ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1267 ความหวังพังทลาย
ตอนที่ 1267 ความหวังพังทลาย
………………..
อาจารย์เฮยหยูอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ดูเหมือนจะโดดเดี่ยวจากโลกภายนอกแต่อาจารย์เฮยหยูกลับรู้หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนและข้อมูลต่างๆ ก็ถูกต้องอย่างมากซึ่งค่อนข้างน่าแปลกใจเล็กน้อย
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์เฮยหยูแล้วจินเหว่ยห่าวจินก็ไม่ได้พูดอะไรแต่เพียงพยักหน้าอย่างเงียบๆ ซึ่งจินเหว่ยห่าวก็ยอมรับคำพูดของอาจารย์เฮยหยูและสำหรับช่วงครึ่งหลังของประโยคเหล่านั้นไม่ว่าเขาจะเป็นต้นกล้าที่ดีจริงๆ ได้หรือไม่แต่จินเหว่ยห่าวก็ไม่มั่นใจที่จะยอมรับเลย
อาจารย์เฮยหยูก็หันไปมองหลินเฟิงต่อ “เอาล่ะเข้ามากับฉัน!” หลังจากพูดจบเขาก็ค่อยๆ เดินเข้าบ้านไปโดยเอามือไขว้ข้างหลัง เย่เชียน,หลินเฟิงและจินเหว่ยห่าวก็เดินตามไป แน่นอนว่าของใช้ในบ้านก็เรียบง่ายเหมือนกับของชาวนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั่วๆ ไปและซ้ำซากจำเจไม่หรูหราแต่อย่างใด
“ไปชงชาสักสองสามถ้วยสิ..ส่วนใบชาน่ะอยู่ในตู้” หลังจากที่อาจารย์เฮยหยูนั่งลงเขาก็เหลือบมองหลินเฟิงและสั่ง ส่วนหลินเฟิงก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ และรีบไปชงชาทันทีจากนั้นดวงตาของเขาก็หันไปหาเย่เชียนแล้วพูดว่า “บอกฉันทีสิว่าเอ็งมาหาฉันทำไม”
“ผมได้ยินหลินบอกว่าอาจารย์เฮยหยูเชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยและปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บได้..เพราะงั้นผมมีเรื่องบางอย่างที่อยากจะถามอาจารย์เฮยหยูน่ะครับ” เย่เชียนพูด
“อย่าไปฟังคำพูดเกินจริงของหลินเฟิงเลย..ฉันเองก็รู้เพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น..ส่วนการปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บมันก็แค่บางอย่างเท่านั้นแหละ” อาจารย์เฮยหยูพูด “ถ้าเอ็งต้องการหาใครสักคนที่จะช่วยเอ็งก็ไปหาอาจารย์หมออู๋เป้งเต๋าเถอ..ชื่อเสียงของเขาน่ะดีกว่าฉันมาก”
“ลุงครับชามาแล้วครับ!” ในเวลานี้หลินเฟิงก็นำชามาสองสามถ้วยมาเสิร์ฟและยื่นให้อาจารย์เฮยหยูและนั่งลงข้างๆ เย่เชียน จากนั้นเขาก็พูดว่า “ลุงรู้จักอาจารย์อู๋เป้งเต๋ามากแค่ไหนครับ? ..ผมน่ะเห็นความสำเร็จด้านฮวงจุ้ยของลุงมามากแล้วแต่ลุงกลับชื่นชมอาจารย์อู๋เป้งเต๋าขนาดนี้สงสัยเขาจะมีความสามารถจริงๆ สินะ”
