ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1287 การเปิดเผยตัวตน
ตอนที่ 1287 การเปิดเผยตัวตน
………………..
มีสิ่งหนึ่งที่เย่เชียนไม่เคยเข้าใจเพราะถึงแม้ว่าเขาจะบอกว่าเขาไปหาตระกูลจินก่อนแต่ถึงยังไงตระกูลหยุนก็ต้องรู้อย่างแน่นอนว่าเขาได้ไปพบตระกูลจินแล้ว แต่ทว่าในกรณีนี้จนถึงตอนนี้ตระกูลหยุนกลับไม่ได้เคลื่อนไหวเลยซึ่งทำให้เย่เชียนไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
ยิ่งฝ่ายตรงข้ามสงบมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งน่ากลัวมากเท่านั้น ซึ่งถ้าหากอีกฝ่ายเป็นคนหุนหันพลันแล่นล่ะก็เย่เชียนจะรับมือได้ง่ายขึ้นและวิธีการของตระกูลหยุนก็ทำให้เย่เชียนค่อนข้างสับสน
หลังจากวางสายของหูวหนานเจียนแล้วเย่เชียนก็โบกแท็กซี่และตรงไปที่อาคารรัฐสภา ซึ่งก่อนจะเดินเข้าไปโทรศัพท์มือถือของเย่เชียนก็ดังขึ้นและพบว่าเสี่ยวเทียนโทรมาและหลังจากรับสายเสียงของเสี่ยวเทียนก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่คะตระกูลหยุนส่งคนมาหาคุณและต้องการเชิญคุณไปทานอาหารมื้อเบาๆค่ะ”
“หืม..พวกเขาส่งใครมาที่นี่?” เย่เชียนถามและดูเหมือนว่าเขาจะกังวลมากเกินไปว่าตระกูลหยุนจะไม่เคลื่อนไหว
“หยุนเจียฮงหลานชายของหยุนเซินผู้นำตระกูลหยุน” เสี่ยวเทียนพูด
“หยุนเจียฮง?” เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งเมื่อนึกถึงชายหนุ่มคนที่มาร่วมงานศพของตู้ฟู่เหว่ยในภาคตะวันตกเฉียงเหนือและชายหนุ่มคนนั้นก็ไปเข้าร่วมด้วย ดูเหมือนว่าทัศนคติของเขาในเวลานั้นจะยังหยิ่งผยองมาก เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “เขายังอยู่ที่นั่นหรือเปล่า?..ช่วยบอกเขาไปว่าถ้าตระกูลหยุนต้องการเชิญผมไปทานมื้อเย็นล่ะก็ให้หยุนเซินมาเชิญด้วยตนเองซะ..คนอื่นไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะมาพูดกับผม!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเสี่ยวเทียนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและไม่รู้จะพูดอะไรดีและเย่เชียนก็เข้าใจดีถึงปฏิกิริยาของเสี่ยวเทียนดังนั้นเขาจึงพูดว่า “อย่าคิดที่จะพูดกับเขาอย่างสุภาพล่ะ..บอกเขาแบบที่ผมพูดกับคุณเลยและห้ามเปลี่ยนคำพูดแม้แต่คำเดียวเข้าใจมั้ย?..ถ้าผมรู้ว่าคุณเปลี่ยนคำพูดล่ะก็ผมจะกลับไปจัดการกับคุณในภายหลัง”
………………..
………………..
………………..
