ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1229 ช่วยชีวิตเด็กสาว
ตอนที่ 1229 ช่วยชีวิตเด็กสาว
………………..
คนที่เข้ามาในบาร์นี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นโจวหยวนเพราะในเวลานี้เขามักจะทำตัวหยิ่งผยองและโอ้อวดความยิ่งใหญ่ของเขาและทำตัวน่าเกรงขาม ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะชอบความรู้สึกแบบนี้มากเพราะในเวลานี้เขาคาบบุหรี่อยู่ในปากและดวงตาของเขาก็เย่อหยิ่งจากนั้นเขาก็เดินตรงขึ้นไปที่ชั้นบนและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้ว่าเย่เชียนอยู่ในบาร์นี้ด้วยและกำลังมองเขาอยู่ในขณะนี้
จากนั้นเย่เชียนก็เอื้อมมือไปเรียกสาวเชียร์เบียร์และสั่งเบียร์อีกสองขวดแล้วให้ทิปเธอเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คนนั้นเขาเป็นใครกันเหรอ? ..ทำไมเขาดูยิ่งใหญ่จัง”
“คุณไม่รู้จักเขาเหรอ? ..เขาคือโจวหยวนชายหนุ่มผู้โด่งดังที่สุดของเซินเจิ้นในตอนนี้..ซึ่งอุตสาหกรรมการบันเทิงส่วนใหญ่ในเมืองเซินเจิ้นถูกควบคุมโดยเขาและเรียกได้ว่าเขาเป็นราชาของที่นี่เลยก็ว่าได้..ยิ่งไปกว่านั้นฉันได้ยินมาว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของเขานั้นเป็นคนที่มีอิทธิพลมากและคนอย่างรัฐมนตรีของจีนยังต้องก้มหัวให้กับเขา” สาวเชียร์เบียร์พูดด้วยท่าทางที่ชื่นชมว่า “คงจะดีมากถ้าแฟนของฉันเป็นคนแบบนี้”
เย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คุณควรจะหาแฟนที่มีงานที่ดีและมั่นคงเพราะนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง..อย่าไปอิจฉาคนแบบนี้เลยเพราะนี่เป็นเพียงแค่สะเก็ดไฟจากเปลวเพลิงเท่านั้นและมันจะอยู่ได้อีกไม่นาน”
สาวเบียร์ถึงกับตกใจและรีบเอามือปิดปากเย่เชียนและพูดอย่างประหม่าว่า “ระวังหน่อยสิคุณอย่าพูดจาไร้สาระ..เพราะถ้าเขาได้ยินขึ้นมามันจะเกิดเรื่องเอา!”
เย่เชียนเหลือบมองสาวเชียร์เบียร์อย่างซาบซึ้งและยิ้มเบาๆ แล้วพูดว่า “แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่าเขามาทำอะไรที่นี่ในวันนี้?”
“ฉันเพิ่งจะไปถามเพื่อนร่วมงานของฉันมาเมื่อกี้นี้และเธอก็บอกว่าบาร์ของเราถูกเขาซื้อกิจการไปแล้ว” สาวเชียร์เบียร์พูด “ดูเหมือนว่าช่วงนี้มีคนมาสร้างปัญหาบ่อยๆ เพราะงั้นเขาก็เลยมาดูความเรียบร้อย..พูดถึงเรื่องนี้แล้วเขาเป็นคนที่มีอิทธิพลมากเพราะงั้นใครจะกล้าทำให้เขาขุ่นเคืองกัน..เฮ้อฉันล่ะสงสารสาวน้อยคนนั้นจริงๆ?”
เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งและถามด้วยความประหลาดใจว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ..คุณช่วยอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยได้หรือเปล่า?”
สาวเชียร์เบียร์เหลือบมองเย่เชียนอย่างสงสัยและถามว่า “ทำไมคุณถึงถามคำถามเยอะจังล่ะ?”
