ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1133 สถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศ
ตอนที่ 1133 สถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศ
………………..
ฉินหยูก็กรีดร้องเป็นครั้งคราวในห้องลับและเมื่อได้ยินแบบนั้นหัวใจของเย่เชียนก็รู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกมีดบาด เขารู้ดีว่าร่างกายของฉินหยูเจ็บปวดแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะอยู่ในอาการโคม่าแต่สมองของเขาก็รับรู้ได้และหว่านไห่ก็ยังอธิบายเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าคาถามนต์ดำร้ายแรงมากและแม้แต่พิษอันทรงพลังของหนอนไหมสีทองก็ยากที่จะกำจัดได้
เย่เชียนดูกระวนกระวายอย่างมากและเขาก็เป็นเหมือนมดบนหม้อไฟและเดินไปเดินมาแต่สิ่งที่ทำได้คือรอเท่านั้นเพราะเขารู้ว่าเวลานี้เป็นช่วงเวลาวิกฤติและเขาก็ไม่อยากรบกวนหว่านไห่เพราะมันมีแต่จะทำร้ายฉินหยูเท่านั้นและเป็นไปได้มากที่หว่านไห่จะได้รับอันตรายเช่นกัน
ในขณะนั้นจู่ๆ โทรศัพท์มือถือของเย่เชียนก็ดังขึ้นจนอดไม่ได้ที่จะตกใจ จากนั้นเขาก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วรับสายเพราะเขากลัวจริงๆ ว่าเสียงโทรศัพท์มือถือในตอนนี้จะขัดขวางการทำงานของหว่านไห่จนเย่เชียนไม่เห็นว่าใครโทรมาและหลังจากรับสายแล้วเขาก็พูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “โทรมาทำไม..มีอะไรก็รีบๆ พูดมาซะ!”
หลี่เหว่ยที่โทรมาก็ถึงกับผงะไปครู่หนึ่งและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดว่าเย่เชียนจะโกรธขนาดนี้แต่หลี่เหว่ยก็ไม่ได้คิดมากเพราะเขารู้จักเย่เชียนดีและรู้ดีว่าเย่เชียนเป็นคนแบบไหน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเย่เชียนต้องทำบางอย่างที่สำคัญมากในเวลานี้อยู่และหลี่เหว่ยก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เอ่อบอส..ผมขอโทษที่โทรมาขัดจังหวะอันแสนสุขของบอส”
เมื่อได้ยินเสียงของหลี่เหว่ยแล้วน้ำเสียงของเย่เชียนก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้วกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “บ้าไปแล้ว..นี่นายคิดเรื่องอื่นเป็นนอกจากเรื่องแบบนี้มั้ย? ..เอาเถอะว่ามามันเกิดอะไรขึ้น..ถ้าไม่มีอะไรฉันจะวางสายแล้ว” เย่เชียนรู้จักหลี่เหว่ยดีเพราะถ้าหากเย่เชียนไม่พูดอย่างชัดเจนหลี่เหว่ยก็จะไร้สาระไปเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าจะเข้าประเด็นหลักเมื่อไหร่
หลี่เหว่ยก็หยุดพูดเล่นและพูดอย่างจริงจังว่า “บอสดูข่าวของวันนี้หรือยัง?”
“ไม่..ในหมู่บ้านเมียวไม่มีทีวี..ว่าไงมันมีข่าวอะไร?” เย่เชียนพูดต่อ “มันเกิดอะไรขึ้น?”
“โถ่ไอ้บ้านี่..ฉันไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้นหรอกนะ..ทำไมนายมีปัญหาอะไรกับสาวๆ ชาวเกาหลีอย่างงั้นเหรอ?” เย่เชียนถาม
“ข่าวรายงานว่าเมื่อเร็วๆ นี้พวกชาวประมงชาวจีนออกไปจับปลาในเขตน่านน้ำทะเลเหลืองและถูกเรือของกองทัพเกาหลียิงตอร์ปิโดใส่ถึงสองลูก..แต่เมื่อทางรัฐบาลจีนของเราตอบโต้พวกรัฐบาลเกาหลีแล้วพวกมันก็ไปขอการสนับสนุนจากนานาชาติและยังเรียกร้องให้ประเทศตะวันออกคัดค้านประเทศจีนด้วย” หลี่เหว่ยพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “พวกมันชักจะเกินไปแล้ว..ยิ่งไปกว่านั้นพวกตาแก่เบื้องบนยังไม่ทำอะไรเลย..ยังดีนะมันเป็นแค่เรือประมงแต่ถ้าเป็นเรื่องของกองทัพมันจะเป็นยังไง”
“ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพวกเขาแต่พวกเขาต้องมีเหตุผลที่ทำแบบนั้นอย่างแน่นอน” เย่เชียนพูด
“ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีของเกาหลีเดินทางไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อขอความช่วยเหลือและบอกว่าจะสนับสนุนอธิปไตยของพวกเขา..แต่ว่าทางสหรัฐอเมริกาบอกว่าพวกเขาจะเป็นกลาง..เรื่องนี้มันตลกมาก” หลี่เหว่ยพูดอย่างภาคภูมิใจ
“แน่นอนว่าพวกสหรัฐอเมริกามันไม่ได้เป็นกลางอย่างที่บอกหรอกและสาเหตุที่ทำแบบนั้นพวกมันก็แค่ไม่อยากให้เรื่องนี้คลี่คลายโดยเร็วที่สุดและยืดเยื้อออกไปอย่างไม่มีกำหนด..ดังนั้นเรื่องนี้จะเป็นปัญหาระยะยาวระหว่างประเทศอย่างมาก” เย่เชียนพูด
“ยังไงก็เถอะบอส..ยังมีอีกเรื่อง” หลี่เหว่ยพูดต่อ “อีกอย่างชาวประมงตามเขตน่านน้ำของเรายังถูกจับกันไปแทบจะทุกเขต..บอส!..ผมว่าเราควรทำอะไรสักอย่างนะผมไม่ชอบคนพวกนี้มานานแล้ว”
“บ้านเมืองมีกฎหมายเสมอ..อีกอย่างพวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรได้หรอกในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี” เย่เชียนพูด หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “เรื่องนี้ปล่อยไปก่อน..ตอนนี้ฉันอยู่ในหมู่บ้านเมียวและยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ..เพราะงั้นเมื่อไหร่เรื่องของที่นี่จบลงแล้วเราค่อยมาคุยกัน..ช่วงนี้นายดูแลกองทัพเรือไอร่อนบลัดไปก่อนแล้วคอยดูแลความปลอดภัยของเขตน่านน้ำต่อไป..จำเอาไว้ว่าอย่าทำอะไรที่มันบ้าระห่ำเกินไปล่ะ”
“รับทราบครับบอส!” หลี่เหว่ยพูดแล้วหัวเราะและหลังจากหยุดไปชั่วขณะหลี่เหว่ยก็พูดต่อ “ยังไงก็ตามเราควรจะเพิ่มกำลังรบของเราด้วย..ผมคิดว่าเราควรหาเรือรบเพิ่มอีกสองสามลำโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือบรรทุกเครื่องบินรบ!”
“ไอ้บ้านี่..ขนาดประเทศจีนเองยังไม่มีเรือบรรทุกเครื่องบินรบเลยแต่นายจะให้ฉันหาเรือบรรทุกเครื่องบินรบมาใช้เนี่ยนะ..นายล้อฉันเล่นงั้นเหรอ?” เย่เชียนตะคอกหลี่เหว่ยและพูดว่า “หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว..ถ้าไม่มีอะไรฉันจะวางสายแล้วนะ..เอาล่ะหลังจากจัดการเรื่องนี้แล้วฉันจะไปที่ฐานทัพเรือไอร่อนบลัดและพูดคุยอย่างช้าๆ”
หลี่เหว่ยฉีกยิ้มและวางสายเพราะเขารู้จักเย่เชียนเป็นอย่างดีและตราบใดที่เย่เชียนรู้เรื่องนี้เขาก็จะไม่ยอมปล่อยผ่านอย่างแน่นอน สำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินรบนั้นเย่เชียนไม่ใช่คนโง่ดังนั้นในความเห็นของหลี่เหว่ยเย่เชียนจะต้องจัดหาเรือบรรทุกเครื่องบินรบมาจากต่างประเทศให้ได้อย่างแน่นอน
หลังจากวางสายไปเย่เชียนก็หน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ใช่วัยรุ่นที่อารมณ์ร้อนแต่เขามีสัญชาตญาณและความรักชาติที่แข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ชีวิตในฐานะชาวประมงแต่เขาก็เคยได้ยินเรื่องนี้ในหนังสือพิมพ์และแหล่งข่าวอื่นๆ เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมง อันที่จริงชีวิตของชาวประมงนั้นค่อนข้างยากลำบากและเย่เชียนก็รู้สึกว่าเขามีเหตุผลที่จะแสวงหาความยุติธรรมสำหรับพวกเขา เพราะถ้าหากพวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะตกปลาในประเทศของตัวเองได้ล่ะก็ในอนาคตพวกเขาจะอยู่รอดได้อย่างไร?
