ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1292 สิ่งที่ไม่รู้จัก
ตอนที่ 1292 สิ่งที่ไม่รู้จัก
………………..
แน่นอนว่าเย่เชียนเองก็รู้เรื่องนี้และถึงแม้ว่าสาเหตุของการตายของจักรพรรดิราชวงศ์ชิงจะไม่ชัดเจนนักในประวัติศาสตร์ก็ตาม
ในปี ค.ศ. 1626 จักรพรรดิราชวงศ์ชิงในวัยหกสิบแปดปีได้นำกองทัพที่มีกำลัง 60,000 นายไปทางใต้เป็นการส่วนตัวและตลอดทางเขาก็พิชิตได้ถึงแปดเมืองโดยไม่ต้องต่อสู้และในไม่ช้ากองกำลังของเขาก็มาถึงเมืองหนิงหยวนของราชวงศ์หมิงและต่อสู้กับหยวนชงหวนผู้พิทักษ์เมืองหนิงหยวนและปฏิเสธการยอมจำนนของราชวงศ์ชิงโดยการนำทหารและผู้คนหลายหมื่นคนมาปกป้องเมืองอย่างเหนียวแน่นและตั้งปืนใหญ่ 11 กระบอกในเมืองหนิงหยวนและพร้อมที่จะถล่มศัตรูที่เข้ามาคุกคาม
ปืนใหญ่ทั้ง 11 กระบอกได้สำแดงพลังอันยิ่งใหญ่ในยุทธภูมิหนิงหยวนและตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ปฏิบัติการปิดล้อมของกองทัพราชวงศ์ชิงในเวลาต่อมาก็ได้รับความสูญเสียอย่างมากจากการยิงปืนใหญ่อันดุเดือดของราชวงศ์หมิงภายใต้เมืองหนิงหยวนและเลือดและเนื้อของทหารและธงทั้งแปดเมืองก็แหลกสลายจนเกิดโศกนาฏกรรมและศพที่กองรวมกันเป็นภูเขาจนในการโจมตีครั้งที่สามราชวงศ์ชิงจึงได้ถอนกองกำลังกลับไปอย่างน่าอนาถ
หลังจากสงครามในหนิงหยวนสิ้นสุดลงหยวนชงหวนก็เคยส่งทูตเจรจาไปยังเมืองเสิ่นหยางพร้อมของขวัญเพื่อแทนคำขอโทษต่อราชวงศ์ชิงโดยกล่าวว่า “ทหารและสงครามได้กัดกินโลกใบนี้มาเป็นเวลานานและตอนนี้ประเทศก็สูญเสียผู้คนจำนวนมาก” จากข้อความนี้ทางราชวงศ์หมิงก็ได้เตรียมของขวัญและม้าที่มีชื่อเสียงเพื่อแทนคำขอโทษและขอนัดหมายสำหรับการต่อสู้อีกครั้งและนั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายแต่ทว่าราชวงศ์หมิงกลับเสียชีวิตไปก่อนเพราะความอับอายต่อความพ่ายแพ้นั่นเอง
“เนื่องจากการตายของราชวงศ์ชิงนั้นคนรุ่นหลังจึงไม่ทราบว่ามีเครื่องประดับทองและเงินจำนวนมากถูกฝังอยู่ในภูเขาหินและต่อมาภายใต้การนำของเอ๋อร์กุ่นจักรพรรรดิราชวงศ์ชิงองค์ที่สามนั้นกองทัพแห่งราชวงศ์ชิงจึงได้ทำลายราชวงศ์หมิงก่อนที่จะได้เขายึดดินแดนและก่อตั้งอาณาจักรใหม่ในที่อื่นได้สำเร็จ..ท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็ไม่เป็นที่รู้จักในที่สาธารณะและในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สมาชิกในตระกูลหยุนได้อ่านหนังสือโบราณและบันทึกโบราณประจำตระกูลและได้ค้นหาเรื่องนี้มาโดยตลอด..ดังนั้นสิทธิ์ในการขุดของภูเขาหินจึงมีค่าสำหรับตระกูลหยุนมากและนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาให้ความสนใจกันอย่างมาก” หยุนเจียฮงพูดต่อ “ที่จริงแล้วต่อให้ภูเขาหินเล็กๆจะมีมูลค่าการขุดเจาะและจำหน่ายแร่ที่สูงแค่ไหนถึงยังไงตระกูลหยินกับตระกูลจินก็จะไม่เสียเวลาต่อสู้แย่งชิงกันหรอกแต่นี่จุดประสงค์ก็เพื่อทองคำและขุมทรัพย์โบราณมากมายที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของภูเขาหินที่จักรพรรดิราชวงศ์ชิงฝังเอาไว้นั่นเอง”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยเพราะถ้าหากนี่เป็นเรื่องจริงมันก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นเหตุผลว่าทำไมตระกูลหยุนกับตระกูลจินถึงสนใจเรื่องสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินถึงขนาดนี้ “เป็นแบบนี้เองงั้นเหรอ!” เย่เชียนพูดต่อ “ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาใส่ใจกันมากถึงขนาดนี้..ว่าแต่ทำไมคุณถึงเลือกที่จะร่วมมือกับผมล่ะ?”
