ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1184 พลาดเพราะความฉลาดของตัวเอง
ตอนที่ 1184 พลาดเพราะความฉลาดของตัวเอง
………………..
ในตอนนี้หวังหมิงซูรู้สึกขอบคุณเซินเจี๋ยเล็กน้อยเพราะถ้าเซินเจี๋ยไม่ฆ่าเซินเฉาหยางล่ะก็ในวันหนึ่งเย่เชียนจะต้องเผชิญหน้ากับเซินเฉาหยางอย่างแน่นอน ถ้าหากเย่เชียนต้องการกำจัดองค์กรเทียนเต๋าในเวลานั้นหวังหมิงซูก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาจะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไงดี
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเซินเฉาหยางก็ดีกับหวังหมิงซูมาเสมอและไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไรหวังหมิงซูก็มีความกตัญญูต่อเซินเฉาหยางเช่นกัน บางทีเขาอาจจงใจเข้าใกล้เซินเฉาหยางเพื่อจุดประสงค์บางอย่างเพื่อแผนการก็ตามแต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้นั่นคือ เขายังเคารพเซินเฉาหยางจากก้นบึ้งของหัวใจ แต่ตอนนี้เซินเฉาหยางถูกเซินเจี๋ยฆ่าไปแล้วดังนั้นมันก็เทียบเท่ากับการแก้ปัญหาด้านการตัดสินใจของเขาได้และเขาก็ไม่ต้องกังวลเลยและเขาก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะจัดการกับเซินเจี๋ยอย่างเต็มที่อีกด้วย
ที่จริงแล้วเย่เชียนก็ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เพราะองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าใช้ทรัพยากรมากมายในทุกๆ ปีเพื่อพัฒนางานด้านข่าวกรอง เช่นเดียวกับโจวหยวนเพราะเย่เชียนอาจจะไม่รู้แต่แจ็คนั้นรู้ดีและคอยสอดส่องโจวหยวนอยู่เสมอ ในทำนองเดียวกันเย่เชียนเองก็ได้รู้เกี่ยวกับหวังหมิงซูว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อเซินเฉาหยางเป็นอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถซ่อนจากเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีของเขี้ยวหมาป่าได้ อย่างไรก็ตามในมุมมองของเย่เชียนทั้งหมดนี้ไม่สำคัญเพราะความเคารพของหวังหมิงซูที่มีต่อเซินเฉาหยางไม่ได้ขัดขวางการควบคุมของเขาและไม่ส่งผลต่อแผนการของเขาเลย ดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ใส่ใจ ซึ่งเมื่อหวังหมิงซูจะต้องการเลือกระหว่างเขากับเซินเฉาหยางในวันหนึ่งแน่นอนว่าหวังหมิงซูย่อมรู้ดีว่าต้องทำยังไงและเลือกอะไร
“บอสครับ..เหวินปินถูกกำจัดแล้ว..แต่ผมมีข่าวดีมาบอก!” หวังหมิงซูพูด
“หืม..นายได้ข้อมูลอะไรที่คาดไม่ถึงอย่างงั้นเหรอ..ถ้างั้นก็บอกฉันมาได้เลย” เย่เชียนพูด
“ผมเพิ่งได้รับคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือของเหวินปิน..ซึ่งข้างในบันทึกภาพอย่างชัดเจนว่าเซินเจี๋ยฆ่าเซินเฉาหยางด้วยวิธีไหน..อีกทั้งยังมีคำพูดของเซินเฉาหยางที่ว่าเขาต้องการส่งต่อตำแหน่งผู้นำองค์กรเทียนเต๋าให้กับผมด้วย” หวังหมิงซูพูด
“ใช่ครับ..แต่ก่อนเขาตายผมบอกว่าผมเป็นคนของบอสเพราะงั้นผมก็เลยไม่ได้เก็บเขาเอาไว้” หวังหมิงซูพูด
