ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1255 คำสั่งลอบสังหาร
ตอนที่ 1255 คำสั่งลอบสังหาร
หลังจากพูดจบแล้วจินเหว่ยห่าวก็เดินออกไปข้างนอกโดยไม่หันกลับมามองและออกจากตระกูลจินไปโดยตรงเพราะสิ่งที่เขาเพิ่งพูดไปนั้นไม่จริงโดยธรรมชาติแต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับจินเหว่ยเซียงอย่างไรและเขาก็ไม่ต้องการให้จินเหว่ยเซียงลำบากเพราะอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่ายแต่เขาอยากให้จินเหว่ยเซียงใจร้ายกับเขามากกว่าเพื่อที่เขาจะได้สบายใจ
จินเหว่ยเซียงก็จ้องไปที่แผ่นหลังของจินเหว่ยห่าวที่กำลังจากไปอย่างว่างเปล่าและไม่สามารถกลับมารู้สึกตัวได้อีกเป็นเวลาสักพักใหญ่ๆ และมีความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้ผุดขึ้นมา ตั้งแต่วัยเด็กจนโตเขาไม่สนใจสิ่งที่พ่อกับแม่ของเขาพูดหรือห้ามปรามเลยแม้แต่น้อยและเขาก็ติดตามจินเหว่ยห่าวอย่างดื้อรั้นและต้องการปกป้องพี่ชายคนนี้และความเป็นพี่น้องที่หายากนี้อย่างจริงใจ อย่างไรก็ตามสิ่งที่จินเหว่ยห่าวพูดในตอนนี้ก็ทำให้เขารู้สึกว่าจินเหว่ยห่าวจะไม่มีวันให้อภัยตระกูลจินและแม่ของเขาได้อีกต่อไป นอกจากนี้เขายังรู้ว่าแม่ของเขาทำผิดมากเกินไปแต่เขาก็ยังหวังว่าครอบครัวของเขาทุกคนจะรักและสามัคคีกันได้ในสักวันหนึ่ง
“แกได้ยินแล้วใข่ไหม? ..แกเอาแต่ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นพี่ชานแต่เขาไม่เคยถือว่าแกเป็นน้องชายเลย” จากนั้นไม่นานฮั่นหนิงซือก็เดินมาหาจินเหว่ยเซียงและพูดว่า “ในครอบครัวแบบนี้แกห้ามลังเลเด็ดขาดและแก็ควรเข้าใจว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่แกไม่เข้าใจ..ตระกูลจินมีอุตสาหกรรมที่ใหญ่โตแต่มีผู้สืบทอดในอนาคตได้เพียงคนเดียวเท่านั้น..ดังนั้นไม่ว่าแม่จะทำอะไรก็ตามแต่แม่ก็ทำเพื่อแกเสมอรู้มั้ย?”
“อาจเป็นเพราะเหตุนี้ใช่ไหมที่ผมควรละทิ้งความสัมพันธ์ทางครอบครัวออกไปแต่ถ้าหากไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ เลยถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้นำตระกูลจินในอนาคตและประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก็ตามแต่มันจะไปสำคัญอะไรถ้าไม่เหลือใครล่ะ? ..แบบนั้นมันก็แค่พวกโง่และจะไม่มีวันประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงได้หรอก”
“ตั้งแต่สมัยโบราณใครที่ประสบความสำเร็จก็จะต้องยืนหยัดคนเดียวให้ได้เพราะงั้นถ้าแกต้องการประสบความสำเร็จแกก็ต้องสามารถแบกรับความเหงาและความโดดเดี่ยวให้ได้” ฮั่นหนิงซือพูด “บรรพบุรุษของตระกูลจินเหล่านั้นเคยพิชิตจักรวรรดิชิงได้ในชั่วพริบตาและนำความรุ่งโรจน์มาสู่ตระกูลและพวกเขาก็ตัดขาดความรักในครอบครัวออกไปเพราะความรักในครอบครัวมักจะเป็นเพียงสิ่งกีดขวางบนถนนสู่ความสำเร็จเสมอ”
จินเหว่ยเซียงเยาะเย้ยและพูดว่า “เหอะๆ ..ถ้าอย่างนั้นถ้าผมก็จะไม่ฟังแม่เพราะงั้นแม่จะฆ่าผมหรือเปล่า? ..ผมเห็นเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนถึงแม้ว่าบางคนจะยากจนแต่ก็มีครอบครัวที่น่าเคารพนับถือทั้งสามัคคีและไม่อิจฉาริศยาหรือต่อสู้แย่งชิงกัน..ผมอยากมีครอบครัวแบบนี้..ผมน่ะรู้ว่าทุกสิ่งที่แม่ทำเก็เพื่อผมแต่ถ้าไม่มีแม้ความรู้สึกของความเป็นมนุษย์เลยผมก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อหรอก..ผมเกลียดแม่!”