“อย่างที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้ว่าเรามีศัตรูร่วมกันและนั่นก็คือหยุนเซิน” หยุนเจียฮงพูด “ความจริงก็คือพ่อของผมหยุนหลินเขาถูกหยุนเซินฆ่าตายและหลายปีที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยลืมเลยเพราะงั้นถึงแม้ว่าหยุนเซินจะใจดีกับผมมากแค่ไหนแต่ผมก็รู้ดีว่าเขามีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงอยู่”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะและเห็นได้ชัดว่าไม่ได้คาดหวังความสัมพันธ์ในตระกูลหยุนจะแยบยลแบบนี้ “หืม..มันเกิดอะไรขึ้นช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยสิ” เย่เชียนเริ่มสนใจเรื่องนี้อย่างช้าๆ
“เมื่อตอนที่พ่อของผมออกจากตระกูลหยุนไปเขาก็ริบทรัพย์สินของตระกูลหยุนไปเป็นเงินจำนวนพันล้านหยวน..ดังนั้นหยุนเซินก็เลยยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้และออกตามล่าพ่อของผมและต่อมาถึงแม้ว่าหยุนเซินจะจับตัวพ่อของผมมาได้ก็ตามแต่พ่อก็ไม่ได้พูด อะไรก่อนที่เขาจะเสียชีวิตว่าเงินซ่อนอยู่ที่ไหนดังนั้นหยุนเซินจึงฆ่าเขา” หยุนเจียฮงพูด “ตลอดเวลาที่ผ่านมาหยุนเซินมักจะคิดว่าผมไม่รู้เรื่องนี้แต่นั่นมันไร้สาระเพราะอันที่จริงผมได้ตรวจสอบแล้วเมื่อสองปีก่อนว่าพันล้านหยวนนั้นอยู่ที่ไหนและมีหลักฐานชิ้นสำคัญจนในที่สุดผมก็เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่หยุนเซินต้องการมันไม่ใช่เงินพันล้านแต่เป็นหลักฐานลับที่พ่อของผมเอาไปนั่นเอง”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ขมวดคิ้วและถามว่า “หลักฐานอะไรเหรอ?”
“หลักฐานที่ชี้ชัดว่าตระกูลหยุนเป็นผู้ลักลอบขนอาวุธเถื่อนรายใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย!” หยุนเจียฮงพูด “นี่คือรากฐานแห่งความมั่งคั่งของตระกูลหยุนตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว..ซึ่งเมื่อพ่อของผมรู้เรื่องนี้เข้าพ่อของผมก็โกรธหยุนเซินมากจนเขาออกจากตระกูลหยุนไปและเอาหลักฐานเกี่ยวกับการลักลอบขนอาวุธและการขายอาวุธของทั้งหมดของหยุนเซินไปด้วย..ดังนั้นเมื่อหยุนเซินรู้เรื่องนี้แล้วเขาจะปล่อยพ่อของผมไปได้ยังไงจริงไหม?..แต่ถึงแม้ว่าจะมีการกล่าวว่าตระกูลหยุนกับเบื้องบนของจีนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็จริงแต่ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยตระกูลหยุนคงจบไม่สวยแน่!”