“แท้จริงแล้วเขาเป็นคนที่ฉลาดมากแต่น่าเสียดายที่เขาเดินในทางที่ผิด” อาจารย์เฮยหยูพูด “ที่จริงแล้วอู๋เป้งเต๋าน่ะเป็นศิษย์พี่ของเอ็งหลินเฟิง..เขาเคยเป็นลูกศิษย์ของฉัน!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมาหลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่งและเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวก็ตกตะลึงเช่นกันและทั้งสามคนก็มองไปที่อาจารย์เฮยหยูด้วยความประหลาดใจ “ลุงครับลุงล้อผมเล่นหรือเปล่า?” หลินเฟิงพูด “ลุงเคยบอกผมว่าลุงมีลูกศิษย์สองคนแต่พวกเขาไม่ถูกกันมันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
อาจารย์เฮยหยูจิบชาอย่างช้าๆ แล้วพูดว่า “ในตอนนั้นอู๋เป้งเต๋าเป็นแค่นักต้มตุ๋นเท่านั้นแต่หลังจากนั้นลูกศิษย์ของเขาได้พบกับเขาและคิดว่าเขาเป็นเด็กที่น่าสนใจมากดังนั้นเขาจึงพาอู๋เป้งเต๋ามาหาฉัน..ด้วยเหตุนี้ฉันจึงฝึกฝนเขาอย่างเคร่งครัดและเห็นว่าอู๋เป้งเต๋าเป็นคนที่ฉลาดและมีพรสวรรค์จริงๆ ..จากนั้นไม่นานเขาก็ได้เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฮวงจุ้ยจากศิษย์พี่ของเขา..จากนั้นเขาก็ใช้นามแฝงเพื่อติดตามศิษย์พี่ไปยังที่ต่างๆ และไม่กี่ปีต่อมาอู๋เป้งเต๋าก็ได้กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงด้านฮวงจุ้ย..ซึ่งเดิมทีเรามีกฎของเราก็คือการห้ามใช้ฮวงจุ้ยกับตัวเองแต่อู๋เป้งเต๋ากลับทำสิ่งนั้นเพื่อหาเงินและชื่อเสียงและหลังจากนั้นศิษย์พี่ของเขาก็พยายามห้ามปรามเขาว่าการทำแบบนั้นมันไม่ถูกต้องและจะถูกพระเจ้าลงโทษแต่อู๋เป้งเต๋ากลับไม่สนใจและเพิกเฉยโดยสิ้นเชิง!”
อาจารย์เฮยหยูถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ และกล่าวว่า “ที่จริง รุ่นพี่ของฉันชอบเขามาก ท้ายที่สุดแล้ว พรสวรรค์ของเขาในฮวงจุ้ยนั้นไม่มีใครเทียบได้กับคนทั่วไป ถ้าเขาสามารถส่งต่อฮวงจุ้ยได้ดี อนาคตจะมีอีกมากแน่นอน ความสำเร็จ น่าเสียดายที่พี่ชายจะลำบากแค่ไหน ต้นไม้ที่ตายแล้วก็ยังทำตามแบบของตัวเอง สุดท้ายพี่ใหญ่ก็ต้องลังเลใจที่จะไขประตูออก แต่ต้นไม้ที่ตายแล้วรู้ดีอยู่นาน และเริ่มทำ อย่างไรก็ตาม อาจเป็นได้ว่ากู่เหนียนยังมีรักเก่าอีกหรือคิดว่าเขาไม่มีอะไรต้องกลัวไม้ที่ตายแล้วจึงไม่ได้ฆ่าพี่ชายคนโต อย่างไรก็ตาม ยาพิษในรุ่นพี่ ลึกมาก และไม่มีทางแก้ไข แม้ว่าพี่ใหญ่จะอาศัยพลังปราณที่แท้จริงของเขาในการระงับพิษ แต่ก็ยังไม่มีทางที่จะล้างพิษได้อย่างสมบูรณ์”
หลินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ทำไมอาจารย์ถึงไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผมเลย..อีกอย่างศิษย์พี่เก่งขนาดนั้นแล้วอู๋เป้งเต๋าจะเป็นคู่ต่อสู้ของศิษย์พี่ได้ยังไง?”
