ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1293 ตระกูลหยุน
ตอนที่ 1293 ตระกูลหยุน
………………..
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับองค์กรหรือกลุ่มคือการทำลายจากภายในและเย่เชียนก็เชื่อในสิ่งนี้มาโดยตลอด อันที่จริงแล้วถ้ามีหยุนเจียฮงคอยช่วยเหลือเขาที่นี่มันคงจะง่ายกว่ามากในการจัดการกับตระกูลหยุนอย่างไม่ต้องสงสัยแต่เนื่องจากความเร่งรีบนั้นเย่เชียนจึงรู้ได้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับตระกูลจินและตระกูลหยุนในขณะที่หยุนเจียฮงได้ติดตามหยุนเซินมาหลายปีแล้วและรู้เรื่องตระกูลหยุนมากกว่าดังนั้นจึงจะสามารถจัดการกับตระกูลหยุนได้ง่าย
ตัวอย่างเช่นทำไมตระกูลจินและตระกูลหยุนถึงได้สนใจเรื่องสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินอย่างมาก ซึ่งถ้าหากหยุนเจียฮงไม่บอกความลับก็คงยากสำหรับเย่เชียนที่จะรู้ว่าทำไมและนอกจากนี้เย่เชียนก็คงไม่รู้เลยว่าตระกูลหยุนจะเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าอาวุธและสมบัติของชาติ ซึ่งนี่คือเรื่องร้ายแรงสำหรับตระกูลหยุนอย่างมาก สำหรับองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าแล้วพวกเขายังเกี่ยวข้องกับการลักลอบขายอาวุธแต่ในประเทศจีนนั้นเย่เชียนไม่ได้ทำธุรกิจนี้เพราะเย่เชียนยังคงซื่อสัตย์และรักชาติควบคู่ไปกับเงื่อนไขระดับชาติของจีนและเบื้องบน
หลังจากกลับมาที่ออฟฟิศแล้วเย่เชียนก็โทรหาหลี่เหว่ยและน้ำเสียงของหลี่เหว่ยก็ดูตื่นเต้นมาก หลังจากหลี่เหว่ยรับสายหลี่เหว่ยก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “บอสโทรมาหาผมทำไม?..อย่าบอกนะว่าคิดถึงผมน่ะ?”
เย่เชียนกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “อย่าพูดจาเหลวไหลฉันมีอะไรจะถามนาย..นายรู้มั้ยว่าใครขโมยอาวุธเถื่อนที่ลักลอบขนกลางทะเลเมื่อเร็วๆนี้?”
“มันก็มีอยู่หลายครั้งนะบอส..ช่วยเจาะจงหน่อยได้หรือเปล่าครับ”” หลี่เหว่ยพูด
“อาวุธที่ลักลอบขนโดยตระกูลหยุนแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ..ไม่นานมานี้ตระกูลหยุนได้ลักลอบขนส่งอาวุธไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เย่เชียนพูด
“ห๊ะ!..นี่บอสรู้เรื่องนี้ได้ยังไงมันน่าทึ่งจริงๆ” หลี่เหว่ยพูด “ตอนนี้ผืนทะเลแทบจะทั้งหมดในบริเวณนี้เป็นโลกของกองทัพเรือไอร่อนบลัดของเราและไม่มีโจรสลัดกลุ่มไหนที่กล้าเข้ามาในน่านน้ำอาณาเขตของเรา..ซึ่งแน่นอนว่าเรือขนส่งอาวุธเถื่อนของตระกูลหยุนนั้นผมเป็นคนำเองและผมก็ไม่ได้คาดหวังเลยว่ามันจะมีอาวุธสงครามจำนวนมาก..ตอนแรกผมแค่อยากกอบโกยเงินเพียงเล็กๆน้อยๆแต่กลับกลายเป็นว่ามันคือขุมทรัพย์กองโต..บอกได้เลยว่ามันสุดยอดมากบอส!”
