ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1134 กลับมาที่เมืองซีจิง
ตอนที่ 1134 กลับมาที่เมืองซีจิง
………………..
หลังจากได้ยินคำพูดของเย่เชียนแล้วหว่านไห่ซึ่งกำลังเหนื่อยมากจู่ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปคว้าไหล่ของเย่เชียนและพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “สิ่งที่เอ็งพูดคือจริงเหรอ? ..เอ็งรู้จักเด็กที่ชื่อเยว่เหอตูจริงๆ ใช่มั้ย?”
เย่เชียนรู้สึกเจ็บที่ไหล่อย่างชัดเจนเพราะมือของหว่านไห่ดูเหมือนจะเจาะเข้าไปในเนื้อของเขาจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น อย่างไรก็ตามเย่เชียนสามารถเข้าใจความรู้สึกของหว่านไห่ได้ในขณะนี้ดังนั้นเขาจึงไม่โทษหว่านไห่ จากนั้นไม่นานหว่านไห่ก็ตระหนักได้ว่าเขาตื่นเต้นเกินไปเขาจึงยิ้มอย่างขอโทษและปล่อยไหล่เย่เชียน
“ตอนที่ผมอยู่ที่มหาวิทยาลัยซีจิงผมได้พบกับเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อเยว่เหอตูและก็ยังอยู่ในหอพักเดียวกันกับผมด้วย..แต่ผมไม่รู้ว่าเขาคือคนเดียวกับที่ซวนหมิงพูดหรือเปล่า” เย่เชียนพูด
“ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ถึงยังไงฉันต้องไปหาเขาให้ได้..เย่เชียนเอ็งช่วยพาฉันไปที่นั่นที..ฉันอยากเจอเขา!” หว่านไห่ตื่นเต้นมากอย่างเห็นได้ชัด
“เอ่อ..ผู้เฒ่าหว่านอย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลย..มันยังเร็วเกินไปที่จะไปตอนนี้” เย่เชียนพูด “คุณยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกมากมายอีกอย่างคุณต้องหาคำอธิบายดีๆ เพราะคุณกับเขาไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนเลย..เดี๋ยวผมจะโทรไปหาเขาและบอกว่าจะไปหาในอีกสองสามวันก็แล้วกัน”
หว่านไห่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล เพราะเขาไม่รู้ว่าจะใช้เวลากี่วันในการไปเยือนเมืองซีจิงในครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นหมู่บ้านเมียวเพิ่งประสบกับสงครามและยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องจัดการ ดังนั้นถ้าเขาจากไปตอนนี้หมู่บ้านเมียวก็จะวุ่นวายอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงมองเย่เชียนด้วยสีหน้าที่สิ้นหวังและความหมายก็ชัดเจน เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการให้เย่เชียนโทรไปหาเยว่เหอตูตอนนี้
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดเบอร์โทรศัพท์ของเยว่เหอตู “คุณอย่าเพิ่งพูดอะไรนะตอนที่เขารับสายเพราะเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนนัก..ผมเกรงว่ามันจะไม่เป็นผลดี” เย่เชียนบอกหว่านไหแล้วพยักหน้าอย่างเร่งรีบและมองเย่เชียนด้วยความคาดหวัง
