ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1232 คำตอบของความโลภ
แม้ว่าแนวทางของโจวหยวนจะทำไปเพื่อบริษัทก็ตามแต่เย่เชียนก็เคยออกคำสั่งที่เข้มงวดว่ามาตรการดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้กับประชาชนคนทั่วไปได้ จากนั้นการกระทำของโจวหยวนยังขัดต่อคำสั่งของเย่เชียนอย่างมากซึ่งทำให้เย่เชียนไม่สามารถให้อภัยเขาได้
“ผมเคยพูดเอาไว้ว่าการพัฒนาบริษัทเป็นเรื่องสำคัญแต่ก็ไม่สามารถคุกคามประชาชนและชาวบ้านทั่วไปได้..ซึ่งค่าชดเชยการย้ายออกและรื้อถอนเหล่านั้นจะต้องแจกจ่ายตามค่าตอบแทนที่เหมาะสม..นอกจากนี้สำหรับบริษัทแล้วชื่อเสียงที่ดีย่อมมีความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใดใช่มั้ย?” เย่เชียนพูด
จากนั้นเย่เชียนก็กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วพูดว่า “ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจอย่างชัดเจนว่าความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทนั้นค่อนข้างสำคัญและถ้าหากบริษัทต้องการที่จะเติบโตขึ้นเราก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อประเด็นนี้ได้และจุดประสงค์ของการจัดประชุมในวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้..ผมหวังว่าบริษัทจะจ่ายค่าชดเชยให้กับชาวบ้านอย่างเต็มจำนวนทันทีและผมไม่อยากเห็นสถานการณ์แบบนี้อีก..ซึ่งผมจะปลดโจวหยวนออกจากตำแหน่งประธานและมีผลทันที!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นทั่วทั้งห้องประชุมก็เกิดความโกลาหลขึ้นอย่างกะทันหันและทุกคนก็เริ่มก้มหน้าเพื่อหารือกับคำพูดของเย่เชียน ซึ่งสิ่งที่เย่เชียนพูดนั้นทำให้พวกเขาประหลาดใจอย่างมาก “แล้วตัวตนของแกคือใคร? ..เรารู้แค่ว่าโจวหยวนเป็นประธานของบริษัทแต่การที่คุณจะมาปลดเขาออกจากตำแหน่งประธานแบบนี้คุณมีคุณสมบัติอะไร?” ตู้เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์
ทันใดนั้นหลายๆ คนก็เห็นด้วยกับตู้เฟิงและส่วนใหญ่ก็เป็นลูกน้องคนสนิทของโจวหยวนและดูเหมือนว่าโจวหยวนจะไม่ได้ทำอะไรไร้สาระมาตลอดหลายปีและเขาก็วางแผนระยะยาวในเรื่องนี้และมีกลุ่มคนที่ภักดีกับเขาอย่างจริงใจ จากนั้นโจวหยวนก็ยิ้มอย่างมีชัยราวกับว่าเขาคาดหวังกับเหตุการณ์แบบนี้มานานแล้วและหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาเป็นเวลานานโจวหยวนก็วางแผนเอาไว้นานแล้วว่าถ้าเขาทรยศเย่เชียนล่ะก็ถ้าหากเขาไม่มีลูกน้องคอยสนับสนุนอย่างจริงใจล่ะก็เขาจะสู้ไม่ได้อย่างแน่นอน
เย่เชียนยิ้มอย่างเฉยเมยและไม่พูดอะไรและท่าทางของเขาก็ดูสงบมากเพราะเขาเองก็คาดหวังกับเหตุการณ์นี้เอาไว้แล้วและถ้าหากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นโจวหยวนก็คงจะเป็นคนโง่และทำอะไรไร้สาระตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นมาจะไม่มีเหตุการณ์และปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างไร?
