ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1288 ผู้นำตระกูลหยุน
ตอนที่ 1288 ผู้นำตระกูลหยุน
………………..
เย่เชียนไม่ใช่นักธุรกิจแต่อย่างที่ซ่งหลันพูดว่าเย่เชียนไม่เคยเสียเปรียบในการเจรจาต่อรองและนี่ก็เป็นความจริงเพราะสิ่งพื้นฐานที่สุดในการเจรจาต่อรองคือการรู้ใจของอีกฝ่ายและเพียงแค่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่เราก็จะสามารถควบคุมอีกฝ่ายได้ในกำมือ
เนื่องจากหยุนเจียฮงไม่ได้บอกหยุนเซินถึงตัวตนของเย่เชียนนั่นก็เห็นได้ชัดว่าหยุนเจียฮงมีจุดประสงค์อื่นส่วนจุดประสงค์ดังกล่าวเย่เชียนก็สามารถเดาได้คร่าวๆเพราะท้ายที่สุดในตระกูลใหญ่แบบนี้มันกฌทักจะมีการต่อสู้เพื่อสถานะที่สูงขึ้นในตระกูลและแน่นอนว่าเย่เชียนเองก็สนใจที่จะร่วมมือกับหยุนเจียฮงเช่นกันแต่เขาไม่ต้องการแสดงความกระตือรือร้นมากเกินไป ไม่เช่นนั้นเขาจะเสียเปรียบและอาจจะถูกหยุนเจียฮงนำหน้าไปหนึ่งก้าว
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดเบาๆว่า “ทำไมคุณถึงอยากร่วมมือกับผมล่ะ?..แล้วผมจะได้อะไรถ้าเราร่วมมือกัน?”
หยุนเจียฮงตกตะลึงไปครู่หนึ่งและในความเห็นของเขาถ้าหากเขาเสนอที่จะร่วมมือกับเย่เชียนล่ะก็เย่เชียนก็จะกระตือรือต้นไม่มใช้เหรอ? อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาของเย่เชียนนั้นกลับเฉยเมยมากซึ่งทำให้หยุนเจียฮงสับสนเล็กน้อย หลังจากหยุดไปชั่วขณะหยุนเจียฮงก็พูดว่า “อย่างที่พวกเรารู้ว่าตอนนี้ผมรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณเย่และถ้าผมเปิดเผยตัวตนของคุณเย่ต่อสาธารณชนล่ะคุณคิดว่าตระกูลจินกับตระกูลหยุนจะตอบสนองยังไง..พวกเขาคงรอไม่ไหวที่จะฆ่าคุณใช่มั้ย?..ในเวลานั้นคุณเย่จะสามารถนั่งเฉยๆได้อย่างสบายๆเหมือนกับตอนนี้หรือเปล่าล่ะครับ?”
“อย่างที่ผมพูดผมเกลียดคนที่คุกคามผมมากที่สุดและถ้าหากคุณยังคงพูดกับผมด้วยน้ำเสียงแบบนี้อยู่อีกผมต้องขอโทษด้วยนะแต่คุณออกไปได้แล้ว!” เย่เชียนพูด “คุณสามารถเปิดเผยตัวตนของผมได้ทุกเมื่อและถ้าหากตระกูลจินกับตระกูลหยุนมาท้าทายผมล่ะก็ผมจะเล่นด้วยจนจบและคุณจะได้เห็นศพพวกเขานอนตายอยู่ตามท้องถนน”
สำหรับท่าทีที่สงบของเย่เชียนนั้นทำให้หยุนเจียฮงประหลาดใจจริงๆและเขาก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับอีกฝ่ายอย่างไรแต่นี่ก็เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับเขาและเขาก็ไม่อยากพลาดไป หลังจากหยุดไปชั่วคราวหยุนเจียฮงก็พูดว่า “คุณเย่กับผมมีศัตรูเหมือนกันเพราะงั้นเราก็เป็นหุ้นส่วนกันได้และถ้าเราร่วมมือกันล่ะก็มันจะดีสำหรับพวกเราทั้งคู่”
“ผมไม่สนใจตระกูลจินหรอก..ผมไม่มีความแค้นต่อพวกเขาและไม่จำเป็นต้องไปยั่วยุพวกเขา” หยุนเจียฮงพูด “เป้าหมายของผมคือหยุนเซินเพราะงั้นถ้าคุณเย่ต้องการช่วยจินเหว่ยห่าวจัดการกับหยุนเจียเซิงล่ะก็มันก็จะดีสำหรับทั้งสองฝ่าย..เพราะงั้นเป้าหมายของเราก็เหมือนกันและในกรณีนี้ทำไมเราถึงไม่ร่วมมือกันซะเลยล่ะ?”
