ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1289 ทำลายแผน
ตอนที่ 1289 ทำลายแผน
………………..
เมื่อพวกเขาลงไปที่ชั้นล่างหยุนเซินก็หยิบซิการ์ออกมาแล้วจุดไฟจากนั้นก็เหลือบมองไปที่หยุนเจียฮงและพูดว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?..เลขาของเขาทำแบบนั้นจริงๆหรือเป็นเพราะคำสั่งของเย่เชียนกันแน่?”
“พอผมมาถึงเขาก็ยังอยู่ข้างนอกและเลขาของเขาก็เป็นคนต้อนรับผม..ซึ่งตอนแรกเธอสุภาพมากแต่สักพักเธอกลับพูดอีกแบบหนึ่งเพราะงั้นผมคิดว่าเธอต้องโทรหาเขาแน่ๆ” หยุนเจียฮงพูด “ผมกังวลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นผมก็เลยไม่ได้โทรไปบอกคุณลุงและรออยู่ที่นี่แทน..แต่ทว่าตอนที่เขากลับมาน้ำเสียงของเขาก็ดูสุภาพมาก”
หยุนเซินขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ดูเหมือนว่ารองนายกเทศมนตรีเย่คนนี้จะไม่ธรรมดาจริงๆเขาแสดงได้ค่อนข้างดี”
“คุณลุงครับจากการพูดคุยกับเขาเมื่อกี้นี้ดูเหมือนว่าเขาจะมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับตระกูลจินมากผมเกรงว่ามันจะไม่ง่ายสำหรับเราที่จะได้รับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินแน่ๆ” หยุนเจียฮง
หยุนเซินก็ยิ้มเบาๆแล้วพูดว่า “ฉันมีวิธีการของฉันและฉันต้องพาเขาไปทานมื้อเย็นให้ได้..มันถึงเวลาแล้วที่เอ็งต้องศึกษาเพิ่มเติมเพราะโลกจะเป็นของคนหนุ่มสาวอย่างพวกเอ็งในอนาคต..ฉันหวังว่าในอนาคตเอ็งจะสามารถช่วยตระกูลได้ดีและขับเคลื่อนตระกูลหยุนไปด้วยกัน” หลังจากหยุดไปชั่วขณะหยุนเซินก็พูดต่อ “แล้วเอ็งยังโทษฉันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นอยู่หรือเปล่า..อันที่จริงมันก็เป็นเรื่องปกติถ้าเอ็งจะโทษฉันและฉันจะไม่โกรธเอ็งเลยถ้าเอ็งจะคิดแบบนั้นเพราะในตอนนั้นฉันไม่มีทางเลือกซึ่งในฐานะผู้นำของตระกูลหยุนแล้วฉันต้องคิดถึงอนาคตของตระกูลหยุนและต่อให้ฉันจะลังเลมากแค่ไหนฉันก็ต้องทำ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นแววตาที่ขุ่นเคืองและโกรธแค้นก็แวบวาบในดวงตาของหยุนเจียฮงแต่เขาก็รีบกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็วและพูดว่า “คุณลุงครับผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย” เขาคุกเข่าลงแล้วพูดต่อ “ผมรู้ว่าคุณลุงทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของตระกูลหยุนและตลอดหลายปีที่ผ่านมาคุณลุงก็ใจดีกับผมมาก..ผมเชื่อว่าคุณลุงปฏิบัติต่อลูกหลานอย่างยุติธรรมอยู่แล้วและผมก็ไม่เคยโทษลุงเลย”
“หลานชายคนนี้จะพยายามให้ดีที่สุดครับ..จนถึงตอนนี้ผมก็กำลังตรวจสอบสิ่งต่างๆอยู่เรื่อยๆแต่ความคืบหน้ามันช้ามาก เนื่องจากขาดข้อมูลและไม่รู้ว่าเราจะต้องหาต้นตอของมันที่ไหนเพราะงั้น…” หยุนเจียฮงพูด