“แกไม่ได้ยินที่ฉันพูดเมื่อกี้เหรอไง? ..ที่นี่คือหยวนฟากรุ๊ปและไม่ใช่สถานที่ที่แกจะสามารถวิ่งเล่นหรือมาทำตัวโอ้อวดที่นี่ได้..ถ้าแกไม่รีบไสหัวไปฉันจะฆ่าแกซะ..แกไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลยด้วยซ้ำแต่แกกล้าจะโชว์ศักดิ์ศรีและความยิ่งใหญ่ของแกที่นี่งั้นเหรอไอ้โง่!” ชายหนุ่มร่างกำยำข้างๆ โจวหยวนพูดจาดูถูกเหยียดหยามด้วยความโกรธ
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและยืนขึ้นอย่างช้าๆ และพูดว่า “เหรอ? ..ฉันไม่เคยกลัวใครเลยตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็กและไม่มีใครสามารถคุกคามฉันได้..ทั้งชีวิตของฉันมีคนมากมายที่ต้องการจะฆ่าฉันแต่ฉันส่งคนพวกนั้นไปลงนรกหมดแล้ว!” ขณะที่เขาพูดเย่เชียนก็เดินไปหาชายหนุ่มร่างกำยำและตบไหล่เขาแล้วพูดว่า “เฮ้ย!..แกนะ!”
เย่เชียนหยุดพูดอย่างกะทันหันจากนั้นมือขวาของเขาก็คว้าผมของชายหนุ่มร่างกำยำแล้วฟากลงบนโต๊ะและหลังจากทุบห้าหรือหกครั้งติดต่อกันชายหนุ่มก็ไม่มีกำลังที่จะตอบโต้ได้และหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยเลือดในทันทีและเย่เชียนก็ดึงเขาขึ้นมาและเหวี่ยงเขาลงกับพื้นอย่างแรงจากนั้นเหยียบก็ซี่โครงของเขาอย่างดุเดือด ทันใดนั้นก็มีเสียงกระดูกหักอย่างชัดเจนและชายหนุ่มร่างกำยำก็กรีดร้องออกมาและเป็นลมหมดสติไป
เมื่อหันกลับมาเย่เชียนก็มองไปที่โจวหยวนแล้วพูดว่า “โจวหยวนนายน่าจะบอกคนของนายตั้งแต่แรกๆ นะว่าฉันเป็นใคร..นายกล้าที่จะเล่นกับฉันงั้นเหรอ?”
หลังจากพูดจบเย่เชียนก็หยิบป้ายห้ามสูบบุหรี่ตรงหน้าโจวหยวนออกมาแล้วเดินกลับไปที่ที่นั่งแล้วนั่งลง “ฉันบอกไปแล้วว่าห้ามสูบบุหรี่ในห้องประชุมของบริษัท..นี่คำพูดของฉันมันไม่ได้เข้าหูของนายเลยงั้นเหรอ? ..รีบๆดับบุหรี่ซะ!” ในประโยคสุดท้ายเย่เชียนตะโกนและมีเจตนาฆ่าอยู่ในดวงตาและผู้คนในห้องประชุมก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
โดยธรรมชาติแล้วโจวหยวนก็ไม่มีข้อยกเว้นและร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปชั่วขณะแต่เขาก็ยังพยายามรักษาความสงบของจิตใจและดับก้นบุหรี่ลง ซึ่งบรรดาผู้คนในห้องประชุมของบริษัทก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าพวกเขาโหดร้ายอย่างมาก
เย่เชียนแสยะยิ้มและยับยั้งอารมณ์ของเขาเอาไว้และพูดว่า “ทุกคนได้ยินสิ่งที่ผมพูดในวันนี้ไปแล้วนะส่วนใครที่จะมารับช่วงต่องานของโจวหยวนเดี๋ยวผมจะจัดการทีหลัง..นอกจากนี้ผมหวังว่าทุกคนจะจำเอาไว้ว่าผมคือหัวหน้าที่แท้จริงของพวกคุณและใครก็ตามที่ภักดีต่อผมล่ะก็ทุกคนจะได้รับสิ่งที่พวกคุณสมควรได้รับ..แต่ถ้าใครกล้าเล่นกับผมล่ะก็ผมจะเล่นด้วยจนตายไปข้าง!” หลังจากหยุดชั่วขณะเย่เชียนก็หันไปมองโจวหยวนและพูดว่า “โจวหยวนถึงแม้ว่านายจะไม่ได้อยู่กับฉันมาเป็นเวลานาน แต่นายก็ควรรู้จักฉันเป็นอย่างดีไม่ใช่เหรอ? ..หึ..เป็นไงบ้างล่ะกับฉายาราชาแห่งเซินเจิ้น..แกรู้สึกยิ่งใหญ่มากเลยใช่มั้ยล่ะ? ..การเป็นราชาแห่งวงการใต้ดินมันมีศักดิ์ศรียิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ? ..อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่านายทำอะไรเพราะฉันแค่ทำเป็นปล่อยผ่านเท่านั้น..นายคิดว่านายเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? ..ที่ฉันจัดประชุมในวันนี้และเรียกทุกคนมาก็เพราะฉันอยากจะดูว่ามีใครที่จะสนับสนุนแกให้เป็นราชาต่อไปบ้าง..เอาล่ะแกรีบโทรเรียกคนของแกมาซะแล้วบอกให้ทุกคนมารวมกันในวันพรุ่งนี้!”
