ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1281 คุณสมบัติของคุณคืออะไร
ตอนที่ 1281 คุณสมบัติของคุณคืออะไร
………………..
ถ้าเปิดเผยตัวตน รปภ.พวกนั้นจะไม่กล้าหยุดแต่มันจะมีประโยชน์อะไร? ซึ่งเย่เชียนไม่ต้องการให้คนภายนอกรู้และถ้าหาก รปภ.ทั้งสามไม่สามารถจัดการกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ นี้ได้ล่ะก็ในอนาคตพวกเขาจะทำอะไรได้? ส่วนวิธีการนั้นเย่เชียนก็ไม่ได้บอกเพราะตราบใดที่สามารถบรรลุเป้าหมายได้วิธีการนั้นก็ไม่สำคัญอะไร
เย่เชียนหยิบบุหรี่ออกมาจุดบุหรี่แล้วค่อยๆ สูบโดยไม่มองมัน ซึ่งหลังจากฟังคำพูดของเย่เชียนแล้ว รปภทั้งสามคนก็เข้าใจอย่างเป็นธรรมชาติว่าเขาหมายถึงอะไรและไม่กล้าที่จะประมาทเลย
จากนั้น รปภ.ทั้งสามก็รีบก้าวมาข้างหน้าและเจรจากับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของชุมชน ซึ่งเย่เชียนก็กำลังสูบบุหรี่อยู่และไม่สนใจพวกเขาแต่เมื่อบุหรี่กำลังจะหมด รปภ.ตัวสูงก็เดินเข้ามาและพูดว่า “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่ครับพวกเราเข้าไปกันได้เลยครับ” เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วโยนก้นบุหรี่ทิ้งและเดินเข้าไปโดยไม่ถามว่าพวกเขาใช้วิธีไหน
สภาพแวดล้อมของชุมชนดีมากและการตกแต่งภายในก็ทำได้ดีและสะอาดมาก ซึ่งชุมชนหรูหราต่างจากชุมชนทั่วไปอย่างมากแต่ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นอย่างมาก
เมื่อตรงขึ้นไปที่ชั้นหก รปภ.ตัวสูงก็กดกริ่งประตูและไม่นานเสียงของหญิงสาวก็ดังมาจากข้างใน อย่างไรก็ตามกลับไม่มีใครเปิดประตูเป็นเวลานานและจากนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเพราะดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้กำลังมองผ่านตาแมวประตูและก็มีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านในว่า “คุณเป็นใคร..คุณมาหาใคร?”
“เรามาหาผู้กำกับอู๋ครับเขาอยู่หรือเปล่า?” รปภ.ตัวสูงพูด
“สามีฉันยังไม่กลับมาแล้วพวกคุณมีธุระอะไรกับเขา” หญิงสาวพูดอย่างระมัดระวัง โดยพื้นฐานแล้วสังคมปัจจุบันเป็นแบบนี้และปกติแล้วถ้าหากไม่รู้จักกันพวกเขาก็ต้องระมักระวังคนแปลกหน้าเสมอ
“ใช่เรามีธุระกับผู้กำกับอู๋ครับคุณผู้หญิง” รปภ.ตัวสูงพูด
หญิงสาวอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วเปิดประตูให้ ถึงแม้ว่าเธอจะกังวลเล็กน้อยแต่เมื่อคิดว่าสามีของเธอเป็นถึงผู้กำกับสถานีตำรวจแล้วใครจะกล้ากระตุกหนวดเสือโดยไม่กลัวกัน? เมื่อมองดูชายหนุ่มสี่คนที่อยู่ข้างหน้าแล้วพวกเขาดูไม่เหมือนคนไม่ดีและเมื่อเห็นแบบนั้นหญิงสาวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและเมื่อมองดูแล้วพบว่าไม่มีของขวัญหรือสินบนอยู่ในมือก็อดไม่ได้ที่จะโล่งอกเพราะโดยทั่วไปแล้วคนที่มาหาสามีของเธอเพื่อทำธุระก็มักจะมีของกำนัลไม่ก็สินบนเสมอแต่คนตรงหน้ากลับมาด้วยมือเปล่าและดูเหมือนไม่ได้หาสามีเพื่อทำธุรกิจโดยตรง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หญิงสาวก็รีบพูดขึ้นว่า “สามีของฉันไม่อยู่บ้านเอาไว้คุณค่อยมาคราวหน้าก็แล้วกันค่ะหรือลองมาใหม่วันพรุ่งนี้” ขณะที่เธอพูดหญิงสาวก็ปิดประตูแต่เย่เชียนเหยียดเท้าออกมาแล้วขวางขอบประตูเอาไว้และเขาผลักประตูเบาๆ แล้วเดินตรงเข้าไปพร้อมกับพูดว่า “ไม่เป็นไรครับเราจะรอสามีของคุณที่นี่แหละ”
ขณะที่พูดอย่างนั้นเย่เชียนก็เดินเข้ามาแล้วนั่งลงบนโซฟาโดยตรงและหญิงสาวก็ตกตะลึงแต่มันก็สายเกินไปเพราะเมื่อเห็นสีหน้าของเย่เชียนแล้วดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมจริงๆ แต่เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมากเพราะถ้าเย่เชียนเป็นคนไม่ดีเขาก็จะไม่อ่อนโยนและสุภาพกับเธอแบบนี้และคงบุกเข้ามาแล้วจริงมั้ย?
หลังจากตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งหญิงสาวก็พูดว่า “ฉันจะไปโทรบอกเขาและให้เขารีบกลับมานะคะ”
เย่เชียนไม่ได้ห้ามเธอและพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “อ๋อ..ช่วยชงชาให้พวกเราสักสี่ถ้วยสิ..ผมขอใบชาเพิ่มด้วยนะ”
หญิงสาวอึ้งไปครู่หนึ่งและเธอก็เหลือบมองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจและรู้สึกมึนงงเล็กน้อยในใจเพราะเย่เชียนดูไม่เหมือนคนที่มาทำธุรกิจเลยเพราะถ้าเขามาหาสามีเพื่อทำธุรกิจเขาจะไม่กล้าเสียมารยาทขนาดนี้และเธอก็อยากจะรู้ตัวตนของเย่เชียนแทบจะไม่ไหวแล้วและอยากที่จะสาปแช่งเย่เชียน อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วเธอก็ไม่กล้าเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอและตอนนี้ที่สามีของเธอก็ไม่อยู่ด้วยดังนั้นทางที่ดีเธอไม่ควรที่จะทำให้คนเหล่านี้ขุ่นเคืองเพราะถ้าหากเธอทำให้คนเหล่านี้โกรธล่ะก็พวกเขาอาจจะทำอะไรบางอย่างกับเธอและเธอต้องทนทุกข์ทรมาน ดังนั้นอดทนไว้ก่อนจะดีกว่าและรอให้สามีของเธอกลับมาโดยเร็วที่สุด
หลังจากคิดเรื่องนี้หญิงสาวก็ตอบอย่างรวดเร็วและเดินเข้าไปชงชาสี่ถ้วยแล้วนำมันมาเสิร์ฟจากนั้นก็กลับเข้าไปในห้องและโทรหาสามีของเธอ ซึ่งโทรศัพท์ก็ดังอยู่นานก่อนที่สามีของเธอจะรับและผู้กำกับอู๋ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่หมดความอดทนจากฝั่งตรงข้ามว่า “คุณโทรมาทำไมผมกำลังยุ่งอยู่..ถ้ามีอะไรก็เอาไว้คุยกันทีหลัง!”
