ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1254 ทำลายมิตรภาพอย่างไม่เต็มใจ
ตอนที่ 1254 ทำลายมิตรภาพอย่างไม่เต็มใจ
………………..
เดิมทีจินเจิ้งผิงคิดว่าจะคุยกับจินเหว่ยห่าวดีๆ แต่ในตอนนี้เมื่อเขาได้ยินคำพูดของจินเหว่ยห่าวแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะโกรธเพราะแบบนี้มันไม่เท่ากับการโดนข่มขู่หรอกและเหยียดหยามหรอกเหรอ? ความเย่อหยิ่งนี้ทำให้เขาสงบสติและพูดกับจินเหว่ยห่าวได้ยาก
“ไอ้เด็กนี่แกรู้หรือเปล่าว่าแกกำลังพูดถึงอะไร? ..แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกสมรู้ร่วมคิดกับเย่เชียนผู้นำของเขี้ยวหมาป่าและแกคิดว่าพวกมันจะช่วยแกได้จริงๆ งั้นเหรอ? ..องค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพิ่งจะเข้ามาในประเทศจีนเพราะงั้นพวกมันก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในประเทศจีน..ที่มันร่วมมือกับแกนั่นก็เพราะผลประโยชน์เท่านั้นและแค่ปฏิบัติต่อแกเหมือนผู้ว่าจ้างเท่านั้น” จินเจิ้งผิงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
“เหอะๆ ..จริงเหรอ?” จินเหว่ยห่าวหัวเราะอย่างเหยียดหยามและพูดว่า “ต่อให้ฉันต้องเป็นเบี้ยหรือตัวหมากของใครฉันก็เต็มใจตราบใดที่ฉันสามารถบรรลุเป้าหมายได้..อีกอย่างสัตว์เลือดเย็นอย่างแกจะเข้าใจอารมณ์และนิสัยของคนอื่นด้วยเหรอ? ..ไม่ว่าแกจะพูดอะไรมันก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
มุมปากของจินเจิ้งผิงก็กระตุกอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนว่าเขาจะโกรธมากแต่เขาก็ยังระงับเอาไว้ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ฉันถามหน่อยว่าเย่เชียนรองนายกเทศมนตรีคนใหม่ของเมืองเสิ้นหยางคือคนเดียวกันกับเย่เชียนผู้นำองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าหรือเปล่า?”
“แกไม่รู้งั้นเหรอ? ..ตระกูลจินของแกมีอิทธิพลมากแต่กลับไม่สามารถสืบหาข้อมูลของเขาได้จนต้องมาถามฉันเนี่ยนะ?” จินเหว่ยห่าวพูด
“ใช่!..ฉันอยากจะถามแก” จินเจิ้งผิงพูด “ฉันจะถามแกอีกครั้งว่าแกพบเขาได้ยังไง? ..แล้วความสัมพันธ์ของพวกแกคืออะไร?”
“แกคิดว่าฉันจะตอบแกงั้นเหรอ?” จินเหว่ยห่าวพูด “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกกำลังคิดอะไรอยู่..ตอนนี้เขาครอบครองสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินทั้งหมดเพราะงั้นแกจึงต้องการให้ฉันช่วยแกเกี่ยวกับเรื่องนี้..แต่ฉันขอแนะนำให้แกเลิกคิดซะ..แกคิดว่าฉันจะช่วยแกงั้นเหรอ?”
