ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1243 เตรียมตัวก่อนความวุ่นวาย
ตอนที่ 1243 เตรียมตัวก่อนความวุ่นวาย
………………..
จินเหว่ยเซียงชัดเจนมากว่าตระกูลจินต้องการฆ่าจินเหว่ยห่าวและไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนี้ได้ อย่างไรก็ตามเขาคิดว่าถ้าจินเหว่ยห่าวพักอยู่ที่บ้านของตระกูลจินได้เขาก็จะสามารถปกป้องจินเหว่ยห่าวได้แต่ถ้าหากจินเหว่ยห่าวอยู่ข้างนอกเขาจะไม่สามารถดูแลจินเหว่ยห่าวได้เลยดังนั้นจินเหว่ยเซียงจึงเต็มไปด้วยความกังวลอย่างมาก
จินเหว่ยห่าวจะไม่เข้าใจความคิดของจินเหว่ยเซียงได้อย่างไรเพียงแต่ว่าเขาไม่ต้องการกลับไปในตอนนี้และเขาก็ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับคนที่เขาเกลียดฝังใจ
เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ตบไหล่จินเหว่ยห่าวและยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ในช่วงชีวิตของเราถ้ามีพี่น้องที่จริงใจแค่คนเดียวมันก็ดีแค่ไหนแล้ว..พี่จินโชคดีมาก”
“ใช่!..แต่บางทีพระเจ้าก็โหดร้ายกับฉันเกินไปและทำให้ฉันต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป..แต่การได้มีพี่น้องที่ต่างตระกูลอย่างนายนั้นฉันก็รู้สึกขอบคุณจริงๆ” จินเหว่ยห่าวพูด “การจดจำความเจ็บปวดนั้นยากกว่าการลืมและลบมันไปจากความทรงจำมากและฉันก็ไม่เคยลืมฉากที่แม่ของฉันเสียชีวิตในอ้อมแขนของฉัน..แม่บอกกับฉันว่าอย่าเกลียดชังและอย่าล้างแค้นเพราะทั้งหมดนี้คือโชคชะตาแต่มันคือโชคชะตาอะไรและทำไมฉันต้องยอมรับความพ่ายแพ้ด้วย? ..ชีวิตของแม่ถูกทำลายด้วยน้ำมือของชายคนนั้นและตระกูลจินจนฉันให้อภัยไม่ได้..เพราะงั้นแม่ของฉันสมควรได้รับทุกสิ่งที่สมควรได้รับ”
เย่เชียนถอนหายใจอย่างเงียบๆ และไม่มีวิธีโน้มน้าวใจจินเหว่ยห่าวเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้และเขาจะไม่พยายามเปลี่ยนใจความตั้งใจของจินเหว่ยห่าวที่มีต่อแม่ใช่ไหม? ในหัวใจของจินเหว่ยห่าวเขาไม่ต้องการที่จะแก้แค้นตระกูลจินเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเลยแต่เขาต้องการแก้แค้นเพื่อแม่ของเขาและถึงแม้ว่าเขาจะต้องตายก็ตาม
“เอาล่ะใกล้ถึงเวลาแล้วเรากลับกันเถอะ” เย่เชียนตบไหล่จินเหว่ยห่าวและพูด จากนั้นเขาก็หันไปเหลือบมองที่จือเหวินและพูดว่า “ช่วงนี้ผมมีบางอย่างที่ต้องจัดการเพราะงั้นช่วยรอผมก่อนนะ..คุณระวังตัวเอาไว้ด้วยเพราะคุณทำให้หยุนเจียเซิงโกรธไปแล้วเพราะงั้นระวังเขาจะตอบโต้คุณ..ผมน่ะไม่อยากให้คุณเป็นอะไร”
จือเหวินก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “ระวังตัวด้วย”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “พวกนั้นไม่กล้าทำอะไรหรอกเพราะถึงยังไงผมก็เป็นถึงรองนายกเทศมนตรีด้วยเพราะงั้นผมรู้ว่าผมต้องทำยังไง”
หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เดินออกจากผับบาร์ไปและจินเหว่ยห่าวกับเสี่ยวเทียนก็รีบตามไปทันที จากนั้นเย่เชียนก็หันไปหาเสี่ยวเทียนและพูดว่า “เสี่ยวเทียนวันนี้คุณทำงานได้ดีมากและคุณก็น่าจะเหนื่อยแล้วเพราะงั้นคุณควรกลับไปพักผ่อนก่อน”