อาจารย์เฮยหยูส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “ตั้งแต่สมัยก่อนแล้วศิษย์พี่ของเอ็งไม่ได้เก่งในด้านศิลปะการต่อสู้เลยและเขาก็ไม่เคยสนใจในศิลปะการต่อสู้เลยแม้แต่น้อยดังนั้นเขาจึงไม่ได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้เลย..แต่สุดท้ายเขาก็ถูกอู๋เป้งเต๋าวางยาพิษจนตาย..ซึ่งเรื่องมันก็ผ่านมาหลายปีแล้วและอาจเป็นได้ว่าศิษย์พี่ของเอ็งไม่โกรธแค้นอีกต่อไปฉันก็เลยไม่ได้เล่าให้เอ็งฟัง..ความจริงแล้วฉันน่ะมีลูกศิษย์ทั้งหมดสามคน..คนแรกก็ศิษย์พี่ของเอ็ง..ส่วนคนที่สองก็คือฮั่นหนิงซือภรรยาของจินเจิ้งผิงผู้นำตระกูลจินส่วนคนสุดท้ายก็เอ็งหลินเฟิง..เดิมทีศิษย์พี่ของเอ็งตั้งใจจะถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ให้กับเอ็งแต่น่าเสียดายที่เอ็งไม่ได้สนใจศาสตร์ด้านฮวงจุ้ยเพราะงั้นเขาก็เลยสอนทุกอย่างให้กับอู๋เป้งเต๋าแทน”
คิ้วของหลินเฟิงก็ขมวดเข้าหากันแน่นและเขาก็ระเบิดจิตสังหารออกมาและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “สุดท้ายแล้วอู๋เป้งเต๋าก็เป็นคนที่ฆ่าศิษย์พี่สินะ..หืม..แบบนี้ผมก็มีเหตุผลที่จะฆ่ามันแล้วสิ!”
“เขาไม่ได้บอกเอ็งเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะเขาตั้งตารอวันที่อู๋เป้งเต๋าเปลี่ยนเป็นคนใหม่และสามารถสืบต่อศาสตร์ฮวงจุ้ยได้” อาจารย์เฮยหยูพูดต่อ “แต่ว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าสิ่งที่อู๋เป้งเต๋าทำนั้นจะเลวร้ายมากและเขาก็ได้ตกลงไปห้วงมืดแล้ว”
“อู๋เป้งเต๋างั้นเหรอ..เห็นได้ชัดเลยว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์..ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับฮั่นหนิงซือเพราะปรากฏว่าเขาเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันนี่เอง..ก็ว่าอยู่ว่าทำไมอู๋เป้งเต๋าถึงได้ช่วยฮั่นหนิงซือจ้างนักฆ่ามาลอบฆ่าพี่จิน” เย่เชียนพูด
“ความสัมพันธ์ของทั้งสองน่ะไม่ธรรมดาเพราะเมื่อตอนที่พวกเขาฝึกกับฉันอยู่พวกเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาก..ฮั่นหนิงซือน่ะมาหลังจากศิษย์คนแรกของฉันหนึ่งปีแต่สิ่งที่เธอเรียนรู้มาโดยตลอดคือศิลปะการต่อสู้ระดับสูงไม่ใช่ฮวงจุ้ย..ซึ่งระหว่างเป็นลูกศิษย์ของฉันเขากับฮั่นหนิงซือก็เป็นคู่รักกันแต่น่าเสียดายที่ภูมิหลังของครอบครัวฮั่นหนิงซือเป็นตระกูลใหญ่ดังนั้นทางครอบครัวของฮั่นหนิงซือจึงไม่ยอมรับศิษย์ของฉัน..ด้วยเหตุนี้ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องแยกจากกันและไม่นานหลังจากนั้นฮั่นหนิงซือก็ได้แต่งงานกับจินเจิ้งผิงผู้สืบทอดของตระกูลจิย” อาจารย์เฮยหยูพูด
“แต่ก่อนลูกศิษย์ของอาจารย์กับฮั่นหนิงซือเป็นคู่รักกันเหรอครับ?” เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ถ้าเป็นแบบนั้นดูเหมือนว่ามันจะยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเราไม่รู้สินะ..แต่ถ้าเราอยากรู้เราต้องเริ่มกับอู๋เป้งเต๋านี่แหละ”
“ดูเหมือนว่าเอ็งคิดที่จะกำจัดตระกูลจินสินะ” อาจารย์เฮยหยูยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “แต่นี่คงไม่ใช่เหตุผลที่เอ็งมาหาฉันใช่ไหม? ..แต่ถ้าเอ็งมาหาฉันเพราะเรื่องนี้พวกเอ็งก็กลับกันไปได้แล้ว”