“ไม่ว่าแกจะต้องการหรือไม่ก็ตามถึงยังไงแกก็ต้องทำอยู่ดีเพราะแกเป็นสมาชิกของตระกูลจินและแกต้องทำสิ่งต่างๆ เพื่อตระกูลจิน..แต่ถ้าแกยังมีทัศนคติแบบนี้แกก็จะไม่มีวันได้อะไร..แต่ถ้าแกอยากให้คนอื่นหันมามองแกเพราะงั้นแกก็ต้องทำอะไรบางอย่างให้กับตระกูลบ้าง” จินเจิ้งผิงพูด “ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับแกที่จะพิสูจน์ว่าแกมีความสามารถเพราะงั้นตราบใดที่แกช่วยให้ตระกูลจินได้รับสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินล่ะก็ฉันรับรองได้เลยว่าในอนาคตสถานะของแกในตระกูลจินจะแตกต่างจากเดิมอย่างแน่นอน”
“รับรอง? ..หืม..แกเอาหลักประกันอะไรมายืนยัน? ..ทำไมฉันต้องไว้ใจการรับรองของแกด้วย?” จินเหว่ยห่าวพูด “แล้วแกคิดว่าฉันต้องการการยอมรับจากตระกูลจินงั้นเหรอ? ..ใช่บางทีฉันอาจเคยหวังแต่เมื่อฉันโตขึ้นฉันก็คิดว่ามันไร้สาระและตอนนี้มันก็ต่างออกไปเพราะฉันรู้ดีว่าต่อให้ฉันทำอะไรแกก็จะไม่เห็นด้วยกับฉันและฉันก็ไม่โง่พอที่จะทำแบบนั้นหรอก..อีกอย่างมันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปว่าแกจะเห็นด้วยกับฉันหรือเปล่าเพราะในใจของฉันแกไม่ใช่ครอบครัวที่ฉันเคยโหยหาอีกต่อไปแล้ว”
“แกไม่มีสามัญสำนึกบ้างเลยงั้นเหรอ?” จินเจิ้งผิงสูดหายใจเข้าแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “แกนี่มันเนรคุณจริงๆ ..ถ้าเป็นแบบนั้นแกจะมาโทษฉันไม่ได้นะ..ต่อให้แกมีพวกเขี้ยวหมาป่าคอยสนับสนุนก็ตามแต่ฉันไม่กลัวหรอกเพราะถ้าฉันกลัวล่ะก็หลายปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามันคงจะเปล่าประโยชน์”
จินเหว่ยห่าวยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ไม่ว่าแกจะคิดยังไงหรือแกจะฆ่าฉันตอนนี้ก็ตามถึงยังไงแกก็จะต้องเสียใจเพราะแกจะไม่มีวันได้สิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินเพราะงั้นแกควรเลิกหวังได้แล้วและถ้าฉันเป็นแกฉันจะฆ่าฉันทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต..ฉันรู้ว่าภูเขาหินที่ไม่มีมูลค่าในการขุดเจาะแต่มันมีความลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น ”
“ออกไป!..แกรีบออกไปจากที่นี่ซะ!” จินเจิ้งผิงตบโต๊ะอย่างโกรธเกรี้ยวและกวาดทุกอย่างบนโต๊ะออกไป “แกควรจะพูดดีๆ ไม่อย่างนั้นก็อย่ามาโทษฉันที่ไม่เห็นแกความเป็นพ่อลูกอีกต่อไป!”
“ความเป็นพ่อลูกเหรอ? ..หึ..ของแบบนั้นมันหายไปตั้งนานแล้ว” จินเหว่ยห่าวพูดเบาๆ และลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป เมื่อเดินไปถึงประตูจินเหว่ยห่าวก็หยุดทันทีและสีหน้าที่อธิบายไม่ถูกก็เผยออกมาและเอ่ยปากถามว่า “ฉันอยากรู้ว่าแกเคยรักแม่ของฉันบ้างหรือเปล่า? ..หรือเป็นแค่ของเล่นและหนึ่งในเหยื่อของแกเท่านั้น?”
จินเจิ้งผิงตกตะลึงไปครู่หนึ่งและถอนหายใจอย่างเงียบๆ และไม่พูดอะไร
“ฉันเข้าใจ” จินเหว่ยห่าวพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “แกไม่สมควรที่จะรักแม่ของฉัน..แต่ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมแม่ของฉันยังปกป้องแกก่อนที่แม่จะตาย..แม่หวังว่าฉันจะยกโทษให้แกซึ่งมันไร้สาระมาก!”