ใบหน้าของเย่เชียนเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างเย็นชา เพราะถ้าหากรัฐบาลทำอะไรไม่ได้ล่ะก็เขาจะต้องทำในสิ่งที่เขาสามารถทำได้และตราบใดที่เขาคิดว่ามันถูกต้องเขาก็ควรทำโดยไม่ลังเล ดังนั้นเย่เชียนจึงโทรไปหาคลูลอฟส์อังเดรแล้วถามเขาเพื่อช่วยหาเรือรบเพิ่มอีกสองสามลำ แน่นอนว่าคลูลอฟส์อังเดรก็ตกลงโดยไม่ลังเลและถึงแม้ว่าขั้นตอนต่างๆ มันจะยากแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากการกวาดล้างองค์กรใต้ดินของประเทศญี่ปุ่นก็ทำให้มาเฟียคลูลอฟส์ขยายอำนาจอย่างมากและตอนนี้อาณาเขตอำนาจของตระกูลคลูลอฟส์ในประเทศรัสเซียก็เติบโตและพัฒนาอย่างต่อเรื่อง
หลังจากพูดคุยกันสักพักคลูลอฟส์อังเดรก็ได้เชิญเย่เชียนให้ไปที่ประเทศรัสเซียอีกครั้งเมื่อเขาว่าง ซึ่งเย่เชียนก็ไม่ได้ปฏิเสธและตกลงแล้ววางสาย แน่นอนว่าเย่เชียนจะไปประเทศรัสเซียในไม่ช้าก็เร็วแต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาเลย
“โถ่ตาแก่” เย่เชียนตะคอกและพูดถึงความต้องการของเขาต่อไป
ถึงแม้ว่าหูวหนานเจียนจะพยายามเกลี้ยกล่อมเย่เชียนไม่ให้หุนหันพลันแล่นแต่เย่เชียนก็ได้ยินอย่างชัดเจนว่าหูวหนานเจียนไม่ได้โต้แย้งอะไรและหูวหนานเจียนก็ต้องการใช้เย่เชียนทำภารกิจอีกครั้ง แน่นอนว่าเย่เชียนไม่ได้พูดอะไรมากเพราะถึงแม้ว่าหูวหนานเจียนจะไม่สนับสนุนถึงยังไงเขาก็จะทำมันอยู่ดี นอกจากนี้เย่เชียนยังต้องการใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อพิสูจน์สิ่งหนึ่งกับเบื้องบนอย่างคนแบบหูวหนานเจียน ซึ่งนั่นก็คือความแข็งแกร่งในปัจจุบันขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าและรัฐบาลก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ตามที่ต้องการอีกต่อไป
หลังจากวางสายไปเย่เชียนก็ไม่ได้คิดอะไรอีกเลยเพราะถึงจะคิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว จากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความโกรธในใจแล้วเขาหันไปมองที่ประตูห้องลับ จากด้านนอกเย่เชียนได้ยินเสียงร้องอันเจ็บปวดของฉินหยูและมันก็ค่อยๆ หยุดลงและเย่เชียนก็ยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นไปอีกและไม่รู้ว่าหว่านไห่จะทำสำเร็จหรือเปล่า
ผ่านไปครู่หนึ่งประตูห้องลับก็ถูกเปิดออกและหว่านไห่ก็เดินออกมาอย่างช้าๆ ใบหน้าของหว่านไห่ซีดจนเย่เชียนต้องรีบเข้าไปพยุงเขาและถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ผู้เฒ่าหว่านเป็นอะไรหรือเปล่า?”
หว่านไห่ส่ายหัวและพูดว่า “ไม่เป็นไรแล้ว..คาถามนต์ดำถูกกำจัดออกไปแล้ว”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะดีใจและพูดด้วยความจริงใจว่า “ขอบคุณครับผู้เฒ่าหว่าน”
หว่านไห่ไม่พูดแต่พยักหน้าเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะเหนื่อยมากและเขาก็ไม่มีแรงที่จะพูดเลย จากนั้นเย่เชียนก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องลับและเห็นว่าฉินหยูกำลังลุกขึ้นยืนแต่เธอดูเหนื่อยเล็กน้อย ดูเหมือนว่าฉินหยูจะกินยาไปเป็นจำนวนมากหลังจากที่ถอนคาถามนต์ดำออก ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะทนต่อความเจ็บปวดนั้น ดังนั้นเย่เชียนจึงรีบให้กำลังใจเธออย่างมีความสุขแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นไรแล้วนะ”
ฉินหยูก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ผู้เฒ่าหว่านให้ชีวิตที่สามกับฉัน..เราควรจะขอบคุณเขาอย่างจริงใจ”
“นั่นเป็นเรื่องปกติ..คุณไม่จำเป็นต้องพูดแบบนี้ก็ได้” เย่เชียนพูดขณะช่วยพยุงฉินหยูออกจากห้องลับและเหลือบมองไปที่หว่านไห่แล้วพูดว่า “ผู้เฒ่าหว่านผมไม่รู้ว่าจะตอบแทนคุณยังไง..สิ่งที่ผมทำได้ก็มีจำกัดและไม่นานหลังจากนี้ผมจะส่งคนมาที่หมู่บ้านเมียวเพื่อจัดตั้งมูลนิธิกองทุนและพัฒนาให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดี..ผมหวังว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวเมียวได้เลย”
หว่านไห่พยักหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร
หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “ผู้เฒ่าหว่าน..ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกคุณ..ผมได้ยินซวนหมิงพูดก่อนที่เขาจะตายว่าลูกชายของคุณชื่อเยว่เหอตูใช่มั้ย? ..ตอนที่ผมอยู่ในมหาวิทยาลัยผมรู้จักคนๆนึงชื่อเยว่เหอตูแต่ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกชายของผู้เฒ่าหว่านหรือเปล่า..แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยๆ มันก็อาจจะเป็นไปได้เพราะงั้นผมก็เลยอยากบอกคุณ”