“แน่นอนว่าฉันรูเดีเพราะงั้นนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันฝากเรื่องนี้เอาไว้กับเอ็งเพราะฉันเชื่อว่าเอ็งทำได้” หยุนเซินพูด “อันที่จริงในบรรดาลูกหลานตระกูลหยุนแล้วเอ็งเป็นคนที่โดดเด่นและมีพรสวรรค์มากที่สุดและฉันก็มองการณ์ไกลเกี่ยวกับอนาคตของเอ็งเพราะงั้นตราบใดที่เอ็งทำได้ดีฉันจะไม่มีวันปฏิบัติต่อเอ็งในทางไม่ดีเด็ดขาดและจะถือว่าเอ็งเป็นเหมือนลูกชายแท้ๆของฉันเอง”
“ขอบคุณครับคุณลุง!” หยุนเจียฮงพูด ในความเห็นของเขานั้นคำพูดของหยุนเซินเป็นเพียงการเสแสร้งของวาทศิลป์เท่านั้น เขาชัดเจนมากว่าเหตุผลที่หยุนเซินดีกับตัวเองนั้นก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเงินพันล้านที่พ่อของเขากวาดไปนั่นเอง
ในขณะนี้เย่เชียนก็เดินออกมาจากอาคารรัฐสภาและเมื่อเห็นฉากตรงหน้าเขาก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและค่อยๆแน่ใจว่ามันต้องมีความขัดแย้งระหว่างหยุนเจียฮงกับหยุนเซินอย่างแน่นอนเพราะดวงตาเหล่านั้นอาจซ่อนไปจากคนอื่นได้แต่ไม่สามารถหลอกเย่เชียนได้ จากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มเบาๆแล้วพูดว่า “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ครับ?..อาจารย์หยุนเกิดอะไรขึ้นครับทำไมหลานชายของคุณถึงได้นั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าคุณล่ะครับ?”
หยุนเซินยิ้มอย่างเขินอายและโบกมือให้หยุนเจียฮงให้ลุกขึ้นพร้อมกับพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอกครับเขาบอกว่าเขาทำให้รองนายกเทศมนตรีเย่ขุ่นเคืองเขาก็เลยขอโทษผม..รองนายกเทศมนตรีเย่ครับเด็กๆสมัยนี้ไม่รู้จักมารยาทเพราะงั้นหวังว่าคุณจะไม่ขุ่นเคืองนะครับ”
เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็ยิ้มและพูดว่า “ดูสิ่งที่อาจารย์หยุนพูดสิ..ผมไม่ได้อะไรเลยครับอย่าคิดมาไปเลย..ผมคิดว่าหลานชายของคุณทำงานได้ละเอียดถี่ถ้วนมากและเขาก็เป็นคนที่มีพรสวรรค์หายากในปัจจุบันนี้”
“คนหนุ่มสาวยังขาดความกระตือรือร้นอีกมากและการเยินยอจากรองนายกเทศมนตรีเย่จะทำให้เขายิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่นะครับ” หลังจากหยุนเซินพูดจบเขาเหลือบมองไปที่หยุนเจียฮงและพูดว่า “ขอบคุณรองนายกเทศมนตรีเย่ซะสิสำหรับคำชมของเขา”
“สมัยนี้หายากนะคนหนุ่มสาวที่ไม่หยิ่งทะนงและใจร้อน..แบบโอกาสในอนาคตของคุณคงไร้ขีดจำกัดจริงๆ” เย่เชียนยิ้มและพูด
หยุนเซินหันกลับไปมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “ท่านรองนายกเทศมนตรีเย่ครับเราไปกันเลยไหมผมเตรียมรถเอาไว้แล้ว..รถอยู่ทางนี้เชิญครับ” ขณะที่เขาพูดหยุนเซินก็ชี้ไปที่รถของเขาซึ่งเป็นรถ Rolls Royce สุดหรู
“ไม่เป็นไรครับอาจารย์หยุนไปก่อนเลยเดี๋ยวผมจะขับตามไปเอง” เย่เชียนชี้ไปที่รถซูเปอร์คาร์ของเขา
