ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1183 หลักฐานชิ้นสำคัญ
ตอนที่ 1183 หลักฐานชิ้นสำคัญ
………………..
คำพูดของหวังหมิงซูนั้นสุภาพแต่มีเจตนาฆ่าซ่อนอยู่ในคำพูดของเขาและแน่นอนว่าเหวินปินเองก็รู้ว่าเขาไม่มีทางรอดไปได้ในวันนี้เพียงแต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นเซินเจี๋ยที่ต้องการฆ่าเขา ซึ่งดูเหมือนว่าเซินเจี๋ยจะหลอกใช้เขามาตั้งแต่แรกแล้ว
เหวินปินพูดอย่างเย้ยหยันว่า “ฉันรู้ว่าวันนี้ฉันคงไม่รอดแต่ฉันไม่ได้คาดหวังเลยว่าเซินเจี๋ยไอ้เด็กนั้นคิดที่จะฆ่าฉัน..ไอ้หนู..ประธานเซินมองคนไม่ผิดจริงๆ สินะ..แต่น่าเสียดายที่แกกับฉันดันเหมือนกันที่ถูกเซินเจี๋ยหลอกใช้..ไอ้เด็กนั่นมันสามารถฆ่าฉันได้ในวันนี้และมันก็สามารถฆ่าแกได้ในอนาคตเหมือนกันเพราะงั้นระวังตัวเอาไว้ให้ดีล่ะ”
“หืม? ..ผมไม่รู้ว่าหัวหน้าเขตเหวินหมายถึงอะไร? ..ผมสนับสนุนนายน้อยอย่างเต็มที่เพราะงั้นมีเหตุผลอะไรที่ทำให้นายน้อยต้องฆ่าผมล่ะ?” หวังหมิงซูพูด
หลังจากหัวเราะอย่างดูถูกหเหยียดหยามแล้วเหวินปินก็พูดว่า “เด็กก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ..ถึงยังไงประสบการณ์ของพวกแกมันก็ยังไม่พออยู่ดี..แกรู้เกี่ยวกับเซินเจี๋ยมากแค่ไหน? ..ถ้างั้นฉันจะบอกความจริงกับแกให้ว่าอันที่จริงแล้วฉันได้ตกลงร่วมมือกับเซินเจี๋ยมาตั้งแต่แรกและครั้งนี้มันยังสั่งให้ฉันไปโจมตีเขตของชางหมิงแต่น่าเสียดายเพราะฉันไม่คิดเลยว่าเซินเจี๋ยไม่ใช่แค่ไม่ช่วยฉันแต่ยังต้องการฆ่าฉันอีก..เอาเถอะ..ฉันไม่ขอให้แกไว้ชีวิตฉันหรอกเพราะฉันอยู่ในวงการนี้มานานและฉันก็คิดมานานแล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง..แต่เมื่อฉันจินตนาการว่าเซินเจี๋ยมันจะภาคภูมิใจแค่ไหนกับแผนการของมันแล้วฉันก็รู้สึกไม่สบายใจและไม่สบอารมณ์อย่างมาก!”
แน่นอนว่าหวังหมิงซูรู้ทุกอย่างที่เหวินปินพูดแต่เขาแสร้งทำเป็นว่าไม่รู้อะไรเลย “จริงเหรอ?” หวังหมิงซูพูด
“แกก็เห็นความจริงแล้วนี่!..อีกอย่างฉันกำลังจะตายเพราะงั้นทำไมฉันต้องโกหกแกด้วย? ..ตอนนี้เซินเจี๋ยไม่มีรากฐานในองค์กรเทียนเต๋าเพราะงั้นถ้ามันต้องการจะครอบครองตำแหน่งผู้นำองค์กรเทียนเต๋าล่ะก็มันจะต้องกำจัดพลังของหัวหน้าเขตที่ละเล็กทีละน้อยเพื่อให้เกิดความสมดุลและครองบัลลังก์ได้อย่างมั่นคง” เหวินปินพูด
“แต่นายน้อยไม่ต้องการรับตำแหน่งผู้นำไม่ใช่เหรอ? ..อีกอย่างถ้าหากเขาต้องการเป็นผู้นำองค์กรองค์กรเทียนเต๋าจริงๆ ล่ะก็ถึงยังไงก็มีผู้อาวุโสและสมาชิกอีกตั้งหลายคนที่สนับสนุนเขาเพราะงั้นทำไมเขาต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ?” หวังหมิงซูพูด แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้หวังหมิงซูรู้ดีแต่ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไปแล้วเพราะถึงยังไงๆ เหวินปินก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ นอกจากนี้หวังหมิงซูก็ยังสามารถรอดูได้ว่าเหวินปินจะรู้เรื่องของเซินเจี๋ยมากแค่ไหนด้วย
