ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1191 นึกถึง
ตอนที่ 1191 นึกถึง
………………..
เย่เชียนเผชิญหน้ากับนักการเมืองมามากและเขาก็รู้ว่านักการเมืองเหล่านี้คิดอย่างไรเพราะถ้าหากเขาประพฤติตัวดีก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหูวหนานเจียนจะมอบเงื่อนไขที่ดีและประโยชน์มากมายแก่เขาแต่ถ้าหากผลงานของเย่เชียนไม่เป็นไปในเชิงบวกล่ะก็พวกเขาจะเริ่มจำกัดการกระทำของเขาและเพิ่มข้อกำหนดมากมาย
เมื่อต้องรับมือกับจิ้งจอกเฒ่าเหล่านี้เย่เชียนก็ไม่กล้าที่จะละเลยแม้แต่น้อยเพราะตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาไม่เพียงพอและยังห่างไกลที่จะต่อกรกับรัฐบาลได้
หูวหนานเจียนเดาทัศนคติของเย่เชียนได้และเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดว่า “เอาล่ะ..ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจะส่งข้อมูลไปให้เอ็งแล้วเอ็งค่อยไปดูรายละเอียดทีหลังก็แล้วกันและถ้าหากเอ็งมีคำถามอะไรก็โทรมาหาฉันได้ทุกเมื่อเพราะเรื่องนี้มันสำคัญมากและเกี่ยวข้องกับหลายสิ่งหลายอย่าง..ตอนนี้คนจากเบื้องบนหลายๆ คนได้พูดคุยกันแล้วเพราะงั้นถ้าเอ็งทำได้ดีล่ะก็เราจะให้สิทธิพิเศษกับเอ็งในการทุกธุรกิจในประเทศจีนในอนาคต”
“หืม? ..สิทธิพิเศษพิเศษเหรอ? ..สิทธิพิเศษที่ว่ามันเป็นแบบไหนกัน?” เย่เชียนถามอย่างสงสัย
หูวหนานเจียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันจะระบุเอาไว้ในเอกสารเพราะงั้นเอ็งจะเห็นมันตอนเปิดอ่าน” หลังจากหยุดไปชั่วขณะหูวหนานเจียนก็เปลี่ยนเรื่องและพูดว่า “ว่าแต่หลานสาวของฉันเป็นยังไงบ้าง?”
“ผมยังไม่ได้เจอเธอเลยตั้งแต่ผมมาถึงไต้หวันเพราะช่วงนี้ผมยุ่งมากจนไม่มีเวลาติดต่อเธอเลย” เย่เชียนพูด “คุณโทรไปหาเธอสิถ้าอยากรู้..จะมาถามผมทำไม..อีกอย่างคุณเป็นปู่ของเค่อเอ๋อร์ไม่ใช่คนนอก”
“ช่างเถอะฉันไม่อยากคุยเรื่องไร้สาระ..เดี๋ยวฉันจะส่งข้อมูลให้เอ็งทีหลัง” หูวหนานเจียนพูด “สถานการณ์ในไต้หวันยังไม่เสถียรและฉันก็กังวลมากถ้าเค่อเอ๋อร์ยังอยู่ที่นั่น..ถึงเธอจะเก่งแค่ไหนแต่เธอก็มีแต่สองมือเพราะงั้นเอ็งเข้าใจใช่มั้ย? ..เอ็งต้องดูแลเธอให้ดีนะรู้มั้ย?”
“ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าเอ็งจะลงเอยยังไงในอนาคต..รอบๆ ตัวเอ็งมีผู้หญิงมากมายขนาดนี้ระวังเอ็งจะศพไม่สวยนะ!” หูวหนานเจียนพึมพำและวางสายไปก่อนที่เย่เชียนจะตอบ เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพึมพำว่า “จิ้งจอกเฒ่า!” อย่างไรก็ตามเมื่อเย่เชียนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็อยู่ที่ไต้หวันมาสองสามวันแล้วแต่ยังไม่ได้ติดต่อไปหาหูวเค่อเลยและเขาก็ไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้างในตอนนี้
หูวเค่อรับผิดชอบงานทางการบางอย่างที่นี่และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักการเมืองสองคนโดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนจีนและอย่าประมาทพลังของส่วนนี้เพราะมันจะเป็นพลังสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้นมันไม่ง่ายเลยที่จะจัดการกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้เพราะถ้าหากเป็นเย่เชียนที่รับหน้าที่นี้เขาก็ไม่สามารถทำอย่างนี้ได้เป็นเวลานานและเป็นเพราะเหตุนี้เองที่เมื่อเขามาที่ไต้หวันเขาจึงขอให้หูวเค่อรับผิดในส่วนนี้
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เย่เชียนก็โทรหาหูวเค่อเพราะเขาไม่ได้โทรหาหูวเค่อเลยหลังจากมาถึงไต้หวันสองสามวัน แต่เย่เชียนเดาว่าผู้หญิงคนนี้รู้อยู่แล้วว่าเขามาที่นี่ใช่ไหม?เมื่อเย่เชียนโทรหาหูวเค่อแต่กลับมีเสียงรอสายเป็นเวลานานและไม่มีใครรับสายเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงครู่หนึ่งและสงสัยว่าหูวเค่อหลับไปแล้วหรือเปล่า?แต่เมื่อเย่เชียนกำลังจะวางสายหูวเค่อก็รับสายทันทีและเสียงขี้เกียจของหูวเค่อก็ดังเข้ามาว่า “นี่มันดึกมากแล้ว..นายโทรมาทำไม?”
“เอ่อ…” เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงกับเสียงนั้นและยิ้มอย่างเขินอายและพูดว่า “เค่อเอ๋อร์…ฉันคิดถึงเธอมาก”
“หือ..ถ้างั้นก็มาหาฉันสิถ้านายคิดถึงฉัน” หูวเค่อพูด
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “เธอนอนอยู่เหรอ? ..ถ้างั้นก็นอนต่อเถอะ!”
“ไม่เอาหน่า..นายจะโทรมาแค่นี้น่ะเหรอ? ..นายอยู่ที่ไต้หวันมาตั้งหลายวันแล้วแต่ไม่เห็นโทรมาหาฉันบ้างเลย..ว่าแต่ผู้ช่วยคนพิเศษที่สาวหลันส่งมาเป็นไงบ้าง?” หูวเค่อพูด
“เอ่อ..เอ่อ..ฉันไม่ค่อยได้อยู่กับเธอน่ะ” เย่เชียนพูดอย่างเร่งรีบ “ฉันยุ่งอยู่ตลอดเวลาและวันนี้ก็เพิ่งจะจัดการบางอย่างเสร็จ..เอาไว้ถ้าเธอว่างๆ ก็โทรมาหาฉันก็แล้วกัน”
“นายจะไม่ยุ่งเหรอฉันไม่อยากรบกวนนาย” หูวเค่อพูด
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มแหยๆ เพราะผู้หญิงคนนี้พูดเก่งจริงๆ หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดว่า “ช่วงนี้เธอเป็นยังไงบ้าง..งานยุ่งมากมั้ย?”
“ฉันสบายดี” หูวเค่อพูด “แต่งานที่ทำอยู่มันค่อนข้างลำบากที่จะต้องรับมือกับพวกนักการเมืองเหล่านั้น..แต่ก็ดีเพราะสถานการณ์ไปตอนนี้ก้าวหน้าไปมากและยังมีคนที่สนับสนุนจีนเป็นจำนวนมากด้วย..ตอนนี้นักการเมืองที่เห็นด้วยกับจีนก็มีหลายคนแล้วส่วนที่เหลือฉันก็กำลังโน้มน้าวพวกเขาอยู่”
“งานแบบนั้นมันต้องใช้เวลาเป็นขั้นตอน..เพราะงั้นเธออย่าทำงานหนักเกินไปล่ะ..ฉันไม่ต้องการให้เธอป่วยหรือเป็นอะไรไปเพราะในอนาคตเธอจะต้องมีลูกให้ฉัน” เย่เชียนฉีกยิ้มและพูด
หูวเค่อกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้บอกว่าจะมีลูกกับนายสักหน่อย!”