เย่เชียนก็ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “อันที่จริงแล้วผมเป็นนักสังคมวิทยาและเมื่อเร็วๆ นี้ผมกำลังทำการวิจัยเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กและสังคมของเมืองนี้เพราะงั้นผมจึงออกมาศึกษาด้วยตัวเอง..ยังไงก็เถอะคุณช่วยเล่าให้ผมฟังที” ในขณะที่เย่เชียนพูดแบบนั้นเขาก็ยัดเงินจำนวนหนึ่งใส่ในมือของสาวเชียร์เบียร์
สาวเชียร์เบียร์ตกใจอยู่พักหนึ่งเพราะเย่เชียนช่างใจกว้างจริงๆ เพราะเงินที่เขาให้เธอมานั้นเป็นจำนวนเยอะมาก “ฉันไม่คิดว่าคุณจะเหมือนพวกนักสังคมวิทยาเลยเพราะจริงๆ แล้วฉันคิดว่าคุณเหมือนพวกมาเฟียซะมากกว่า” สาวเชียร์เบียร์หยิบเงินใส่กระเป๋าเสื้อแล้วพูดว่า “หรือว่าคุณเป็นสายลับกันแน่?”
“เอ่อ..” นักสังคมวิทยานั้นทำงานอย่างไรเย่เชียนก็ไม่รู้จริงๆ และสับสนเล็กน้อยจากนั้นเย่เชียนก็พูดว่า “ที่จริงแล้วนักสังคมวิทยาเป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญในการศึกษาสังคมในสมัยนี้และต้องทำตัวให้กลมกลืนกับคนทุกประเภทเพื่อเข้าถึงผู้คน” เย่เชียนพูดเรื่องไร้สาระแล้วเปลี่ยนเรื่องและพูดว่า “บอกมาหน่อยสิว่าผู้หญิงคนที่คุณพูดถึงเมื่อกี้คือใคร?”
“เอ่อฉันแค่ได้ยินมาน่ะดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะชื่อฟู่ฉวนและพ่อของเธอก็เป็นถึงผู้ช่วยคนสนิทของโจวหยวนแต่ไม่รู้ว่าทำไมโจวหยวนถึงฆ่าเขาดังนั้นเธอจึงอยากจะล้างแค้นให้กับพ่อของเธอแต่เธอจะทำอะไรได้ในฐานะผู้หญิงที่อ่อนแอ? ..ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอยังเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยอยู่และเธอก็เป็นแค่เด็กเพราะงั้นเธอจะเป็นศัตรูกับพวกมาเฟียได้ยังไง..ซึ่งเจ้าของบาร์ของเราก็สนิทกับพ่อของเธอเพราะงั้นเจ้านายของฉันจึงทำเมินเฉยเมื่อเธอมาสร้างปัญหาแต่ช่วงหลังๆ มานี้เธอก็เกรี้ยวกราดมากขึ้นเรื่อยๆ” สาวเชียร์เบียร์พูดต่อ “ใครในเซินเจิ้นที่ไม่รู้บ้างว่าโจวหยวนเป็นคนยังไงเพราะเขามักจะทำเรื่องที่โหดเหี้ยมบนท้องถนนอย่างฉาวโฉ่และการที่เธอมาที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อสร้างปัญหานั่นก็คือการไม่ไหวหน้าโจวหยวนเพราะงั้นคุณคิดว่าโจวหยวนจะปล่อยเธอไปงั้นเหรอ?”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “เธอเป็นผู้หญิงที่กล้าจริงๆ” หลังจากหยุดไปสักพักเย่เชียนก็พูดต่อ “ขอบคุณมากครับ..เอาไว้ผมจะโทรหาคุณอีกถ้าผมมีคำถามอะไรเพิ่มเติมนะ”
“ได้เสมอ..ถ้าอย่างนั้นคุณก็มาที่นี่บ่อยๆ สิเราจะได้ดื่มด้วยกัน” สาวเชียร์เบียร์ยิ้มหวานและดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ จากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้า ซึ่งจริงๆ แล้วชีวิตไม่ง่ายสำหรับสาวเชียร์เบียร์เหล่านี้เพราะรายได้ของพวกเธอขึ้นอยู่กับค่าคอมมิชชั่นและทิปดังนั้นพวกเขาจึงต้องขยันพูดและเอาใจแขกที่มายังบาร์และบางคนก็ไม่ลังเลเลยที่จะขายร่างกายของเธอ แน่นอนว่าเย่เชียนไม่คิดจะดูถูกพวกเธอเพราะทุกคนก็แค่ออกมาหาเงินเลี้ยงชีพและไม่มีใครสูงส่งหรือด้อยกว่าทั้งนั้น