เย่เชียนก็พยักหน้าด้วยความพอใจ “ทำดีแล้ว..นายสามารถตัดสินใจเองได้ดีเลยทีเดียว..หลังจากนี้เซินเจี๋ยคงจะสร้างปัญหาให้กับนายไม่น้อยเลยเพราะงั้นนายต้องจัดการให้ดีนะและระวังตัวด้วย..ส่วนฉันเองก็ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการ..รวมทั้งพวกทหารรับจ้างอินทรีขาวด้วย..ฉันต้องไปกำจัดพวกมันไม่อย่างนั้นเซินเจี๋ยจะไม่ยอมแพ้ถ้าหากยังมีพวกมันหนุนหลังอยู่”
หวังหมิงซูก็ถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะออกมาจัดการด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามเมื่อลองคิดดูแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นถึงกลุ่มทหารรับจ้างอินทรีขาวซึ่งเป็นองค์กรทหารรับจ้างระดับโลกแล้วประสิทธิภาพในการต่อสู้ของสมาชิกนั้นก็ค่อนข้างสูง ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเย่เชียนจึงไม่สามารถละเลยได้ หลังจากตอบรับแล้วหวังหมิงซูก็วางสายไป
อย่างที่เย่เชียนพูดเอาไว้ว่าปัญหาใหญ่ที่หวังหมิงซูกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้คือจะอธิบายให้เซินเจี๋ยเข้าใจได้ยังไง อย่างไรก็ตามเขาควรพูดง่ายๆ และแกล้งทำเป็นโง่นั่นเอง
ทันทีที่วางสายของเย่เชียนแล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทันทีและหวังหมิงซูก็หยิบมันขึ้นมาดูแล้วพบว่าเป็นคนโทรมา หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเขาก็กดปุ่มรับสาย “นายน้อยผมกำลังโทรหานายน้อยพอดี..ไม่ทราบว่านายน้อยมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”
เซินเจี๋ยถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดว่า “ทำไมแกถึงปิดเครื่อง? ..แกรู้ไหมว่าฉันติดต่อแกไม่ได้เลย!”
“เอ่อ..ผมไม่รู้เลยครับ..ผมเพิ่งจะเห็นข้อความตอนกลับขึ้นรถ” หวังหมิงซูพูด “พอดีผมมีเรื่องที่ต้องทำเพราะงั้นพอลงจากรถผมก็เลยปิดโทรศัพท์แล้วทิ้งเอาไว้ในรถน่ะ..ผมไม่คิดว่านายน้อยจะโทรหาผมในเวลานี้..ผมขอโทษด้วยครับนายน้อย..ว่าแต่นายน้อยมีเรื่องสำคัญอะไรถึงรีบร้อนแบบนี้ครับ?”
จนถึงตอนนี้เซินเจี๋ยเองก็ไม่ต้องการปวดหัวปัญหานี้อีกต่อไปเพราะถึงยังไงตอนนี้เหวินปินก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นถึงแม้ว่าเซินเจี๋ยจะช่วยชีวิตเหวินปินเอาไว้แต่กำลังรบและความแข็งแกร่งของเหวินปินก็ลดลงไปอย่างมากแต่ในขณะนี้หวังหมิงซูมีความสำคัญต่อเขามากกว่าดังนั้นเซินเจี๋ยจึงไม่ต้องการทำร้ายความสัมพันธ์ของเขากับหวังหมิงซูเพราะเรื่องนี้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่จำเป็นต้องโทษหวังหมิงซู
เซินเจี๋ยก็สูดลมหายใจเขาลึกๆ แล้วพูดว่า “ตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วนมาก..เพราะงั้นฉันจะอธิบายสั้นๆ ก็แล้วกัน..เหวินปินร่วมมือกับฉันตั้งแต่แรกและตอนนี้เขาก็ส่งคนไปโจมตีเขตของชางหมิงแต่เขาทำพลาดเพราะคนของเขาทั้งหมดดันไปติดกับของชางหมิงเข้าให้..ตอนนี้ถึงแม้ว่าชางหมิงจะตายไปแล้วแต่คนของเขายังสามัคคีกันอยู่..เพราะงั้นนายรีบส่งคนไปช่วยคนของเหวินปินซะ!”