เย่เชียนขมวดคิ้วแล้วพูดหยอกล้อว่า “เธอตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ได้เพราะฉันเป็นหัวหน้าครอบครัวและนั่นถือเป็นคำขาด”
“นายนี่ช่างสันหาคำพูดจริงๆ นะ” หูวเค่อพูด “แล้วทางนายเป็นยังไงบ้าล่ะเพราะดูเหมือนว่าสถานการณ์ในไต้หวันจะวุ่นวายมากในทุกวันนี้และมันตึงเครียดจริงๆ ..มันไม่ได้เป็นเพราะนายใช่มั้ย?”
เย่เชียนฉีกยิ้มแล้วพูด “เธอนี่รู้จักฉันดีจริงๆ ..แต่เอาเถอะเพราะตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีและถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดล่ะก็ในอีกไม่กี่วันองค์กรเทียนเต๋าทั้งหมดจะอยู่ในกำมือของฉันอย่างสมบูรณ์และหลังจากที่ฉันจัดการองค์กรเทียนเต๋าให้มีเสถียรภาพแล้วฉันก็จะกำจัดองค์กรซูเหลียนต่อ..ไม่อย่างนั้นพวกเราจะแย่ถ้าเราไม่กำจัดพวกมัน”
“เรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพราะอำนาจและอิทธิพลขององค์กรสามมุมเมืองในไต้หวันนั้นมีมากกว่าองค์กรเทียนเต๋ากับองค์กรซูเหลียนมากเพราะงั้นมันคงจะลำบากมากที่จะกำจัดพวกมันในตอนนี้..แต่ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะสามารถแก้ปัญหานี้กับโจวเจิ้งผิงด้วยวิธีสันติได้หรือเปล่าเพราะถ้ามันสามารถแก้ไขได้อย่างสันติมันก็ดีที่สุด..บางครั้งเราต้องเล่นด้วยวิธีการบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิมบ้าง!” เย่เชียนพูด
“ก็คงจะดีถ้าจะแก้ไขได้อย่างสันติ..แต่โจวเจิ้งผิงเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่ฉลาดมากเพราะงั้นนายต้องรับมือเขาดีๆ และระวังให้มากล่ะ” หูวเค่อพูด
“อย่ากังวลไปเลยที่รักฉันเคยทำธุรกิจที่มันขาดทุนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” เย่เชียนพูด
“ระวังด้วยล่ะอย่าใจร้อนเกินไปเพราะถึงแม้ว่าตอนนี้นายจะเก่งมากก็ตามแต่เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้าเสมอ..มันยังมีคนที่ทรงพลังซ่อนอยู่อีกมากมาย” หูวเค่อพูด
“สุดท้ายเธอก็เป็นห่วงฉันมากที่สุด..มาเถอะมาดื่มกันเถอะ” เย่เชียนพูด
“ไปนอนได้แล้วเพราะฉันจะนอน” หูวเค่อพูด
“ไม่..เธอต้องจูบฉันก่อนไม่อย่างนั้นฉันจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้..ดูซิว่าเธอจะหลับได้ยังไง?” เย่เชียนพูด
หูวเค่อก็ส่ายหน้าและไม่สามารถทนต่อความวุ่นวายของเย่เชียนดังนั้นเธอจึงจูบใส่โทรศัพท์แล้วพูดว่า “ตอนนี้นายพอใจหรือยัง? ..เอาล่ะพักผ่อนได้แล้วเพราะพรุ่งนี้ฉันต้องไปประชุมตั้งแต่เช้า” แม้ว่าเธอจะดูไม่สบอารมณ์แต่จริงๆ แล้วหัวใจของหูวเค่อก็เต็มอิ่มและหอมหวานมาก เธอชอบการที่เย่เชียนหยอกล้อกับเธอมากเพราะนิสัยที่ขี้เล่นเจ้าชู้ของเย่เชียนทำให้หูวเค่อรู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษ
เย่เชียนหัวเราะอย่างเต็มที่แล้วพูดว่า “ราตรีสวัสดิ์” แล้ววางสายไปและทันใดนั้นเสียงข้อความของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นและเมื่อดูที่หน้าจอก็พบว่าหูวหนานเจียนเป็นคนส่งอีเมลเข้ามา จากนั้นเย่เชียนก็ลุกจากเตียงและดื่มชาสักถ้วยจากนั้นก็กลับไปที่เตียงแล้วดูข้อมูลดังกล่าวอย่างระมัดระวัง ซึ่งข้อมูลข้างต้นมีรายละเอียดมากมายและในนั้นก็ระบุปัญหาที่เจ้าหน้าที่และนักลงทุนส่วนใหญ่ของเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนมีปัญหาต่างๆ และมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนหลายอย่างที่เกี่ยวข้องมากมาย แต่เนื้อหาทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ผิวเผินบางอย่างเท่านั้น
เมื่ออ่านแล้วคิ้วของเย่เชียนก็ขมวดเข้าหากันเพราะตามข้อมูลที่หูวหนานเจียนให้มาดูเหมือนว่าจะบอกเป็นนัยๆ ว่าตระกูลจินและตระกูลหยุนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้แต่เพียงเพราะพวกเขามีอำนาจและอิทธิพลมากเกินไปมันจึงไม่ง่ายเลยที่จะจัดการกับพวกเขาโดยไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด เมื่อคิดดูแล้วเย่เชียนก็สาปแช่งเบื้องบนกับหูวหนานเจียนและชางหมิงที่ทิ้งเรื่องยุ่งยากเหล่านี้ไว้ให้กับเขา อย่างไรก็ตามนี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเย่เชียนเพราะเดิมทีเย่เชียนก็ต้องจัดการกับคนเหล่านั้นอยู่แล้วและถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสในครั้งนี้แต่เย่เชียนก็จะไม่ยอมปล่อยไปอยู่ดี
ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะคิดว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีแต่เนื่องจากหูวหนานเจียนได้เสนอผลประโยชน์ดังกล่าวให้แล้วดังนั้นเย่เชียนก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมใช่มั้ย?อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้เพราะเรื่องในไต้หวันอยู่ในช่วงเวลาวิกฤติและเย่เชียนก็ไม่สามารถปล่อยมือของเขาเพื่อทำอย่างอื่นได้ หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็ส่งข้อมูลทั้งหมดให้แจ็คและบอกให้เขาช่วยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ เย่เชียนนั้นรู้ข้อมูลของตระกูลจินกับตระกูลหยุนน้อยมากเพราะฉะนั้นเพื่อที่จะวางแผนอย่างสมเหตุสมผลแล้วเขาต้องรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกเขาเหล่านั้นเสียก่อน
จากนั้นเย่เชียนก็วางโทรศัพท์ลงแล้วหลับตานอน
เช้าตรู่เย่เชียนตื่นขึ้นจากเสียงโทรศัพท์มือถือที่วุ่นวายและเมื่อมองดูก็พบว่าโจวเจิ้งผิงเป็นคนโทรมา จากนั้นเย่เชียนก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และวางสายไปเพราะเหน็ดเหนื่อยมามากในทุกวันนี้ ดังนั้นเมื่อเย่เชียนมีเวลาพักผ่อนเขาจึงไม่สนว่าใครจะโทรเข้ามาทั้งนั้น
อย่างไรก็ตามโทรศัพท์เพิ่งวางสายเมื่อมีเสียงเรียกอีกครั้งเย่เชียนก็ตัดสายอีกครั้งแต่เมื่อมันดังซ้ำไปซ้ำมาเย่เชียนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและหลังจากรับสายแล้วเย่เชียนก็ตะโกนว่า “แม่งเอ๊ย!..โทรมาทำไมกันนักกันหนาวะคนจะนอน!”