ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1123 จู่โจม
ตอนที่ 1123 จู่โจม
………………..
เมื่อคนเราหยิ่งผยองมากเกินไปก็มักจะถูกความโลภกลืนกินจนคิดว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือของเขาแต่กลับไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังตกเป็นเบี้ยของคนอื่น
จงโหลวซานเป็นแบบนั้นและในความเห็นของเขาปัญหาระหว่างถังจิงหนานกับหว่านไห่นั้นเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตของเขาและตราบใดที่เขาใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งระหว่างทั้งสองได้ล่ะก็เขาเชื่อว่าการยึดอำนาจของเขาจะง่ายดายกว่ามาก แต่เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งต่างๆถูกจงฮุ่ยวางแผนเอาไว้หมดแล้ว
จงโหลวซานรีบไปที่บ้านของหว่านไห่ทันทีและเห็นหว่านไห่กับถังจิงหนานนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นพร้อมกับเหล่าผู้อาวุโส เมื่อเห็นแบบนั้นจงโหลวซานก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างแอบแฝงแล้วเดินเข้าไปข้างใน
“อืม” หว่านไห่พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันจะแนะนำให้คุณรู้จักนี่คืออาจารย์ถังจิงหนานเจ้าสำนักแห่งสำนักถัง..ส่วนนี่คือผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ของหมู่บ้านเมียวของเราจงโหลวซาน”
“สวัสดีอาจารย์ถัง” จงโหลวซานทักทายอย่างสุภาพเช่นกันแต่ถังจิงหนานตอบกลับเพียง “อืม” ซึ่งทำให้ใบหน้าของจงโหลวซานเปลี่ยนไปและเขารู้สึกโกรธเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้จริงจังเพราะเขาคิดว่าวันนี้จุดประสงค์ไม่ใช่การกำจัดถังจิงหนานดังนั้นเขาจึงต้องระงับอารมณ์เอาไว้ชั่วคราว
“ผู้เฒ่าหว่านนี่คุณพยายามจะกดดันฉันด้วยจำนวนคนที่มากกว่างั้นเหรอ?” ถังจิงหนานพูดอย่างเย็นชา
“ท่านเจ้าสำนักได้โปรดอย่าขุ่นเคืองกันเลย..ผมไม่รู้ว่าผู้เฒ่าหว่านของเราไปทำให้คุณขุ่นเคืองใจเรื่องอะไร?” จงโหลวซานพูด
“คุณไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเหรอ?..ตระกูลถังของฉันเป็นตระกูลใหญ่ในเสฉวนเพราะงั้นถึงแม้ว่าพวกคุณจะไม่เห็นด้วยในเรื่องที่พวกเรามาที่หมู่บ้านเมียวเพื่อสู่ขอแต่งงานก็ตามแต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหยามเกียรติศักดิ์ศรีของพวกเรา..เพราะงั้นถ้าหากฉันไม่มาทวงความยุติธรรมและคำอธิบายดีๆจากพวกคุณล่ะก็ฉันจะมีที่ยืนในอนาคตได้ยังไง”
“คุณปู่เราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมายหรอกเพราะพวกเขาผิด..พวกเรามาอย่างสันติแต่คนในหมู่บ้านเมียวกลับหยิ่งผยองและทำให้สำนักถังของเราเสียหน้าเสียศักดิ์ศรี” ในที่สุดถังยู่เซิงก็พูดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อนึกถึงหลัวสุ่ยแล้วถังยู่เซิงก็รู้สึกอึดอัดมากและเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อหว่านไห่เพราะถ้าหากหว่านไห่ยอมตกลงตั้งแต่แรกเขาก็จะได้แต่งงานกับหลัวสุ่ยไปแล้วใช่ไหม?
เมื่อได้ยินแบบนั้นถังจิงหนานก็หันกลับมาและจ้องไปที่ถังยู่เซิงและสูดลมหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “เอ็งไม่รู้จักมารยาทเลยรึไง?”
