ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1201 การแสดงของเซินเจี๋ย (2)
ตอนที่ 1201 การแสดงของเซินเจี๋ย (2)
………………..
ที่จริงแล้วหวังหมิงซูไม่จำเป็นต้องถามคำถามมากมายก็ได้แต่เหตุผลในการทำแบบนี้ก็คือเขาแค่ต้องการฉีกหน้าเซินเจี๋ยต่อสาธารณะและทำลายภาพลักษณ์ของเขาเซินเจี๋ยทิ้งจนไม่มีใครอยากสนับสนุนเซินเจี๋ยอีกต่อไป
ไม่ไกลจากตรงนั้นหลัวอวี่เห็นฉากนี้และมุมปากของเธอก็ร่างรอยยิ้มขึ้นมาแล้วมองไปที่เย่เชียนแล้วพูดว่า “ถ้าฉันเดาไม่ผิดนี่เป็นแผนการของนายใช่มั้ย? ..นายนี่มันร้ายจริงๆ”
เย่เชียนตกตะลึงไปชั่วขณะและในใจเขาก็แอบชื่นชมทักษะการสังเกตอันน่าทึ่งของหลัวอวี่ ซึ่งเย่เชียนไม่อยากเชื่อว่าหลัวอวี่จะรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเขาก่อนที่เธอจะมาถึงไต้หวันและเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการสังเกตของผู้หญิงคนนี้น่ากลัวจริงๆ จากนั้นเย่เชียนก็ยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ปีนี้มันโหดร้ายน่ะเพราะงั้นผมก็ต้องหาวิธีเอาตัวรอด”
“นายนี่พูดเก่งจริงๆ นะ” หลัวอวี่ยิ้มอย่างมีเสน่ห์และพูดว่า “บอกฉันทีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันตะโกนตอนนี้และบอกว่าทั้งหมดมันเป็นแผนการของนาย?”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “ตอนนี้สถานการณ์โดยรวมคลี่คลายแล้วและมันก็ไม่สำคัญว่าคุณจะตะโกนอะไร..คุณน่าจะรู้ดีกว่าผมว่าสถานการณ์จะเป็นยังไงต่อไป” จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองหลัวอวี่แล้วพูดว่า “ผมชอบผู้หญิงฉลาดแต่ผมไม่ชอบให้ผู้หญิงมาเล่นตลกกับผม..เพราะงั้นอย่ามาบังคับให้ผมต้องฆ่าคุณเลย”
หลัวอวี่หัวเราะคิกคักและพูดว่า “ฮ่าๆ ..นายนี่น่ารักขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ..ว่าแต่นายมีแฟนหรือเปล่า? ..ถ้าไม่มีพี่สาวขอเป็นแฟนนายได้มั้ย? ..ฉันน่ะเก่งมากเลยนะฉันสัญญาว่าจะทำให้นายรู้สึกดีเหมือนขึ้นสวรรค์เลยล่ะ”
เย่เชียนกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “ผมบอกไปแล้วว่าผมไม่สนใจก้อนเมฆและตอนนี้คุณก็เป็นแค่วิญญาณแค่คนตายเดินได้เท่านั้นในสายตาของผม..ผมไม่สนใจซากศพเพราะงั้นอย่าพยายามใช้อุบายนี้กับผมเลยมันใช้ไม่ได้ผลหรอก”
เห็นได้ชัดว่าหลัวอวี่ตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นเธอก็ปิดปากของเธอและไม่พูดอะไรอีกราวกับว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่และร่องรอยของความโศกเศร้าก็เผยออกมาผ่านคิ้วของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว แท้จริงแล้วเธอมีบาดแผลที่ลบไม่ออกในหัวใจและเป็นเพราะบาดแผลเป็นนี้เองที่ทำให้เธอกลายเป็นเหมือนตอนนี้ อย่างที่เย่เชียนพูดตอนนี้เธอเป็นเพียงคนตายเดินได้ที่สามารถพูดและเคลื่อนไหวได้เหมือนคนปกติเท่านั้นแต่เธอได้สูญเสียจิตวิญญาณไปตั้งนานแล้ว เธอไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะสามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วซึ่งสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเธอ
ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของเธอจะไม่ได้โด่งดังในโลกภายนอกแต่ในตระกูลจินนั้นสถานะของเธอก็ยังคงสูงมาก นักฆ่าทั้งสี่อย่าง สายหมอก,สายลม,สายฝน,สายฟ้าเป็นนักฆ่าของจินถิงซานผู้นำตระกูลจินโดยตรง อาจกล่าวได้ว่าพวกเธอมีสถานะที่สูงมากในตระกูลจินแต่พวกเธอมักจะซ่อนตัวอยู่ในความมืด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเธอที่จะปรากฏออกมาและหลัวอวี่ก็เป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาสี่พี่น้องนักฆ่าและไม่เพียงแต่ทักษะของเธอจะสูงเท่านั้นแต่รูปร่างหน้าตาของเธอก็ไม่เป็นสองรองใครอีกด้วย ดั่งที่จินเหว่ยห่าวพูดว่ามีผู้คนมากมายที่ไล่ตามหลัวอวี่
บางทีอาจเป็นเพราะโชคชะตากำหนดว่าหลัวอวี่ได้พบกับชายคนหนึ่งที่ส่งผลต่อชีวิตของเธอและผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรและไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่าเขาเป็นหนอนหนังสือเพราะเขาจมอยู่กับกองหนังสือทั้งวันและสวมแว่นหนาเตอะและหน้าตาก็ไม่ได้หล่อเหล่าแต่มีความสง่าผ่าเผยในแบบนักวิชาการ เขาเป็นคนสุภาพและมีทัศนคติที่ถ่อมตนไม่อคติใคร เขาเป็นชายคนแรกที่ติดต่อกับหลัวอวี่โดยไม่มีจุดประสงค์ใดๆ และเขาไม่กล้าแม้แต่จะมองดวงตาที่มีเสน่ห์ของหลัวอวี่เพราะงั้นนับประสาอะไรกับการจับมือของเธอหรือลากเธอไปที่เตียง อย่างไรก็ตามเขามีความตั้งใจอย่างถ่องแท้เพราะเขาตั้งใจที่จะแต่งงานกับหลัวอวี่
ดังนั้นเมื่อหลัวอวี่เผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้แล้วหลัวอวี่ก็รู้สึกหนักใจเล็กน้อยแต่ในที่สุดเธอก็รู้สึกถึงความเอาใจใส่อย่างแท้จริงจากผู้ชายคนนี้และเธอมักจะแอบร้องไห้เพราะเธอเจอผู้ชายแบบนี้ช้าไปไม่อย่างนั้นเธอจะรักเขาโดยไม่ลังเลใดๆ และรักเขาสุดหัวใจ ถึงแม้ว่าหัวใจของเธอจะแหลกสลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วแต่เธอก็จะไม่เสียใจ อย่างไรก็ตามเธอรู้ว่ามันสายเกินไปเพราะเธอแปดเปื้อนและมือเปื้อนเลือดไปแล้วและครอบครัวของผู้ชายคนนี้จะไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนเพราะชื่อเสียงของเธอจะมีผลกระทบต่อความสำคัญภูมิหลังครอบครัวของผู้ชายอย่างแน่นอน แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้บังคับฝืนใจเธอและยังคงห่วงใยและดูแลเธออย่างเงียบๆ