หลังจากพูดจบจินเหว่ยห่าวก็เดินออกจากห้องทำงานของจินเจิ้งผิงไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเพราะพ่อกับลูกชายทั้งสองนี้ก็เหมือนคนแปลกหน้ากันอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจินเหว่ยห่าวจะต้องความสัมพันธ์ในครอบครัวที่หายากนี้แต่มันก็ไม่มีประโยชน์เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ให้โอกาสเขาเลย เมื่อคิดถึงแม่ของเขาหัวใจของจินเหว่ยห่าวก็เหมือนกับใบมีดคมและเป็นการยากที่จะให้อภัยตระกูลจินได้ อย่างไรก็ตามถึงอย่างนั้นหัวใจของเขาก็ยังเจ็บปวดเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
เมื่อเดินลงบันไดไปจินเหว่ยห่าวก็เห็นจินเหว่ยเซียงวิ่งเข้ามาด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “พี่ใหญ่เป็นอะไรมั้ย? ..พ่อไม่ได้ทำอะไรพี่ใช่หรือเปล่า?”
จินเหว่ยห่าวยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อย่าคิดมากไปเลย..เขาน่ะเป็นพ่อของนายและเขาก็ดีกับนายด้วยเพราะงั้นนายอย่าทำให้เขาลำบากใจหรือเสียใจเลยเข้าใจมั้ย?”
“อะไรกัน..ถ้าเขาเป็นพ่อของผมจริงๆ เขาต้องฟังผมและให้พี่กลับมาที่ตระกูลจินสิ..พวกเราคือพี่น้องกันเพราะงั้นพวกเราก็สามารถสืบสานตระกูลจินด้วยกันได้ในอนาคต..แต่ถ้าเขาไม่ยอมรับพี่ล่ะก็ผมจะไม่ถือว่าเขาเป็นพ่ออีกต่อไป..พ่อน่ะเป็นผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบเอาซะเลย” จินเหว่ยเซียงพูด
จินเหว่ยห่าวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยแต่พูดตามตรงเขาก็มีความสุขมากที่มีน้องชายแบบนี้แต่เขาก็ยังหวังว่าจินเหว่ยเซียงจะเคารพจินเจิ้งผิงเพราะไม่ว่าจินเจิ้งผิงจะเย็นชาและโหดเหี้ยมเพียงใดในสายตาของเขาแต่จินเจิ้งผิงก็ยังใจดีและห่วงใยจินเหว่ยเซียงและจินเหว่ยห่าวก็ไม่ต้องการลากจินเหว่ยเซียงมาอยู่ในจุดเดียวกับเขา
“มันเป็นเรื่องระหว่างฉันกับเขาเพราะงั้นนายไม่ต้องกังวลไปหรอกไม่อย่างนั้นนายที่อยู่ตรงกลางจะลำบากใจเปล่าๆ” จินเหว่ยห่าวพูด “อย่าคิดมากสิเพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตถึงยังไงนายก็เป็นน้องชายของฉันและฉันจะไม่มีวันทำร้ายนาย”
จินเหว่ยเซียงก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าอย่างหนักหน่วงและพูดว่า “ผมก็จะไม่มีวันทำร้ายพี่เหมือนกัน..พี่ใหญ่..พี่ร่วมมือกับผู้นำองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพื่อจัดการกับตระกูลจินจริงๆ งั้นเหรอ? ..ถ้าแบบนั้นผมก็จะช่วยด้วย..ซึ่งถ้ามันถึงจุดนั้นจริงๆ ผมก็จะช่วยพี่เอง”
จินเหว่ยห่าวก็ฉีกยิ้มและลูบหัวของจินเหว่ยเซียงและพูดว่า “เมื่อไหร่ที่นายโตขึ้นบางทีนายอาจจะเข้าใจว่าบางครั้งสิ่งต่างๆ ก็ไม่ง่ายอย่างที่เราคิดและหลายสิ่งหลายอย่างก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนแปลง..บางครั้งเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจหรอกนะ”
ดูเหมือนว่าจินเหว่ยเซียงจะเข้าใจและถึงแม้เขาจะดูเป็นผู้ใหญ่แต่จริงๆ แล้วเขายังเป็นเด็กอยู่และเขาก็ยังคงมีความคิดที่ไร้เดียงสาอยู่ในใจ ซึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของจินเหว่ยห่าวแล้วจินเหว่ยเซียงก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรและมองไปที่จินเหว่ยห่าวด้วยความว่างเปล่าและหลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาก็พูดว่า “พี่ใหญ่ผมขอโทษ!”