เย่เชียนตกตะลึงไปชั่วขณะและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะมีสิ่งที่ลึกล้ำซ่อนอยู่ในนั้น ที่จริงแล้วไม่ว่าใครจะมีอำนาจในประเทศจีนมากแค่ไหนแต่ถ้าหากทำอะไรมากเกินและเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติล่ะก็คนๆนั้นจะต้องถูกำจัดทิ้งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ถึงแม้ว่าตระกูลหยุนจะแข็งแกร่งและมีอิทธิพลมากแค่ไหนก็ตามมันนั่นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลหยุนรอดปลอดภัยได้อยู่ดี
“เพราะบรรพบุรุษของตระกูลหยุนเคยติดตามราชวงศ์ชิงมาก่อนดังนั้นพวกเขาจึงรู้หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับราชวงศ์ชิงเป็นอย่างดี..ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาตระกูลหยุนยังสร้างรายได้จากการขายสมบัติและมรดกของชาติมากมายและหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่รู้เลยว่ามีสมบัติของชาติกี่อย่างที่ถูกนำออกไปขายให้ต่างชาติโดยตระกูลหยุน..ซึ่งถึงแม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตระกูลหยุนจะไม่ได้ทำธุรกิจนี้แล้วก็ตามแต่การลักลอบขนอาวุธกลับมีมากขึ้นเรื่อยๆและเนื่องจากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ดีจึงทำให้ตระกูลหยุนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับองค์กรมาเฟียในประเทศต่างๆดังนั้นการลอบค้าอาวุธจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับตระกูลหยุนเลย” หยุนเจียฮงพูด
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเพราะเขารู้สึกรังเกียจกับการกระทำของตระกูลหยุนเพราะมันมีอยู่หลายวิธีในการทำเงินแต่ถ้าคุณขายสมบัติของชาติให้กับชาติอื่นๆล่ะก็นั่นก็มันก็เท่ากับการขายบรรพบุรุษเพื่อความรุ่งโรจน์ ซึ่งเมื่อพูดถึงมาเฟียในประเทศรัสเซียแล้วเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงอังเดรคลูลอฟส์ขึ้นมาทันที “มาเฟียรัสเซียด้วยหรือเปล่า?..มันเป็นมาเฟียตระกูลไหน?” เย่เชียนถาม
“ตระกูลสลาร์ดาร์” หยุนเจียฮงพูดและพยักหน้าเล็กน้อย ซึ่งถ้าหากเป็นตระกูลคลูลอฟส์ล่ะก็เย่เชียนก็สามารถต่อรองกับหยุนเซินและร่วมมือกันได้แต่ถ้าหากเป็นตระกูลสลาร์ดาร์แล้วมันก็จะลำบากมาก อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ไม่ได้มีมิตรภาพใดๆกับตระกูลสลาร์ดาร์เลย
“เมื่อไม่นานมานี้หยุนเซินได้บรรลุข้อตกลงการขายอาวุธจำนวนมากให้กับกองโจรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดังนั้นเขาจึงจัดซื้ออาวุธจำนวนมากจากตระกูลมาเฟียสลาร์ดาร์..เดิมทีหยุนเซินคิดว่าจะลักลอบนำเข้าอาวุธเหล่านี้ทางทะเลแต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะถูกโจรสลัดปล้นขณะเรือขนส่งอยู่กลางทะเล..ซึ่งนี่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่และถึงแม้ว่าหยุนเซินจะสื่อสารกับโจรสลัดเหล่านั้นแต่โจรสลัดเหล่านั้นก็เพิกเฉยต่อเขา..แต่ทว่าเพราะความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตระกูลหยุนกับมาเฟียสลาร์ดาร์นั้นจึงทำให้ตระกูลหยุนจ่ายเงินมัดจำเพียงเล็กน้อยล่วงหน้าเท่านั้นแต่ถึงยังไงการที่อาวุธเหล่านั้นถูกโจรสลัดปล้นไปตระกูลหยุนก็ต้องเป็นฝ่ายชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด..ด้วยเหตุนี้ตระกูลหยุนจึงต้องปักหมุดความหวังเอาไว้ที่ภูเขาหินเพราะสมบัติภายในนั้นจะสามารถทำเงินมหาศาลให้กับตระกูลได้และตราบใดที่ตระกูลหยุนได้รับสิ่งเหล่านี้ตระกูลหยุนก็จะสามารถผ่านความยากลำบากและปัญหานี้ไปได้” หยุนเจียฮงพูด