เมื่อหลัวอวี่เมาผู้ชายคนนั้นก็จะไปที่บาร์เพื่อพาเธอกลับบ้านแล้วชงชาที่เข้มข้นให้เธอดื่มเพื่อทำให้เธอหายเมาและเตรียมอาหารให้เมื่อเธอหิวในตื่นกลางดึก เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้หลัวอวี่ก็ถึงกับหลั่งน้ำตาและตั้งคำถามว่าทำไมเขาถึงใจดีกับเธอขนาดนี้ แต่เขาก็แค่ยิ้มและพูดว่าเพราะเขารักเธอ แต่เธอก็บอกกับเขาว่าเธอไม่คู่ควรกับความรักของเขาเพราะเธอเป็นผู้หญิงไม่ดี แต่เขาก็ยังคงยิ้มเสมอจนหลัวอวี่ตกใจเพราะปรากฏว่ายังมีผู้ชายในใบโลกนี้ที่เข้าใจเธอ ดังนั้นเธอจึงร้องไห้และตกลงไปในอ้อมแขนของเขาและร้องไห้ออกมา เมื่อเป็นแบบนั้นผู้ชายคนนั้นก็ทำตัวไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะวางมือตรงไหนและเขาแค่พูดเบาๆ ว่าร้องไห้ออกมาให้พอถ้าคุณต้องการ ซึ่งเมื่อหลัวอวี่หยุดร้องไห้และเงยหน้าขึ้นจูบเขานั้นเขาก็ค่อยๆ ผลักเธอออกเบาๆ และใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนแต่คำพูดของเขาก็ยังคงนุ่มนวลและใจดี เขาบอกว่าเขารักเธอแต่ถ้าเธอไม่รักก็อย่าทำแบบนี้
ผู้หญิงอย่างเธอได้จะเจอผู้ชายแบบนี้ในชีวิตนั่นก็เพียงพอแล้วและนี่เป็นความเจ็บปวดนิรันดร์ในหัวใจของหลัวอวี่และเป็นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถลบออกได้
แต่เย่เชียนไม่รู้ว่าคำพูดของเขาจะทำให้หลัวอวี่เกิดความโศกเศร้าโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่างไรก็ตามสำหรับเย่เชียนก็ไม่สำคัญหรอกว่าหลัวอวี่จะเป็นยังไงในอดีตเพราะเขาไม่มีความสัมพันธ์กับหลัวอวี่แม้แต่นิดเดียว ซึ่งถ้าหลัวอวี่มาหาเขาเพราะตระกูลจินจริงๆ ล่ะก็เย่เชียนก็จะฆ่าเธอในที่สุด
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามเชิงรุกของหวังหมิงซูแล้วเห็นได้ชัดว่าใบหน้าของเซินเจี๋ยดูไม่พอใจอย่างมากและมีร่องรอยของความโกรธปรากฏขึ้นแต่เขาก็ยังคงระงับไว้เพราะท้ายที่สุดในตอนนี้เขาไม่แน่ใจว่าหวังหมิงซูรู้ทุกอย่างจริงๆ หรือไม่ ซึ่งถ้าไม่หวังหมิงซูก็อาจจะวางแผนอะไรเอาไว้โดยไม่ปรึกษาเขาเท่านั้นแต่ไม่ได้ทรยศหักหลังแต่อย่างใด หากเป็นแบบนั้นโอกาสในการยึดอำนาจของเขาก็จะมีมากขึ้นและเมื่อเขากลายเป็นผู้นำองค์กรเทียนเต๋าในอนาคตมันก็ยังไม่สายเกินไปที่จะแก้แค้นหวังหมิงซูในวันนี้
เซินเจี๋ยก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “ไม่!”
“จริงเหรอ?” หวังหมิงซูหัวเราะเยาะและพูดว่า “แต่ฉันมีหลักฐานว่าแกเป็นคนฆ่าท่านประธานเซิน!” ขณะที่พูดแบบนั้นหวังหมิงซูก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วพูดว่า “ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแกกับหัวหน้าเขตเหวินจะร่วมมือกัน..ตอนแรกฉันคิดว่าแกกับหัวหน้าเขตเหวินเป็นศัตรูกันซะอีกแต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากที่แกหลอกใช้หัวหน้าเขตเหวินเสร็จแล้วแกจะสั่งให้ฉันไปฆ่าเขาในภายหลัง..อันที่จริงแล้วฉันและคนอื่นก็เคยคิดที่จะสนับสนุนแกโดยคิดว่าแกมีจุดประสงค์ทำให้องค์กรเทียนเต๋าของเรามีเสถียรภาพยิ่งขึ้นแต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าแกจะไล่ฆ่าคนเป็นผักเป็นปลาแบบนี้..ทุกท่านครับ!..แต่ก่อนที่หัวหน้าเขตเหวินจะตายเขาได้ให้สิ่งนี้กับผมมาและมันคือบันทึกวิดีโอที่เซินเจี๋ยฆ่าท่านประธานเซินอย่างชัดเจนที่นี่..เอาล่ะเซินเจี๋ยแกมีอะไรจะแก้ตัวหรือเปล่า?”