เสี่ยวเทียนตอบกลับด้วยการพยักหน้าและบอกลาเย่เชียนแล้วหันหลังเดินจากไป ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกในใจของเธอเป็นอย่างไรและถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกว่าการกระทำของเย่เชียนนั้นไม่ใช่สิ่งที่รองนายกเทศมนตรีควรทำแต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเย่เชียนเป็นผู้นำที่ดีและอย่างน้อยๆ เย่เชียนก็ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งเธอยังคงกังวลเกี่ยวกับเย่เชียนการที่เย่เชียนไปยั่วยุตระกูลหยุนแต่เมื่อเห็นเย่เชียนมีความมั่นใจแล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเย่เชียนมีผู้ทรงอิทธิพลสนับสนุนอยู่หรือเปล่า เพราะมันก็เป็นเรื่องที่ยากมากในการดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีได้ตั้งแต่อายุยังน้อยแบบนี้ ซึ่งเสี่ยวเทียนเองก็อยู่ในราชการมานานหลายปีแล้วและเธอก็ไม่เคยเห็นรองนายกเทศมนตรีอายุน้อยขนาดนี้มาก่อนและเมื่อรวมกับการกระทำของเย่เชียนในตอนนี้เธอก็แอบคาดเดาว่าเย่เชียนเป็นลูกหลานของผู้มีอิทธิพลในรัฐบาลและถูกทางการส่งมาที่นี่ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะสามารถเข้าไปแทรกแซงได้เพราะไม่มีอะไรที่เธอสามารถทำได้ในฐานะเลขาและทำได้เพียงแอบอธิษฐานสิ่งต่างๆ เท่านั้น
หลังจากที่เสี่ยวเทียนกลับไปเย่เชียนและจินเหว่ยห่าวก็โบกรถแท็กซี่ไปที่โรงแรม ซึ่งจินเหว่ยห่าวทำได้ไม่ดีนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากการต่อต้านของตระกูลจินดังนั้นเขาจึงไม่สามารถอยู่ในเสิ่นหยางได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องพักในโรงแรมหลังจากกลับมาที่นี่
เย่เชียนไม่ได้เจาะจงในเรื่องนี้มากนักเพราะเขาเป็นคนที่เคยนอนใต้สะพานและสวนสาธารณะดังนั้นที่อยู่อาศัยจึงไม่ได้สำคัญสำหรับเย่เชียนเพราะมันเป็นแค่ที่สำหรับนอน หลังจากมาถึงโรงแรมแล้วเย่เชียนก็จองห้องพักข้างๆ จินเหว่ยห่าวแล้วตามจิน เหว่ยห่าวไปที่ห้องของเขา
หลังจากเข้าไปในห้องเย่เชียนก็กำลังจะชงชาแต่จินเหว่ยห่าวห้ามเขาเอาไว้แล้วเดินไปชงเอง เมื่อต้มน้ำเดือนเขาก็ชงชาสองถ้วยแล้วยกมายื่นถ้วยหนึ่งให้เย่เชียนและนั่งลงตรงข้าม ดูเหมือนจินเหว่ยห่าวจะอารมณ์ไม่ดีเพราะท้ายที่สุดการได้เห็นศัตรูอีกครั้งก็ทำให้เขานึกถึงความทรงจำที่เจ็บปวดในอดีตและมันย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะคิดสิ่งต่างๆ
ถึงแม้ว่าตอนนี้อาจจะไม่ใช่เวลาที่จะพูดมากได้แต่ในฐานะผู้ชายแล้วเมื่อถึงเวลายังไงก็ต้องยอมรับให้ได้ ดังนั้นหลังจากเย่เชียนจิบชาแล้วเขาก็พูดว่า “พี่จินผมรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดอะไรแต่ผมต้องพูดจริงๆ ..ว่าแต่พี่คิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้? ..ตระกูลหยุนต่อสู้กับตระกูลจินเพื่อภูเขาหินที่ไม่มีกำไรในการขุดเจาะจริงๆ งั้นเหรอ?”