จินเหว่ยห่าวตกตะลึงเล็กน้อยและพูดด้วยความประหลาดใจ “ทำไมนายถึงต้องขอโทษฉันล่ะ”
“ผมรู้เรื่องนั้นแล้ว” จินเหว่ยเซียงพูดอย่างเจ็บใจ “ที่พี่ถูกลักพาตัวไปครั้งหนึ่งตอนที่พี่ยังเด็กนั้นผมรู้แล้วว่าคนบงการอยู่เบื้องหลังก็คือแม่ของผม”
จินเหว่ยห่าวตกตะลึงไปครู่หนึ่งเขาก็ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแต่ถึงแม้ว่าหลัวอวี่จะดีกับเขามาเสมอแต่เธอก็ไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรแบบนี้ “ใครเป็นคนบอกนาย?” จินเหว่ยห่าวพูด
“ผมแอบได้ยินที่แม่พูดอยู่ครั้งหนึ่ง” จินเหว่ยเซียงพูด “ผมเชื่อว่าโลกนี้มีกรรมและบางทีแม่ของผมอาจจะทำผิดมากเกินไปเพราะงั้นแม่ก็เลยนอนหลับไม่สนิทในทุกๆ คืนและแม่มักจะตื่นจากฝันร้ายกลางดึกและนี่ก็คือสิ่งที่แม่ละเมอพูดก่อนที่จะตื่น”
จินเหว่ยห่าวขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของนายเพราะงั้นนายไม่ต้องคิดมากไปหรอก..อันที่จริงฉันเองก็รู้เรื่องนี้แล้ว..ฉันได้ฆ่าคนที่ลักพาตัวฉันสองคนไปในตอนนั้นและพวกเขาก็บอกว่าคนที่ว่าจ้างพวกเขามาก็คือแม่ของนายแต่ฉันไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้..ว่าแต่เสี่ยวเซียงฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าถ้าวันหนึ่งในอนาคตแม่ของนายกับฉันต้องเผชิญหน้ากันนายจะทำยังไง?”
จินเหว่ยเซียงตกใจและส่ายหัวเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ไม่รู้..ผมไม่รู้จริงๆ พี่ใหญ่..ผมไม่อยากทำร้ายแม่ของผม..และไม่อยากทำร้ายครอบครัวคนไหนเลย”
เรื่องนี้เป็นทางเลือกที่ยากสำหรับจินเหว่ยเซียงเพราะเขายังเด็กมากดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะเผชิญกับทางเลือกดังกล่าว แต่จินเหว่ยห่าวก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งเขาเพราะถ้าหากมีใครในโลกนี้ที่จินเหว่ยห่าวจะไม่ทำร้ายล่ะก็นั่นก็คือจินเหว่ยเซียงคนเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามความขัดแย้งระหว่างเขากับฮั่นหนิงซือก็หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องได้รับการแก้ไขในสักวันหนึ่ง
จินเหว่ยห่าวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “เพราะงั้นในอนาคตนายควรอยู่ห่างจากฉันเพราะความขัดแย้งระหว่างฉันกับตระกูลจินไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้และไม่ช้าก็เร็วเราจะต้องได้เผชิญหน้ากันเพราะงั้นถ้านายยังมีความคิดแบบนี้และไม่คิดที่จะฆ่าฉันล่ะก็ฉันอาจจะฆ่านายโดยไม่ลังเลเลยก็ได้..ฉันน่ะจะฆ่าใครก็ตามที่ขัดขวางการแก้แค้นของฉันเพราะงั้นนายควรอยู่ห่างจากฉันซะ!”
.