เมื่อได้ยินแบบนั้นคิ้วของเซินเจี๋ยก็ขมวดเข้าหากันและดูเหมือนเหวินปินจะเก็บหลักฐานตอนที่เขาฆ่าเซินเฉาหยางเอาไว้จริงๆ แต่เซินเจี๋ยไม่มั่นใจว่าเหวินปินได้บันทึกกระบวนการและขั้นตอนทั้งหมดเอาไว้หรือเปล่า ซึ่งตอนนี้หวังหมิงซูได้หยิบหลักฐานเหล่านั้นออกมาจริงๆ หรือแค่พยายามหลอกเขากันแน่? อย่างไรก็ตามไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไงแต่เซินเจี๋ยก็รู้แล้วว่าหวังหมิงซูได้ทรยศเขาจริงๆ
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ปรากฏออกมาผู้คนในองค์กรเทียนเต๋าก็โกรธเกรี้ยวทันทีและแม้แต่ผู้อาวุโสที่สนับสนุนเซินเจี๋ยให้ขึ้นเป็นผู้นำองค์กรเทียนเต๋าคนต่อไปด้วย เมื่อได้ยินแบบนั้นหลายๆ คนก็ตะโกนถามว่า “เซินเจี๋ยที่หัวหน้าเขตหวังพูดเป็นความจริงงั้นเหรอ?” ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสนับสนุนเซินเจี๋ยให้ขึ้นเป็นผู้นำองค์กรเทียนเต๋าคนต่อไปก็ตามแต่ถ้าหากเซินเฉาหยางถูกเซินเจี๋ยฆ่าจริงๆล่ะก็พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะสนับสนุนเซินเจี๋ยอีกต่อไป
แน่นอนว่าหัวหน้าเขตและเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆ ก็ตกตะลึงเช่นกันเพราะนี่เป็นข่าวที่น่าตกใจจริงๆ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกคนภายในองค์กรพยายามตามหาฆาตกรที่ฆ่าเซินเฉาหยางกันอย่างเต็มที่แต่พวกเขาไม่เคยคิดว่าทั้งหมดนี้จะเป็นฝีมือของเซินเจี๋ย แน่นอนว่าเซินเฉาหยางยังคงมีสถานะที่สูงมากในหัวใจของพวกเขาดังนั้นเมื่อพวกเขาได้ยินข่าวนี้พวกเขาทั้งหมดก็จ้องไปที่เซินเจี๋ยด้วยความโกรธและดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหมดต้องการรู้ว่าเซินเจี๋ยจะอธิบายเรื่องพวกนี้ยังไง
เซินเจี๋ยหัวเราะอย่างดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “จะอธิบายอะไรฉันไม่มีอะไรจะอธิบาย!..มันก็แค่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วบอกว่าเป็นหลักฐานการตายของพ่อฉันเท่านั้นมันไร้สาระมากๆ ..อีกอย่างทำไมฉันต้องฆ่าพ่อของตัวเองด้วย? ..ฉันจะทำไปเพื่ออะไร?” คำพูดเหล่านี้มีเหตุผลและหลายๆ คนในองค์กรเทียนเต๋าก็มีคำถามนี้เหมือนกัน เพราะจริงๆ แล้วเซินเจี๋ยมีเหตุผลอะไรถึงต้องฆ่าเซินเฉาหยางด้วย? ท้ายที่สุดเซินเฉาหยางก็เป็นพ่อผู้ให้กำเนิดเซินเจี๋ยเพราะงั้นถ้าหากเซินเฉาหยางยังมีชีวิตอยู่ต่อมันจะไม่ดีกว่าสำหรับเซินเจี๋ยหรอกเหรอ? อย่างไรก็ตามพวกเขาจะรู้เรื่องราวภายในที่แท้จริงได้อย่างไร?
“เพราะแกต้องการยึดอำนาจและขึ้นเป็นผู้นำองค์กรเทียนเต๋าคนต่อไปยังไงล่ะ!” เมื่อคำพูดจบลงเย่เชียนก็ค่อยๆ ลุกขึ้นจากตำแหน่งของเขาและเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และทุกสายตาก็จับจ้องไปที่เย่เชียนยกเว้นคนของเย่เชียนเพียงไม่กี่คน ส่วนคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึงและตกใจอย่างมาก