“เอ่อ..ฉันว่างแค่แปปเดียวน่ะ” เย่เชียนพูด “ยังไงก็เถอะ…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบเยว่เหอตูก็ขัดจังหวะโดยพูดว่า “ลูกพี่พวกเราคิดถึงลูกพี่มากเพราะงั้นเมื่อไหร่ลูกพี่จะกลับมาหาพวกเราบ้าง..ช่วงนี้มีพวกแมลงวันเดินตามพี่สะใภ้อยู่บ่อยๆ ..แต่ลูกพี่ไม่ต้องกังวลไปเพราะพวกเราคอยจัดการไล่พวกแมลงวันพวกนั้นให้ประจำ..ลูกพี่ครับแต่พี่สะใภ้ดูไม่ค่อยดีเลยเพราะตั้งแต่ลูกพี่ไม่อยู่เธอก็ซูบผอมลงมาก”
เสียงของเยว่เหอตูค่อนข้างดังจนฉินหยูที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ยินแต่เธอไม่ได้พูดอะไร ส่วนเย่เชียนก็ยิ้มอย่างเขินอายแล้วพูดว่า “เหอตูฉันอาจจะไปที่นั่นอีกสองสามวันหลังจากนี้นะ..บอกฟู่เซิงกับนายน้อยหยุนด้วยว่าห้ามไปไหนเพราะถ้าอีกสองสามวันฉันไม่เจอหน้าพวกนายล่ะก็พวกนายโดนดีแน่”
“พวกเราจะไม่ไปไหนทั้งนั้นครับลูกพี่” เยว่เหอตูพูดอย่างเร่งรีบ “พวกเราจะรอลูกพี่อยู่ที่นี่..อีกอย่างลูกพี่จะต้องประหลาดใจแน่นอนเมื่อกลับมาเพราะธุรกิจของเราพัฒนาไปมากเลยในตอนนี้”
เมื่อได้ยินคำพูดที่มั่นใจและมีความสุขของเยว่เหอตูแล้วเย่เชียนก็รู้สึกมีความสุขและหลังจากนั้นเขาก็พูดว่า “เอาล่ะ..แค่นี้ก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวฉันจะโทรหานายเมื่อฉันไปถึงมหาวิทยาลัยซีจิง” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็วางสายไปและเหลือบมองที่หว่านไห่แล้วพูดว่า “พวกเขาจะรอเราอยู่ที่นั่น..พวกเขาไม่ไปไหนแน่นอนเพราะงั้นไม่ต้องกังวล”
“ถึงยังไงเราก็ต้องรีบไป” หว่านไห่พูด “เอาล่ะเดี๋ยวฉันจะรีบไปจัดการเรื่องของหมู่บ้านแล้วพรุ่งนี้เช้าเราจะไปที่เมืองซีจิงกัน”
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้และเหลือบมองไปที่ฉินหยูแล้วเดินออกไป ขณะที่เดินเย่เชียนก็พูดว่า “หยูเอ๋อร์พรุ่งนี้เราจะไปเฉิงตูด้วยกันจากนั้นคุณก็ค่อยขับรถกลับเหอหนานก็แล้วกัน..ส่วนผมจะไปเมืองซีจิงกับผู้เฒ่าหว่านนะตกลงมั้ย?”
“คงจะไม่ใช่แค่พาผู้เฒ่าหว่านไปตามหาลูกชายของเขาใช่มั้ยล่ะ? ..ใครคือพี่สะใภ้ที่คนในโทรศัพท์พูดเมื่อกี้นี้?” ฉินหยูมองเย่เชียนด้วยความโกรธและพูด
เย่เชียนก็ยิ้มแหยงๆ แล้วพูดว่า “เอ่อ..เธอชื่อหลี่ซื่อ..คือว่า..ผมรู้ว่าผมมันเจ้าชู้เพราะงั้นผมขอโทษพวกคุณจริงๆ ..ถ้าคุณไม่ชอบผมจะแก้ไขมันให้ชัดเจนเอง”