ถังยู่เซิงก็ตัวสั่นอยู่พักหนึ่งและถึงแม้ว่าเขาจะไม่โกรธแต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
จงโหลวซานผงะไปครู่หนึ่งและพูดว่า “ผมรู้เรื่องนี้เพียงเล็กน้อยและพูดตามตรงผมเองก็มีความคิดเห็นบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้เสมอ..การที่ผู้นำของหมู่บ้านเมียวของเราไปทำให้สำนักถังเสื่อมเสียเกียรติแบบนี้ก็เหมือนกับกำลังยั่วยุให้เกิดการต่อสู้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
หว่านไห่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและถอนหายใจอย่างเย็นชาแต่เขาไม่ได้พูดอะไร ส่วนถังจิงหนานก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าจงโหลวซ่านจะพูดแบบนี้ อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้พูดอะไรและรู้สึกถึงความขัดแย้งภายในของหมู่บ้านเมียวแห่งนี้และอดไม่ได้ที่จะไปนั่งอยู่บนภูเขาและมองดูเสือต่อสู้กัน
“ท่านผู้เฒ่าหว่านในเมื่อคุณเป็นผู้นำของหมู่บ้านเมียวของเราแล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้?..ทุกคนรู้ดีว่าไม่เพียงแต่ท่านไม่ใช่แค่ไม่ทำประโยชน์ให้แก่หมู่บ้านเมียวของเราเท่านั้นแต่ท่านยังละเมิดกฎของเราหลายข้ออีกด้วย..ครั้งสุดท้ายที่คุณช่วยฉินหยูด้วยการใช้พิธีกรรมแลกเปลี่ยนเลือดนั่นก็อาจจะอ้างได้ว่าเธอมีส่วนช่วยทำประโยชน์ในหมู่บ้านเมียวของเราซึ่งนั่นก็พอจะเข้าใจได้แต่การที่คุณทำพิธีกรรมการแลกเปลี่ยนเลือดกับเย่เชียนนั่นก็อีกเรื่อง..กฎของหมู่บ้านเมียวอยู่ในสายตาของคุณหรือเปล่า? “จงโหลวซานพูดต่อ “ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วหมู่บ้านเมียวของเราจำพังทลายเพราะคุณ!”
หว่านไห่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “แล้วคุณจะเอายังไง?”
“หืม” หว่านไห่ถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “คุณอยากได้ตำแหน่งผู้เฒ่าสูงสุดงั้นเหรอ?..คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความก็ได้..แค่พูดออกมาตรงๆแค่คำเดียว..คุณจะเอายังไง?..แค่บอกฉันมาว่าหลัวสุ่ยอยู่ที่ไหนก็พอ”
“ท่านผู้เฒ่าหว่านพูดแบบนี้ได้ยังไง..ฉันกำลังตระหนักถึงอนาคตของหมู่บ้านเมียวไม่ใช่เพื่อตัวเอง” จงโหลวซานพูด “นอกจากนี้ ทำไมคุณถึงถามเรื่องลูกสาวของคุณกับผมล่ะ?..ลูกสาวของคุณอาจจะหนีไปกับเด็กคนนั้นก็ได้”
“ไอ้สารเลว!” “หุบปาก!” หว่านไห่และถังยู่เซิงพูดเกือบพร้อมกันและทั้งสองก็คนอดไม่ได้ที่จะจ้องตากัน “ตาแก่แกทำอะไรหลัวสุ่ยกัน!” ถังยู่เซิงพูดด้วยความโกรธ