ในประโยคสุดท้ายเย่เชียนมีน้ำเสียงล้อเล่นเล็กน้อยและเสี่ยวเทียนก็เข้าใจดีเพราะหลังจากติดตามเย่เชียนมาสักพักเสี่ยวเทียนก็เข้าใจนิสัยของเย่เชียนและเนื่องจากเย่เชียนพูดแบบนั้นแล้วเธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพูดกับอีกฝ่ายด้วยคำสละสลวย
หลังจากรับสายเสี่ยวเทียนก็วางสายไปและเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยด้วยความพอใจเพราะตระกูลหยุนมาหาเขาแบบนี้มันก็เป็นเรื่องที่ดีเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่เคลื่อนไหวลับหลังเขา อย่างไรก็ตามหยุนเจียฮงก็เคยเห็นหน้าเย่เชียนมาก่อนซึ่งค่อนข้างจะยากจะรับมือได้และถ้าหากคนในตระกูลหยุนรู้ว่าเขาคือผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าล่ะก็พวกเขาจะระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมและเริ่มดำเนินการกับเขาอย่างแน่นอน
หลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้ววิธีเดียวคือการหลีกเลี่ยงการพบกับหยุนเจียฮงให้มากที่สุดแต่ถ้าหากไม่ได้ผลเย่เชียนก็ต้องฆ่าหยุนเจียฮงทิ้ง ดังนั้นเย่เชียนจึงส่งข้อความไปหาหลินเฟิงว่า ‘คนจากตระกูลหยุนส่งคนมาพบผมแต่ทว่าคนๆนั้นเคยเจอผมที่งานศพของตู้ฟู่เหว่ยมาก่อนซึ่งมันเสี่ยงมาก’
ไม่นานนักหลินเฟิงก็ตอบกลับข้อความว่า ‘นายต้องการให้ฉันฆ่าเขางั้นเหรอ?’
‘มันไม่จำเป็นขนาดนั้นแต่ถ้าไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆก็ต้องฆ่า..ถึงยังไงเราก็ต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนเพราะถ้าแผนมันไม่เวิร์คจริงๆก็ต้องฆ่า..นั่นเป็นทางเลือกสุดท้าย’ เย่เชียนตอบกลับด้วยข้อความ
‘ได้!’ หลินเฟิงตอบอย่างเรียบง่ายและเย่เชียนก็ไม่ตอบกลับอีก
ปัญหาที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของการต่อสู้ระหว่างตระกูลหยุนกับตระกูลจินเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหิน ซึ่งตราบใดที่เย่เชียนรู้เจตนาที่แท้จริงของทั้งสองฝ่ายล่ะก็เขาจะพบวิธีการที่ถูกต้องในการรับมือทั้งสองฝ่ายและเป็นเรื่องยากสำหรับทั้งสองฝ่ายที่จะเคลื่อนไหวในอนาคตและทั้งสองฝ่ายจะต้องดิ้นรนอย่างมาก
ไม่นานรถก็หยุดก็มาหยุดที่ทางเข้าอาคารรัฐสภาและเย่เชียนก็เดินเข้ามาเมื่อพวกเขาเดินผ่านประตูห้องรักษาความปลอดภัย รปภ.ก็โค้งคำนับเย่เชียนด้วยความเคารพเพื่อเป็นการแสดงความจริงใจแต่ไม่ใช่การทักทายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใดเพราะหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เย่เชียนก็ได้แสดงความยิ่งใหญ่ให้กับทุกคนเห็นแล้วซึ่งเพียงพอแล้วที่จะแสดงความสามารถของเย่เชียน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขาที่จะเลือกติดตามบุคคลดังกล่าวเพื่อทำสิ่งต่างๆในอนาคต
เย่เชียนไม่พูดอะไรมากและพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปและหลังจากมาถึงประตูล็อบบี้ชายหนุ่มก็ออกมาขวางทางเย่เชียนเอาไว้ เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ขมวดคิ้วและเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเป็นหยุนเจียฮง เมื่อเห็นแบบนั้นคิ้วของเย่เชียนก็ขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิมและคิดในใจว่านี่เขามาดักรอแบบนี้เลยเหรอ?