เมื่อมองไปที่ดวงตาที่คมเหมือนมีดโจวหยวนก็กลายเป็นคนขี้ขลาดทันทีและความกลัวก็ผุดขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจและในเวลานี้เขาก็ไม่กล้าที่จะต่อต้าน ดังนั้นเขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและโทรเรียกลูกน้องทีละคน เขาเคยตามเย่เชียนไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาก่อนและได้เห็นความยิ่งใหญ่ของเย่เชียนด้วยตาของตัวเองและในใจของโจวหยวนนั้นที่จริงแล้วตัวตนของเย่เชียนก็มีสถานะที่สูงและโหดร้ายเหมือนอสูรในนรก แต่ทว่าความสำเร็จของเขาทำให้เขาลืมสิ่งนี้ไปอย่างสมบูรณ์แต่ในตอนนี้ทุกๆ อย่างกลับมาเตือนสติเขาอีกครั้งว่าเขาไม่ควร
เย่เชียนก็ยิ้มเบาๆ แล้วหยิบบุหรี่ออกมาจากเสื้อแล้วจุดไฟ ทันใดนั้นทุกคนก็ตกตะลึงเพราะเขาเพิ่งบอกว่าห้ามสูบบุหรี่ในห้องประชุมแต่ตอนนี้เย่เชียนกลับสูบบุหรี่ซะเอง ซึ่งฟู่ฉวนที่อยู่ข้างๆ ก็ตกใจเช่นกันและมองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจแต่เธอก็แอบนึกถึงคำพูดและการเคลื่อนไหวของเย่เชียนอย่างลับๆ และในตอนนี้และเก็บมันไว้ในใจของเธออย่างตั้งใจ
ฟู่ฉวนก็เข้าใจดีถึงความหมายของการไร้ความปรานีของเย่เชียนและสิ่งที่เย่เชียนทำในตอนนี้ก็คือพลังที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะขนาดโจวหยวนที่ว่าโหดเหี้ยมและดุร้ายและเย่อหยิ่งยังถึงกับต้องยอมสยบต่อหน้าเย่เชียนและดูเหมือนฟู่ฉวนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
หลังจากที่เย่เชียนสูบบุหรี่เสร็จแล้วโจวหยวนก็คุยโทรศัพท์เสร็จพอดีและโจวหยวนก็วางโทรศัพท์มือถือของเขาลงและพูดว่า “พี่เย่ผมนัดพวกเขามาที่สโมสรในวันพรุ่งนี้แล้ว”
เย่เชียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและกวาดสายตามองไปรอบๆ และพูดว่า “เอาล่ะการประชุมในวันนี้จบลงแล้วเพราะงั้นพวกคุณกลับไปทำงานกันต่อได้..โจวหยวนนายห้ามไปไหน!” โจวหยวนที่เพิ่งลุกขึ้นก็ถึงกับสั่นเทาและรีบนั่งลงโดยไม่รู้ตัว ส่วนหัวหน้าแผนกคนอื่นๆ ของบริษัทก็ไม่อยากที่จะอยู่ต่อในเวลานี้และพวกเขาก็รู้สึกประหม่าอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งตู้เฟิงที่เพิ่งพูดจาหยาบคายและคุกคามเย่เชียนไปก่อนหน้านี้เขาก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดเขาก็เห็นแล้วว่าเย่เชียนแข็งแกร่งแค่ไหนดังนั้นเขาจะกล้าอยู่ต่อได้ยังไง? ซึ่งเขากลัวว่าเย่เชียนจะทำกับเขาเหมือนที่ทำกับชายหนุ่มร่างกำยำคนนั้นอย่างมาก