หลังจากพูดจบจินเหว่ยเซียงก็หันกลับและเดินไปที่ห้องของเขาทันที
“หยุด!” ฮั่นหนิงซือตะโกนอย่างดุเดือดและพูดว่า “แกเกลียดฉันงั้นเหรอ? ..หลังจากที่แม่ทำสิ่งต่างๆ เพื่อแกมามากมายแต่ฉันกลับถูกแกเกลียดเนี่ยนะ? ..แกทำให้แม่ผิดหวังมาก”
จินเหว่ยเซียงยิ้มอย่างเศร้าสร้อย “บางทีผมอาจไม่เหมาะที่จะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในสายตาแม่จริงๆ และผมก็ไม่ใช่คนที่จะประสบความสำเร็จได้..ผมไม่รู้ว่าแม่คาดหวังอะไรในตัวผม..ถ้าแม่ทำอะไรพี่ใหญ่ล่ะก็ผมจะไม่มีวันยกโทษให้แม่ไปตลอดชีวิต”
“ถ้าแม่ไม่ฆ่ามันล่ะก็มันก็จะฆ่าแม่..ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะ?” ฮั่นหนิงซือพูด
“ผมจะไปขอร้องพี่ใหญ่ให้เขาไม่ฆ่าแม่เพราะผมไม่ต้องการให้ทั้งสองเป็นอะไรทั้งนั้น” หลังจากพูดจบจินเหว่ยเซียงก็ไม่ได้แม้แต่จะหันกลับมามองแล้วเดินจากไป วัยรุ่นที่ยังน้อยแบบนี้ควรมีความสุขในวัยนี้แต่เขากลับต้องเผชิญกับทางเลือกที่เจ็บปวดก่อนเวลาอันควรและผลักเขาเข้าสู่ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกซึ่งทำให้ยากสำหรับเขาที่จะยอมรับได้
เขาไม่ปฏิเสธความรักที่แม่มีต่อเขาและไม่ปฏิเสธว่าคำพูดของแม่นั้นมีความจริงบางอย่างเพราะตั้งแต่สมัยโบราณแล้วบรรดาผู้สำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักจะตัดเครือญาติออกไปและอยู่คนเดียว อย่างไรก็ตามหากประสบความสำเร็จแบบนี้จินเหว่ยเซียงก็ไม่ต้องการเพราะสิ่งที่เขาต้องการคือครอบครัวที่สมบูรณ์และบ้านที่เต็มไปด้วยความรัก
เมื่อเห็นจินเหว่ยเซียงออกไปคิ้วของฮั่นหนิงซือก็ขมวดเข้าหากันและเธอก็ถอนหายใจด้วยความโกรธเพราะลูกชายของเธอไม่ฟังคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย เธอไม่รู้ว่าจินเหว่ยห่าวใช้วิธีไหนในการหลอกลวงลูกชายของเธอแต่เธอก็รู้ว่าจินเหว่ยเซียงเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาและถูกหลอกง่ายๆ แต่ในฐานะแม่เธอก็ไม่สามารถทนเห็นลูกชายของเธอไม่มีอนาคตไม่ได้และกลายเป็นเหยื่อของความสำเร็จของจินเหว่ยห่าวในที่สุด
ถึงแม้ว่าจินเหว่ยเซียงจะเกลียดเธอแต่เธอก็ยังต้องทำในสิ่งที่ต้องทำเพราะเธอเชื่อว่าเมื่อจินเหว่ยเซียงโตขึ้นในอนาคตเขาจะเข้าใจเจตนาที่ดีของเธอเอง จากนั้นฮั่นหนิงซือก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเธอออกมาแล้วกดหมายเลขและเมื่อสายนั้นถูกเชื่อมต่อเสียงที่คุ้นเคยก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม
“อู๋เป้งเต๋าถ้าแกมีเวลาก็มาที่บ้านตระกูลจินหน่อยนะ” ฮั่นหนิงซือพูด
“ได้..ถ้าฉันว่างเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันจะไป” คนในสายพูด “แล้วคราวนี้มีอะไรล่ะ? ..จินเจิ้งผิงต้องการให้ฉันช่วยเขาอีกงั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่เขาแต่เป็นเย่เชียนรองนายกเทศมนตรีคนใหม่ของเสิ่นหยางที่ต้องการพบแก” ฮั่นหนิงซือพูด “ตอนนี้เขาได้รับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินอยู่ในมือเพราะงั้นแกรู้ใช่มั้ยว่าควรจะทำยังไง? ..ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันก็ต้องได้รับสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินให้ได้..แกต้องช่วยพวกเรา!”