จงโหลวซานขมวดคิ้วและถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “รู้จักมารยาทบ้าง” จากนั้นเขาก็มองไปที่ถังจิงหนานและพูดว่า “อาจารย์ถังคำพูดของเขาดูเหมือนจะรุนแรงไปหน่อยนะ”
ถังจิงหนานก็ยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “เด็กๆสมัยนี้ทำอะไรไม่รู้จักคิดเพราะงั้นฉันหวังว่าผู้อาวุโสจงจะไม่ขุ่นเคืองเขา” ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนขอโทษแต่การแสดงออกของเขาชัดเจนว่าไม่มีการขอโทษใดๆและถังจิงหนานก็เป็นคนแบบนั้น เพราะเขาสามารถแข็งข้อกับหว่านไห่ได้และอย่างน้อยๆสถานะของหว่านไห่ก็คือผู้นำสูงสุดแต่จงโหลวซานนั้นแตกต่างออกไป ดังนั้นในสายตาของถังจิงหนานแล้วคนทรยศอย่างจงโหลวซานไม่คู่ควรกับความเคารพดังนั้นถังจิงหนานจึงไม่ลดศักดิ์ศรีกับเขาแต่อย่างใด
จงโหลวซานเห็นได้ชัดว่าถังจิงหนานคิดอะไรอยู่ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขาจึงไม่ต้องการพูดอะไรอีกและสูดลมหายใจอย่างเย็นชาแล้วหันไปหาหว่านไห่และพูดว่า “หว่านไห่..วันนี้คุณต้องลงจากตำแหน่งของคุณในฐานะผู้เฒ่าสูงสุด..คนอย่างคุณไม่คู่ควรที่จะเป็นผู้เฒ่าสูงสุดแห่งหมู่บ้านเมียวเลย..คุณควรจะรู้ดีว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไงถ้าคุณไม่ลงจากตำแหน่ง!”
เห็นได้ชัดว่าประโยคหลังเป็นภัยคุกคามต่อหว่านไห่และเขารู้ว่าถ้าหากเขาไม่ลงจากตำแหน่งผู้นำล่ะก็เขาจะตกอยู่ในอันตรายแต่หว่านไห่ก็รู้ดีว่าตำแหน่งนี้จะต้องตกไปเป็นของจงโหลวซานอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามหากเขาไม่ลงจากตำแหน่งสิ่งต่างๆก็อาจจะเลวร้ายอย่างมาก
หากเป็นปกติหว่านไห่ก็สามารถรับมือกับจงโหลวซานได้อย่างง่ายดายและอาจจะชนะแต่เนื่องจากการใช้พิธีกรรมการแลกเปลี่ยนเลือดกับเย่เชียนแล้วร่างกายของเขาก็ยังไม่ฟื้นตัวดีจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะชนะจงโหลวซานได้
“ถ้าหมู่บ้านเมียวถูกส่งมอบให้กับแกแล้วล่ะก็ผู้คนในหมู่บ้านเมียวจะต้องทนทุกข์ทรมานมาก!” เย่เชียนเดินเข้ามาจากด้านนอกและเหลือบมองทุกคนและเมื่อเขาเห็นถังจิงหนานเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและสงสัยว่าทำไมถังจิงหนานถึงมาอยู่ที่นี่ เพราะเขาพูดอย่างชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อครั้งที่แล้ว
อย่างไรก็ตามเขาไม่มีเวลาคิดมากเกินไปในเวลานี้และเมื่อมองไปที่จงโหลวซานเย่เชียนก็พูดอย่างเย็นชาว่า “จงโหลวซานแกกำลังคิดอะไรอยู่..ทุกคนรู้หมดแล้วว่าแกกำลังสมรู้ร่วมคิดกับหมอผีมนต์ดำซวนหมิง..แกคิดที่จะใช้ข้อแก้ตัวที่ฟังดูดีเหล่านั้นเพื่อยึดตำแหน่งผู้เฒ่าสูงสุดของหมู่บ้านเมียวงั้นเหรอ?”
