนเอาไว้ที่อื่นแต่ทำไมพ่อถึงส่งตัวเธอไปให้หมอผีมนต์ดำผู้ยิ่งใหญ่ซวนหมิง?” จงฮุ่ยพูดและยังคงไม่พอใจอย่างมาก
“ส่งไปที่นั่นจะปลอดภัยที่สุดเพราะหมู่บ้านเมียวของเราไม่ได้ใหญ่โตอะไรเพราะงั้นแกจะซ่อนยังไงถึงไม่ให้ถูกคนอื่นพบล่ะ?..นอกจากนี้หมอผีมนต์ดำผู้ยิ่งใหญ่ซวนหมิงก็จะไม่ทำร้ายเธอและหลังจากที่หว่านไห่ถูกกำจัดแล้วหลัวสุ่ยก็จะเป็นของแก..เพราะงั้นแกจะกังวลไปทำไม?” จงโหลวซานอดไม่ได้ที่จะพูดราวกับว่าเขาขมขื่นและสิ้นหวังเพราะความไม่เอาไหนของลูกชายคนนี้ แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกชายของเขาได้ลงมือทำอะไรไปกี่อย่างแล้ว?
เจตนาฆ่าและจิตสังหารก็แวบเข้ามาในดวงตาของจงฮุ่ยและมันก็หายไปอย่างรวดเร็วและไม่พูดอะไรอีก เมื่อเห็นแบบนั้นจงโหลวซานก็ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ว่าแต่เป็นยังไงบ้างล่ะ..พวกเขาเตรียมตัวกันถึงไหนแล้วและหมอผีมนต์ดำผู้ยิ่งใหญ่ซวนหมิงมีแผนการยังไง? ”
“ทุกอย่างพร้อมแล้ว..หมอผีมนต์ดำผู้ยิ่งใหญ่ซวนหมิงจะร่วมมือกับเรา” จงฮุ่ยพูด
“เราต้องรีบลงมือโดยเร็วที่สุดเพราะยิ่งนานไปเราก็ยิ่งเสียผลประโยชน์..ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของหลัวสุ่ยจะปลุกความสงสัยของหว่านไห่..ที่เห็นเขาอยู่เฉยๆแบบนี้มันยิ่งอันตรายมากกว่าเดิมอีก” จงโหลวซานพูด “แกต้องรับผิดชอบในการติดต่อหมอผีมนต์ดำผู้ยิ่งใหญ่ซวนหมิงและมารายงานให้กับฉัน”
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูจนจงโหลวซานกับจงฮุ่ยถึงกับตกใจและมองหน้ากันจากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากห้องและจงฮุ่ยก็เปิดประตูแล้วเห็นคนยืนอยู่ที่ประตู เขาคือลูกน้องคนสนิทของหว่านไห่นั่นเอง
ชายหนุ่มคำนับและพูดว่า “ท่านผู้อาวุโสจง!”
จงโหลวซานอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและร่องรอยของความสงสัยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาและถามว่า “มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?”
“ถังจิงหนานเจ้าสำนักแห่งสำนักถังมาเยือนหมู่บ้านเมียวของเราเพราะงั้นท่านผู้เฒ่าหว่านจึงเชิญท่านไปที่นั่นด้วย” ชายหนุ่มพูด
จงโหลวซานถึงกับผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเพราะมันเป็นโอกาสที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าสำนักแห่งสำนักถังจะมาที่นี่ด้วยตัวเองและนี่มันก็จะประโยชน์ต่อเขาอย่างมาก “ตกลงฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้แหละ” จงโหลวซานพูด
ชายหนุ่มกล่าวคำอำลาและหันหลังกลับเดินออกไป จากนั้นจงโหลวซานก็หันไปมองจงฮุ่ยและฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “นี่เป็นโอกาสที่ครั้งเดียวในชีวิตที่ถังจิงหนานมาเพื่อเตือนหว่านไห่ด้วยตัวเอง..เพราะงั้นเราจะใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้..ส่วนแกไปเตรียมพร้อมและไปบอกหมอผีมนต์ดำผู้ยิ่งใหญ่ซวนหมิงว่าวันนี้เป็นเวลาที่ดีในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้และหลังจากวันนี้ฉันจงโหลวซานจะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของหมู่บ้านเมียว!”
จงฮุ่ยแอบเยาะเย้ยและคิดในใจว่า ‘ยังไม่ถึงเวลาที่พ่อจะนั่งในตำแหน่งนี้..พ่อประมาทเกินไปแล้ว’ อย่างไรก็ตามจงฮุ่ยจะไม่พูดแบบนี้ออกมาอย่างแน่นอนและพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อตอบตกลง