ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1244 การประชุมพรรคการเมือง
ตอนที่ 1244 การประชุมพรรคการเมือง
………………..
ในวันถัดมาเย่เชียนไปที่อาคารรัฐสภาตั้งแต่เช้าและไม่ใช่เพราะเขามีไฟในการทำงานในฐานะรองนายกเทศมนตรีแต่เขาคุ้นเคยกับการตื่นแต่เช้า อย่างไรก็ตามที่อาคารรัฐสภายังไม่มีผู้คนเลยดังนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เฝ้าทางเข้าอยู่นั้นก็ประหลาดใจอย่างมากเพราะนี่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐคนแรกที่มาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่
ดังนั้นพวกเขาจึงมองเย่เชียนด้วยสายตาแปลกๆ แต่เย่เชียนนั้นไม่รู้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไรดังนั้นเย่เชียนจึงพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ทำไมคุณถึงมองผมแบบนี้? ..มีอะไรหรือเปล่า?”
“เอ่อ..ไม่ครับ!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบพูดว่า “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่ครับตอนนี้มันยังเช้าอยู่เลยทำไมคุณถึงมาทำงานเร็วนักล่ะครับ?”
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยแล้วถามว่า “เร็วไปเหรอ? ..แล้วคนอื่นๆ พวกเขามาทำงานกันกี่โมง?”
“ปกติแล้วทุกคนจะเริ่มเข้างานกันตอนเก้าโมงเช้าครับท่าน” เจ้านักที่รักษาความปลอดภัยตอบ “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่เป็นคนที่มาทำงานเป็นคนแรกเลยและตั้งนานแล้วที่ไม่เคยมีใครมาเช้าๆ แบบนี้”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “อาจเป็นเพราะผมยังไม่คุ้นเคยกับเมืองนี้เพราะงั้นผมก็เลยตื่นแต่เช้าน่ะ..ถ้างั้นผมขอเข้าไปออฟฟิศก่อนก็แล้วกันถ้ามีอะไรก็โทรมาแจ้งผมได้เลย” จากนั้นเย่เชียนก็เดินเข้าไปในอาคารและประโยคเหล่านี้เป็นเพียงแค่การทักทายเท่านั้นและพวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากมายนักแต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็มีความสุขเล็กน้อยเพราะการมีรองนายกเทศมนตรีแบบนี้คือสิ่งที่ดีเพราะพวกเขาจะได้ไม่ต้องกดดันเหมือนพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ ที่เคร่งขรึมอยู่ตลอด ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พวกเขาจะรู้สึกหดหู่ใจเวลาเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐ
หลังจากเข้าไปในอาคารรัฐสภาแล้วก็ไม่มีใครอยู่ข้างในเลยสักคนดังนั้นเย่เชียนจึงแสยะยิ้มแล้วเดินตรงไปที่ออฟฟิศของเขา แน่นอนว่าเย่เชียนไม่ได้ยุ่งกับเอกสารใดๆ เหล่านั้นแต่เดินไปสูบบุหรี่ที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งของเขา
หลังจากนั้นสักพักประตูก็ถูกผลักออกไปและเสี่ยวเทียนก็เข้ามาและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจเพราะเธอไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนมาทำงานเร็วแบบนี้มาก่อนและเมื่อเห็นว่าเย่เชียนกำลังนั่งอยู่ในออฟฟิศพร้อมกับสูบบุหรี่เธอก็รู้สึกประหลาดใจเพราะดูเหมือนว่าเย่เชียนจะมานานแล้ว
“ขอโทษค่ะฉันมาสายไปหน่อย” เสี่ยวเทียนพูดอย่างเร่งรีบ
“ไม่เป็นไรเพราะตอนนี้มันก็ยังเช้าอยู่เลย” เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “คุณช่วยชงชาให้ผมสักถ้วยได้ไหมเพราะตอนนี้อ่านเอกสารพวกนี้แล้วปวดหัวมาก..ผมไม่ค่อยชินกับเอกสารพวกนี้เลยเพราะงั้นคุณช่วยผมหน่อยก็แล้วกัน”
“ได้ค่ะ” เสี่ยวเทียนตอบกลับและเดินไปชงชาและหลังจากกลับมาเธอก็วางชาเอาไว้ที่ด้านหน้าของเย่เชียนแล้วพูดว่า “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่คะฉันขอเอาเอกสารเหล่านี้ไปเซ็นต์ก่อนนะคะและถ้ามีอะไรคุณก็โทรหาฉันได้เลยเพราะโต๊ะทำงานของฉันอยู่ข้างนอกออฟฟิศใกล้ๆ ..เอ่อที่นี่คือรัฐสภาเพราะงั้นฉันไม่กล้าเรียกคุณเย่ห้วนๆค่ะเพราะมันไม่เหมาะสม”