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มและเขาก็คิดว่ามันถูกต้องอย่างยิ่งที่ให้หลี่เหว่ยรับผิดชอบเรื่องนี้ หลังจากหยุดเล็กน้อยเย่เชียนก็พูดว่า “ตอนนี้ฉันอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนและฉันต้องจัดการกับตระกูลหยุนเพราะงั้นอย่าเก็บอาวุธเหล่านั้นเอาไว้นายเอาไปส่งมอบให้กับตระกูลหยุนซะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหลี่เหว่ยก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “บอส!..นี่บอสล้อผมเล่นงั้นเหรอ..เราจะคายอาหารที่อยู่ในปากออกไปได้ยังไง?..นอกจากนี้ถ้าบอสจะจัดการกับตระกูลหยุนทำไมบอสต้องมอบอาวุธเหล่านั้นให้กับตระกูลหยุนด้วยล่ะ..นี่บอสกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”
“เราต้องหัดมีน้ำใจกันบ้างเพราะการเป็นโจรสลัดเราต้องมีกฎเกณฑ์ของโจรสลัดและจุดยืนที่ดี..เพราะงั้นตราบใดที่พวกนั้นยอมจ่ายค่าไถ่เราก็ควรคืนของให้ไม่ใช่เหรอ?” ปากของเย่เชียนฉีกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มและมันก็น่ากลัวมาก เหตุผลก็คือถ้าหากเย่เชียนต้องการกำจัดตระกูลหยุนเย่เชียนก็จะต้องต้อนตระกูลหยุนให้เข้ามุมและทำให้ตระกูลหยุนเกิดความสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นแบบนั้นตระกูลหยุนจะไม่สามารถคว้าสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินได้และต้องเกิดความขัดแย้งภายในอย่างแน่นอนซึ่งกับตระกูลจินก็จะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน
“นายต้องทำตามกฎและเรียกเงินค่าไถ่จากตระกูลหยุน..แน่นอนว่านายสามารถเรียกเงินได้ตามความต้องการของนายเลย” เย่เชียนพูดต่อ “ฉันจะโทรไปหาเฟิงหลานและบอกว่าเมื่อสินค้าชุดนั้นมาถึงน่านน้ำแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ให้เขาปล้นเรือบรรทุกสินค้าอีกทีเพราะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คืออาณาเขตของเราและตระกูลหยุนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำธุรกิจที่นั่นยังไงดีพวกมันก็คงจะทำอะไรไม่ถูกและสิ้นหวังจริงๆ”
หลี่เหว่ยตกตะลึงเล็กน้อยยิ้มเยาะและพูดว่า “บอสนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ”
“อย่าพูดมากหน่า” เย่เชียนพูด “หยุดพูดไร้วาระได้แล้วไปทำตามที่ฉันบอกซะ..ถ้าเราไม่ต้อนตระกูลหยุนให้จนมุมล่ะก็พวกนั้นจะหยิ่งผยองไม่เลิกกันพอดี”
“เอาเถอะถึงยังไงพวกนายทั้งหมดก็เป็นพี่น้องกันไม่ใช่หรือไงทำไมต้องคิดอะไรมากด้วย..ปีนี้นายทำเงินได้เยอะมากเหมือนกันเพราะงั้นอย่าโลภเกินไปล่ะ..ฉันยังต้องพิจารณาอยู่ว่าจะต้องให้นายจ่ายฉันเพิ่มอีกเท่าไหร่ดี..อีกอย่างเมื่อเร็วๆนี้แจ็คก็กังวลเรื่องเงินและงบประมานของเขี้ยวหมาป่าอยู่บ่อยๆเพราะงั้นนายควรจะมีน้ำใจมากกว่านี้นะ” เย่เชียนพูด
“บ้าไปแล้วใครจะไปเชื่อล่ะบอส..แจ็คน่ะเป็นคนขี้เหนียวบอสอย่าไปเชื่อเขาเด็ดขาดเพราะเงินที่เขี้ยวหมาป่าของเราได้รับจากธุรกิจต่างๆและการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทุกปีนั้นมีมูลค่ามหาศาล..เอาล่ะบอสตอนนี้ผมมีธุระสำคัญที่ต้องทำอยู่เอาไว้เราค่อยคุยกันวันหลังนะบอส” หลังจากพูดจบหลี่เหว่ยก็วางสายไปทันที
เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเพราะเขาคาดหวังให้หลี่เหว่ยทำปฏิกิริยาแบบนี้มานานแล้วเพราะเด็กคนนี้เป็นคนขี้เหนียวและขี้เกียจจริงๆแต่ถึงแม้ว่าหลี่เหว่ยจะใช้จ่ายเงินอย่างไม่เห็นแก่ตัวและทำเพื่อองค์กรก็ตามแต่หลี่เหว่ยก็ไม่ได้ส่งส่วยให้กับเขี้ยวหมาป่ามาหลายปีแล้ว ซึ่งรายได้ที่หลี่เหว่ยทำได้นั้นก็มีมูลค่ามหาศาลและเขี้ยวหมาป่าก็มีกฎของเขี้ยวหมาป่าและไม่ใช่ทุกคนที่จะทำเงินเพื่อตัวเองได้เพราะพวกเขาได้ส่วนแบ่งและผลประโยชน์ให้กับองค์กรด้วย ซึ่งเงินที่ได้รับจากแต่ละส่วนจะถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่เขี้ยวหมาป่าและส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับการพัฒนาขององค์กรนั่นเอง