“ท่านรองเทศมนตรีเย่..” หยุนเจียฮงกำลังจะพูดแต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าของเย่เชียนอย่างชัดเจนแล้วเขาก็ขมวดคิ้วและเห็นได้ชัดว่าเขาผงะไปชั่วขณะและถามด้วยความประหลาดใจว่า “คุณเป็นรองนายกเทศมนตรีคนใหม่ของเมืองเสิ่นหยางงั้นเหรอ?” จากนั้นคิ้วของเขาก็ค่อยๆคลายออกและดูเหมือนว่าเขาจะโล่งใจมาก
“นี่คุณถามอะไรของคุณเนี่ย?..มาขวางทางผมทำไม?” เมื่อเห็นดวงตาของหยุนเจียฮงแล้วเย่เชียนก็รู้ว่าหยุนเจียฮงนั้นจำเขาได้ ดังนั้นในกรณีนี้เย่เชียนก็ต้องทำตัวให้นิ่งเข้าไว้
ในเวลานี้เสี่ยวเทียนก็รีบเดินเข้าไปและเห็นหยุนเจียฮงหยุดอยู่ตรงหน้าเย่เชียนและเธอก็อดไม่ได้ที่จะตกใจและรีบเดินไปพูดว่า “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่คะฉันขอโทษนะคะฉันบอกเขาไปแล้วแต่ฉันไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมาดักรออยู่แบบนี้”
เห็นได้ชัดว่าหยุนเจียฮงตั้งใจจะทำแบบนี้จริงๆจากนั้นเย่เชียนก็โบกมือแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร..คุณช่วยไปชงชาสักสองถ้วยแล้วนำมันไปที่ออฟฟิศของผมทีผมมีเรื่องจะคุยกับคุณหยุน” หลังจากพูดจบเขาก็เดินไปที่บันไดด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวเทียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเพราะเธอไม่เข้าใจว่าทำไมทัศนคติของเย่เชียนถึงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแต่เธอก็คุ้นเคยกับความไม่แน่นอนของเย่เชียนดังนั้นเธอจึงไม่ต้องคาดเดาอะไรมากเกินไป
เมื่อเข้าไปในออฟฟิศแล้วเย่เชียนก็เดินตรงไปที่ที่นั่งของเขาและนั่งลงจากนั้นก็เหลือบมองไปที่หยุนเจียฮงและโบกมือให้เขานั่ง ส่วนหยุนเจียฮงก็เหลือบมองไปรอบๆและยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “การตกแต่งของออฟฟิศนี้ดีจริงๆ..แต่ผมไม่ได้คาดหวังเลยว่าคุณเย่จะมาเป็นรองนายกเทศมนตรีของเมืองเสิ่นหยางซึ่งคาดไม่ถึงเลยจริงๆ” หลังจากที่หยุนเจียฮงพูดเขาก็นั่งลง
เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมพร้อมและดูเหมือนว่าเขาจะรู้ตัวตนของเย่เชียนอยู่แล้ว เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและเมื่อรวมกับการแสดงออกของหยุนเจียฮงในตอนนี้เย่เชียนก็โล่งใจเพราะครั้งแรกที่เขาเห็นตัวเองหยุนเจียฮงดูประหลาดใจเล็กน้อยและการแสดงออกที่โล่งใจแสดงให้เห็นว่าหยุนเจียฮงคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าจะเป็นตัวเอง
ในเมื่อหยุนเจียฮงจำเขาได้เย่เชียนก็ไม่จำเป็นต้องแสร้งทำอีกต่อไปและเมื่อเหลือบมองหยุนเจียฮงแล้วเย่เชียนก็ยิ้มเบาๆแต่ไม่ได้พูดอะไร ผ่านไปครู่หนึ่งเสี่ยวเทียนก็เคาะประตูแล้วเดินเข้ามาและนำชาสองถ้วยมาเสิร์ฟให้เย่เชียนกับหยุนเจียฮงและโบกมือเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คุณออกไปก่อนเดี๋ยวผมจะเรียกคุณถ้าหากมีอะไร”
เสี่ยวเทียนก็ตอบและหันหลังกลับเดินออกไป
จากนั้นเย่เชียนก็หยิบบุหรี่ออกจากเสื้อแล้วจุดไฟแล้วสูบมันอย่างสบายๆ พวกเขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่มองหน้ากันเงียบๆราวกับทดสอบความอดทนของกันและกันและรอดูกันว่าความอดทนของใครจะดีกว่ากัน เห็นได้ชัดว่าหยุนเจียฮงประหลาดใจเล็กน้อยเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะสงบแบบนี้เพราะในความเห็นของเขาถ้าเย่เชียนรู้ว่าเขารู้จักตัวตนของเย่เชียนล่ะก็เย่เชียนจะต้องกังวลมากแต่ทว่าการแสดงที่สงบของเย่เชียนค่อนข้างทำให้เขาประหลาดใจ
หลังจากหยุดไปสักพักหยุนเจียฮงก็ยิ้มและพูดว่า “ทันทีที่พวกเราแยกกันที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือพวกเราก็ไม่ได้พบกันอีกเลยนะคุณเย่” เขาไม่ได้เรียกเย่เชียนว่ารองนายกเทศมนตรีแต่เป็นคุณเย่แทนซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการบอกเย่เชียนว่าเขารู้ตัวตนที่แท้จริงของเย่เชียนแล้ว
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คุณรู้ความจริงแล้วใช่มั้ย?”