“นั่นก็แค่รองนายกเทศมนตรีตำแหน่งเล็กๆ แล้วทำไมเธอถึงได้ประหม่านักล่ะ? ..มันไม่ง่ายกว่าเหรอที่จะจัดการเขาด้วยอิทธิพลและอำนาจของตระกูลจิน?” คนในสายพูด
“ตัวตนของเย่เชียนนี้ค่อนข้างลึกลับและเราก็ยังไม่รู้รายละเอียดของเขาเลยดังนั้นเราต้องระมัดระวังให้มาก” ฮั่นหนิงซือพูด “แกจะโน้มน้าวเขายังไงก็คิดเอาละกัน..ฉันไม่ต้องการให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้นๆ ..เราต้องได้รับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินเท่านั้น!”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกนี่แค่เรื่องเล็กน้อย” คนในสายพูดอย่างมั่นใจ “ฉันหลอกจินเจิ้งผิงให้เชื่อฟังได้เพราะงั้นเรื่องแค่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอก..ว่าแต่หนิงซือเมื่อไหร่เธอจะมาที่วัดล่ะเราไม่ได้เจอกันมาตั้งนานแล้ว..ฉัน…”
“หุบปาก!” ฮั่นหนิงซือพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “แกควรทำสิ่งต่างๆ ให้ฉันอย่างเชื่อฟัง..แต่ถ้าแกทำให้เจิ้งผิงรู้เรื่องของเราล่ะก็แกก็น่าจะรู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง..ส่วนเรื่องนั้นถ้าฉันมีเวลาฉันจะไปหาแกเองเพราะงั้นอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเพราะถ้าคนอื่นรู้ฉันจะฆ่าแกทิ้ง!”
“ได้ๆ!” คนในสายพูดอย่างเร่งรีบ “ฉันจะฟังเธอ..ฉันจะทำทุกอย่างที่เธออยากให้ฉันทำเพราะงั้นอย่าโกรธเลยฉันสัญญาว่าจะช่วยเธอให้ได้รับสิทธิ์การขุดเจาะนั้นเอง”
ฮั่นหนิงซือก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “นอกจากนี้แกช่วยส่งคนไปฆ่าจินเหว่ยห่าวและจัดการให้เรียบร้อยด้วย..ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้นเพราะฉันไม่อยากเห็นหน้ามันอีกต่อไปแล้ว”
“ฉันได้ยินมาว่าเด็กคนนี้เพิ่งร่วมมือกับพวกองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าไม่ใช่เหรอ? ..อีกทั้งยังมีสำนักถังเข้ามาเกี่ยวข้องอีกเพราะงั้นเราฆ่ามันตอนนี้มันจะสร้างปัญหาให้เราไม่ใช่เหรอ?” คนในสายพูด
“ถ้าแกทำอย่างเรียบร้อยมันก็จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้และยิ่งไปกว่านั้นนี่ก็เป็นเรื่องของตระกูลจินเพราะงั้นถึงแม้ว่าคนในตระกูลถังจะรู้เรื่องนี้แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะเข้ามายุ่งเกี่ยวได้อยู่ดี” ฮั่นหนิงซือพูด “ยังไงก็เถอะเพื่อความปลอดภัยแกควรจะทำตัวให้บริสุทธิ์เข้าไว้และอย่าทำตัวเหมือนครั้งที่แล้วเด็ดขาด..การลักพาตัวเด็กน้อยคนเดียวและฆ่าทิ้งมันยากนักเหรอ? ..มันน่าเสียดายจริงๆ นะ” เมื่อนึกถึงตอนที่จินเหว่ยห่าวยังเป็นเด็กเวลานั้นฮั่นหนิงซือก็โกรธมากเกี่ยวกับเหตุการณ์การลักพาตัวเพราะผู้ชายทั้งสองคนนั้นไม่ได้อ่อนแอแต่กลับถูกเด็กน้อยฆ่าตาย ชายร่างใหญ่สองคนไม่ได้อ่อนแอและที่สำคัญเธอก็ไม่รู้ว่าจินเหว่ยห่าวรู้เรื่องทั้งหมดนี้หรือเปล่า