“อืม” เย่เชียนพยักหน้าและพูดว่า “ช่วยไปบอกนายกเทศมนตรีว่าผมอยากจะไปพบเขา..บอกเขาไปว่าผมมีบางอย่างที่จะคุยกับเขา”
เสี่ยวเทียนตอบรับและหยิบเอกสารเหล่านั้นแล้วเดินออกไป แน่นอนว่าการเป็นเลขานุการก็ไม่รู้สึกลำบากอะไรที่จะช่วยเจ้านายแก้ปัญหาเอกสารเหล่านี้และยิ่งไปกว่านั้นเธอก็ไม่เสียใจที่ได้ช่วยงานเอกสารต่างๆ แต่อย่างใด
เย่เชียนเหล่ตาของเขาและดื่มชาและดวงตาของเขาก็มองออกไปนอกหน้าต่างเป็นครั้งคราวเพราะมันเป็นอาคารที่สูงและสามารถมองสถานการณ์ภายนอกได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าเขาจะนั่งอยู่เฉยๆ และไม่จำเป็นต้องทำอะไรแต่มันก็น่าเบื่อจริงๆ
หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมงเสี่ยวเทียนก็เคาะประตูแล้วเดินเข้ามาพูดว่า “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่คะนายกเทศมนตรีบอกว่าให้คุณเย่ไปพบที่ห้องประชุมได้เลยค่ะ”
เย่เชียนก็ลูบผมตัวเองแล้วพูดว่า “เฮ้อ..ห้องประชุมงั้นเหรอ..มันต้องเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวแน่เลยเพราะการประชุมของรัฐสภาที่ผมเห็นในทีวีก่อนหน้านี้ค่อนข้างน่าปวดหัว..ถ้างั้นคุณช่วยไปบอกนายกเทศมนตรีให้ผมทีว่าผมไม่ค่อยสบายเพราะงั้นผมจะไม่ไปประชุม”
เสี่ยวเทียนตกตะลึงอยู่พักหนึ่งและยิ้มอย่างขมขื่นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเย่เชียนนี้ปฏิเสธและขี้เกียจแบบนี้ จากการฟังคำพูดของเย่เชียนแล้วดูเหมือนว่าเขาจะไม่เคยประชุมมาก่อนและนั่นทำให้เสี่ยวเทียนประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถึงแม้ว่าเย่เชียนจะมีภูมิหลังครอบครัวและผู้สนับสนุนที่มีอิทธิพลก็ตามแต่อย่างน้อยๆ เย่เชียนก็ต้องประสบความสำเร็จมาก่อนและผ่านการประชุมมามากมาย? แต่เมื่อเย่เชียนพูดแบบนี้ซึ่งคาดว่าเย่เชียนจะไม่ใช่คนที่มีความสำเร็จทางการเมืองเหล่านั้นเลย
“ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่คะนี่คือการประชุมครั้งแรกของคุณในการมาประจำการที่เสิ่นหยางนะคะและนายกเทศมนตรีก็จัดตั้งการประชุมครั้งนี้เพื่อหารือกับคุณและถ้าหากคุณไม่ไปเข้าร่วมนั่นก็คือเป็นการหักหน้านายกเทศมนตรีนะครับ” เสี่ยวเทียนพูด “คุณน่าจะไปนะคะแต่ไม่ต้องฟังทั้งหมดก็ได้”
เย่เชียนก็ส่ายหัวและพูดว่า “ก็ถ้าคุณพูดแบบนั้นแล้วผมคงปฏิเสธไม่ได้..แต่ถ้ามีอะไรคุณก็ช่วยแนะนำผมด้วยก็แล้วกัน”
เสี่ยวเทียนก็ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรและรีบช่วยเตรียมเอกสารต่างๆ ให้เย่เชียนแล้วเดินตามเย่เชียนไปที่ห้องประชุมทันที หลังจากเข้าห้องประชุมไปแล้วก็พบว่าภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายต่างๆ และข้างๆ ที่นั่งของนายกเทศมนตรีนั้นว่างอยู่ซึ่งน่าจะเป็นที่นั่งของเย่เชียน
ตอนแรกเย่เชียนคิดที่จะหาที่นั่งแบบสุ่มๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเย่เชียนจึงเดินเข้าไปและนั่งลงในตำแหน่งดังกล่าวจากนั้นก็นำบุหรี่ออกมาจากเสื้อแล้วจุดไฟ ส่วนเสี่ยวเทียนก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เย่เชียนและเมื่อเธอเห็นการกระทำของเย่เชียนเธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะในใจอย่างลับๆ
คนอื่นๆ ที่นี่ก็ประหลาดใจเพนสะถึงแม้ว่าพวกเขาหลายคนจะเป็นผู้อาวุโสกันแล้วแต่พวกเขาก็ไม่กล้าสูบบุหรี่ในห้องประชุม เมื่อเห็นแบบนั้นนายกเทศมนตรีหวังซินหมินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและเคาะบนโต๊ะเบาๆ แล้วพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีคุณไม่เห็นป้ายห้ามสูบบุหรี่งั้นเหรอ?”
บนโต๊ะประชุมมีป้ายห้ามสูบบุหรี่อยู่แต่เย่เชียนกลับสูบบุหรี่ต่อหน้าผู้คน เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็สูบไปสองครั้งแล้วเอื้อมมือไปหยิบป้ายห้ามสูบบุหรี่มาแล้วคว่ำมันลงไปบนโต๊ะและเงยหน้าขึ้นมองหวังซินหมินและพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก”
ทุกคนก็ตกตะลึงไปกับการกระทำของเย่เชียนแต่ก็มีความสุขเล็กน้อยเพราะสิ่งที่เย่เชียนทำเป็นการยั่วยุของอำนาจของหวังซินหมินอย่างเห็นได้ชัด เพราะถ้าหากทั้งสองขัดแย้งกันล่ะก็มันจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเขาอย่างมาก?
หวังซินหมินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดอย่างเย็นชาว่า “รองนายกเทศมนตรีช่วยระวังคำพูดด้วย..ระวังบุหรี่จะทำลายอนาคตของคุณก็แล้วกัน”
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยแล้วยืนขึ้นและพูดว่า “ถ้าคุณไม่ชอบผมจะออกไปข้างนอกเพื่อสูบบุหรี่ก่อนแล้วเราค่อยคุยกันทีหลังก็ได้” หลังจากนั้นเย่เชียนก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปและออกไป เสี่ยวเทียนก็รู้สึกตกใจและจับแขนของเย่เชียนอย่างเงียบๆ เพื่อให้เขาอดทน
ใบหน้าของหวังซินมินก็มืดมนลงทันทีและเขาก็พูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “รองนายกเทศมนตรีคุณยังมีมารยาทและสามัญสำนึกอยู่บ้างหรือเปล่า?”
เย่เชียนแสยะยิ้มแล้วพูดว่า “บุหรี่มันไม่เกี่ยวอะไรกับสามัญสำนึกหรอกและผมก็เป็นคนที่ตรงไปตรงมา..อีกอย่างผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้นก็เป็นเลขาของผมเพราะงั้นถ้าคุณมีอะไรก็ฝากเอาไว้กับเธอเพราะผมยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการผมไม่อยากเสียเวลาน่ะ” จากนั้นเย่เชียนก็นั่งลงอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าคำพูดของเย่เชียนจะยังคงดูเฉยเมยแต่การที่เย่เชียนนั่งลงนั่นก็ถือว่าเป็นการไว้หน้าหวังซินหมินแล้ว เมื่อเห็นแบบนั้นหวังซินหมินก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไปและยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ต้องการให้เย่เชียนสร้างปัญหาตั้งแต่แรกๆ เมื่อเย่เชียนมาที่นี่เพราะถึงยังไงพวกเขาก็ต้องทำงานร่วมกันในอนาคตอยู่ดี
หลังจากไอสองครั้งหวังซินมินก็เริ่มพูดอย่างเป็นทางการ “ผมไปประชุมที่สภากลางมณฑลเมื่อวานนี้และผมก็กังวลมากเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองเสิ่นหยางเพราะงั้นผมหวังว่าเราทุกคนจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการได้และนอกจากนี้เรายังมีปัญหาเกี่ยวกับการขุดของเหมืองภูเขาหินระหว่างตระกูลจินและตระกูลหยุนอีก..ซึ่งเราจะต้องพิจารณาสิทธิ์ในการขุดเจาะเหมืองของภูเขาหินอย่างรอบคอบที่สุดโดยด่วน”
“ท่านนายกเทศมนตรีหมายความว่าไงครับ? ..การพิจารณามันเป็นแค่คำตอบที่คลุมเครือเท่านั้นเพราะงั้นเราจะตัดสินได้ยังไงครับ?” ชายวัยกลางคนพูดด้วยความประหลาดใจ “อิทธิพลของตระกูลจินและตระกูลหยุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราค่อนข้างกว้างขวางเพราะงั้นถ้าเราไม่ระวังเราอาจจะซวยกันหมดนะครับ”
หวังซินหมินจะไม่ทราบถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ได้อย่างไร? แต่นี่เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น
เย่เชียนก็เอ่ยปากพูดว่า “ท่านนายกเทศมนตรีให้ผมรับผิดชอบเรื่องนี้เถอะครับเพราะผมสนิทกับตระกูลจินและตระกูลหยุนมากเพราะงั้นผมสามารถคุยกับพวกเขาและเจรจากันได้..ด้วยเหตุนี้คุณก็มอบสิทธิ์ในการขุดเจาะเหมืองภูเขาให้ผมจัดการก็แล้วกัน..คุณคิดว่าไงครับ?”
หวังซินหมินก็ผงะไปเล็กน้อยเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าคนที่เพิ่งจะเล่นตลกกับเขาเมื่อกี้นี้จะกล้าเข้ามาแบกรับภาระที่เขากำลังกังวลอยู่ในตอนนี้แทนเขา ซึ่งแน่นอนว่านี่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีถ้าหากทำพลาดแต่เขาเองก็ไม่อยากจะรับผิดชอบสิ่งต่างๆ เช่นกัน “คุณแน่ใจหรือเปล่า? ..ตำแหน่งของคุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบหรือจัดการเรื่องพวกนี้เลยเพราะงั้นคุณเต็มใจรับผิดชอบจริงเหรอ?” หวังซินหมินเตือนเย่เชียนด้วยความเมตตาเพราะเขารู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะไม่รู้ว่าเขาจะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง
.
.