“ไม่ใช่ครับลุง..ที่เย่เชียนมาหาลุงในวันนี้อันที่จริงแล้วเขาต้องการให้ลึงช่วยเขาเพราะเพื่อนของเขาป่วยเป็นโรคที่แปลกประหลาดมาก” หลินเฟิงพูด
“หืม..โรคอะไรเหรอ?” อาจารย์เฮยหยูถาม
“เธอถูกมนต์ดำสัมภเวสีจองจำน่ะครับจนเธอเหมือนกับเจ้าหญิงนิทราที่ได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเพราะงั้นเมื่อผมได้ยินว่าศาสตร์ทางด้านฮวงจุ้ยของอาจารย์นั้นสามารถปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บได้ผมก็เลยอยากมาหาอาจารย์น่ะครับ..ผมอยากรู้ว่าอาจารย์เฮยหยูจะช่วยเพื่อนผมได้หรือเปล่า” เย่เชียนพูด
“มนต์ดำสัมภเวสีจองจำ?” อาจารย์เฮยหยูขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “นี่เป็นมนต์ดำที่ชั่วร้ายที่สุดในเผ่าเมียวไม่ใช่เหรอ? ..ใครที่ถูกคาถานี้จะเหมือนตายทั้งเป็น..พูดง่ายๆ ก็คือคนๆนั้นจะถูกจองจำวิญญาณไปชั่วนิรันดร์และเหมือนนอนหลับอยู่ในความฝันไปตลอดกาลทั้งๆ ที่สติสัมปชัญญะและสมองก็ทำงานอยู่และร่างกายก็จะไม่บุบสลายแต่ก็ไม่มีทางตื่นขึ้นมาได้..คนที่เคยฝันร้ายมาเป็นเวลานานแต่ไม่มีทางตื่นได้นั้นมันเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก!”
เย่เชียนสั่นสะท้านไปทั้งตัวเพราะเขายังไม่รู้ เดิมทีเขาแค่คิดว่าหลัวสุ่ยตื่นไม่ได้แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่าหลัวสุ่ยจะฝันร้ายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งดูเหมือนว่าหว่านไห่จะรู้เรื่องพวกนี้ดีแต่แค่ไม่ได้บอกเขาเท่านั้น เมื่อคิดว่าหลัวสุ่ยกำลังทุกข์ทรมานจากการถูกทรมานแบบนี้แล้วหัวใจของเย่เชียนก็รู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
“แล้วอาจารย์เฮยหยูมีวิธีแก้มนต์ดำนั้นหรือเปล่าครับ?” เย่เชียนถามอย่างเร่งรีบด้วยสายตาที่คาดหวัง
“ถ้าต้องการทำลายมนต์ดำล่ะก็เอ็งควรจะไปหาคนจากเผ่าเมียวเพราะพวกเขาเชี่ยวชาญด้านศาสตร์มนต์ดำโดยเฉพาะและอาจมีวิธีที่ดีกว่า” อาจารย์เฮยหยูพูด
“อันที่จริงเพื่อนของผมคนนั้นเธอคือลูกสาวของผู้นำหมู่บ้านเมียวและทุกคนในหมู่บ้านเมียวก็ได้ลองหาทางรักษาเธอแล้วแต่ก็ไม่มีทางลบล้างมนต์ดำได้เลย” เย่เชียนพูด
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน” อาจารย์เฮยหยูพูด “ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ฉันรักษาหายจริงๆ ก็แค่โรคภัยไข้เจ็บที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้..หรือพูดง่ายๆ ก็คือการทำลายความโชคร้ายนั่นเอง..แต่ถ้าหากจอมขมังเวทย์จากหมู่บ้านเมียวยังแก้ไขไม่ได้ฉันก็ทำอะไรไม่ได้หรอก”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแล้วพูดว่า “พี่หลินบอกผมว่าอาจารย์เฮยหยูสามารถใช้ฮวงจุ้ยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้..อาจารย์เฮยหยูเป็นปรมาจารย์ด้านฮวงจุ้ยไม่ใช่เหรอ?”
อาจารย์เฮยหยูถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ฉันละอายใจที่จะบอกว่าความรู้ด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยของฉันไม่ได้ดีเท่าอู๋เป้งเต๋าและบางทีถ้าหากศิษย์เอกของฉันยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็เขาอาจจะยังสามารถรักษาเพื่อนของเอ็งได้..เพราะงั้นเอ็งลองไปถามเขาดูเผื่อว่าเขาจะสามารถช่วยเพื่อนของเอ็งได้”
.