หยุนเจียฮงก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เมื่อลุงของผมเอารูปถ่ายของคุณให้ผมดูผมก็แทบจะไม่เชื่อเลย..คงไม่มีใครคิดหรอกว่าผู้นำองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าราชาหมาป่าเย่เชียนผู้โด่งดังจู่ๆก็กลายมาเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองเสิ่นหยางมันเกิดความคาดหมายมาก”
“จะไปมีอะไรน่าประหลาดใจกันผมเป็นแค่รองนายกเทศมนตรีตำแหน่งเล็กๆเพราะงั้นมันไม่คุ้มหรอกที่จะมากังวลเกี่ยวกับผม” เย่เชียนพูด “ถ้าคุณมีอะไรก็พูดออกมาตรงๆได้เลย..อย่าอ้อมค้อมเลย”
“คุณเย่ดูสงบมาก..คุณไม่กลัวเลยเหรอว่าผมจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของคุณ” หยุนเจียฮงยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผมเดาได้คร่าวๆว่าจุดประสงค์ของคุณเย่ที่มาภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นคืออะไร..เพราะงั้นถ้าผมพูดออกไปคุณเย่น่าจะเข้าใจดีว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไงถ้าหากว่าตัวตนของคุณถูกเปิดเผยออกมา”
เมื่อได้ยินคำพูดของหยุนเจียฮงแล้วเย่เชียนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะเพราะสิ่งที่หยุนเจียฮงหมายถึงดูเหมือนว่าเขาไม่ได้อยากบอกกับบุคคลภายนอกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเย่เชียนก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “คุณกำลังพยายามข่มขู่ผมอยู่งั้นเหรอ?..ถ้าเป็นแบบนั้นคุณคิดผิดแล้ว..ทุกคนที่รู้จักผมดีต่างก็รู้ดีว่าสิ่งที่เย่เชียนคนนี้เกลียดที่สุดคือการที่กำลังถูกคุกคาม..นอกจากนี้คุณเองก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอว่าผมจะฆ่าคุณเมื่อไหร่ก็ได้และคุณอาจจะไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้เลยด้วยซ้ำ”
“อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดคุณเย่ถ้าผมอยากจะพูดผมคงพูดออกไปนานแล้ว” หยุนเจียฮงพูด “วันนี้ลุงของผมสั่งให้ผมมาเชิญคุณเย่ไปทานมื้อเย็น..ซึ่งตอนนี้มันน่าจะได้เวลาแล้วครับ”
“หืม..แล้วเขาต้องการอะไร?” เย่เชียนพูด “พูดตรงๆนะผมไม่ชอบพวกเสแสร้งผมชอบคนพูดตรงๆมากกว่า”
“ผมได้ยินเกี่ยวกับพันธมิตรระหว่างจินเหว่ยห่าวกับคุณเย่และไม่นานมานี้จินเหว่ยห่าวมีความขัดแย้งกับหยุนเจียเซิงลูกพี่ลูกน้องของผม..ซึ่งผมคิดว่าคุณเย่คงจะไม่ปล่อยเขาไปใช่มั้ยครับ?” หยุนเจียฮงพูดต่อ “อันที่จริงแล้วที่ผมมาหาคุณเย่ก็เพื่ออยากจะมาร่วมมือกับคุณเย่..เรื่องนี้คุณเย่คิดว่าไงบ้าง?”
“ร่วมมือ?” เย่เชียนแอบยิ้มในใจและรู้สึกว่าสิ่งต่างๆน่าสนใจขึ้นมากแต่สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลงเพราะเนื่องจากนี่เป็นการเจรจาต่อรองดังนั้นเย่เชียนจึงไม่เต็มใจที่จะสูญเสียความตั้งใจและทัศนคติที่ได้เปรียบไปเพราะถ้าเขาประหม่านั่นจะเป็นการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายอย่างแน่นอน
………………..