ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1194 รองเท้าตบหน้า
ตอนที่ 1194 รองเท้าตบหน้า
………………..
ฉีตงก็กลัวว่าจะเกิดข้อผิดพลาดดังนั้นเขาจึงเพิ่มปริมาณยาที่ใส่ลงไปในไวน์ของหูวเค่อเป็นพิเศษ ไม่อยากนั้นหูวเค่อก็คงจะไม่มีอาการแบบนี้อย่างแน่นอนเพราะท้ายที่สุดแล้วหูวเค่อก็เป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้จีนโบราณดังนั้นร่างกายของเธอก็ยังคงแตกต่างไปจากคนทั่วไปอย่างมาก แต่ทว่าตอนนี้เธอกลับประมาทและตอนนี้เธอก็หวังว่าคนของเย่เชียนจะมาช่วยเธอได้ทัน
หูวเค่อรู้ว่าเย่เชียนส่งคนมาคอยปกป้องเธออยู่ห่างๆ อย่างไรก็ตามเย่เชียนตัวของเย่เชียนเองก็ไม่ได้ติดตามเธอตลอดเวลาดังนั้นเธอจึงไม่ได้ปกปิดหรือทำตัวลึกลับกับคนของเย่เชียนและเมื่อเธอมาที่สโมสรบลูสกายหูวเค่อก็รู้ว่ามีคนของเย่เชียนกำลังติดตามเธออยู่แต่เธอไม่รู้ว่าพวกเขาตามเข้ามาในโรงแรมด้วยหรือเปล่า
เมื่อมองไปที่ฉีตงฝั่งตรงข้ามแล้วหูวเค่อก็พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะแล้วพูด “ผู้อำนวยการฉีนี่คุณจะทำอะไร?”
ฉีตงก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วพูดว่าพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก..ผมก็แค่อยากสนิทสนมกับคุณหูวมากกว่านี้..ผมกลัวว่าคุณหูวจะต่อต้านเพราะผมได้ยินมาว่าคุณหูวไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาๆ ปกติทั่วไปเพราะงั้นผมก็เลยต้องใช้วิธีนี้..แต่คุณหูวไม่ต้องกลัวไปผมจะอ่อนโยนกับคุณและทำให้ดีที่สุด..ผมจะดูแลคุณอย่างดีและหลังจากวันนี้ความสัมพันธ์ของเราจะดีขึ้นและไม่ว่าคุณจะต้องการอะไรผมก็จะทำให้ทุกอย่าง”
“น่ารังเกียจ” หูวเค่อพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “ถ้าแกกล้าแตะต้องฉันล่ะก็จุดจบของแกจะต้องดับอนาถ!” ขณะที่เธอพูดหูวเค่อก็ใช้มือกวาดภาชนะทุกอย่างบนโต๊ะลงกับพื้น “แกร๊ง!..” ซึ่งเธอหวังว่าด้วยเสียงแบบนี้คนของเย่เชียนจะสามารถได้ยินและเข้ามาช่วยเธอได้ทันเวลา
“ตอนแรกผู้หญิงทุกคนก็ต่อต้านผมแบบนี้เนี่ยแหละแต่พอผ่านคืนแรกไปพวกเธอก็จะติดใจผมจนหัวปักหัวปำ” ฉีตงฉีกยิ้มและพูด “อย่าขัดขืนไปเลย..ผมคุยกับผู้จัดการสโมสรเอาไว้แล้วว่าห้ามให้ใครเข้ามาในบริเวณนี้เพราะงั้นอย่าหวังว่าใครจะมาช่วยคุณได้เลย..เอาเถอะคุณก็แค่สนุกกับมันและผมสัญญาว่าคุณจะต้องชอบ”
“จริงเหรอวะ!” เมื่อเสียงดังขึ้นประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกและเย่เชียนที่สวมรองเท้าแตะกางเกงขายาวตัวใหญ่และเสื้อยืดแบบสบายๆ กำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับบุหรี่ในปากของเขา เมื่อเย่เชียนเห็นหูวเค่อเขาก็ยิ้มอย่างขมขื่นและรีบโยนบุหรี่ในปากของเขาทิ้งไป