ผ่านไปครู่หนึ่งดวงตาของเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองคนสองคนเดินขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งระหว่างพวกเขาและสาวเชียร์เบียร์ก็รีบหันไปมองเย่เชียนทันทีและเมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็เข้าใจเพราะดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเด็กสาวที่ชื่อฟู่ฉวน
เมื่อมองดูท่าทางและใบหน้าของเด็กสาวแล้วเห็นได้ชัดว่าเธอหมดสติอยู่ดังนั้นเย่เชียนจึงขมวดคิ้วแน่น ซึ่งฟู่ฉวนนั้นเย่เชียนไม่เคยได้ยินชื่อนี้แต่เขาเคยได้ยินแซ่สกุลฟู่จากปากของแจ็คว่าคนที่ชื่อฟู่อันซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนที่แจ็คส่งไปอยู่กับโจวหยวน ซึ่งแจ็คเป็นคนรอบคอบในบางครั้งมากกว่าที่เย่เชียนคิดและเมื่อเย่เชียนสั่งให้ส่งโจวหยวนไปยังเซินเจิ้นในตอนแรกและคนฉลาดๆ อย่างแจ็คจะไม่ส่งคนที่ไว้ใจได้ตามเขาไปอย่างงั้นเหรอ? แน่นอนว่าฟู่อันก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เย่เชียนก็ค้นพบสิ่งต่างๆ มากมายเพราะดูเหมือนว่าโจวหยวนจะรู้ถึงตัวตนของฟู่อันดังนั้นโจวหยวนจึงฆ่าเขาและนี่แสดงให้เห็นว่าโจวหยวนต้องการทรยศตัวจริงๆ และถ้าหากฟู่ฉวนเป็นลูกสาวของฟู่อันจริงๆ ล่ะก็เย่เชียนก็ไม่สามารถปล่อยให้เธอเจอเรื่องร้ายๆ และเป็นอะไรเด็ดขาด ซึ่งหลังจากรู้เรื่องการตายของฟู่อันแล้วเย่เชียนก็ตำหนิแจ็คอย่างดุเดือดเพราะในเมื่อฟู่อันตายไปแล้วไม่ว่าในกรณีใดเย่เชียนก็ปล่อยให้ลูกสาวของฟู่อันเป็นอันตรายไม่ได้เด็ดขาด
หลังจากดื่มเบียร์แก้วสุดท้ายแล้วเย่เชียนก็ค่อยๆ ลุกขึ้นและเดินไปที่ชั้นสองของบาร์ ซึ่งบอดี้การ์ดสองคนที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าบันไดบนชั้นสองก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นลูกน้องของโจวหยวนและเมื่อเห็นเย่เชียนเข้ามาพวกเขาเอื้อมมือออกไปขวางทางเย่เชียน
เย่เชียนก็หยุดและมองดูทั้งสองคนจากหัวจรดเท้าและแสยะยิ้มเล็กน้อยจากนั้นเย่เชียนก็หมุนตัวเพียงเล็กน้อยและแทบจะไม่เห็นการเคลื่อนไหวใดๆ และทั้งสองก็ล้มลงกับพื้นทันที ซึ่งการเคลื่อนไหวนั้นเร็วมากจนไม่มีมองได้ทัน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคนในบาร์สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นและทุกคนต่างก็หันมามองและสาวเชียร์เบียร์ที่เพิ่งคุยกับเย่เชียนก็ยิ่งประหลาดใจและเธอก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงที่นักสังคมวิทยามีทักษะการต่อสู้ที่ดีแบบนี้
จากระยะไกลเย่เชียนได้ยินความโกรธและคำพูดเย้ยหยันของโจวหยวนจากห้องบนชั้นสองและคิ้วของเย่เชียนก็ขมวดเข้าหากันทันทีและรีบเดินตรงไป ซึ่งนอกจากนี้ยังมีลูกน้องของโจวหยวนอีกสองคนที่เฝ้าประตูอยู่และเห็นได้ชัดว่าพวกเขาตกตะลึงเมื่อเห็นเย่เชียนเดินเข้ามาเพราะมีบอดี้การ์ดมือดีคอยคุ้มกันอยู่ที่ด้านล่างแต่กลับปล่อยคนแปลกหน้าขึ้นมาได้นั่นก็หมายความว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับบอดี้การ์ดด้านล่างนั่นเอง
เย่เชียนไม่ได้พูดอะไรและก่อนที่พวกเขาจะโต้ตอบเย่เชียนก็ใช้ด้ามมีดฟาดเข้าไปที่ต้นคอของพวกเขาและทั้งสองก็ล้มลงกับพื้นและหมดสติไปทันที จากนั้นเย่เชียนก็ผลักประตูห้องเข้าไปและเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้นและมีเลือดที่มุมปากของเธอและกำลังเอามือกุมท้องอยู่และดุด่าสาปแช่งโจวหยวนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้หญิงคนนั้นและยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกับลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ
เมื่อเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาคนเหล่านั้นก็รีบหยุดเขาไว้แต่โจวหยวนนั้นตกตะลึงอย่างมากและไม่คิดว่าจะเจอเย่เชียนที่นี่ ถึงแม้ว่าเขาจะมีเจตนาที่จะทรยศหักหลังเย่เชียนมานานแล้วก็ตามแต่เขาเคยเห็นพลังของเย่เชียนด้วยตาของเขาเองมาก่อนและเมื่อเขาเห็นเย่เชียนที่นี่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว “หยุด!” โจวหยวนตะโกนและลูกน้องเหล่านั้นก็หยุดด้วยความตกตะลึงและรีบถอยกลับไป
อย่างไรก็ตามโจวหยวนก็เหลือบจ้องมองเย่เชียนแต่ไม่ได้ลุกขึ้นและไม่ได้ทักทายเย่เชียนและทัศนคติของเขาก็ยังคงหยิ่งผยอง ซึ่งเขาเพียงแค่มองไปที่เย่เชียนอย่างเย็นชาและพูดว่า “พี่ทำไมมาที่นี่แล้วไม่บอกผมก่อนล่ะผมจะได้ส่งคนไปรับ”
เย่เชียนพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยาม “ฉันจะพาผู้หญิงคนนี้ออกไป”
“พี่เย่จะพาเธอไปทำไม?” โจวหยวนพูด “ผู้หญิงคนนี้เป็นคนอันตรายและคำพูดของเธอจะทำให้เกิดปัญหาไม่รู้จบเพราะงั้นถ้าผมไม่ฆ่าเธอล่ะก็ไม่ช้าก็เร็วเธอจะเป็นฝ่ายฆ่าผมแทน..พี่เย่ไม่ควรเข้ามายุ่งเรื่องนี้เดี๋ยวผมจะจัดการเอง”
“แล้วถ้าฉันจะเข้าไปยุ่งล่ะ?” เย่เชียนแสยะยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “นายคงไม่คิดว่าจะหยุดฉันได้ด้วยพวกกระจอกๆสองสามคนใช่มั้ย? ..หืม!” เย่เชียนพูดอย่างช้าๆ และนั่งยองๆ ลงไปเพื่อพยุงฟู่ฉวนขึ่นมาแล้วหันไปมองโจวหยวนและพูดว่า “พรุ่งนี้เก้าโมงเช้ามาประชุมกันที่บริษัทด้วย!”
หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เดินออกไปพร้อมกับพยุงฟู่ฉวนและบางทีอาจเป็นเพราะความเจ็บปวดอย่างรุนแรงฟู่ฉวนจึงเป็นลมหมดสติไปและเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว จากนั้นเขาก็อุ้มเธอขึ้นแล้วเดินลงบันไดไป ซึ่งถึงแม้ว่าโจวหยวนจะโกรธมากแต่เขาก็ไม่มีความกล้าพอที่จะหยุดเย่เชียนเพราะเขาเคยเห็นฝีมือของเย่เชียนด้วยตาของตัวเองมาก่อนแล้วและรู้ว่าลูกน้องของเขานั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เชียนเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเย่เชียนเดินออกไปโจวหยวนก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและลูกน้องที่อยู่ด้านข้างก็รีบถามว่า “หัวหน้าครับเขาคนนั้นเป็นใครกัน? ..ทำไมหัวหน้าถึงปล่อยให้เขาพาเธอไปล่ะครับ?”
“แล้วพวกนายคิดว่าจะชนะเขาได้งั้นเหรอ? ..ห๊ะ!” โจวหยวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในใจและเจตนาฆ่าที่มีต่อเย่เชียนก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้เขาก็เดินมาถึงจุดนี้แล้วจะไม่มีทางหวนกลับอีก ดังนั้นถ้าเขาอยากจะเดินไปข้างหน้าต่อเขาก็ต้องฆ่าเย่เชียนให้ได้
ส่วนเรื่องการแก้แค้นในอนาคตขององค์กรทหารรับจ้างเขียวหมาป่านั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาควรพิจารณาในตอนนี้เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าถ้าเขาไม่ฆ่าเย่เชียนล่ะก็สิ่งที่เป็นของเขาจะถูกเย่เชียนยึดคืนไปจนหมดอย่างแน่นอน
.