“คุณมาบอกผมแบบนี้ผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณกำลังหลอกผมอยู่หรือเปล่าทำไมผมต้องเชื่อคุณด้วย?” เย่เชียนพูด
“คุณเย่เป็นคนขี้ขลาดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ?” หยุนเจียฮงพูดต่อ “ถ้าผมต้องการโกหกผมก็คงไม่มาพูดกับคุณเกี่ยวกับเรื่องการร่วมมือกันหรอกครับ..ถ้าแบบนั้นผมคงจะเปิดเผยตัวตนของคุณไปแล้วและนอกจากนี้คุณเย่คิดว่าผมกล้าหลอกคุณงั้นเหรอ?”
“สมัยนี้เราเชื่อใจใครไม่ได้หรอกถ้าคุณต้องการหลอกผมจริงๆถึงเวลานั้นผมจะไปทำอะไรได้ถ้าผมอยู่ในบ้านตระกูลหยุน?” เย่เชียนพูด “นอกจากนี้สิ่งที่คุณพูดออกมามันก็ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าคุณจะพูดจริง”
หยุนเจียฮงเงียบไปครู่หนึ่งเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะรับมือได้ยากขนาดนี้ เดิมทีเขาคิดว่าตราบเท่าที่เขาระบุเงื่อนไขดังกล่าวได้แล้วเย่เชียนจะต้องเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างรวดเร็วแต่เขาไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะไม่เชื่อเขาซึ่งทำให้เขาขมขื่นอย่างมาก หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งหยุนเจียฮงก็พูดต่อ “ในเมื่อคุณเย่ต้องการความจริงใจล่ะก็ผมจะบอกความลับกับคุณเย่ให้..คุณเย่รู้หรือเปล่าว่าทำไมตระกูลหยุนกับตระกูลจินถึงให้ความสำคัญกับสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินมากขนาดนี้”
เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งและยิ้มจางๆเพราะเขาเริ่มสนใจสิ่งต่างๆ ดังนั้นเขาจึงพูดว่า “ผมไม่รู้เรื่องนั้นเลยจริงๆ..เพราะแร่ธาตุและทรัพยากรในภูเขาหินไม่มีมูลค่าใดๆต่อการลงทุนเลยแม้แต่น้อยแต่ตระกูลจินกับตระกูลหยุนกลับแย่งชิงมันซึ่งผมคิดว่าทั้งสองตระกูลคงไม่ได้โง่พอที่จะต่อสู้กันเพราะเรื่องนี้จริงๆหรอกเพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆพวกคุณคงไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องมันใหญ่โตมากถึงขนาดนี้อย่างแน่นอน”
“แน่นอนจริงๆแล้วมันเป็นเพราะ…” ทันทีที่หยุนเจียฮงกำลังจะพูดประโยคสุดท้ายออกมาจู่ๆก็มีคนเคาะประตูและเย่เชียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เข้ามา!” เย่เชียนพูด
“เชิญเข้ามาเลยครับอาจารย์หยุน” เย่เชียนพูด
เสี่ยวเทียนตอบและหันหลังกลับเดินออกไปหลังจากนั้นไม่นานเธอก็เดินกลับมาพร้อมกับหยุนเซิน “เชิญค่ะคุณหยุน!” เสี่ยวเทียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูด หลังจากที่หยุนเซินเดินเข้ามาเสี่ยวเทียนก็เดินออกไปแล้วปิดประตู เมื่อหยุนเซินเดินเข้ามาเห็นหยุนเจียฮงนั่งอยู่ที่นั่นคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันและรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