เมื่อเห็นเย่เชียนเข้ามาปากของหูวเค่อก็ฉีกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มและจิตใจของเธอก็สงบลงจากนั้นก็ค่อยๆ ล้มลงบนโต๊ะอย่างอ่อนแรง เมื่อเห็นแบบนั้นฉีตงก็ตกตะลึงไปชั่วขณะและขมวดคิ้วอแน่นพร้อมกับมองเย่เชียนอย่างโกรธเกรี้ยวและพูดว่า “แกเป็นใคร? ..ใครให้แกเข้ามา?” ฉีตงพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว
เย่เชียนก็หันไปเหลือบมองหูวเค่อและเดาคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ในตอนนี้ไม่มีใครสามารถจินตนาการถึงความโกรธในหัวใจของเย่เชียนได้เลยแต่โชคดีที่เย่เชียนได้ส่งคนมาคอยปกป้องหูวเค่อแล้วไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง จากนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเพราะผู้หญิงคนนี้ฉลาดมาโดยตลอดแต่ไม่คิดว่าคราวนี้เธอจะถูกผู้ชายที่น่าสมเพชอย่างฉีตงหลอกได้ง่ายๆ จากนั้นเย่เชียนก็หันกลับมาจ้องมองที่ฉีตงแล้วพูดว่า “แกไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าฉันเป็นใคร..แกแค่รู้เอาไว้ว่าฉันเป็นสามีของหูวเค่อก็พอ..แต่ฉันรู้จักแกฉีตงผู้อำนวยการสำนักงานตุลาการ!”
“ในเมื่อแกรู้ว่าฉันเป็นใครมันก็ดีแล้ว” ฉีตงไม่มีความกลัวมดๆ เนื่องจากภูมิหลังที่ซับซ้อนของเขาทำให้ไม่มีใครกล้าแตะต้องเขา ดังนั้นในบรรดาผู้หญิงที่เขาเล่นด้วยหลายคนก็มีสามีแล้วและผู้ชายเหล่านั้นก็เกลียดเขาจนสุดใจแต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องถูกบังคับให้ยอมเนื่องจากเบื้องหลังของฉีตงนั่นเอง ดังนั้นเขาจะไม่กลัวเย่เชียนเลยแม้แต่น้อย “พาเธอออกไปซะ..คิดซะว่าเหตุการณ์ในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน..ฉันขี้เกียจวุ่นวาย” ฉีตงพูด
เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดว่า “แกนี่ช่างกล้าพูดจริงๆ ..แกขี้เกียจวุ่นวายงั้นเหรอ? ..แกคิดว่าฉันจะลืมมันไปรึไง?”
ฉีตงก็พูดด้วยรอยยิ้มที่ดูถูกแล้วพูดว่า “เหอะๆ ..ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าแกจะทำอะไรได้..ถ้างั้นก็ฆ่าฉันสิแต่ในเมื่อแกรู้ตัวตนของฉันแล้วแก็น่าจะเข้าใจด้วยว่าฉันมีอิทธิพลมากแค่ไหนในไต้หวันและไม่ว่าจะเป็นทางการหรือวงการใต้ดิน..เพราะงั้นฉันสามารถบดขยี้แกให้ตายง่ายๆ ด้วยมือข้างเดียว”
“จริงเหรอ?” เย่เชียนฉีกยิ้มและพูดว่า “ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าผู้อำนวยการสำนักงานตุลาการตำแหน่งเล็กๆ จะมีเบื้องหลังใหญ่โตถึงขนาดนี้”
ฉีตงยิ้มอย่างภาคภูมิใจและพูดว่า “ดูเหมือนว่าแกจะยังไม่รู้ภูมิหลังของฉันดีนักสินะ..ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกให้แกรู้ว่าผู้นำองค์กรซูเหลียนหลงซือน่ะเป็นพ่อบุญธรรมของฉัน!..ถ้าแกกล้าแตะต้องฉันล่ะก็นั่นจะเทียบเท่ากับการเป็นศัตรูขององค์กรซูเหลียนทั้งหมด..แบบนี้แกจะทำอะไรฉันได้? ..ฉันไม่อยากเสียเวลาเพราะแกมันก็เป็นแค่ตัวตลกเพราะงั้นไสหัวไปซะ!”