เย่เชียนตกตะลึงไปชั่วขณะเรื่องการถูกโจรสลัดปล้น? ดูเหมือนว่าเย่เชียนจำเป็นต้องโทรศัพท์ไปหาหลี่เหว่ยแล้วและบอกให้หลี่เหว่ยรายงานสถานการณ์โดยรวมให้ฟัง อย่างไรก็ตามหลังจากที่หยุนเจียฮงเล่าแบบนี้ในที่สุดเย่เชียนก็เข้าใจว่าทำไมตระกูลหยุนถึงอยากได้สิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินมากขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นหยุนเซินกลับกล้าที่จะให้เงินเขาง่ายๆถึง 10 ล้านหยวนในคราวเดียวซึ่งนี่สามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ว่าการสูญเสียของตระกูลหยุนที่กำลังเผชิญนั้นไม่ใช่น้อยๆเลย
“เครือข่ายของตระกูลหยุนนั้นกว้างขวางมากและผมเกรงว่าเรื่องร้องเรียนของผมจะถูกระงับโดยตระกูลหยุนก่อนที่จะไปถึงเบื้องบนน่ะครับ” หยุนเจียฮงพูด “ต่อให้ผมจะมอบมันให้กับรัฐบาลมันก็ต้องมีคนที่น่าเชื่อถือซะก่อนแล้วค่อยส่งต่อให้เขา..เพราะงั้นมันน่าจะง่ายกว่าที่จะร่วมมือกับคุณเย่เพราะผมก็เชื่อว่าคุณเย่เองก็อยากจะได้สมบัติเหล่านั้นด้วยเพราะงั้นผมสัญญาว่าตราบใดที่คุณเย่ช่วยผมจัดการตระกูลหยุนล่ะก็ทั้งเงินและทองหรือสมบัติต่างๆผมจะให้คุณทั้งหมดเพราะผมไม่ต้องการเงินสักนิดเดียวมันเป็นความแค้นล้วนๆ”
“คุณใจกว้างขนาดนั้นเลยเหรอ?” เย่เชียนฉีกยิ้มและพูด
“อันที่จริงมันเป็นเพียงการเปรียบเทียบเท่านั้นเพราะตราบใดที่หยุนเซินตายผมก็จะเข้าครอบครองตระกูลหยุนและผมจะได้รับอะไรอีกมากมายเพราะงั้นผมไม่จำเป็นต้องโลภมากขนาดนั้นและผมก็ชัดเจนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้” หยุนเจียฮงพูดต่อ “ผมก็รู้ขีดจำกัดของตัวเองเหมือนกันเพราะตอนนี้ชีวิตของผมมันอันตรายและเสี่ยงมากและเกรงว่าผมจะซ่อนมันจากหยุนเซินได้อีกไม่นาน..ซึ่งเมื่อไหร่ที่เขารู้ล่ะก็ชะตากรรมของผมคงจะต้องสิ้นสุดแค่นี้เพราะงั้นผมต้องรีบลงมือแล้ว”
“แล้วคุณหยุนต้องการให้ผมทำอะไร” เย่เชียนพูด
“ผมรู้ว่าคุณเย่มีวิธีเป็นของตัวเองและผมก็ไม่สะดวกที่จะพูดอะไรเกี่ยวกับวิธีการของคุณ..ขอแค่ตราบใดที่คุณเย่สามารถช่วยผมกำจัดหยุนเซินแค่นั้นก็พอ..นั่นล่ะคือเงื่อนไขในการร่วมมือของเรา” หยุนเจียฮงพูด
เย่เชียนแสยะยิ้มแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ทำให้ผมตื่นเต้นจริงๆผมไม่ได้คาดหวังเลยว่าภูเขาหินจะมีสมบัติดีๆถึงขนาดนี้..ตอนนี้ผมเริ่มสนใจมากขึ้นเรื่อยๆแล้วเพราะงั้นคุณกลับไปเตรียมตัวให้ดีก็แล้วกันและผมจะให้คำตอบคุณหลังจากที่ผมคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว”
เพื่อประโยชน์ในการเจรจาในครั้งนี้หยุนเจียฮงก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงขั้นตอนต่อไปและเขาเพียงแค่หยิบนามบัตรออกจากเสื้อและส่งให้โดยเย่เชียนพร้อมกับพูดว่า “นี่คือหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของผม..ถ้าคุณเย่ตกลงแล้วก็ติดต่อผมมาได้เลย..ผมจะรอข่าวดีจากคุณเย่นะครับ”
เย่เชียนรับมาและเหลือบมองจากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “นี่คุณไม่กลัวว่าผมจะทรยศหักหลังคุณเลยงั้นเหรอ?”
“กลัวสิ..ผมต้องกลัวอยู่แล้ว” หยุนเจียฮงพูด “เพราะถ้าคุณเย่ทำแบบนั้นจริงๆผมก็คงได้แต่โทษโชคชะตาของผมเท่านั้นแหละว่าชีวิตของผมมันเลวร้าย..ซึ่งถ้าถึงเวลานั้นจริงๆทุกสิ่งทุกอย่างคงจะถึงวาระแล้วและฉันไม่มีอะไรจะพูด”
ในเวลานี้รถก็มาถึงอาคารรัฐสภาโดยไม่รู้ตัวและเย่เชียนก็ค่อยๆเปิดประตูและเดินออกไปพร้อมกับพูดว่า “อย่าทำอะไรรีบร้อนเกินไปล่ะคุณหยุน..คุณต้องคิดให้รอบคอบมากกว่านี้..คุณอย่าประมาทเลินเล่อเด็ดขาด..ผมต้องยืนยันก่อนว่าสิ่งที่คุณหยุนพูดนั้นเป็นความจริงหรือเปล่าเพราะงั้นผมหวังว่าคุณหยุนจะไม่โกรธเคืองกันนะ”
“ผมเข้าใจดี..เหตุผลที่คุณเย่จะทำแบบนั้นน่ะมันถูกต้องแล้ว” หยุนเจียฮงพูด
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “เอาล่ะ..ถ้าหากมีข่าวอะไรเพิ่มเติมผมจะโทรหาคุณ” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็ไม่สนใจหยุนเจียฮงอีกและเดินเข้าไปในอาคารรัฐสภา
.