เมื่อหยุนเจียฮงเห็นหยุนเซินเขาก็รีบลุกขึ้นยืนและเรียกด้วยความเคารพว่า “สวัสดีครับท่านลุง!” เมื่อได้ยินแบบนั้นหยุนเซินก็พยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นยิ้มและก้าวไปข้างหน้าพร้อมมองไปที่เย่เชียนและพูด “รองนายกเทศมนตรีเย่ผมได้ยินเรื่องของคุณมาสักพักแล้วแต่ผมไม่มีเวลามาเยี่ยมเลยต้องขอโทษจริงๆ..ครั้งนี้ผมก็เลยมาเชิญรองนายกเทศมนตรีเย่ไปทานมื้อค่ำในวันนี้แต่ผมไม่ได้คาดหวังว่าคนของผมจะไร้ประสิทธิภาพและทำให้รองนายกเทศมนตรีเย่เข้าใจผิดผมขอโทษจริงๆ..ผมหวังว่ารองนายกเทศมนตรีเย่จะไม่ขุ่นเคืองนะครับ”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและยืนขึ้นแล้วพูดว่า “อาจารย์หยุนอย่าพูดแบบนั้นเลยครับเพราะตอนที่หลานชายของคุณมาหาผมก็ยังอยู่ข้างนอกอยู่เลยและลูกน้องของผมก็เสียมารยาทไปหน่อยเพราะงั้นผมสิที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ..อีกอย่างนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่เมืองเสิ่นหยางและผมจะต้องทำงานที่นี่ในอนาคต..ซึ่งอาจารย์หยุนก็เป็นบุคคลสำคัญของเมืองเสิ่นหยางและผมก็ต้องการการสนับสนุนจากอาจารย์หยุนอีกมากมายในอนาคต”
มันเป็นแค่ฉากละครเท่านั้นและทุกคนที่ได้ยินก็ไม่มีใครเอาจริงเอาจังกับคำพูดของเย่เชียนและหยุนเซินก็ไม่ใช่คนโง่แลกเขาก็ชัดเจนมากเพราะถ้าไม่มีคำสั่งจากเย่เชียนล่ะก็ผู้ใต้บังคับบัญชาจะกล้าหยิ่งผยองต่อตระกูลหยุนอย่างนั้นเหรอ? เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้อย่างไรก็ตามเนื่องจากเย่เชียนพูดแบบนั้นจึงแล้วทุกคนก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
ทั้งสองจับมือกันแล้วทั้งสองก็นั่งลงแน่นอนว่าหยุนเจียฮงไม่มีที่นั่งดังนั้นเขาจึงยืนอยู่ข้างๆอย่างระมัดระวัง ดูเหมือนว่าต่อหน้าหยุนเซินแล้วหยุนเจียฮงก็กลัวมากและเมื่อเห็นการแสดงออกของเขาแบบนี้เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มและคิดว่า ‘สุนัขลอบกัดตัวนี้ไม่เลวเลย..หยุนเจียฮงนี่ซ่อนสิ่งต่างๆได้เก่งจริงๆ’
“รองนายกเทศมนตรีเย่อยู่ที่เมืองเสิ่นหยางมาสักพักแล้วแต่น่าเสียดายที่ผมมัวแต่ยุ่งอยู่กับธุระที่บ้านผมก็เลยไม่ได้ออกไปไหนมาไหนและไม่มีเวลามาเยี่ยมและทำความรู้จักกับคุณเย่เลย..ผมต้องขอโทษด้วย” หยุนเซินพูด “ไม่ทราบว่าคืนนี้รองนายกเทศมนตรีเย่มีเวลาว่างหรือเปล่า..ช่วยให้เกียรติไปทานมื้อเย็นกับผมจะได้หรือเปล่าครับ?”