จินเหว่ยห่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และสงบสติอารมณ์แล้วพูดว่า “เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเพราะอย่างอื่น..อีกอย่างตระกูลจินและตระกูลหยุนนั้นไม่ใช่พวกโง่และพวกเขาก็คงไม่เอาชีวิตไปทิ้งเพื่อภูเขาหินที่ไม่มีมูลค่าและประโยชน์อย่างแน่นอนเพราะงั้นมันต้องมีความลับซ่อนอยู่ในนั้น..ฉันเดาว่าหลายๆ คนไม่รู้เรื่องนี้และถึงแม้ว่าจะเป็นตระกูลจินหรือตระกูลหยุนก็ตามฉันเกรงว่ามีคนที่รู้ความจริงอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นและต้องเป็นสมาชิกระดับสูงหรือไม่ก็ผู้อาวุโสอย่างแน่นอน”
“แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลยที่เราจะรู้ความลับนี้ได้” เย่เชียนพูด “แล้วพี่คิดว่าเราควรจะทำยังไงกันดี?”
“ถ้าเราเอาแต่สอบถามคนในเมืองฉันคิดว่าเราจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ยาก..ถ้าหากเป็นแบบนั้นเราจะเสียเวลาแต่ถ้าเราเริ่มเคลื่อนไหวโดยมุ่งเป้าไปที่พวกเขาล่ะก็บางทีพวกเขาอาจจะเปิดเผยข้อมูลออกมาเอง” จินเหว่ยห่าวพูด “ตอนนี้พวกนั้นยังไม่ได้เคลื่อนไหวกันมากนักเพราะงั้นมันก็ไม่ง่ายที่เราจะรู้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้เพราะงั้นเราต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน”
เย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าอย่างเงียบๆ เพราะดูเหมือนว่าจินเหว่ยห่าวจะไม่สูญเสียความตัวเองเพราะความเศร้าของเขาและจิตใจของเขาก็ยังแข็งแกร่งพอ สิ่งที่จินเหว่ยห่าวพูดนั้นเป็นสิ่งที่เย่เชียนเองก็คิดเอาไว้แล้วเพราะถ้าเราต้องการรู้ความจริงเราก็ต้องเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวก่อนเพราะด้วยวิธีนี้อีกฝ่ายจะเปิดเผยความลับของพวกเขาโดยปริยาย “แล้วเราควรทำยังไงกันดี?” เย่เชียนถาม
“จริงๆ มันก็ไม่ยากหรอก” เย่เชียนพูด “ถึงแม้ว่าคราวนี้เรื่องจะใหญ่มากแต่ถ้าเราเข้าไปแทรกแซงจริงๆ ฉันคิดว่าพวกนั้นจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ อย่างแน่นอนและพวกนั้นจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาภูเขาหินเอาไว้..ตอนนี้นายเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองเสิ่นหยางเพราะงั้นเวลานายจะทำอะไรมันก็สะดวกกว่ามากแต่ก่อนอื่นนายต้องควบคุมสิทธิ์การขุดเจาะของภูเขาหินโดยใช้รัฐบาลและทางการมาเป็นข้ออ้างก่อน..ด้วยวิธีนี้เราจะมีโอกาสจัดการกับพวกนั้นได้ง่ายกว่า” หลังจากหยุดไปชั่วขณะจินเหว่ยห่าวก็พูดต่อ “ขั้นตอนที่สองคือการให้สิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและทั้งสองฝ่ายจะต้องเริ่มแข่งขันแย่งชิงกันอย่างแน่นอน”