เมื่อพวกเขาได้ยินชื่อของซวนหมิงก็ไม่มีใครสังเกตเห็นหว่านไห่ที่กำลังขมวดคิ้วแน่นและไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองถังจิงหนานแล้วพูดว่า “คุณปู่คราวที่แล้วผมเล่าความจริงให้ปู่ฟังแล้วและผู้เฒ่าหว่านก็ไม่ได้เริ่มก่อนแต่เป็นยู่เซิงต่างหากที่เริ่มก่อน..ทำแบบนี้มันจะไม่ไร้เหตุผลไปหน่อยเหรอ?”
ถังจิงหนานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและถอนหายใจอย่างเย็นชาแต่ไม่ได้พูด ส่วนถังยู่เซิงก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปและตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “เย่เชียนแกเป็นใคร..นี่แกกำลังดูถูกคุณปู่อย่างชัดเจน..แกไม่มีสิทธิ์มาพูดอะไรแบบนี้..ฉันบอกแกไปแล้วใช่มั้ยว่าฉันจะเอาคืนแกสิบเท่าที่แกทำกับฉัน!” เมื่อเสียงนั้นจบลงถังยู่เซิงก็ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวและมองไปที่เย่เชียนอย่างดุเดือด
คราวนี้เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดอย่างมากเพราะไม่มีใครคิดว่าถังยู่เซิงจะโจมตีอย่างกะทันหันแบบนี้ อย่างไรก็ตามการแสดงออกของถังจิงหนานก็แปลกประหลาดอย่างมากเพราะเขาไม่มีทาทีว่าจะหยุดหรือห้ามทั้งสองเลยซึ่งทำให้เย่เชียนสับสนเล็กน้อย จากนั้นเย่เชียนก็พูดว่า “เรื่องของเราค่อยมาคุยกันในภายหลังและถ้านายอยากแก้แค้นฉันล่ะก็เอาไว้ว่ากันหลังจากนี้ก็แล้วกัน” จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองจงโหลวซานและพูดว่า “หลัวสุ่ยอยู่ที่ไหน?”
จงโหลวซานพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “หืม..ดูเหมือนว่าแกอยากจะเข้ามายุ่งไม่เข้าเรื่องสินะ..คราวที่แล้วแกหนีไปได้เพราะโชคช่วยแต่คราวนี้แกไม่ได้โชคดีแบบนั้นหรอก” จากนั้นเขาก็หันไปมองหว่านไปแล้วพูดว่า “หว่านไห่แกเลือกแบบนี้เองเพราะงั้น ก็อย่ามาโทษฉันที่โหดร้ายก็แล้วกัน!..เข้ามา!” ทันทีที่เสียงจบลงคนกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาและนั่นคือคนที่จงโหลวซานเตรียมเอาไว้
เย่เชียนชำเลืองมองคนเหล่านั้นอย่างเย็นชาและยิ้มอย่างดูถูกแล้วพูดว่า “ฉันเกลียดคนแบบแกที่สุด..ถ้าแกต้องการที่จะทรยศหรือก่อกบฏ แกก็ไม่จำเป็นต้องแก้ตัวอะไรมากมายหรอก..ไหนๆแกก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้วเพราะงั้นบอกฉันทีว่าหลัวสุ่ยอยู่ที่ไหน?..ไม่งั้นฉันจะฆ่าแก” ไม่นานนักรอยยิ้มบนใบหน้าของเย่เชียนก็จางหายไปและเจตนาฆ่าที่ทรงพลังก็ปรากฏขึ้นและไม่เพียงเพราะหลัวสุ่ยหายตัวไปแต่ยังเป็นเพราะอาการเจ็บปวดของฉินหยูอีกด้วย เย่เชียนรู้ว่าฉินหยูฝันร้ายทุกคืนและเกือบตายเพราะจงโหลวซานมาแล้วและยังมีคาถามนต์ดำของหมอผีอยู่ในตัวของเธออีก ดังนั้นเย่เชียนจะทนได้อย่างไร?
หว่านไห่ดูไม่ประหม่าเหมือนก่อนหน้านี้และสีหน้าของเขาก็ดูผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเย่เชียนกลับมา