“อะไรนะ!..นะ..นายน้อย..คุณ..คุณพูดว่าไงนะ..ช่วยอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยจะได้มั้ยครับ” หวังหมิงซูแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
“นายไม่เข้าใจที่ฉันพูดเหรอ? ..ฉันบอกว่าเหวินปินเป็นคนของฉันและตอนนี้นายต้องส่งคนไปที่เขตของชางหมิงและช่วยคนของเหวินปินทั้งหมด!” เซินเจี๋ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“อะไรเนี่ย!..มันเป็นไปได้ยังไง? ..เหวินปินเป็นคนคัดค้านตำแหน่งผู้นำองค์กรเทียนเต๋ากับนายน้อยไม่ใช่เหรอ? ..เพราะงั้นเขาจะร่วมมือกับนายน้อยได้ยังไง?” หวังหมิงซูถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
“เรื่องมันยาวน่ะ..ตอนนี้นายไปช่วยลูกน้องของเหวินปินก่อนแล้วเราค่อยคุยรายละเอียดกันทีหลัง” เซินเจี๋ยพูด “สถานการณ์ตอนนี้เร่งด่วนมาก..ถ้าช้ากว่านี้คนของเหวินปินคงไม่รอดแม้แต่คนเดียว..รีบไปซะ!”
“เอ่อ..คือ..นายน้อยครับ!” หวังหมิงซูพูด
“อะไร? ..นายไม่อยากช่วยเหวินปินงั้นเหรอ?” น้ำเสียงของเซินเจี๋ยเริ่มจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ และเห็นได้ชัดว่าเขาหมดความอดทนกับความเงอะงะของหวังหมิงซูในเวลานี้แล้ว
“ไม่ใช่ครับนายน้อย..ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น..มันแค่..เอ่อ..ถึงแม้ว่าผมต้องการจะช่วยหัวหน้าเขตเหวินแต่ตอนนี้ในก็สายไปแล้วครับ” หวังหมิงซูพูด
“เพราะเมื่อกี้นี้ผมเพิ่งจะฆ่าหัวหน้าเขตเหวินปินไป” หวังหมิงซูพูดต่อ “ผมเห็นว่าหัวหน้าเขตเหวินเป็นคนที่คัดค้านการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำองค์กรเทียนเต๋าของนายน้อยเพราะงั้นเมื่อผมเห็นโอกาสดีๆ แบบนี้ผมก็เลยไม่อยากพลาดไป..แต่ผมไม่คิดว่าหัวหน้าเขตเหวินจะร่วมมือกับนายน้อย..ผมขอโทษจริงๆ ครับนายน้อย..ผมทำผิดไปแล้วเพราะงั้นเชิญนายน้อยลงโทษผมได้เลย”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเซินเจี๋ยก็ถึงกับตกตะลึงและตกใจกับคำพูดของหวังหมิงซูอย่างมาก แบบนี้มันก็เท่ากับว่าเขาเดินเหยียบเท้าตัวเองไม่ใช่เหรอ? “นี่แก!..ใครสั่งให้แกทำแบบนี้กัน? ..ฉันไปสั่งให้แกฆ่าเขาตอนนไหน?” เซินเจี๋ยตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว
“ผมขอโทษครับนายน้อย..ผมไม่รู้จริงๆ ว่าหัวหน้าเขตเหวินจะเป็นพวกเดียวกันกับนายน้อย..ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ฆ่าเขาหรอก..แต่ถึงยังไงผมก็ทำผิดเพราะงั้นผมจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้นเชิญนายน้อยลงโทษผมได้เลย..ฉันยอมรับการกระทำทั้งหมด” หวังหมิงซูพูด