“คุณรีบกลับมาเถอะเพราะตอนนี้มีผู้ชายสี่คนมาที่บ้านของเรา..พวกเขาบอกว่ามีธุระกับคุณแต่พวกเขาดูไม่เหมือนจะมาหาคุณเพราะเรื่องนั้นเลยเพราะงั้นคุณรีบกลับมาเร็วๆ นะ” หญิงสาวพูด
ผู้กำกับอู๋ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “มาหาผมเรื่องธุรกิจงั้นเหรอ? ..แล้วคุณรู้ไหมว่าพวกเขาเป็นใคร”
“ฉันไม่รู้เขาไม่ได้บอกอะไรเลย” หญิงสาวพูด “ฉันไม่กล้าถามอะไรมาก..คุณน่ะรับกลับมาเร็วๆ นะฉันกลัว”
เมื่อได้ยินแบบนั้นผู้กำกับอู๋ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและพูดว่า “ก็ได้ๆ ผมจะรีบกลับไปทันที” หลังจากนั้นผู้กำกับอู๋ก็วางสายไป เขาไม่คิดว่าจะมีคนกล้ากระตุกหนวดเสือแบบนี้และเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ตกใจของภรรยาของเขาแบบนี้เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก
หลังจากที่หญิงสาววางสายเธอก็ไม่กล้าที่จะออกจากห้องของเธอและแอบมองไปที่เย่เชียนและคนอื่นๆ อย่างลับๆ ผ่านช่องของประตู แต่เย่เชียนไม่สนใจเธอและในขณะที่ดื่มชาและสูบบุหรี่เขาก็เปิดทีวีและดูมันอย่างสบายๆ
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาก็มีเสียงเคาะประตูและเมื่อได้ยินเสียงหญิงสาวก็รีบออกจากห้องนอนและเปิดประตูอย่างเร่งรีบแล้วผู้กำกับอู๋ก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆ และพูดว่า “พวกเขาเป็นใครกันและมีธุระอะไรกับผม?”
“พวกเขานั่งรออยู่ที่โซฟา” หญิงสาวเหลือบมองเย่เชียนและคนอื่นๆ แล้วพูด
ผู้กำกับอู๋ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและเมื่อมองดูรูปลักษณ์ของเย่เชียนแล้วเย่เชียนทำตัวราวกับว่าเย่เชียนถือว่าสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านของตัวเองจนผู้กำกับอู๋อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างเย็นชาและพูดกับหญิงสาวว่า “ไปชงชาให้ผมสักถ้วยสิ” เมื่อพูดจบหลังจากนั้นเขาก็เดินไปอย่างช้าๆ ที่ฝั่งตรงข้ามของเย่เชียนและนั่งลง
“ผมเพิ่งจะกลับมาเพราะมีธุระบางอย่างที่ต้องทำ..ว่าแต่พวกคุณมีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอครับ?” ก่อนที่เขาจะรู้รายละเอียดของเย่เชียนเขาก็ต้องพูดน้ำเสียงที่สุภาพเข้าไว้
เย่เชียนสูบบุหรี่อย่างช้าๆ และเขี่ยก้นบุหรี่จากนั้นก็จิบชาอย่างสบายๆ แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรครับ..ช่วงนี้เงินผมขัดสนเรื่องเงินน่ะเพราะงั้นวันนี้ผมก็เลยมาหาผู้กำกับอู๋ไม่ทราบว่าคุณพอจะช่วยผมได้หรือเปล่า?”
ผู้กำกับอู๋ก็อึ้งไปครู่หนึ่งและ รปภ.ทั้งสามก็ตะลึงไปชั่วขณะเช่นกัน พวกเขากำลังสับสนกับคำพูดของเย่เชียนและแอบคิดว่าเย่เชียนมาที่นี่ในวันนี้เพื่อรีดไถเงินใช่ไหม? อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดเพราะและมันเป็นหน้าที่สำหรับพวกเขาที่จะติดตามเย่เชียนไปจนจบและการพูดมากไปก็ไม่ดี
“คุณรู้ว่าผมเป็นใครแต่ก็ยังกล้าที่จะแบล็กเมล์ผมงั้นเหรอ? ..ผมไม่มีอะไรจะต้องกลัวและอีกอย่างผมไม่มีปัญหาด้านการเงินเพราะงั้นผมช่วยคุณได้ถ้าคุณมีปัญหาแต่เราจะไม่คุยเรื่องเงินกัน” ผู้กำกับอู๋พูด
เย่เชียนก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “ผู้กำกับอู๋ผมคิดว่าเงินเดือนของคุณนั้นไม่ได้สูงอะไรมากนักแต่คุณกลับอาศัยอยู่ในชุมชนที่หรูหราแบบนี้ผมคิดว่าราคาบ้านที่นี่อย่างน้อยๆ ก็หลายล้านใช่มั้ย? ..อาจจะเจ็ดหรือแปดล้านหยวนเลยด้วยซ้ำ..ผมรู้ว่าผู้กำกับอู๋ได้รับผลประโยชน์มากมายจากตระกูลหยุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพราะงั้นคุณก็ต้องเข้าใจดีว่าวงการนี้มันเป็นยังไง”
“ดูเหมือนว่าสายข่าวของคุณจะไม่ธรรมดาเลยนี่หน่า” ผู้กำกับอู๋พูด ในเวลานี้ภรรยาของเขานำชามาหนึ่งถ้วยและผู้กำกับอู๋ก็เหลือบมองเธอแล้วโบกมือไล่เธอเข้าไปในห้องจากนั้นก็จิบช้าๆ แล้วพูดว่า “คุณอยากได้อะไร?”