หยุนเซินหันไปทองแล้วตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดเพราะตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีจะกล้าขับรถแบบนี้ไปทั่วเมืองเลยจริงๆงั้นเหรอ? หยุนเซินยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีเย่นี่ช่างแตกต่างจากคนอื่นจริงๆ”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “การเป็นมนุษย์ความเรียบง่ายใช่ว่าจะดีเสมอไปเพราะเราต้องทำในสิ่งที่เราต้องการและเราไม่จำเป็นที่จะต้องเสแสร้งแกล้งทำ..ผมเย่เชียนคนนี้จะทำในสิ่งที่ผมต้องการทำเสมอและไม่สำคัญว่าฉันจะมองยังไงตราบใดผมรู้คุณค่าในตัวเอง”
“สิ่งที่รองนายกเทศมนตรีเย่พูดชนะใจผมจริงๆ..ถือเป็นเกียรติมากสำหรับผมที่ได้เป็นเพื่อนกับรองนายกเทศมนตรีเย่” หยุนเซินพูด “ถ้างั้นผมจะนำไปก่อนก็แล้วกันครับ”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีกแล้วเข้าไปในรถของเขา จากนั้นเย่เชียนก็ค่อยๆขับรถออกจากอาคารรัฐสภาและตรงไปยังโรงแรมอิมพีเรียลซึ่งเป็นโรงแรมที่หรูหราที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนและถึงแม้จะเป็นเพียงโรงแรมระดับ 4 ดาว แต่การบริการและการตกแต่งภายในก็ไม่ได้แย่ไปกว่าโรงแรมระดับ 5 ดาวเลย
การเชิญเย่เชียนไปทานมื้อเย็นนั้นจะต้องชัดเจนต้องเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดเท่านั้น ไม่นานหลังจากนั้นรถก็จอดที่ลานจอดรถใต้ดินของโรงแรมอิมพีเรียลและทั้งสามคนก็ขึ้นลิฟต์ตรงไปยังชั้นสามและตรงไปที่ห้องส่วนตัว เมื่อเขาไปถึงห้องส่วนตัวและนั่งลงหยุนเซินก็สั่งให้บริกรเสิร์ฟชาก่อนแล้วจึงสั่งให้เขาเสิร์ฟอาหาร
“รองนายกเทศมนตรีเย่ครับเชิญดูเมนูได้เลยและถ้าคุณต้องการอะไรก็สั่งได้เลยครับ..นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเชิญรองนายกเทศมนตรีเย่มาทานมื้อเย็นและผมไม่รู้ว่ารองนายกเทศมนตรีเย่มีรสนิยมเกี่ยวกับอาหารยังไงหรือไม่ชอบอะไรบ้างเพราะงั้นถ้าหากคุณต้องการอะไรก็สั่งเพิ่มได้เลยนะครับ” หยุนเซินยื่นสมุดเมนูให้เย่เชียนแล้วพูด
เย่เชียนโบกมือเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เดิมทีผมมาจากครอบครัวที่ยากจนและผมก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องอาหารสักเท่าไหร่แค่กินได้ก็เพียงพอแล้วครับ..อีกอย่างในเมื่ออาจารย์หยุนสั่งไปแล้วผมก็ไม่จำเป็นต้องสั่งเพิ่มอีก”
หยุนเซินก็ไม่ได้พูดในประเด็นนี้อีกต่อไปแต่เขากำลังคิดเกี่ยวกับเย่เชียนอย่างลับๆในใจว่าจะเริ่มต้นกับเขาอย่างไร สำหรับคนที่ไม่มีความอยากอาหารหยุนเซินมักจะกังวลเรื่องนี้มากเพราะเหยื่อแบบนี้จะติดเบ็ดยาก ซึ่งถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐทั่วๆไปจะไม่พูดอะไรมากแต่พวกเขามักจะบอกเป็นนัยๆว่าต้องการอะไรแต่เย่เชียนไม่ได้ทำแบบนั้นเลย คนที่ไม่มีความอยากอาหารหมายความว่าความทะเยอทะยานของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่และคนแบบนี้มักจะรับมือได้ยากที่สุด