เย่เชียนพูดด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาว่า “ดูเหมือนว่าแกจะมั่นใจในตัวเองมากงั้นสินะ..องค์กรซูเหลียนด้วยดูเหมือนว่าแกจะมั่นใจมากว่าองค์กรซูเหลียนนั้นยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าจนทุกคนที่ได้ยินเรื่องนี้จะกลัวจนหัวหด..ถ้าฉันจำไม่ผิดแกมีเมียและลูกด้วยใช่มั้ย? ..เพราะงั้นแกรู้ไหมว่าอะไรน่ากลัวที่สุดในโลก?”
ฉีตงตกตะลึงไปชั่วขณะและขมวดคิ้วแล้วถามว่า “อะไร?”
“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกนี้คือคนที่ไม่กลัวตายและคนที่ไม่เหยียบเท้าตัวเอง..บอกตรงๆ เลยนะว่าแกนั่นแหละที่ไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะมาเล่นกับฉัน..ส่วนเรื่องภรรยากับลูกของแกนั้นพวกเขาไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเพราะงั้นฉันจะปล่อยพวกเขาไป” เย่เชียนพูดต่อ “ส่วนแกน่ะเหรอ..ฉันเองก็อยากรู้จริงๆ ว่าผลของการฆ่าแกมันจะเป็นยังไง?”
เมื่อเห็นดวงตาของเย่เชียนแล้วหัวใจของฉีตงก็สั่นกลัวอย่างอธิบายไม่ถูกเพราะถึงแม้ว่าเย่เชียนจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอแต่ในสายตาของฉีตงนั้นรอยยิ้มนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความน่าสยดสยอง เป็นเพราะฉีตงได้เห็นอะไรแบบนี้มากมายดังนั้นเขาจึงรู้สึกได้ว่าเย่เชียนแตกต่างไปจากผู้ชายที่เขาเคยพบเจอมาก่อนเพราะหน้าตาที่ขี้เล่นในสถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่คนที่สติแตกแต่เป็นคนที่ผ่านความตายมามากมายนั่นเอง หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ฉีตงก็ระงับความหวาดกลัวในใจของเขาเอาไว้และพูดว่า “แกต้องคิดให้ดีๆ เพราะถ้าแกทำให้องค์กรซูเหลียนโกรธล่ะก็แกคงจะอยู่ในไต้หวันไม่ได้อีกต่อไป..นอกจากนี้ถ้าแกฆ่าฉันล่ะก็รัฐบาลและตำรวจไต้หวันก็จะไม่มีวันปล่อยแกไปอย่างแน่นอน..จากนั้นทั้งเบื้องบนและใต้ดินก็จะไล่ล่าแกเพราะงั้นแกคิดว่าแกจะรอดไปได้เหรอ? ..แบบนี้จะดีกว่ามั้ยถ้าแกลืมมันไปฉันก็จะทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
ถึงแม้ว่าสิ่งที่ฉีตงพูดจะฟังดูยิ่งใหญ่ราวกับว่าเขาเป็นคนที่สำคัญต่อโลกมากแต่ความกลัวของเขาถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนในคำพูดและตอนนี้เขาก็เสียใจจริงๆ ที่ทำร้ายหูวเค่อโดยที่ยังไม่ทราบรายละเอียดของหูวเค่อดีเพราะถ้าเขารู้ว่าเธอมีสามีที่สิ้นหวังและไม่กลัวตายอย่างเย่เชียนเขาก็จะไม่ทำแบบนี้อย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้เขาแค่หวังว่าเย่เชียนจะมีสติและไม่ทำอะไรโง่ๆ ลงไป เพราะตอนนี้เขาอยู่ในช่วงเวลาที่ดีและเขายังมีอนาคตให้เพลิดเพลินอีกมากมาย
มุมปากของเย่เชียนก็ฉีกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชั่วร้ายบนใบหน้าและมันก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามรอยยิ้มที่ชั่วร้ายเหมือนมีใบมีดคมหลายพันเล่มซึ่งทำให้ผู้คนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้จนฉีตงก้าวถอยหลังไปอย่างควบคุมไมได้และร่างกายของเขาก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
ฉีตงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและพูดว่า “ในเมื่อฉันมีประโยชน์เพราะงั้นทำไมเราถึงไม่ร่วมมือกันในอนาคตล่ะ? ..เราไม่จำเป็นต้องฆ่าปลาเพื่อทำลายอวนใช่มั้ย?”