“มันขึ้นอยู่กับว่าผู้กำกับอู๋จะทำยังไง” เย่เชียนพูดเบาๆ
“คุณเป็นคนแรกที่กล้าขู่แบล็กเมล์ผมอย่างเปิดเผยแต่ก็นะเนื่องจากคุณมีความกล้าแบบนี้ดูเหมือนว่าคุณจะมั่นใจมาก” ผู้กำกับอู๋ “ถ้าเรื่องงานน่ะมันก็ไม่มีปัญหาหรอกที่จะช่วยแต่ถ้าเป็นเรื่องเงินล่ะก็ผมไม่รู้เลยว่าจะมีใครมาขู่ผมอีกในอนาคต..แต่ถ้าคุณอยากได้เงินก็ต้องมาดูกันว่าคุณมีคุณสมบัติมากพอที่ผมจะช่วยคุณหรือเปล่า”
เย่เชียนแสยะยิ้มและดึงมีดคลื่นโลหิตออกจากเสื้อของเขาและปักมันลงบนโต๊ะแล้วพูดว่า “ก็ลองดูกัน!”
“คุณจะข่มขู่ผมด้วยมีดงั้นเหรอ? ..คุณคิดว่าผมเป็นเด็กสามขวบเหรอ? ..ผมไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ?” ผู้กำกับอู๋พูด
“ผู้กำกับอู๋ไม่ต้องกลัวไปหรอกเพราะพวกเราคนกันเอง..ถ้าหากผู้กำกับอู๋เต็มใจที่จะร่วมมือกับผมมันก็ไม่ยากหรอก” เย่เชียนพูด
จากนั้นผู้กำกับอู๋ก็ขมวดคิ้ว “ฮึ่ม” จากนั้นผู้กำกับอู๋ก็หยิบปืนพกจากเสื้อของเขาแล้วจ่อไปที่เย่เชียนและพูดว่า “ถ้าคุณทำอะไรบ้าๆ ล่ะก็เชื่อมั้ยว่าผมจะฆ่าคุณเดี๋ยวนี้เลย..อีกอย่างข้อหาอาชญากรรมฆ่าคนตายมันก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นเพราะคุณเป็นคนมาข่มขู่ผมถึงบ้านแบบนี้เพราะงั้นคุณมีคุณสมบัติมากพอที่จะมาสู้กับผมงั้นเหรอ? ..การที่คุณมารีดไถเงินผมด้วยมีดแบบนี้คุณคิดว่าผมจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เย่เชียนฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “จะยังไงก็ตามขึ้นมันก็อยู่กับว่าคุณมองยังไง..แต่ขอบอกเลยนะว่าผมเกลียดคนที่เอาปืนมาจ่อที่หัวผมมากที่สุด..เอาสิถ้าคุณรับผลที่ตามมาได้ก็ลงมือซะสิ!”
เย่เชียนไม่ได้ประหม่าเลยแต่ รปภ.ทั้งสามตื่นตระหนกไปหมดเพราะถ้าหากผู้กำกับอู๋ยิงเย่เชียนจริงๆ พวกเขาก็จะโชคร้ายและซวยไปด้วยใช่ไหม? “นี่คุณ..รีบๆ วางปืนลงซะ!..เขาคือรองนายกเทศมนตรีเมืองเสิ่นหยาง!” รปภ.ตัวสูงพูดอย่างเร่งรีบ
เมื่อได้ยินแบบนั้นผู้กำกับอู๋ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจและไม่อยากจะเชื่อเลยว่ารองนายกเทศมนตรีจะมาที่บ้านของเขาเพื่อแบล็กเมล์เขาและนี่ก็ไม่ใช่เรื่องตลก
.