เมื่อเห็นทุกคนออกไปเย่เชียนก็หันไปมองโจวหยวนและพูดว่า “บอกฉันทีว่าทำไมนายถึงต้องฆ่าฟู่อันด้วย..ฉันอยากรู้เหตุผลจริงๆ ..และจำเอาไว้ด้วยว่าอย่าลับหลังฉัน..นายน่าจะรู้ว่าฉันเป็นคนยังไง”
โจวหยวนตัวสั่นไปครู่หนึ่งแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความกลัวในใจของเขาและพูดว่า “ใช่ครับ..ผมฆ่าฟู่อัน..แต่พี่เย่คิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าฟู่อันเป็นคนที่แจ็คส่งมาเป็นสายลับเพราะงั้นผมจะเก็บเขาเอาไว้ได้ยังไง..ทุกวันนี้ผมทำงานหนักเพื่อทุกคนและทำไมผมถึงจะทำเพื่อตัวเองไม่ได้บ้าง?”
เย่เชียนเยาะเย้ยแล้วพูดว่า “มันก็ใช่แต่เมื่อก่อนนายเป็นอะไร? ..นายเป็นแค่นักเลงข้างถนนและฉันก็ให้โอกาสนายและทำให้นายเป็นอย่างทุกวันนี้..แน่นอนว่ามันต้องใช้ความพยายามของนายด้วยและฉันก็ไม่ปฏิเสธข้อนั้น..แต่ถ้าไม่มีฉันล่ะก็นายคงจะไม่มีวันนี้..ตั้งแต่นายได้ครอบครองเซินเจิ้นนายก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไปและกลายเป็นราชาแห่งเซินเจิ้นแต่นั่นมันก็ยังไม่พอ..เพราะนายกลับข้ามดินแดนไปขยายอิทธิพลของนายโดยที่ฉันไม่ได้สั่งหรืออนุญาต..นายคิดว่าปีกตัวเองแข็งแล้วจริงๆ งั้นเหรอ?”
“ใครจะอยากยอมจำนนต่อคนอื่นตลอดไปล่ะผมเองก็เป็นผู้ชายและผมก็อยากมีสิ่งที่เป็นของตัวเองบ้าง..ผมอยากยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจและดูถูกทุกคนได้” โจวหยวนพูดต่อ “แต่ดูตอนนี้สิต่อให้ผมจะพยายามแค่ไหนแต่ผมก็เป็นได้แค่ตัวหมากในสายตาของพี่เย่และพี่เย่ก็แค่หลอกใช้ผมไม่ใช่เหรอ?”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและถอนหายใจแล้วพูดว่า “โจวหยวนฉันถือว่านายเป็นน้องชายของฉันจริงๆ ..พี่น้องเขี้ยวหมาป่าก็เป็นนายเป็นน้องชายแต่นายกลับมองฉันผิดและดูถูกฉัน” เย่เชียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “ทุกคนควรชดใช้ในสิ่งที่ทำเอาไว้และเส้นทางนี้ก็เป็นเส้นทางที่นายเลือกเองเพราะงั้นก็ไม่มีถูกหรือผิดหรอกแต่นายแค่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่นายทำ..ฟู่อันเป็นคนของฉันเพราะงั้นนายต้องชดใช้และฉันจะไม่ปล่อยให้เขาตายอย่างไม่ยุติธรรมแบบนี้”
“โจวหยวน! ฉันจะฆ่าแกเพื่อล้างแค้นให้พ่อของฉัน!” ฟู่ฉวนลุกขึ้นทันทีและพูด
โจวหยวนก็ยิ้มอย่างเฉยเมยและพูดว่า “ผมรู้ว่าผมไม่มีโอกาสหนีต่อหน้าพี่เย่..เอาเถอะ..ถ้างั้นก็ลงมือได้เลย..ผมจะไม่เสียใจในสิ่งที่ทำลงไป”
.