“อาจารย์หยุนพูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ?..จริงๆแล้สควรจะเป็นผมสิที่ต้องเชิญอาจารย์หยุนเพราะในอนาคตผมต้องให้อาจารย์หยุนช่วยอีกมาก..นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมต้องขอโทษอาจารย์หยุน” เย่เชียนพูด
“หืม..รองนายกเทศมนตรีเย่หมายความว่าไงครับ” หยุนเซินถามด้วยความประหลาดใจ
“เอ่อ..ตอนที่ผมเพิ่งจะมาถึงเมืองเสิ่นหยางครั้งแรกผมบังเอิญได้พบกับนายน้อยหยุนที่บาร์และมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันเล็กน้อยและบังเอิญทำร้ายนายน้อยไป..ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาจะเป็นลูกชายของอาจารย์หยุนเพราะถ้าผมรู้ผมคงจะไม่ทำแบบนั้นอย่างแน่นอน..ตอนแรกผมก็อยากจะหาเวลาไปหาอาจารย์หยุนเพื่อขอโทษแต่น่าเสียดายที่จินเจิ้งผิงผู้นำตระกูลจินมาหาผมเพื่อคุยเรื่องสำคัญก่อนและเจรจาเรื่องปัญหาสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินจนทำให้อาจารย์หยุนเป็นฝ่ายมาหาผมก่อน” เย่เชียนพูดต่อ “เพราะงั้นมื้อนี้ผมควรจะเป็นเจ้าภาพนะครับ”
“ผมเองก็รู้เรื่องนี้แล้วเหมือนกันเพราะงั้นรองนายกเทศมนตรีเย่ไม่ต้องกังวลไปนะครับ..เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วตระกูลหยุนของเราขอเป็นเจ้าภาพให้ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่จะดีกว่า” หยุนเซินพูดต่อ “ผมได้จองห้องอาหารที่โรงแรมอิมเพอเรียลแล้วและผมหวังว่ารองนายกเทศมนตรีเย่จะชอบมัน”
เย่เชียนยกมือขึ้นและมองดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือแล้วพูดว่า “เอาล่ะ..ในเมื่ออาจารย์หยุนยืนกรานแบบนั้นถ้าผมปฏิเสธก็คงจะเสียมารยาทมาก..ถ้างั้นก็เอาตามที่อาจารย์หยุนพูดเลยครับ..ถ้างั้นเราไปกันเลยครับ”
“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมไปรอที่ชั้นล่างก่อน..เชิญคุณจัดการงานที่เหลือได้เลยครับ” หยุนเซินพูด ยิ่งเขาพูดคุยกับเย่เชียนมากเท่าไหร่หยุนเซินก็ยิ่งรู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ง่ายที่จะรับมือเพราะเย่เชียนฉลาดกว่าจิ้งจอกเฒ่าบางตัวในแวดวงการเมืองเสียอีก ท้ายที่สุดแล้วเย่เชียนกับตระกูลจินก็ค่อนข้างที่จะใกล้ชิดกันมากกว่าดังนั้นถ้าหากหยุนเซินเข้าประเด็นตรงๆโดยไม่อ้อมค้อมมันก็จะทำให้สิ่งต่างๆอาจจะแย่ลง
“น่าละอายใจจัง!” เย่เชียนพูด “ครับอาจารย์หยุนเดี๋ยวผมจะรับจัดการงานที่เหลือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วผมจะรีบตามลงไปทันที”
หยุนเซินพยักหน้าเล็กน้อยและหลังจากพูดกับเย่เชียนแล้วเขาก็หันหลังกลับเดินออกไป จากนั้นหยุนเจียฮงก็เหลือบมองเย่เชียนและรีบตามหยุนเซินไป เมื่อเห็นพวกเขาเดินออกไปเย่เชียนก็แสยะยิ้มเล็กน้อยเพราะหยุนเซินคนนี้เป็นคนที่ไม่ง่ายที่จะรับมือได้เช่นกันแต่ทว่าตระกูลหยุนกลับไม่ได้สามัคคีและแน่นแฟ้นกันอย่างที่คิด การที่องค์กรหรือครอบครัวที่มีความสามัคคีและแน่นแฟ้นน้อยนั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่และสามารถกำหนดวิธีการกำจัดที่ถูกต้องได้ง่าย สำหรับช่องโหว่นี้ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งถึงตายได้ก่อนที่จะได้ตั้งตัวเสียอีก ก่อนหน้านี้ก่อนที่คำพูดประโยคสุดท้ายของหยุนเจียฮงจะจบลงหยุนเซินกลับมาขัดจังหวะเสียก่อนจึงทำให้เย่เชียนต้องการทราบความลับจากปากของหยุนเจียฮง อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ต้องหาสาเหตุที่หยุนเจียฮงต้องการจะจัดการกับหยุนเซินก่อนและถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพราะอำนาจก็ตามแต่อย่างน้อยๆก็ควรมีเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่านั้น
.