หยุนเซินหยิบกล่องซิการ์ออกมาจากเสื้อของเขาและเอาวางไว้บนโต๊ะแล้วผลักกล่องไปข้างหน้าเย่เชียนจากนั้นหยุนเซินก็พูดว่า “นี่เป็นซิการ์ที่เพื่อนของผมนำมาจากคิวบากลิ่นและรสชาติมันดีมาก..รองนายกเทศมนตรีเย่ลองดูสิครับ”
เย่เชียนหยิบซิการ์ออกมาแล้วเล่นกับมันด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “ซิการ์นี้น่าจะราคาแพงน่าดูเลย..มันไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะสูบได้จริงๆ..ผมเป็นแค่รองนายกเทศมนตรีตำแหน่งเล็กๆเพราะงั้นสูบบุหรี่คงจะดีกว่าไม่อย่างนั้นในอนาคตผมคงจะนิสัยเสียกันพอดี..ถ้าผมหาซื้อซิการ์นี้ไม่ได้ผมคงจะต้องเป็นทุกข์แน่ๆ”
หยุนเซินยิ้มเบาๆแล้วพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีเย่อย่าเกรงใจไปเลยครับเพราะถ้าคุณสนใจจริงผมจะให้คนในตระกูลจัดส่งซิการ์นี้ให้คุณเรื่อยๆ..อย่างที่คุณพูดว่าเราควรเพลิดเพลินในสิ่งที่ต้องการเพื่อให้ชีวิตนี้ไม่สูญเปล่า”
“มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นแต่อาจเป็นเพราะตอนเด็กๆผมต้องทนทุกข์ทรมานมากเกินไปและตอนนี้ผมก็กลายเป็นคนขี้เหนียวและชอบที่จะเห็นเงินจำนวนเยอะๆอยู่ในมือของตัวเองซึ่งนั่นจะทำให้ผมสบายใจได้” ขณะที่เย่เชียนพูดเย่เชียนก็หยิบซิการ์ออกมาจุดไฟ
คำพูดของเย่เชียนนั้นเขาคิดว่าหยุนเซินจะสามารถเข้าใจความหมายของมันได้และแน่นอนหยุนเซินไม่ใช่คนโง่เพราะเขารับมือกับคนนับไม่ถ้วนและถ้าเขาไม่สามารถเข้าใจความหมายของคำอุปมานี้นั่นก็แสดงว่าเขาไร้ความสามารถจริงๆ จากนั้นหยุนเซินก็ยิ้มแล้วพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีเย่ครับผมได้เตรียมของขวัญเล็กๆน้อยๆมาให้แต่ผมไม่รู้ว่ามันจะถูกใจคุณหรือเปล่า” หลังจากพูดจบแล้วเขาก็เอื้อมมือออกไปและหยิบเช็คเงินสดออกมาซึ่งระบุตัวเลขเอาไว้ว่า 10 หยวนบนนั้น
แน่นอนว่าตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนั้นไม่คู่ควรกับเงินจำนวนดังกล่าแต่เนื่องจากหยุนเซินรู้ว่าตระกูลจินได้ให้เย่เชียนไปเท่าไหร่แล้วแน่นอนว่าตระกูลหยุนจะต้องไม่น้อยหน้าตระกูลจินเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นเขาสามารถเห็นได้ว่าเย่เชียนแตกต่างไปจากรองนายกเทศมนตรีคนอื่นๆและยิ่งไปกว่านั้น 10 ล้านหยวนก็เป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยสำหรับเขาและตราบใดที่เขาสามารถได้รับสิทธิในการขุดเจาะภูเขาหินล่ะก็นับประสาอะไรกับเงิน 10 ล้านหยวนเพราะมันจะกลายเป็นเพียงเศษเงินเลยด้วยซ้ำ
ของขวัญที่เขาเตรียมไว้ในตอนแรกไม่ใช่สิ่งนี้เนื่องจากเขายังไม่ได้ทราบถึงความต้องการของเย่เชียนเขาจึงไม่กล้าให้เงินโดยตรง อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เย่เชียนพูดในตอนนี้เขาก็ตัดสินใจได้และหยิบเช็คที่เตรียมเอาไว้ออกมา อันที่จริงเย่เชียนไม่พูดอย่างนั้นเขาคงจะให้ของขวัญอย่างอื่นแทนและไม่ใช่เงินจำนวนสิบล้านหยวนนี้
.