“เธอหมายความว่าไง? ..เธอมองฉันเป็นคนแบบไหนเนี่ย” ฉินหยูมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นฉันแค่อยากจะบอกว่าตอนนี้เธอมีพวกเราอยู่แล้ว..เธอต้องตั้งสติหน่อยเพราะเธอมีทั้งน้องสาวโรวโร่ว,เค่อเอ๋อร์,หยาเอ๋อร์เพราะงั้นเธอจะทำให้ทุกคนผิดหวังเอานะ..ไม่มีผู้หญิงคนไหนใจกว้างขนาดนั้นหรอก”
“ผมรู้..ผมขอโทษ..เมื่อไหร่ที่ผมทำหน้าที่เสร็จผมจะอยู่กับพวกคุณและจะไม่ไปไหนอีก” เย่เชียนพูดอย่างขอโทษ
“ทำไมเธอถึงไม่เข้าใจ..ฉันไม่ได้โทษเธอเพราะฉันรู้ว่าผู้ชายควรมีหน้าที่เป็นของตัวเองและในฐานะผู้หญิงของเธอพวกเราทุกคนก็จะสนับสนุนเธอ..ฉันแค่อยากให้เธอตั้งสติให้มากๆ เพราะพูดตามตรงเธอเป็นหนี้ผู้หญิงหลายๆ คนตลอดหลายปีที่ผ่านมา..ฉันไม่อยากให้เธอทำให้ใครเสียใจ..ยิ่งไปกว่านั้นโรวโร่วจะเป็นคนที่เสียใจมากที่สุด” ฉินหยูพูด
เย่เชียนพยักหน้าอย่างหนักหน่วงและพูดว่า “ผมรู้อยู่แก่ใจว่าผมเป็นหนี้พวกคุณมากเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและไม่ว่าจะเป็นโรวโร่ว..คุณ..หยาเอ๋อร์หรือหูวเค่อก็ตาม”
“เอาเถอะ..ฉันก็แค่ล้อเล่นนิดหน่อยน่ะ..ฉันไม่อยากเห็นใบหน้าที่ไม่มีความสุขของเธอ” ฉินหยูกลอกตาไปมาและพูดว่า “จำเอาไว้นะว่าไปหาพวกเธอด้วยถ้ามีเวลา”
เย่เชียนยิ้มอย่างเขินอายแต่ไม่ได้พูด
“หลี่ซือเธอเป็นอะไร?” เพื่อนร่วมห้องของหลี่ซือรู้สึกแปลกใจกับพฤติกรรมแปลกๆ เธอและถามด้วยความประหลาดใจ
หลี่ซือยิ้มอย่างมีความสุขและพูดว่า “อีกไม่กี่วันเขาจะกลับมาแล้ว..ฉันอยากจะแสดงความสวยที่สุดของฉันให้เขาได้เห็น..ฉันอยากแต่งตัวสวยๆ เพราะงั้นมาช่วยฉันเลือกหน่อยสิ..ฉันไม่รู้ว่ามันจะสวยมั้ย..ได้หรือเปล่า?”
เพื่อนร่วมห้องต่างก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และพวกเธอก็ไม่รู้ว่าหลี่ซือหมายถึงใครแต่เธอก็คาดเดาว่าเขาต้องเป็นผู้ชายที่ดีมากแน่ๆ?ไม่อย่างนั้นหลี่ซือคงจะไม่เป็นอย่างนี้อย่างแน่นอน เพราะถ้าพวกเธอสวยและเพียบพร้อมอย่างหลี่ซือล่ะก็เธอจะไม่รอผู้ชายอย่างโง่เขลาแบบนี้และพวกเธอก็คิดว่าหลี่ซือนั้นโง่ไปหน่อยแต่ท้ายที่สุดแล้วเธอก็เป็นเพื่อนร่วมห้องของหลี่ซือและสนิทกันมาก ดังนั้นพวกเธอจึงช่วยหลี่ซือเลือกเสื้อผ้าอย่างระมัดระวัง
พวกเขาได้พักผ่อนเพียงคืนเดียวและเช้าวันรุ่งขึ้นหว่านไห่,เย่เชียน,ฉินหยูก็เดินทางไปที่เมืองซีจิงทันที ส่วนหว่านไห่ก็ไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้วที่เขาเอาแต่คิดถึงลูกชายของเขา แต่หลังจากรอมานานเขาก็คิดว่าลูกชายของเขาคงตายแล้วและเขาพยายามอย่างหนักเพื่อให้เขาลืมมันไปแต่ความตั้งใจนั้นก็ถูกระงับเอาไว้เพราะเขาจะลืมลูกแท้ๆ เขาง่ายดายแบบนั้นได้อย่างไร?
