ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1257 ใจกว้าง
ตอนที่ 1257 ใจกว้าง
………………..
หวังซินหมินส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้เพราะการมาอย่างกะทันหันของเย่เชียนช่วยให้เขาแก้ปัญหาได้มากมายและถึงแม้ว่าเขาจะค่อนข้างใสสะอาดในฐานะนักการเมืองก็ตามและอย่างน้อยๆ เขาก็ดีกว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ อย่างไรก็ตามถ้าหากเขามีส่วนเกี่ยวข้องในการต่อสู้ระหว่างตระกูลจินและตระกูลหยุนล่ะก็สุดท้ายแล้วเขาก็จะตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม?
ดังนั้นหวังซินหมินจึงยังคงรู้สึกซาบซึ้งในใจที่เย่เชียนแบกรับปัญหาใหญ่แทนเขาทันทีที่มาที่นี่และเขาก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้น่าจะมีความสามารถไม่น้อยเลยและอาจจะถูกส่งมาจากเบื้องบนโดยเฉพาะเพราะเขาเองก็โทรไปถามที่คณะกรรมการประจำมณฑลและถามเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่พวกเขาไม่รู้ที่มาของเย่เชียนเลยแม้แต่น้อยแต่รู้แค่ว่านี่เป็นคำสั่งจากเบื้องบนดังนั้นเขาจึงเดาว่าภูมิหลังของเย่เชียนค่อนข้างที่จะซับซ้อน
หวังซินหมินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “เรื่องระหว่างตระกูลจินกับตระกูลหยุนเป็นปัญหาใหญ่มากในครั้งนี้และอันที่จริงก็มีคนจำนวนมากในรัฐสภาที่กำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหิน..ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็เป็นคนของตระกูลจินหรือตระกูลหยุนเพราะงั้นสิ่งต่างๆ จะวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ ..บอกตามตรงผมดีใจมากที่คุณยืนกรานที่จะรับผิดชอบปัญหานี้แทนผมเพราะผมเองก็ไม่อยากที่จะเสี่ยงเหมือนกันเพราะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อแต่ถ้าคุณเย่ต้องการอะไรก็บอกผมมาได้เลยแล้วผมจะทำอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนคุณ”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “จริงๆ แล้วนายกเทศมนตรีหวังน่าจะตรวจสอบรายละเอียดของผมแล้วใช่มั้ย? ..ถ้างั้นผมจะบอกตรงๆ เลยว่าคราวนี้ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ..เพราะงั้นผมเองก็หวังว่าคุณหวังจะช่วยผมได้แต่ถ้าคุณไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยก็ไม่เป็นไรเพราะคุณเองก็ข้าราชการที่ดีและผมก็ไม่ต้องการทำให้คุณลำบากใจ”
หวังซินหมินตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผมเข้าใจสิ่งที่คุณเย่พูดนะแต่ก็เอาเถอะถ้าคุณเย่มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาได้เลย..ถ้ามันอยู่ในขอบเขตผมก็จะร่วมมือกับคุณอย่างเต็มที่”
“ถ้างั้นผมก็ขอขอบคุณนายกเทศมนตรีหวังล่วงหน้านะครับ” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า
ทั้งสองคุยกันแบบสบายๆ อีกสักพักและหวังซินหมินก็พยายามสอบถามรายละเอียดของเย่เชียน อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็เป็นคนเจ้าเล่ห์ดังนั้นและเขาก็อยู่ในสนามรบเป็นเวลานานดังนั้นเขาจึงไม่ได้บอกอะไรที่สำคัญออกไป แต่กลับกันเย่เชียนได้รับข่าวมากมายจากปากของหวังซินหมินและเหตุผลหลักๆ ก็คือหวังซินหมินไม่ได้ทำอะไรเลยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐและเขาก็เป็นข้าราชการที่ดี เขาไม่ได้กดขี่ข่มเหงใครและไม่ได้ทำอะไรที่ผิดศีลธรรมใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นความประทับใจของเย่เชียนที่มีต่อหวังซินหมินก็ค่อนข้างดีและนั่นก็เป็นเหตุผลที่เย่เชียนยินดีที่จะคุยกับหวังซินหมินไม่อย่างนั้นเย่เชียนก็คงจะไม่สนใจหวังซินหมินอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาเลิกงานแล้วหวังซินหมินก็เชิญเย่เชียนไปทานมื้อเย็นด้วยกันแต่เย่เชียนปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าเย่เชียนหยิ่งผยองแต่เขาไม่ต้องการมีความสัมพันธ์กับหวังซินหมินมากเกินไป ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะประทับใจในตัวหวังซินหมินแต่เย่เชียนก็จะเป็นรองนายกเทศมนตรีก็เป็นเพียงชั่วคราวและเขาก็ไม่เคยคิดจะทำแบบนี้ไปนานๆ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องติดต่อกับหวังซินหมินมากนัก
หวังซินหมินไม่ได้บังคับเย่เชียนแต่อย่างใดและหลังจากพูดไปสองสามคำหวังซินหมินก็เดินออกไปจากห้อง ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตูอีกครั้งและเย่เชียนก็พูดว่า “เข้ามา!” จากนั้นประตูก็ถูกเปิดออกและเสี่ยวเทียนก็เดินเข้าไปพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่งและพูดว่า “ท่านรองนายกเทศมนตรีคะเย่เขามาจากตระกูลจินเขาบอกว่าอยากมาพบกับคุณค่ะ”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เอาล่ะคุณออกไปก่อน”
เสี่ยวเทียนตอบแล้วหันหลังกลับเดินออกไป จากนั้นเย่เชียนก็เหลือบมองแล้วพูดว่า “นายมาจากตระกูลจินเหรอ?”
ชายหนุ่มก็พยักหน้าเล็กน้อยและก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วนั่งลงตรงข้ามกับเย่เชียนและพูดว่า “อาจารย์จินบอกให้ผมนำสิ่งนั้นมาให้คุณ”
“ใครบอกให้คุณนั่ง?” ก่อนที่เขาจะพูดจบเย่เชียนก็เงยหน้าขึ้นและพูดอย่างเย็นชาว่า “ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามแต่อาจารย์ของคุณไม่ได้สอนกฎและมารยาทให้คุณเลยงั้นเหรอ?”
ชายหนุ่มตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมุมปากก็กระตุกเล็กน้อยและเห็นได้ชัดว่าเขาโกรธแต่เขาก็ต้องทนเพราะนี่คือคำสั่งของอาจารย์จิน ไม่อย่างนั้นถ้าหากเขาทำให้เรื่องนี้ยุ่งเหยิงขึ้นเขาจะอธิบายต่อจินเจิ้งผิงอย่างไรเมื่อกลับไป? “ผมขอโทษครับ!” ชายหนุ่มพูดแล้วลุกขึ้นยืน
เย่เชียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ผมจะสอนมารยาทความเป็นมนุษย์ให้ว่าถ้าหากในอนาคตเวลาคุณเข้าไปในพื้นที่ของคนอื่นและถ้าพวกเขายังไม่ได้อนุญาตให้คุณนั่งคุณก็อย่านั่งเด็ดขาดเข้าใจมั้ย? ..การตัดสินใจด้วยตัวเองคือการดูถูกอีกฝ่ายเพราะงั้นความผิดพลาดเพียงเล็กๆ น้อยๆ มันอาจจะทำให้คุณตายโดยไม่รู้ตัว..เพราะงั้นจำเอาไว้ให้ดีล่ะ” เย่เชียนพูดต่อ “ถ้างั้นก็พูดออกมาว่าอาจารย์ของคุณสั่งให้คุณมาทำอะไร?”
“นี่คือสิ่งที่อาจารย์สั่งให้ผมนำมาให้รองนายกเทศมนตรีเย่ครับ..เพราะงั้นได้โปรดรับมันเอาไว้ด้วยครับ” ชายหนุ่มหยิบเช็คเงินสดออกมาจากเสื้อของเขาแล้วยื่นให้
เย่เชียนหยิบมันขึ้นมาดูแล้วเห็นว่ามันเป็นเช็คเงินสดสามล้านหยวน “อาจารย์ของคุณค่อนข้างจะใจกว้างเลยนี่..ถ้างั้นผมจะรับมันเอาไว้ก็แล้วกัน..ช่วยกลับไปบอกอาจารย์ของคุณด้วยว่าเงินสามล้านนี้เป็นแค่การแสดงน้ำใจเท่านั้น” เย่เชียนพูดต่อ “กลับไปบอกเขาด้วยว่าผมยังต้องตัดสินใจอีกมากและผมหวังว่าจะได้มีโอกาสร่วมมือกับตระกูลจินมากขึ้นในอนาคต”
ชายหนุ่มตอบและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นรองนายกเทศมนตรีเย่ครับผมไม่รบกวนคุณแล้วครับ..ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“อย่าลืมบอกอาจารย์ของคุณล่ะว่าผมพูดอะไรออกไป” เย่เชียนโบกมือแล้วพูด
ชายหนุ่มตอบแล้วหันหลังเดินออกไป “เดี๋ยว!” เย่เชียนหยุดเขาทันทีที่ไปถึงประตูและชายหนุ่มก็หันกลับมาอย่างประหลาดใจและพูดว่า “คุณมีอะไรจะชี้แนะผมเหรอครับ?” หัวใจของเขารู้สึกหวาดหวั่นอย่างมากและเมื่อเห็นหน้าตาที่หน้าระรื่นของเจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบนแบบนี้แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะสาปแช่งในใจ
“ว่าแต่คุณมีเงินติดตัวมาบ้างมั้ย? ..พอดีผมไม่มีเงินสำหรับอาหารมื้อค่ำเลยและคงจะไม่สามารถไปร้านอาหารและจ่ายเงินด้วยเช็คพวกนี้ได้เพราะพวกเขาคงไม่รับมันหรอก” เย่เชียนพูด
ชายหนุ่มตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วเขาก็รีบก้าวไปข้างหน้าแล้วหยิบเงินทั้งหมดที่อยู่ในกระเป๋ามาแล้วพูดว่า “เอ่อ..ขอโทษครับพอดีผมไม่รอบคอบเองเพราะงั้นได้โปรดอภัยให้ผมด้วยครับ..ว่าแต่มันพอหรือเปล่าครับถ้าไม่พอเดี๋ยวผมจะหามาเพิ่มให้ครับ”
“แค่หนึ่งหมื่นหยวนเนี่ยนะ? ..นี่มันยังไม่สามารถดื่มไวน์แดงดีๆ สักขวดได้เลย..ถ้างั้นก็ลืมมันไปซะเถอะ!” เย่เชียนพูดอย่างไม่พอใจ “กลับไปซะ!” เมื่อเย่เชียนพูดจบเย่เชียนก็แสร้งทำเป็นนับเงินอย่างระมัดระวังทีละใบอย่างจริงจังมากและไม่มองชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นก็หันหลังกลับและเดินออกไป เขาเคยเห็นเจ้าหน้าที่ทุจริตมามากมายแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคนที่โลภอย่างเย่เชียน แต่ยิ่งมีคนแบบนี้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งจัดการได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเพราะเมื่อไหร่ที่ตระกูลจินได้รับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินล่ะก็พวกเขาก็หยิ่งผยองอย่างเต็มที่ได้
จากนั้นเย่เชียนก็เดินลงไปที่ชั้นล่างและหลังจากขึ้นรถ Lamborghini แล้วเย่เชียนก็ขับรถออกไปทันที เมื่อเขาไปถึงประตูทางเข้าเย่เชียนก็หยุดและบีบแตรจากนั้น รปภ.ในป้อมเห็นเขาแล้วรีบออกไป “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่ครับ!” รปภ.ตัวสูงพูดอย่างสุภาพ “คุณเย่มีอะไรให้เราช่วยหรือเปล่าครับ?”
เย่เชียนก็หยิบเงินหนึ่งหมื่นหยวนที่เขาเพิ่งรีดไถจากชายหนุ่มตระกูลจินออกมาแล้วยื่นให้พร้อมพูดว่า “เอานี่ไปเพราะผมคิดว่าสองหมื่นหยวนมันน่าจะดีกว่าและหลังมื้อเย็นผมมีอะไรให้พวกคุณทำ”
“ครับท่านรองนายกเทศมนตรีเย่” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพูด
เย่เชียนพยักหน้าด้วยความพอใจ “พวกคุณเพิ่งจะให้แผนภาพความสัมพันธ์มาในตอนบ่ายเพราะงั้นผมอยากรู้สถานการณ์ของพวกเขาว่าพวกเขาทำอะไรในช่วงนี้กันบ้างเพราะผมอยากหาหลักฐานการสมรู้ร่วมคิดของตระกูลจินกับตระกูลหยุนให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้..งูก็มีทางของมันและเสือก็มีทางของมันเหมือนกัน..แต่จำเอาไว้ให้ดีล่ะว่าอย่าให้ใครรู้เด็ดขาด”
รปภ.ตัวสูงผงะไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าอย่างหนักหน่วงและพูดว่า “รับทราบครับท่านรองนายกเทศมนตรีเย่..ไม่ต้องห่วงครับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ผมรับประกันได้ว่ามันจะเรียบร้อยดี..แต่ว่าครับคนในรัฐสภามีจำนวนมากเพราะงั้นคุณเย่อยากให้เราเริ่มที่ตรงไหนครับ?”
“เริ่มจากตำแหน่งที่สูงลงมา..เราควรตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเหล่านั้นก่อน” เย่เชียนพูด “จำเอาไว้ด้วยว่าให้หาหลักฐานการสมรู้ร่วมคิดของพวกเขาและการรับสินบนหรือเขาพบปะกับใครบ้างในช่วงนี้..ช่วยเป็นเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับด้วยและอย่าให้สิ่งเหล่านี้หลุดออกไปเด็ดขาดไม่อย่างนั้นคุณก็น่าจะรู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง..แต่เมื่อถึงเวลาผมจะไม่ปฏิบัติต่อพวกคุณอย่างเลวร้ายแน่นอนตราบใดที่พวกคุณจริงใจและเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในอนาคต”
“ได้ครับท่านรองนายกเทศมนตรีเย่!” รปภ.ตัวสูงพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “รองนายกเทศมนตรีเย่ไม่ต้องกังวลไปนะครับเรื่องนี้รับประกันว่ามันจะได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและถ้าหากมีข่าวลือรั่วไหลออกมาคุณเย่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น”
“อืม..ไปอธิบายให้ลูกน้องของคุณฟังด้วยก็แล้วกัน” เย่เชียนพูด “เอาล่ะผมขอตัวก่อน..ตั้งใจทำและคว้าอนาคตที่ดีเอาไว้ให้ได้” หลังจากนั้นเย่เชียนก็เหยียบคันเร่งและรถก็พุ่งออกไปแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางเย่เชียนได้โทรหาจินเหว่ยห่าวและจินเหว่ยห่าวก็รับสายอย่างรวดเร็วและเย่เชียนก็โล่งใจมากเพราะดูเหมือนว่าจินเจิ้งผิงจะไม่ได้ลับหลังและโกหกเขา “พี่จินตอนนี้พี่อยู่ที่ไหน?” เย่เชียนถาม
“ในโรงแรม” จินเหว่ยห่าวพูด
“โอเคถ้างั้นเราออกมากินมื้อเย็นกันเถอะผมจะแนะนำใครให้รู้จักสักหน่อย” เย่เชียนพูด “พี่ลงมารอหน้าโรงแรมก็แล้วกัน”
จินเหว่ยห่าวก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าและพูดว่า “ได้เดี๋ยวฉันจะรีบไป” คนที่เย่เชียนพูดถึงจะต้องเป็นคนที่มีสถานะสูงอย่างแน่นอนและจินเหว่ยห่าวก็จะไม่พลาด
เย่เชียนพยักหน้าแล้ววางสายไปจากนั้นก็โทรหาหลินเฟิงอีกครั้งและนัดกับเขาให้ไปยังโรงแรมที่นัดกับจินเหว่ยห่าวเอาไว้และขับรถไปรับเขาทันที
.