คนในสายก็ยิ้มอย่างละอายใจและพูดว่า “มันเป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้นเพราะงั้นคราวนี้ไม่ต้องกังวลไปหรอกหนิงซือสัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อยและจะไม่ทำให้เธอผิดหวังเด็ดขาด”
“ก็ดี” ฮั่นหนิงซือตอบรับและพูดว่า “เอาล่ะแค่นี้แหละแกไปเตรียมตัวซะ” หลังจากพูดจบฮั่นหนิงซือก็วางสายไปแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และดวงตาของฮั่นหนิงซือก็ลุกเป็นไฟด้วยเจตนาฆ่าและเธอก็หันหลังดินไปที่ห้องของเธอ
ไม่ไกลนักในมุมหนึ่งร่างของหลัวอวี่ก็ค่อยๆ เดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้และมองดูฮั่นหนิงซือที่จากไปและคิ้วของหลัวอวี่ก็ขมวดเข้าหากันจากนั้นเธอก็หันหลังแล้วเดินจากไป
จากนั้นไม่นานหลินเฟิงก็ขับรถพาเย่เชียนไปส่งที่อาคารรัฐสภาแล้วหลินเฟิงก็ลงจากรถและพูดว่า “ฉันจะทิ้งรถเอาไว้ให้นายเพราะรองนายกเทศมนตรีผู้สง่าผ่าเผยจะไม่มีรถมันก็คงจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่..แต่นายต้องดูแลมันให้ดีล่ะไม่อย่างนั้นน้องของฉันเขาจะร้องไห้เอา”
“พี่นี่ขี้งกจัง..มันก็แค่รถ..เอาเป็นว่าผมจะไปที่บ้านของตระกูลหยุนและขอให้พวกเขาซื้อมันให้ก็แล้วกัน..เท่าที่ผมรู้มาตระกูลหยุนน่ะรวยมากเพราะงั้นผมเดาว่าพวกเขาคงจะไม่ปฏิเสธหรอกใช่มั้ย?” เย่เชียนฉีกยิ้มและพูด
“นายพูดเองนะ!..ถ้างั้นรถคันนี้นายเอาไปเถอะและจะทำอะไรกับมันก็ได้” หลินเฟิงโบกมือและพูดว่า “ถ้างั้นฉันไปก่อนนะ..ถ้ามีอะไรก็โทรมาหาฉันได้เลย..ช่วงนี้ฉันค่อนข้างเบื่อและไม่มีอะไรทำเลย..ถ้ามีงานอะไรให้ฉันทำก็โทรมาได้เลยฉันอยากหาเงินเพิ่มไม่อย่างนั้นฉันจะไม่มีเงินไปแต่งงานหรือหาภรรยาในอนาคต..ฮ่าๆ” เมื่อพูดจบหลินเฟิงก็ออกไป
เย่เชียนมองไปที่ด้านหลังของหลินเฟิงที่จากไปและอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วหันหลังกลับขึ้นรถไป เมื่อเขาไปถึงประตูเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตัวสูงก็รีบเข้ามาและพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีเย่ครับเราได้ทำสิ่งที่คุณขอเสร็จแล้ว..ทั้งหมดนี่คือข้อมูลสำคัญครับ”
“เร็วดีจัง..พวกคุณนี่ยอดเยี่ยมไปเลย” เย่เชียนหยิบมันขึ้นมาแล้วควักเงินก้อนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขาแล้วยื่นมันให้ แล้วพูดว่า “ตอนแรกผมคิดว่าจะชวนพวกคุณไปกินมื้อเย็นกันคืนนี้แต่พอดีผมมีธุระที่ต้องทำอีกมากเพราะงั้นพวกคุณก็เอาเงินนี่ไปหาที่ดื่มกันสักหน่อยก็แล้วกัน”
รปภ.ตัวสูงถึงกับผงะไปครู่หนึ่งแล้วรีบพูด “ไม่ครับ..ผมรับเงินนี้ไม่ได้หรอก..พวกเราจะกล้ารับเงินจากรองนายกเทศมนตรีเย่ไปได้ยังไงล่ะครับพวกเราทำด้วยใจเพราะมันคือสิ่งที่พวกเราควรทำ”
.