เย่เชียนยิ้มด้วยความพึงพอใจและพูดว่า “ผมก็คิดแบบนี้เหมือนกัน..ดูเหมือนว่าเราจะคิดตรงกันนะ..เอาล่ะถ้างั้นเราก็ทำตามแผนนี้กันเลย..พี่เป็นคนรับผิดชอบงานครั้งนี้เพราะงั้นผมจะฟังพี่”
จินเหว่ยห่าวกลอกตาไปมาและพูดว่า “อย่ามาล้อฉันเล่นสิฉันแค่แสดงความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเพราะทั้งหมดนายจะเป็นคนตัดสินใจและฉันจะทำตามคำแนะนำของนาย”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ถึงยังไงเราก็ต้องช่วยกัน..ว่าแต่พี่จินจะจัดการกับตระกูลจินยังไงเพราะตอนนี้พวกเขาส่งคนมาฆ่าพี่จินแล้ว”
“แน่นอนว่าฉันเองก็ต้องตอบโต้บ้าง” จินเหว่ยห่าวพูด “ในตระกูลจินมีเพียงคนเดียวที่ฉันไม่อยากทำร้ายคือน้องชายและพี่สาวหลัวอวี่..ส่วนคนที่เหลือฉันจะไม่ปล่อยไปเด็ดขาด” คำพูดของจินเหว่ยห่าวดูเหมือนจะหนักแน่นแต่เย่เชียนก็เห็นร่องรอยของความเจ็บปวดในดวงตาของเขาอย่างชัดเจนและดูเหมือนว่าจินเหว่ยห่าวจะโหดร้ายและเลือดเย็นแบบนั้นไม่ได้จริงๆ ซึ่งนั่นจะเป็นการล้างแค้นสำหรับคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในอดีตเท่านั้นที่จินเหว่ยห่าวไม่สามารถปล่อยไปได้
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “พรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับนายกเทศมนตรีและให้เขาส่งมอบงานรับผิดชอบทั้งหมดในเขตเสิ่นหยางให้ผม..ส่วนพี่ก็ไปสืบตามสถานที่ต่างๆ แต่พี่ต้องระวังเพราะไม่ว่ามันจะเป็นตระกูลจินหรือตระกูลหยุนก็ตามถ้าหากพวกเขาเห็นพี่ผมคิดว่าพวกนั้นคงไม่ปล่อยพี่ไปอย่างแน่นอน
จินเหว่ยห่าวพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไปฉันจะดูแลตัวเองให้ดี..ฉันไม่ได้อยากตายเร็วนักหรอก..คือพรุ่งนี้ฉันจะไปที่หลุมศพของแม่เพื่อไปกราบไหว้ท่าน..ฉันจากที่นี่ไปนานและครั้งนี้ฉันก็ได้กลับมาแล้วเพราะงั้นต่อให้ฉันต้องตายฉันก็จะได้สามารถไปอยู่กับแม่ของฉันได้”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ตกตะลึงอยู่พักหนึ่งและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและพูดว่า “ผมคิดว่าคุณป้าไม่ต้องการแบบนั้นหรอก..ผมเดาว่าความหวังสูงสุดของคุณป้าคือว่าต้องการให้พี่จินมีชีวิตที่ดีและมีความสุขและถ้าพี่ตายไปแบบนี้พี่คงจะโดนแม่ตำหนิอย่างรุนแรงและรู้สึกผิดหวังกับตัวพี่จริงๆ” หลังจากนั้นไม่นานเย่เชียนก็พูดต่อ “ผมโน้มน้าวผู้คนไม่ค่อยเก่งและต่อให้พูดอะไรมากไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดีเพราะงั้นพี่ดูแลตัวเองด้วยก็แล้วกัน” หลังจากพูดจบแล้วเย่เชียนก็ยืนขึ้นและตบไหล่ของจินเหว่ยห่าวแล้วเดินออกไป
จากนั้นจินเหว่ยห่าวก็จ้องไปที่แผ่นหลังของเย่เชียนอย่างว่างเปล่าและจินเหว่ยห่าวก็ไม่รู้ว่าเย่เชียนกำลังคิดอะไรอยู่ อย่างไรก็ตามจิตใจของเขากำลังสับสนวุ่นวายอย่างมาก
.