เหวินปินพูดอย่างเย้ยหยันว่า “มันเป็นเพราะไอ้เด็กนั่นมันเจ้าเล่ห์..เพราะมันรู้ว่าพวกตาแก่ที่สนับสนุนมันมีสถานะสูงในองค์กรเทียนเต๋าแต่ไม่ได้มีกองกำลังหรืออิทธิพลอะไรมากนักเพราะงั้นถ้าหากหัวหน้าเขตทั้งสิบสองที่มีกำลังคนจำนวนมากสนับสนุนมันล่ะก็มันจะไม่สามารถยืนอยู่ในตำแหน่งผู้นำองค์กรได้อย่างมั่นคงเลย..ด้วยเหตุนี้มันจึงใช้กลยุทธ์ในการล่าถอยและทำให้หัวหน้าเขตทั้งสิบสองอย่างพวกเราเข่นฆ่ากันเองส่วนมันก็ซ่อนอยู่ในเงามืดรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทีหลัง” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเหวินปินก็พูดต่อ “แต่มีเรื่องหนึ่งที่แกยังไม่รู้..แกคงไม่รู้ใช่มั้ยว่าประธานเซินตายยังไง?”
หวังหมิงซูทำสีหน้าประหลาดใจและพูดว่า “หัวหน้าเขตเหวินหมายความว่าไง? ..คุณรู้เหรอว่าท่านประธานเซินเสียชีวิตยังไง? ..ในเมื่อคุณรู้ทำไมคุณถึงไม่บอกผมและล้างแค้นให้ท่านประธานล่ะ?”
“แก้แค้นงั้นเหรอ? ..ทำไมฉันต้องแกแค้นให้เขาด้วย” เหวินปินพูดต่อ “เพราะนี่คือเรื่องของครอบครัวและไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน..แต่ความจริงก็คือประธานเซินถูกเซินเจี๋ยฆ่า..ไอ้เด็กเวรนั่นมันกล้าฆ่าพ่อแท้ๆ ของตัวเอง”
“สิ่งที่คุณพูดเป็นความจริงงั้นเหรอ?” การแสดงออกของหวังหมิงซูดูตกตะลึงและแนบเนียนมากจนไม่เห็นข้อบกพร่องใดๆ เลย อันที่จริงเขารู้ทั้งหมดนี้จากเย่เชียนแล้วและปฏิกิริยาทั้งนี้เป็นเพียงแค่การอำพรางเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าเหวินปินเชื่อในการแสดงออกของหวังหมิงซู ดังนั้นเขาจึงยิ้มอย่างภาคภูมิใจและพูดว่า “แกจะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็แล้วแต่แก..เพราะถึงยังไงมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน..ว่าแต่แกรู้หรือเปล่าว่าแกคือคนที่ประธานเซินจะส่งต่อนำแหน่งผู้นำให้ก่อนที่เขาจะตาย..มันน่าตลกดีนะที่เขาเคยคิดที่จะมอบบัลลังก์ให้กับคนที่ก้มหัวให้ฆาตกรที่ฆ่าเขา”
“แล้วคุณมีหลักฐานหรือเปล่า” หวังหมิงซูพูด
“แน่นอนว่าฉันมีหลักฐานเพราะถ้าไม่มีหลักฐานฉันจะกล้าพูดอย่างนั้นเหรอ? ..หวังหมิงซูแกก็น่าจะรู้ดีว่าฉันเป็นใคร..ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่คนดีแต่ฉันก็ไม่เคยพูดอะไร้สาระในเวลาสำคัญแบบนี้” เหวินปินพูดต่อ “ในตอนนั้นฉันก็อยู่กับเซินเจี๋ยด้วยและฉันเห็นก็มันลงมือด้วยตาของฉันเอง..มันเป็นเพราะฉันกลัวว่าเซินเจี๋ยจะหักหลังฉันในอนาคตเพราะงั้นฉันก็เลยเตรียมการเอาไว้โดยการแอบบันทึกวิดีโอเอาไว้อย่างชัดเจนและเซินเจี๋ยก็ไม่รู้เรื่องนี้ด้วย”
หวังหมิงซูก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ถ้างั้นหัวหน้าเขตเหวินช่วยแสดงหลักฐานให้ผมดูหน่อยจะได้มั้ย? ..ถ้าทั้งหมดนี้เป็นความจริง ผมจะปล่อยคุณไป”
“อะไรกันแกคิดว่าฉันพูดแบบนี้ก็เพื่ออยากให้แกไว้ชีวิตฉันอย่างงั้นเหรอ? ..ถ้าแบบนั้นแกก็คิดผิดแล้ว..ฉันเหวินปินไม่ใช่คนที่กลัวความตาย!” เหวินปินพูด
“แน่นอนผมรู้เรื่องนี้ดีว่าหัวหน้าเขตเหวินเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวอย่างมากและตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณก็ใช้ชีวิตอย่างไม่กลัวความตายจริงๆ ..แต่ผมไม่อยากเชื่อคุณเพียงแค่คำพูดของคุณเท่านั้นเพราะงั้นถ้าหากคุณมีหลักฐานจริงๆ และถ้ามันเป็นความจริงผมจะไม่ปล่อยเซินเจี๋ยไปอย่างแน่นอน” หวังหมิงซูพูด “ท่านประธานเซินใจดีกับผมมากและถ้าไม่ใช่เพราะท่านประธานเซินล่ะก็คงไม่มีหวังหมิงซูในวันนี้อย่างแน่นอน..ผมจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เขาตายไปโดยเปล่าประโยชน์..ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามผมก็จะไม่มีวันปล่อยมันไป”
สิ่งที่หวังหมิงซูพูดนั้นจริงใจและไม่ใช่แค่การแสดง แน่นอนว่าเขาเป็นคนของเย่เชียนจริงๆ แต่เขาสามารถมีตำแหน่งดังกล่าวในองค์กรเทียนเต๋าได้ก็เพราะเซินเฉาหยาง ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะแอบช่วยเขาอย่างมากแต่สำหรับหวังหมิงซูก็เป็นไปด้วยความกตัญญูต่อเซินเฉาหยางเช่นกัน ดังนั้นคำพูดของเขาจึงไม่ใช่แค่การแสดงที่สมบูรณ์แบบแต่ยังเป็นความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจอีกด้วย
“ในเมื่อเซินเจี๋ยมันทำกับฉันแบบนี้เพราะงั้นมันจะต้องลงหลุมไปพร้อมกับฉัน!” เหวินปินหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมาแล้วยื่นให้โดยพูดว่า “หลักฐานอยู่ในนี้ทั้งหมด..ถึงแม้ว่าฉันเหวินปินจะไม่ใช่คนดีแต่ฉันก็ไม่ต้องการให้องค์กรเทียนเต๋าของเราตกไปอยู่ในกำมือไอ้เด็กนรกอย่างเซินเจี๋ย”
หวังหมิงซูหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูอย่างระมัดระวังแต่มันก็ไม่ชัดเจนนักว่าเหตุการณ์เป็นยังไงแต่ฉากนั้นก็ยังคงเห็นได้ชัดว่าเซินเฉาหยางถูกเซินเจี๋ยรัดคอตายด้วยลวดเหล็ก เมื่อเห็นแบบนั้นการแสดงออกของหวังหมิงซูก็เปลี่ยนไปและใบหน้าก็ดูมืดมนอย่างมากและร่องรอยของเจตนาฆ่าก็โผล่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เมื่อเห็นสีหน้าของหวังหมิงซูแล้วผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ข้างๆ ก็รีบพูดขึ้นว่า “หัวหน้าครับผมบอกหัวหน้าแล้วว่าไอ้เด็กเวรนั่นมันเจ้าเล่ห์เกินไป..ซึ่งตำแหน่งผู้นำองค์กรคนต่อไปเดิมทีในเป็นของหัวหน้าเพราะงั้นหัวหน้าต้องทำตามเจตนารมณ์ของท่านประธานเซินนะครับ”
หวังหมิงซูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเหวินปิน จากนั้นก็มองไปที่เหวินปินและพูดว่า “หัวหน้าเขตเหวินขอบคุณมากครับสำหรับหลักฐานชิ้นนี้..แต่ผมก็คงให้อภัยคุณไม่ได้อยู่ดี”
เหวินปินก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มอย่างโล่งใจจากนั้นก็พูดว่า “หึ..ดูเหมือนว่าเซินเจี๋ยจะให้ประโยชน์มากมายกับแกสินะ..ถ้างั้นก็เอาเลยลงมือซะ..ฉันจะไม่โกรธแค้นอะไรแกทั้งนั้นไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่สมควรได้รับยกย่องจนถึงทุกวันนี้!”
หวังหมิงซูก็ส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “หัวหน้าเขตเหวินคุณคิดผิดแล้ว..ผมไม่ได้อยู่ภายใต้เซินเจี๋ยอย่างที่คุณคิด..เพราะงั้นก่อนตายผมจะบอกความจริงให้..คุณรู้จักพี่เย่มั้ย? ..คนที่เดินตามหลังเซินเจี๋ยในห้องประชุมวันนั้น”
เหวินปินก็ตกตะลึงเล็กน้อยและพูดว่า “เขาเป็นใคร..แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขา”
“หัวหน้าเขตเหวินน่าจะรู้จักองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าใช่มั้ย? ..นั่นแหละพี่เย่คนนั้นคือเย่เชียนผู้นำของทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าและจุดประสงค์ของเขาครั้งนี้ก็คือยึดอำนาจองค์กรเทียนเต๋าทั้งหมด..ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลทุกอย่างล้วนอยู่ในแผนการของเขาอย่างสมบูรณ์และผมเองก็เป็นคนของเขาด้วยเหมือนกัน” หวังหมิงซูพูด
เหวินปินตกตะลึงอย่างมากและขมวดคิ้วจากนั้นก็พูดอย่างเย็นชาว่า “แท้ที่จริงแล้วแกคือสายลับอย่างงั้นเหรอ..เสียดายจริงๆ ประธานเซินเชื่อมั่นในตัวแกไอ้คนทรยศ!”
“ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรก็ไม่สำคัญ..แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะท่านประธานเซินใจดีกับผมมาตลอดเพราะงั้นผมจะฆ่าเซินเจี๋ยเพื่อล้างแค้นให้เขาเอง..ผมจะทำให้องค์กรเทียนเต๋าแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิมในอนาคต!” หวังหมิงซูพูด
เมื่อได้ยินแบบนั้นเหวินปิงก็เย้ยหยันว่า “จริงเหรอ?” ทันทีที่เสียงจบลงใบหน้าของเหวินปินก็เปลี่ยนไปทันทีและเขาก็รีบคว้าปืนพกออกมา “ปัง” เสียงปืนดังขึ้นแต่เหวินปินเบิกตากว้างและค่อยๆ ล้มลงกับพื้น ซึ่งการยิงครั้งนี้ลูกน้องของหวังหมิงซูข้างๆ เป็นคนยิง แน่นอนว่าตลอดเวลาลูกน้องของหวังหมิงซูระมัดระวังอย่างมากและพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะผ่อนคลายหรือประมาทในเวลานี้ดังนั้นพวกเขาจึงจ้องมองไปที่เหวินปินอย่างไม่ละสายตา ซึ่งถ้าหากเหวินปินทำอะไรน่าสงสัยเมื่อไหร่ล่ะก็พวกเขาจะยิงทันที
จากนั้นหวังหมิงซูก็หันไปมองลูกน้องแล้วพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ฝังศพของหัวหน้าเขตเหวินอย่างสมเกียรติด้วย..ถึงยังไงเขาก็ยังเป็นสมาชิกอาวุโสขององค์กรเทียนเต๋าของเราอยู่ดี” หลังจากพูดจบหวังหมิงซูก็เก็บโทรศัพท์มือถือของเหวินปินเอาไว้แล้วเดินออกไปข้างนอก
ขณะเดินออกไปหวังหมิงซูก็เปิดโทรศัพท์มือถือของเขาเพราะเขาเชื่อว่าเซินเจี๋ยในตอนนี้จะต้องกระวนกระวายเหมือนกับมดบนกระทะร้อนๆ และน่าจะโทรหาเขาหลายครั้งแล้วใช่ไหม?ข้อความจากโทรศัพท์มือถือก็เด้งมาทีละข้อความซึ่งทั้งหมดเป็นการเตือนความจำจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายอย่างน้อยๆ30 ฉบับ ซึ่งดูเหมือนว่าเซินเจี๋ยจะโทรหาเขาหลายครั้งมาก
เมื่อขึ้นรถแล้วหวังหมิงซูก็กดเบอร์โทรศัพท์ของเย่เชียนเพราะสิ่งที่เขาทำในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ดังนั้นเขาจึงต้องการอธิบายให้เย่เชียนโดยด่วน จากนั้นเย่เชียนก็รับสายอย่างรวดเร็วและเสียงของเย่เชียนก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “เป็นไงบ้าง? ..มีปัญหาอะไรมั้ย?”
.