เมื่อได้ยินแบบนั้นเซินเจี๋ยก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และระงับความโกรธของเขาเอาไว้เพราะถึงยังไงเหวินปินก็ตายไปแล้วและไม่ว่าเขาจะตำหนิหวังหมิงซูมากแค่ไหนในตอนนี้มันก็ไร้ประโยชน์ ซึ่งถ้าทำแบบนั้นเขาอาจผลักไสหวังหมิงซูให้เปลี่ยนข้างก็เป็นได้ ดังนั้นในตอนนี้เขาต้องอเทนกับมัน “เหวินปินบอกอะไรนายก่อนตายหรือเปล่า?” เซินเจี๋ยถาม แน่นอนว่าเซินเจี๋ยจะกังวลว่าก่อนที่เหวินปินจะตายเหวินปินอาจจะบอกความลับที่เขาลงมือฆ่าเซินเฉาหยางให้กับหวังหมิงซูฟัง แต่ในกรณีนี้สำหรับเซินเจี๋ยแล้วไม่ว่าหวังหมิงซูจะรู้หรือไม่ก็ตามเพราะหลังจากที่เรื่องนี้ได้รับการแก้ไขแล้วหวังหมิงซูก็จะต้องถูกกำจัดตามไปด้วยไม่อย่างนั้นเขาเองก็ที่เป็นคนถูกเผา
“เขาไม่ได้พูดอะไรเลย” หวังหมิงซูพูด “ตอนที่ผมไปถึงบ้านของหัวหน้าเขตเหวินเขาก็ถูกลูกน้องของผมฆ่าตายไปแล้วและผมก็ถามพวกเขาแล้วว่าหัวหน้าเขตเหวินพูดอะไรก่อนตายหรือเปล่าแต่ลูกน้องของผมก็บอกว่าไม่ได้พูด..มีแต่เปิดฉากยิงกันเท่านั้นเพราะงั้นผมก็เลยคิดว่าเขาน่าจะตายตอนยิงปะทะกันจนไม่ได้มีโอกาสพูดอะไรได้”
“ลืมมันไปเถอะ..นายกลับไปที่เขตของตัวเองซะ..ฉันต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบอีกที” เซินเจี๋ยถอนหายใจเล็กน้อยและพูด ตอนนี้เซินเจี๋ยไม่แน่ใจว่าหวังหมิงซูไม่รู้จริงๆ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่กล้าที่จะเชื่อใจหวังหมิงซูมากเกินไป ซึ่งเหวินปินตายไปแล้วและสิ่งที่เขาต้องการรู้มากที่สุดในตอนนี้คือใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เพราะเห็นได้ชัดว่าชางหมิงก็ตายไปแล้วแต่ทำไมลูกน้องของชางหมิงถึงยังไงได้ต่อสู้กันอย่างมีระบบและยังสามัคคีกันได้อยู่และทำไมถึงยังไม่ยอมจำนนสักที ดังนั้นทั้งหมดนี้เซินเจี๋ยจึงต้องพึ่งพากลุ่มทหารรับจ้างอินทรีขาวเท่านั้น
หลังจากวางสายแล้วเซินเจี๋ยก็ขมวดคิ้วโดยไม่ตั้งใจและดวงตาของเขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างและเขาก็บ่นว่า “แคสเปอร์ที่เหลืออยู่ที่พวกแกแล้วล่ะ” อันที่จริง ณ เวลานี้เขาทำได้แค่ฝากความหวังไว้กับกลุ่มทหารรับจ้างอินทรีขาวเท่านั้นซึ่งเป็นกองกำลังที่สำคัญที่สุดของเขาและเป็นกำลังสำคัญในการตัดสินใจของเขาด้วย ซึ่งก่อนที่เซินเจี๋ยจะออกมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและกลับมาที่ไต้หวันนั้นผู้นำองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวได้ตกลงบรรลุความร่วมมือกับเซินเจี๋ยเพื่อว่าจ้างในระยะยาวนั่นเอง
ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่เซินเจี๋ยคาดไว้ว่าพ่อของเขาเซินเฉาหยางจะมอบองค์กรเทียนเต๋าให้กับคนนอกมากกว่าลูกชายของตัวเองซึ่งทำให้เซินเจี๋ยโกรธมากจริงๆ ดังนั้นเขาจึงต้องฆ่าเซินเฉาหยางทิ้งเพราะด้วยวิธีนี้องค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวจะกลายเป็นกำลังที่สำคัญมากสำหรับเขา นอกจากนี้ยังเป็นพลังที่กำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่สำคัญที่สุดของเขาอีกด้วย ในตอนนี้เซินเจี๋ยไม่สามารถเชื่อใจใครได้แต่เขาเชื่อมั่นในคริสพาร์คเกอร์ผู้นำองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวอย่างเต็มที่เพราะพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด
.
.