ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1177 กำไรระยะยาว
ตอนที่ 1177 กำไรระยะยาว
………………..
สิ่งที่เย่เชียนต้องการนั้นยังไม่เพียงพอที่จะจัดการกับองค์กรเทียนเต๋าแต่นี่ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของเขาเช่นเดียวกับที่เขาจัดการกับประเทศญี่ปุ่นเพราะสิ่งที่เขาต้องการคือการสร้างกองกำลังที่ภักดีที่สุดของเขาในไต้หวันและควบคุมไต้หวันทั้งหมดด้วยมือของเขาเองเพื่อให้เขามีความได้เปรียบมากขึ้น
แต่ก็ยังยากอยู่นิดหน่อยที่จะทำแบบนั้นได้เพียงแค่พึ่งพาเขาฝ่ายเดียว อย่างไรก็ตามที่นี่ไม่ใช่ทวีปตะวันออกกลางและไม่ใช่ฐานของเขี้ยวหมาป่า ดังนั้นเย่เชียนจึงไม่มีรากฐานที่นี่มากนักและต้องพยายามมากกว่านี้และโจวเจิ้งผิงก็เป็นส่วนที่สำคัญมากและถ้าหากเย่เชียนทำในส่วนนี้ได้ดีล่ะเขาจะเข้าใกล้ความสำเร็จของแผนมากขึ้น ดังนั้นเย่เชียนก็ต้องวางหมากรุกให้ดีและดึงแนวป้องกันอย่างโจวเจิ้งผิงออกมาใช้และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกระตุ้นความสนใจของโจวเจิ้งผิงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเขา
การกำหนดยาที่เหมาะสมเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับแพทย์ทุกคนในการรักษาผู้ป่วย เช่นเดียวกันกับเย่เชียนถ้าเขาไม่รู้จักโจวเจิ้งผิงดีเขาก็จะไม่พูดอะไรแบบนั้น ซึ่งเป็นเพราะเย่เชียนรู้อดีตของโจวเจิ้งผิงและความทุกข์ทรมานที่เขาได้รับมาในอดีตดีดังนั้นสิ่งเหล่านี้ทำให้เย่เชียนเข้าถึงโจวเจิ้งผิงได้อย่างสมบูรณ์แบบและทำให้โจวเจิ้งผิงติดกับดักที่เย่เชียนวางเอาไว้ล่วงหน้า
“น้องเย่หมายความว่ารัฐบาลไต้หวันจะทำการกวาดล้างครั้งใหญ่อีกครั้งงั้นเหรอ?” โจวเจิ้งผิงพูด
“ฉันไม่แน่ใจในเรื่องนี้และไม่กล้ายืนยันอะไรทั้งนั้นแต่มีสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เพราะไม่ว่ารัฐบาลไต้หวันจะทำการกวาดล้างองค์กรใต้ดินอีกครั้งหรือไม่ก็ตามแต่จากการกระทำของเซินเจี๋ยแล้วเห็นได้ชัดว่ามีแนวโน้มสูงมากที่รัฐบาลไต้หวันกำลังเตรียมการบางอย่างอยู่และนั่นก็อาจจะเป็นการกวาดล้างสามขั้วอำนาจของไต้หวันก็เป็นได้” เย่เชียนพูด
โจวเจิ้งผิงพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “น้องเย่ไม่ต้องกลัวไปหรอกเพราะถึงแม้ว่ารากฐานของน้องเย่ในไต้หวันจะไม่มีแต่ถ้าหากรัฐบาลไต้หวันดำเนินการขึ้นมาจริงๆ ฉันเองนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเสียหายที่สุด..เพราะงั้นเมื่อถึงเวลาที่น้องเย่ควบคุมองค์กรเทียนเต๋าแล้วมันก็ไม่ได้หมายความว่าน้องเย่จะต้องเสียหายไปด้วยไม่ใช่เหรอ?”
เย่เชียนถอนหายใจเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้าเป็นไปได้ผมไม่ต้องการที่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนในตอนนี้..อีกอย่างประธานเซินเฉาหยางถูกเซินเจี๋ยฆ่าตายเพราะงั้นถึงแม้ว่าผมจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเซินเฉาหยางก็ตามแต่การที่ลูกฆ่าพ่อตัวเองแบบนี้มันก็ทำให้ผมไม่ชอบเลยจริงๆ ..ซึ่งความเป็นจริงก็คือหวังหมิงซูหัวหน้าเขตขององค์กรเทียนเต๋าเป็นคนของผมมาโดยตลอดและเดิมทีเซินเฉาหยางต้องการมอบองค์กรเทียนเต๋าให้กับเขาแต่เซินเจี๋ยดันรู้เรื่องนั้นก่อนมันก็เลยฆ่าประธานเซินเพราะงั้นถ้าหากผมไม่ทำอะไรบางอย่างล่ะก็สิ่งที่ผมสร้างมาในไต้หวันจะถูกทำลายเหมือนกัน”
อันที่จริงเรื่องของหวังหมิงซูเป็นความลับสุดยอดแต่เย่เชียนก็รู้สึกว่าเขาควรจะอธิบายให้โจวเจิ้งผิงฟังไม่อย่างนั้นคนอย่างโจวเจิ้งผิงจะต้องไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นในอนาคตถ้าหากเซินเจี๋ยถูกกำจัดแล้วเย่เชียนก็จะสนับสนุนหวังหมิงซูให้ดูแลจัดการองค์กรเทียนเต๋าอย่างแน่นอน ซึ่งในตอนนั้นถึงยังไงโจวเจิ้งผิงก็จะสามารถรู้ทั้งหมดนี้ได้อย่างแน่นอนดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าหากเย่เชียนพูดมันออกมาในตอนนี้
เห็นได้ชัดว่าโจวเจิ้งผิงไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปในองค์กรเทียนเต๋ามาตั้งแต่เนิ่นๆ แน่นอนว่าโจวเจิ้งผิงเองก็รู้เรื่องหวังหมิงซูหนึ่งในหัวหน้าเขตทั้งสิบสองแต่เขาไม่เคยคิดว่าหวังหมิงซูจะเป็นสายลับของเย่เชียน เมื่อโจวเจิ้งผิงได้ยินเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นและแอบสงสัยว่าเย่เชียนได้ส่งใครสักคนเข้ามาแฝงอยู่ในองค์กรของเขาด้วยหรือเปล่า
เมื่อเห็นสีหน้าของโจวเจิ้งผิงแล้วเย่เชียนก็เดาได้ว่าโจวเจิ้งผิงกำลังคิดอะไรอยู่ดังนั้นเย่เชียนจึงหัวเราะและพูดว่า “พี่ใหญ่โจวอย่าคิดมากสิครับ..ผมไม่ได้ส่งใครเข้าไปแฝงตัวในองค์กรสามมุมเมืองของคุณเลย..เราพวกเดียวกันเพราะงั้นผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น”
คำพูดของเย่เชียนเป็นนัยๆ และต้องการแสดงให้โจวเจิ้งผิงเห็นว่าตั้งแต่เขาเล่าเกี่ยวกับหวังหมิงซูนั่นก็หมายความว่าเย่เชียนถือว่าโจวเจิ้งผิงเป็นพรรคพวกของเขาแล้ว ซึ่งโจวเจิ้งผิงจะไม่เข้าใจความหมายของเย่เชียนได้อย่างไร อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากสถานการณ์ในปัจจุบันแล้วโจวเจิ้งผิงก็รู้ดีว่าเย่เชียนมีความมั่นใจเกือบจะเต็มร้อยในการจัดการกับเซินเจี๋ยเพราะถ้าเย่เชียนไม่มีความมั่นใจจริงๆ ล่ะก็เย่เชียนไม่มีเหตุผลที่ต้องแฝงตัวไปอยู่กับเซินเจี๋ยด้วยตัวเองเลย นอกจากนี้ข้อเท็จจริงที่ว่าเซินเจี๋ยกำลังทำสิ่งต่างๆ ให้กับรัฐบาลไต้หวันแล้วโจวเจิ้งผิงก็ยังต้องการผลประโยชน์ให้กับองค์กรของเขาเช่นกัน
“แล้วน้องเย่จะทำยังไงต่อ?” โจวเจิ้งผิงถาม
“ตอนนี้ได้แค่รอ!” เย่เชียนพูดต่อ “เพราะในอีกไม่กี่วันจะมีพิธีศพของเซินเฉาหยางและวันนั้นก็จะเป็นเวลาตัดสินว่าใครจะได้เป็นผู้นำองค์กรเทียนเต๋าคนต่อไป..ซึ่งเซินเจี๋ยจะเริ่มเคลื่อนไหวและถอดหน้ากากในวันนั้น..นอกจากนี้เซินเจี๋ยยังคิดว่าผมตายไปแล้วด้วยเพราะงั้นผมจึงสามารถซ่อนตัวอย่างลับๆ และทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างอิสระมากขึ้น”
“ดูเหมือนว่าน้องเย่จะมั่นใจมากเลยนะ” โจวเจิ้งผิงพูด
“ผมไม่เคยต่อสู้ในศึกที่ผมไม่มั่นใจว่าจะชนะเลยสักครั้ง..เพราะงั้นถ้าผมต้องการต่อสู้ในศึกครั้งนี้ผมต้องชนะเท่านั้น!..ยิ่งไปกว่านั้นผมจะไม่ยอมให้รัฐบาลไต้หวันทำอะไรกับองค์กรเทียนเต๋าเด็ดขาดและจะปล่อยให้รัฐบาลไต้หวันร่วมมือกับเซินเจี๋ยไม่ได้..เพราะนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดและเซินเจี๋ยเป็นคนฉลาดแต่น่าเสียดายที่ความฉลาดของมันจะฆ่าตัวมันเองในที่สุดเพราะมันดันทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ!” เย่เชียนพูดด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
เมื่อได้ยินแบบนั้นโจวเจิ้งผิงก็ถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นแสยะยิ้มแล้วพูดว่า “น้องเย่กำลังพูดถึงพวกทหารรับจ้างอินทรีขาวจากอเมริกาหรือเปล่า?”
เย่เชียนก็ผงะไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าพี่ใหญ่โจวจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีเลยสินะ”
โจวเจิ้งผิงก็พูดด้วยรอยยิ้มที่ปฏิเสธไม่ลงแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
“องค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาว!” เย่เชียนพูดต่อ “ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าเซินเจี๋ยใช้วิธีใดในการติดต่อกับพวกทหารรับจ้างอินทรีขาวก็ตามแต่พวกมันดันฝ่าฝืนกฎเหล็กที่สำคัญที่สุดไป..ผมรู้ว่าเซินเจี๋ยมันจ้างพวกนั้นมาเพื่อที่จะจัดการกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับมัน..อีกอย่างเราจะยอมให้พวกต่างชาติมันมาหยามเกียรติเราถึงหน้าบ้านแบบนี้มันไม่ใช่..เพราะงั้นผมมีเรื่องบางอย่างที่อยากจะให้พี่ใหญ่โจวช่วยหน่อย!”
โจวเจิ้งผิงก็พูดว่า “ฉันก็คิดแบบนั้น..เพราะงั้นถ้าน้องเย่ต้องการอะไรก็พูดออกมาตรงๆ ได้เลย..ถ้าเรื่องไหนฉันทำได้ฉันก็จะช่วยเอง..แน่นอนว่าพวกเราจะไม่มีวันยอมให้พวกต่างชาติมาหยามเกียรติและศักดิ์ศรีของเราถึงหน้าบ้านแบบนี้”
“ก่อนหน้านี้ในการประชุมร่วมขององค์กรทหารรับจ้างทั่วโลกผมได้ประกาศอย่างเป็นทางการต่อผู้นำของทุกองค์กรแล้วว่าประเทศจีนและเขตปกครองพิเศษทั้งหมดรวมไปถึงทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นดินแดนของเขี้ยวหมาป่าของผมและถ้าหากองค์กรทหารรับจ้างกลุ่มไหนต้องการที่จะมาปฏิบัติภารกิจในเขตของเราล่ะก็พวกเขาจะต้องแจ้งเขี้ยวหมาป่าก่อนเสมอและต้องได้รับอนุญาตก่อนเท่านั้น..เพราะงั้นพฤติกรรมของพวกอินทรีขาวในครั้งนี้ถือได้ว่าฝ่าฝืนกฎและหลักการของเขี้ยวหมาป่าของผมอย่างเห็นได้ชัด..ซึ่งผมจะไม่มีวันยอมเด็ดขาด” เย่เชียนพูดอย่างช้าๆ “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจุดยืนของเขี้ยวหมาป่าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะงั้นทั้งโลกอาจจะคิดว่าเขี้ยวหมาป่าของผมไม่ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว..เพราะงั้นผมต้องแสดงแสนยานุภาพให้ทั้งโลกได้เห็นอีกครั้งไม่อย่างนั้นพวกมันจะเย้ยหยันเขี้ยวหมาป่าของผมในอนาคต..เพราะงั้นสิ่งที่ผมอยากจะรบกวนพี่ใหญ่โจวก็คือช่วยตามหาพิกัดและแหล่งกบดานของพวกอินทรีขาวให้ผมทีและเมื่อเจอที่อยู่ก็ช่วยแจ้งให้ผมทราบโดยด่วน..ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง!”
“น้องเย่..นี่นายกำลังพูดถึงอะไรกัน..อันที่จริงแล้วพวกเราคือพวกพ้องเพราะงั้นไม่จำเป็นต้องรบกวนฉันเลยเพราะฉันเต็มใจช่วยเสมอ..อีกอย่างนายจะให้ฉันคอยนั่งดูการแสดงของนายอยู่ฝ่ายเดียวได้ยังไงเพราะงั้นสงครามครั้งนี้สมาชิกองค์กรสามมุมเมืองของฉันจะต้องมีส่วนร่วมด้วย..ถึงแม้ว่ากำลังรบของพวกเราและฝีมือจะไม่ได้เก่งเท่าเขี้ยวหมาป่าของนายแต่พวกเราก็ถือได้ว่าเป็นเจ้าถิ่นและคุ้นเคยกับยุทธศาสตร์มากกว่าเพราะงั้นพวกเราจะถล่มมันด้วยกัน!” โจวเจิ้งผิงพูด
เย่เชียนก็แอบยิ้มในใจเพราะนี่คือแผนการของเขาอย่างสมบูรณ์ เพราะจากมุมมองของเย่เชียนตอนนี้พวกเขามีความสัมพันธ์แบบร่วมมือกับดังนั้นเย่เชียนจะไม่ลงทุนอยู่ฝ่ายเดียวและแบ่งปันผลประโยชน์สุดท้ายกับโจวเจิ้งผิงอย่างแน่นอน อีกอย่างโจวเจิ้งผิงนั้นก็ไม่ใช่คนโง่และที่เขาพูดแบบนั้นก็เป็นความตั้งใจของเขาอยู่แล้ว ซึ่งเย่เชียนเองก็ชัดเจนมากว่าโจวเจิ้งผิงต้องการส่วนแบ่งและผลประโยชน์จากเขาดังนั้นโจวเจิ้งผิงจึงเสนอที่จะลงมือและดำเนินการด้วยไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่มีคุณสมบัติและไม่เหมาะสมที่จะแบ่งผลประโยชน์เหล่านี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเย่เชียนจึงคาดหวังผลลัพธ์แบบนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ในเมื่อพี่ใหญ่โจวพูดอย่างนั้นผมจะปฏิเสธได้ยังไง..ก็ดีเหมือนกันถ้าหากมีคนของพี่ใหญ่โจวมาช่วย มันก็จะง่ายขึ้นเยอะ..ถ้างั้นเรามาคุยเรื่องนี้กันต่อเถอะเพราะเราจำเป็นต้องมองการณ์ไกลและหลังจากที่เราพบที่อยู่ของพวกอินทรีขาวแล้วเราค่อยมาวางแผนกันอีกที”
“ภายในสองวัน!..ในสองวันหลังจากนี้ฉันจะหาที่อยู่ของพวกมันให้น้องเย่เอง..ถึงแม้ว่าพวกมันจะซ่อนตัวอยู่ในดินมันก็หลบสายตาของฉันไม่พ้นอยู่ดี!” โจวเจิ้งผิงพูด “น้องเย่วางใจได้เลย..แต่เราต้องคุยกันให้ชัดเจนก่อนเพราะถึงยังไงพวกเราก็เป็นพี่น้องกันแล้วเพราะงั้นเราจะแบ่งผลประโยชน์กันยังไงดี..น้องเย่อย่าตำหนิฉันเลยเพราะพวกเราต่างก็รู้ถึงกฎของนี้ดี”
เย่เชียนก็หัวเราะเพราะนี่คือประเด็นหลักและเมื่อพูดถึงเรื่องก่อนหน้านั้นมันเป็นการคาดเดาทั้งหมดและนี่ก็คือจุดประสงค์หลักของการพบกัน “ใช่ครับ..ผมเข้าใจ..ว่าแต่พี่ใหญ่โจวต้องการยังไงบอกผมมาได้เลย” เย่เชียนพูดแล้วยิ้มจากนั้นก็พูดต่อ “เอ่อ..มันจะดีเหรอพี่ใหญ่โจวถ้าเราพูดถึงเรื่องนี้ที่นี่ก่อนที่เราจะทำสำเร็จน่ะ..ถ้าเราพลาดมันจะไม่เสียเวลาเปล่าเหรอ?”
.