เมื่อซวนหมิงกำลังจะสิ้นลมหายใจซวนหมิงก็บอกว่าลูกชายของเขายังไม่ตายและนั่นทำให้หว่านไห่ตื่นเต้นอย่างมากแต่เขาก็มีความกังวลอยู่บ้างเพราะประเทศจีนนั้นกว้างใหญ่มากและการตามหาคนก็ไม่ง่านและเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี แต่ตอนนี้จู่ๆ เย่เชียนก็บอกว่ารู้จักชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อเยว่เหอตูและตามคำอธิบายของเย่เชียนแล้วเยว่เหอตูคนนั้นก็อายุใกล้เคียงกับลูกชายของเขามาก ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะไม่ทำให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร?ทั้งคืนเขาพลิกตัวพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงและนอนไม่หลับเพราะแต่คิดว่าจะทำยังไงเมื่อเขาพบลูกชายตัวเอง
เมื่อเห็นอาการของหว่านไห่แล้วเย่เชียนก็คาดเดาอย่างคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นและเขาก็ถอนหายใจเงียบๆ และไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะหัวใจของพ่อแม่ในโลกใบนี้ก็เหมือนกันทุกๆ คน
ระหว่างทางหว่านไห่ไม่ได้พูดอะไรและท่าทางของเขาก็เคร่งขรึมแล้วขมวดคิ้วและไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แน่นอนว่าเย่เชียนกับฉินหยูก็ไม่ได้รบกวนเขาเช่นกันและกระซิบคุยกันเบาๆ
เย่เชียนนั้นต้องการไปหาจินเหว่ยห่าวแต่เวลานั้นกระชั้นชิดเกินไปดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ได้โทรไปบอกจินเหว่ยห่าวก่อน ยิ่งไปกว่านั้นเย่เชียนยังเห็นว่าจินเหว่ยห่าวสนใจในตัวถังยู่ซินลูกพี่ลูกน้องของเขามากดังนั้นเย่เชียนจึงตั้งใจจะให้พวกเขามีโอกาสสนิทสนมกันมากขึ้น
ยังไม่สายเกินไปที่จะกลับมาหลังจากที่เขาจัดการเรื่องต่างๆ ได้แล้วและนอกจากนี้เย่เชียนยังมีอะไรที่ต้องจัดการอยู่ เย่เชียนนั้นอยากรู้ว่าถังจิงหนานจะจัดการเรื่องต่างๆ อย่างไรและจินเหว่ยห่าวกับถังยู่ซินจะพัฒนากันไปถึงไหนด้วย
หลังจากมาถึงสนามบินเย่เชียนก็ไปที่แผนกต้อนรับเพื่อสอบถามเกี่ยวกับไฟลท์บิน ซึ่งไฟลท์ที่บินไปเมืองซานย่านั้นออกตอนบ่ายโมงตรงแต่ไฟลท์ที่บินไปยังเมืองซีจิงจะต้องรอจนถึงตอนเย็น ดังนั้นหลังจากซื้อตั๋วแล้วเย่เชียนกับฉินหยูก็เดินกลับมาและอธิบายเรื่องนี้ หลังจากได้ยินเรื่องนั้นหว่านไห่ก็กังวลมากและทำอะไรไม่ถูกดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่รอและพยักหน้าอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดแล้วพาฉินหยูออกไปนั่งไม่ไกลจากตรงนั้นเพราะเขาไม่ต้องการรบกวนหว่านไห่ในเวลานี้ เพราะหว่านไห่มีเรื่องที่ต้องคิดหลายอย่างดังนั้นเย่เชียนจึงอยากให้เวลาหว่านไห่ได้คิด
ตอนเที่ยงเย่เชียนกับฉินหยูก็ซื้ออาหารกลางวันมาแต่หว่านไห่ไม่ได้กินมันเลย เห็นได้ชัดว่าเขากินไม่ลงแต่เย่เชียนก็ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นในตอนบ่ายฉินหยูก็ขึ้นเครื่องบินไปที่เมืองซานย่าและหลังจากที่เย่เชียนส่งฉินหยูขึ้นเครื่องแล้วเย่เชียนก็ไปนั่งลงข้างๆ หว่านไห่แล้วเหลือบมองเขาพร้อมกับถอนหายใจเงียบๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร