ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1265 ตื่นเต้น
ตอนที่ 1265 ตื่นเต้น
………………..
ความจริงนั้นหลัวอวี่เองก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กับหลินเฟิงแต่เธอยังมีความกังวลในใจซึ่งทำให้เธอปฏิเสธหลินเฟิงแต่บางครั้งก็ไม่มีทางหลอกลวงผู้คนด้วยการแสดงออกและการกระทำที่เธอแสดงออกมาโดยไม่ตั้งใจและการแสดงของหลัวอวี่ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการแสดงของผู้หญิงที่ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจกับแฟนของเธอเพราะเย่เชียนอ่านใจผู้คนมานับไม่ถ้วนและไม่เคยผิดพลาดเลย
เมื่อได้ยินคำถามของหลินเฟิงแล้วเย่เชียนก็อยากจะบีบคอหลินเฟิงให้ตายจริงๆ เพราะท้ายที่สุดหลินเฟิงก็มองไม่เห็นสิ่งที่ชัดเจนที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยและไม่น่าแปลกใจเลยที่หลัวอวี่เป็นกังวลใจเกี่ยวกับหลินเฟิง แน่นอนว่าถ้าหลินเฟิงเด็ดขาดกว่านี้และต่อให้หัวใจของหลัวอวี่จะแข็งเหมือนหินแต่มันก็จะถูกน้ำกัดเซาะจนกร่อนได้
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็พูดว่า “โอ้พระเจ้า!..พี่หลินจะให้ผมอธิบายอะไรอีก? ..พี่เชื่อผมสิว่าหลัวอวี่มีใจให้กับพี่และตราบใดที่พี่ทำได้ดีเธอก็จะอยู่ในอ้อมกอดของพี่ในอนาคต..แต่มันก็ง่ายๆ เหมือนกับการดื่มชาเพราะเมื่อไหร่ที่พี่ต้องการพี่ก็แค่ดื่มให้หมดในคำเดียว
“ใช่!..ผมก็เห็นว่าพี่สาวหลัวมีใจให้คุณหลินเหมือนกัน” จินเหว่ยห่าวพูด “แต่คุณหลินก็น่าจะรู้เกี่ยวกับอดีตของเธอเพราะงั้นเธอจึงมีแต่ความกังวลใจแต่ตราบใดที่คุณหลินไม่ยอมแพ้และทำทุกอย่างให้ดีผมก็เชื่อว่าเธอจะยอมรับคุณหลินอย่างแน่นอน..คุณหลินดูเย่เชียนเป็นตัวอย่างสิเขามีภรรยาและลูกๆ มากมาย..เขาน่ะจีบผู้หญิงเก่งและเชี่ยวชาญด้านนี้เพราะงั้นสิ่งที่เขาพูดจึงถูกต้องแล้ว”
หลินเฟิงยิ้มและพูดอย่างตื่นเต้น “ฉันเชื่อนายเย่เชียน..ขอบคุณมาก!”
เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “ไม่ต้องขอบคุณหรอก..เรื่องแบบนี้ผมยินดีช่วย..อีกอย่างผมเห็นว่าพี่หลัวเธอก็เป็นผู้หญิงที่ดีเพราะงั้นพยายามเข้าล่ะ” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็เดินไปที่ศพและคลำหาของจากตัวของนักฆ่าเหล่านั้นแล้วหยิบเงินทั้งหมดของอีกฝ่ายออกมาวางบนโต๊ะแล้วพูดว่า “เถ้าแก่เงินพวกนี้คุณเอาเงินไปซ่อมแซมค่าเสียหายก็แล้วกัน..จำเอาไว้ว่าอย่าเพิ่งแจ้งความหรือทำอะไรภายในสิบห้านาทีต่อจากนี้เด็ดขาด!”
จากนั้นเย่เชียนก็เหลือบมองไปที่หลินเฟิงและจินเหว่ยห่าวแล้วพูดว่า “เอาล่ะไปกันเถอะพี่จิน..พี่หลิน..ส่วนพี่จินก็ขับรถไปส่งเขาให้หน่อยก็แล้วกันเพราะผมเกรงว่าถ้าพี่หลินขับเองมันจะไม่ปลอดภัย”
หลินเฟิงก็ยิ้มอย่างมีความสุขในหัวใจของเขาตอนนี้และเขาก็ไม่สนว่าเย่เชียนจะบอกว่าเขาเมาหรือไม่เพราะถ้าเขาสามารถทำให้หลัวอวี่มีใจให้เขาได้ล่ะก็เขาก็เต็มใจที่จะเมาไปตลอดชีวิต หลังจากที่ทั้งสามออกจากสวนอาหารพวกเขาก็ขับรถตรงไปยังโรงแรมทันที
ระหว่างทางเย่เชียนขับรถเร็วมากและทิ้งจินเหว่ยห่าวกับหลินเฟิงเอาไว้ข้างหลังโดยไม่รอ เนื่องจากหลินเฟิงเมาอยู่ในรถจินเหว่ยห่าวจึงขับรถช้าๆ และราบรื่นมาก ระหว่างทางหลินเฟิงก็ตะโกนอย่างตื่นเต้นราวกับว่าเขาเมาอีกครั้งและจินเหว่ยห่าวก็เหงื่อออกเพราะเขาไม่รู้จะเอาใจหลินเฟิงได้อย่างไรหรือพูดอะไรในตอนนี้
ความรักเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากและมันสามารถทำให้คนกลายเป็นโรคสมองเสื่อมและตาบอดได้ในทันทีและมันสามารถทำให้คนเสียสติได้ด้วยและยังทำให้คนร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลและหัวเราะโดยไม่มีเหตุผลเช่นกัน แน่นอนว่าจินเหว่ยห่าวเองก็มีความรักที่ลืมไม่ลงสองครั้งและตอนนี้เมื่อเขากำลังประสบกับความรักอันแสนหวานดังนั้นเขาจึงสามารถเข้าใจพฤติกรรมของหลินเฟิงได้เป็นอย่างดี
ไม่นานรถก็ค่อยๆ หยุดที่ทางเข้าโรงแรมและหลังจากที่จินเหว่ยห่าวเปิดประตูรถเขาก็ช่วยพยุงหลินเฟิงออกจากรถ แต่ในตอนนี้หลินเฟิงดูเหมือนจะส่างเมาแล้วเพราะในความเป็นจริงถึงแม้ว่าเขาจะเมาง่ายแต่เขาก็ส่างเมาง่ายเช่นกัน
เมื่อขึ้นไปชั้นบนจินเหว่ยห่าวกับหลินเฟิงก็ไปที่ห้องของเย่เชียนและหลังจากนั่งลงเย่เชียนก็เดินไปชงชาสามถ้วยและนำไปให้หลินเฟิงกับจินเหว่ยห่าวจากนั้นเย่เชียนก็พูดว่า “เป็นไงบ้างพี่หลินหายเมาแล้วเหรอ? ..เอาสิดื่มชาร้อนๆ สักถ้วย”
หลินเฟิงก็ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ฉันขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ด้วย..ดูเหมือนว่าฉันจะดื่มไม่ได้เลยจริงๆ” อย่างไรก็ตามเมื่อพูดแบบนั้นการแสดงออกของหลินเฟิงก็ยังมีความสุขเล็กน้อยเพราะเห็นได้ชัดว่ามันเป็นเพราะคำสารภาพตอนเมาของเขาที่ทำให้หลัวอวี่ยอมรับในตัวของเขาซึ่งทำให้หลินเฟิงรู้สึกว่าการเมาครั้งนี้มันคุ้มค่าอย่างมาก
เย่เชียนก็ยิ้มเบาๆ และไม่จำเป็นต้องเจาะลึกในเรื่องนี้อีกต่อไปและพูดว่า “จุดประสงค์ของตระกูลจินและตระกูลหยุนในตอนนี้ยังไม่ชัดเจนนักและผมก็ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะทำอะไรกันต่อ..เพราะงั้นเราควรอยู่นิ่งๆ เพื่อรอดูความเปลี่ยนแปลงจะดีกว่า..ส่วนพี่หลินผมอยากให้พี่หลินอยู่กับพี่จินไปก่อนสักระยะหนึ่งเพื่อความปลอดภัยของพี่จินเพราะเหตุการณ์ในวันนี้แสดงให้เห็นว่าตระกูลจินมีกองกำลังลับซ่อนอยู่อีกมากและมีหูตาคอยสอดส่องทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ..ขนาดพวกเราไปหาสวนอาหารไกลๆ นอกเมืองพวกนั้นยังหาพวกเราได้อย่างรวดเร็วเพราะงั้นผมคิดว่าต่อให้เป็นที่อื่นก็คงไม่ต่างกัน..ด้วยเหตุนี้การให้พี่หลินอยู่กับพี่จินไปก่อนมันจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเรา”
“ไม่มีปัญหา” หลินเฟิงพูด “จริงๆ แล้วฉันเองก็มีเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณจินอีกเยอะเพราะงั้นคงจะดีถ้าเราได้อยู่ด้วยกันสักระยะหนึ่ง”
“งั้นผมก็ขอรบกวนคุณหลินด้วยนะครับ” จินเหว่ยห่าวไม่ปฏิเสธและทำตามที่เย่เชียนพูด ถึงแม้ว่าการที่เขาเลือกที่จะร่วมมือกับเย่เชียนในตอนแรกเพราะเป้าหมายของเขาแต่หลังจากที่อยู่ด้วยกันกับเย่เชียนมาสักระยะหนึ่งแล้วพวกเขาก็สนิทกันได้โดยไม่รู้ตัวและค่อยๆ เชื่อในตัวของเย่เชียนและเขาก็รู้สึกเต็มใจที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของเย่เชียน แน่นอนว่าเย่เชียนนั้นมีเสน่ห์ต่อคนรอบข้างและไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงแต่ถ้าจะให้บอกว่ามันคืออะไรก็ไม่มีทางจะพูดได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อใครเจอคนแบบนี้เขาก็จะมีความรู้สึกแบบนั้นโดยธรรมชาติ
หลินเฟิงก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ขอบคุณอะไรกันพวกเราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันและผมเองก็อยากจะถามคุณจินเกี่ยวกับเรื่องของพี่หลัวอวี่อีกตั้งหลายอย่างเพราะตอนนี้ในที่สุดผมก็ได้เริ่มต้นสักที..ดังนั้นถ้าเกิดว่าผมยังไม่เข้าใจอะไรอีกหลายๆ อย่างผมคงจะต้องพลาดโอกาสที่ดีแบบนี้ไปใช่มั้ยคุณจินเพราะงั้นคุณต้องช่วยผมนะ!”
จินเหว่ยห่าวก็ยิ้มอย่างเขินอายและพูดว่า “ได้ครับผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด..แต่ผมออกมาจากตระกูลจินตั้งแต่ผมยังเด็กเพราะงั้นผมก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่องพี่หลัวมากนัก”
“ไม่เป็นไรคุณจินก็เล่าเท่าที่รู้แค่นั้นก็พอแล้ว” หลินเฟิงพูด
เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเมื่อเห็นการแสดงออกของหลินเฟิงเพราะเย่เชียนอาจจะไม่สามารถพูดคุยกับหลินเฟิงเกี่ยวกับเรื่องหรือแผนการที่จริงจังในวันนี้ได้แล้วเพราะในตอนนี้หัวของหลินเฟิงเต็มไปด้วยเรื่องของหลัวอวี่เพราะงั้นหลินเฟิงจะฟังสิ่งที่เขาพูดได้อย่างไร? เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็พูดว่า “เอาล่ะทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ..แต่คืนนี้พี่หลินก็มาพักห้องเดียวกับผมก็แล้วกันเพราะเราจะไปเยี่ยมอาจารย์เฮยหยูตั้งแต่เช้ามืดโอเคมั้ย?”
“ไม่มีปัญหา” หลินเฟิงพูด
เย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไรแล้วยืนขึ้นและพูดว่า “พี่หลินไปนอนในห้องเถอะเดี๋ยวผมจะนอนบนโซฟาในห้องนั่งเล่น..ส่วนพี่จินตอนนี้พี่ก็ควรพักผ่อนได้แล้วเพราะพรุ่งนี้เช้าเราจะไปด้วยกัน”
จินเหว่ยห่าวก็พยักหน้าและลุกขึ้นแล้วบอกลาเย่เชียนกับหลินเฟิงจากนั้นเขาก็หันหลังกลับและเดินออกไป จากนั้นเย่เชียนก็เข้าห้องน้ำและอาบน้ำเย็นๆ และแน่นอนว่าเขารู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเขากำลังจะไปหาอาจารย์หมอเฮยหยูในวันพรุ่งนี้และอาการของหลัวสุ่ยจะรักษาได้หรือไม่มันก็ขึ้นอยู่กับวันพรุ่งนี้
อย่างไรก็ตามหลินเฟิงก็เข้าไปในห้องนอนและหลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงกรนดังออกมาจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เย่เชียนเห็นด้านที่ไร้เดียงสาของหลินเฟิงและถึงแม้ว่าตอนนั้นหลินเฟิงจะมาแต่นั่นก็คนละสถานการณ์กันจนเขากับไป๋ฮวยต้องร่วมมือกันหยุดหลินเฟิง แต่วันนี้หลินเฟิงกลับพูดคำสารภาพรักที่น่ารักออกมาอย่างคาดไม่ถึง
เย่เชียนนอนลงบนโซฟาแต่จิตใจของเขาสับสนวุ่นวายและความคิดนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้ามาและเขาก็นอนไม่หลับเลย การที่อู๋เป้งเต๋าเป็นพี่ชายของฮั่นหนิงซือนั้นทำให้เย่เชียนสงสัยอย่างมากเพราะฮั่นหนิงซือก็อยากจะฆ่าจินเหว่ยห่าวมาโดยตลอดและจุดประสงค์ก็คือทำให้จินเหว่ยเซียงสืบทอดตระกูลในอนาคต ด้วยเหตุนี้ฮั่นหนิงซือจึงเป็นผู้หญิงที่เจ้าเล่ห์มากจนทำให้เย่เชียนรู้สึกหงุดหงิดเพราะสิ่งต่างๆ ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าที่คิดเอาไว้มากเพราะคนภายในตระกูลจินก็น่าปวดหัวแล้วและถ้ามีตระกูลหยุนอีกเย่เชียนก็ไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
คืนนั้นที่บาร์เย่เชียนได้ทำร้ายหยุนเจียอย่างรุนแรงและคาดว่าหยุนเจียเซิงจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ อย่างแน่นอนและตระกูลหยุนก็ต้องสืบประวัติของเขาด้วย ดังนั้นเย่เชียนจึงควรไปเยือนบ้านตระกูลหยุนโดยเร็วที่สุดและไม่ปล่อยให้พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับตัวเองมากเกินไป ด้วยวิธีนี้มันก็เป็นไปได้ที่จะกระตุ้นความขัดแย้งระหว่างตระกูลหยุนกับตระกูลจินในระดับสูงสุดได้อีกด้วย ดังนั้นด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งของทั้งสองได้
อย่างไรก็ตามไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องไปพบอาจารย์หมอเฮยหยูก่อนและไม่ว่าเขาจะช่วยหลัวซุ่ยได้หรือไม่ก็ตามแต่อย่างน้อยๆ เย่เชียนก็รู้สึกสบายใจขึ้น หากอาจารย์หมอเฮยหยูยังไม่สามารถช่วยได้เย่เชียนก็ต้องหาวิธีอื่นต่อไป อันที่จริงแล้วเย่เชียนก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเพราะขนาดหว่านไห่ผู้เก่งในเรื่องศาสตร์มนต์ดำยังไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่ทว่าในโลกใบนี้ยังมีคนแปลกที่มีฝีมืออีกมากมายและอาจจะมีใครสามารถแก้ไข้มันได้จริงๆ
ฉันไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าเย่เชียนจะหลับสนิท
ในยามหลับใหลเย่เชียนรู้สึกว่าเขากลายเป็นผีเสื้อที่ติดอนู่ในใยแมงมุมและไม่ว่าเขาจะดิ้นรนสักแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถหลุดพ้นได้ ความรู้สึกนั้นทำให้เย่เชียนรู้สึกไม่สบายใจจนตื่นขึ้นจากการนอนหลับและพบว่าตัวเองมีเหงื่อออกทั่วทั้งตัว เมื่อนึกถึงฉากขณะหลับของเขาเย่เชียนก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้เพราะดูเหมือนว่าเขาจะเหนื่อยเกินไปจริงๆ และถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ร่างกายของเขาจะอ่อนเพลียแต่เขาก็ไม่ค่อยฝันร้าย
ช่วงนี้เย่เชียนเอาแต่วิ่งไปรอบๆ โลกเพื่อทำงานอย่างต่อเนื่องดังนั้นทั้งกายและใจของเย่เชียนจึงเหนื่อยล้าอย่างมาก ในตอนนี้เมื่อดูเวลาบนนาฬิกาก็เป็นเวลาตีห้าแล้วและเย่เชียนรีบลุกขึ้นและอาบน้ำแล้วสวมเสื้อผ้าจากนั้นก็เคาะประตูปลุกให้หลินเฟิงตื่น ดูเหมือนเขาจะต้องหาเวลาพักผ่อนจริงๆ บ้างเพราะหลังจากหลับไปไม่ถึง 3 ชั่วโมงร่างกายของเขาก็อ่อนเพลียอย่างมากและถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ร่างกายของเขาก็จะทรุดโทรมลงในที่สุด
.