เย่เชียนแสยะยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าแกเข้าใจความหมายที่ฉันจะสื่อผิดไปนะ..เพราะบางครั้งการมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าความตาย..ฉันได้ยินมาว่าสำนักงานตุลาการของกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงในเร็วๆ นี้และไม่ว่าแกจะยังได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการต่อหรือไม่ก็ตามถึงยังไงแกมันก็ไร้ค่าอยู่ดี..ฉันเปลี่ยนใจแล้วล่ะ!”
ฉีตงตัวสั่นไปครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างเร่งรีบ “อย่า..อย่านะเว้ย!..มันไม่มีกำแพงใดๆ ในโลกนี้ที่ขวางกั้นได้..ถ้าแกทำอะไรฉันล่ะก็ไม่เพียงแค่แกจะทำให้องค์กรซูเหลียนโกรธเท่านั้นแต่แกจะทำให้รัฐบาลไล่ล่าแกอีกด้วย!”
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ถึงยังไงเรือทุกลำก็จะกลับฝั่งอยู่ดีเพราะงั้นมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วและทำไมฉันต้องกลัวด้วย?” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “แกคิดว่าแกเท่ห์และมีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ? ..แกรู้มั้ยว่าฉันอยากจะเอารองเท้าฟาดหน้าแกจริงๆ เมื่อฉันเห็นหน้าของแก” เมื่อเสียงนั้นจบลงเย่เชียนก็เดินเข้าไปข้างหน้าโดยถือรองเท้าแตะในมือขวาของเขาแล้วใช้มันตบหน้าฉีตง “เพลี๊ยะ!..”
ฉีตงผู้ไม่มีทักษะการต่อสู้ใดๆ เพราะเขาเป็นชายหนุ่มที่น่าสมเพช ดังนั้นเผชิญหน้ากับเย่เชียนแล้วก็ไม่มีที่ว่างสำหรับเขาที่จะต่อต้านได้เลย ในตอนนี้รอยรองเท้าขนาดก็ใหญ่ปรากฏบนใบหน้าของฉีตงและมีเลือดไหลออกมาจากมุมปากของเขาและเขาก็ก้าวถอยหลังไปด้วยความสั่นเทา
“แกเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ? ..แกจะกลัวไปทำไมแกต้องยอมรับสิ่งที่แกทำและผลที่ตามมาให้ได้สิวะ!” เย่เชียนหรี่ตาลงและไม่ยืดเยื้ออีกต่อไป จากนั้นก็มีเสียง “เพลี๊ยะ..เพลี๊ยะ” เท่านั้นที่ดังขึ้นและรองเท้าแตะก็ฟาดเข้าไปที่ใบหน้าของฉีตงครั้งแล้วครั้งเล่าติดต่อกันอย่างรุนแรง หลังจากนั้นไม่นานใบหน้าของฉีตงก็บวมเหมือนหัวหมูและฟันหลายซี่ก็หลุดออกมาเลือดกลบปากอย่างน่าสมเพช
ใครก็ตามที่กระตุ้นความโกรธของเย่เชียนแล้วล่ะก็พวกเขาเหล่านั้นมักจะมีจุดจบที่ย่ำแย่ทุกราย ฉีตงก็ไม่มีข้อยกเว้นเพราะเย่เชียนจะไม่แสดงความเมตตาต่อเขาเพราะคนแบบนี้จะต้องถูกทรมานเหมือนตายทั้งเป็น ซึ่งใบหน้าของฉีตงในตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำมูก,น้ำตาและเลือด ซึ่งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยสีสันเหมือนกับอาหารเสฉวนที่เผ็ดร้อนและเป็นสีแดงเลือด
จากนั้นเย่เชียนโยนรองเท้าแตะลงแล้วสวมมันจากนั้นก็กางมือออกแล้วคว้าแขนของฉีตงแล้วบิดอย่างแรงจนกระดูกแขนของฉีตงหักทันทีและฉีตงก็กรีดร้องแล้วร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างน่าอนาถ
.