แน่นอนว่าหลี่เหว่ยไม่ได้ขี้เหนียวขนาดนั้นและเขาก็รู้ว่าเย่เชียนกำลังล้อเขาเล่น หากเป็นเพราะการพัฒนาของเขี้ยวหมาป่าแล้วหลี่เหว่ยก็ยอมที่จะแลกกับรายได้ทั้งหมดของกองทัพเรือไอร่อนบลัดจริงๆและเขาจะไม่บ่นอะไรสักคำเพราะทุกคนเป็นพี่น้องกันมานานมากและทั้งสองฝ่ายต่างก็ตระหนักดีถึงอารมณ์และนิสัยการหยอกล้อของกันและกัน
หลังจากวางสายของหลี่เหว่ยไปเย่เชียนก็กดเบอร์โทรศัพท์ของเฟิงหลานและอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับเรื่องนี้และบอกให้เขาให้ความสำคัญกับน่านน้ำใกล้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นและปล้นเรือขนส่งทั้งหมดที่ผ่านแถวนั้นโดยไม่ลังเล
เฟิงหลานนั้นเป็นคนที่มีมารยาทดีและเขาก็ไม่ได้ขี้เล่นเหมือนหลี่เหว่ยและไม่พูดไร้สาระ ซึ่งหลังจากได้ยินคำพูดของเย่เชียนแล้วเฟิงหลานก็พยักหน้าเห็นด้วยและหลังจากพูดคุยสบายๆไม่กี่ประโยคเย่เชียนก็วางสายไป
เมื่อทุกอย่างชัดเจนและจุดประสงค์ของตระกูลหยุนและตระกูลจินก็ปรากฏขึ้นแล้วดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีการจัดการและเย่เชียนก็ค่อนข้างปวดหัวจริงๆกับการจัดการกับทั้งสองฝ่ายและยังต้องดำเนินการไปพร้อมๆกันอีกด้วยไม่อย่างนั้นมันจะทำให้ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบและฉวยโอกาสไป ซึ่งเย่เชียนต้องวางแผนให้ดีเพราะมันจะเป็นผลดีต่อตัวเขาเองและสิ่งที่เย่เชียนกำลังคิดอยู่ตอนนี้คือวิธีกระตุ้นความขัดแย้งระหว่างทั้งสองตระกูลและขยายความขัดแย้งให้รุนแรงยิ่งขึ้นและบังคับให้พวกเขาทำสงครามกัน
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งเย่เชียนก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพราะกองกำลังของทั้งสองตระกูลนั้นหยั่งรากลึกอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนและมีพลังมากและไม่ง่ายเลยที่จะรับมือได้ ดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งเย่เชียนก็โทรนไปหาจินเหว่ยห่าวเพราะท้ายที่สุดเย่เชียนก็จำเป็นต้องบอกสิ่งที่เขาได้ยินในวันนี้ให้จินเหว่ยห่าวฟังและถึงแม้ว่านี่จะเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับได้โดยเฉพาะสำหรับจินเหว่ยห่าวแล้วเขาก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ หลังจากโทรศัพท์เชื่อมต่ออย่างรวดเร็วเสียงของจินเหว่ยห่าวก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “ว่าไงน้องเย่!”
“พี่จินวันนี้ผมได้คุยกับหยุนเซินมาและเขาก็บอกผมเกี่ยวกับบางอย่างซึ่งผมคิดว่าผมจำเป็นต้องบอกให้พี่จินรับรู้ด้วย” เย่เชียนพูด ซึ่งจินเหว่ยห่าวก็ดูเหมือนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างมาก
“หยุนเซินบอกผมว่าน้องชายของพี่น่ะจินเหว่ยเซียงไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของจินเจิ้งผิงแต่เป็นลูกชายของฮั่นหนิงซือกับอู๋เป้งเต๋า” เย่เชียนพูดต่อทันที
จินเหว่ยห่าวตกตะลึงไปครู่หนึ่งและนี่ก็เป็นความจริงที่ยากสำหรับเขาที่จะยอมรับได้ เมื่อนึกถึงว่าเขาอยู่ในตระกูลจินหลายปีและน้องชายคนนี้ก็ให้ความเคารพและดูแลเขามาตลอดแต่ตอนนี้เขากลับรู้ว่าจินเหว่ยเซียงไม่ใช่น้องชายของเขาซึ่งทำให้จินเหว่ยห่าวแทบไม่อยากจะเชื่อเลย หลังจากเงียบไปนานจินเหว่ยห่าวก็พูดว่า “สิ่งที่นายพูดเป็นความจริงงั้นเหรอ?”
“ผมไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าแต่คำพูดของหยุนเซินนั้นเป็นแค่ข้อสรุปและสิ่งที่เขาพูดนั้นก็ดูสมเหตุสมผลมาก..ผมคิดว่ามันน่าจะมีความลับซ่อนอยู่จริง” หลังจากเย่เชียนพูดจบ เขาก็อธิบายสิ่งที่หยุนเซินพูดในวันนี้และอธิบายการสนทนาสั้นๆแล้วพูดว่า “ตามที่อาจารย์เฮยหยูบอกมาว่าฮั่นหนิงซือความสัมพันธ์ลับๆกับอู๋เป้งเต๋านั้นสิ่งที่หยุนเซินพูดมันก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้แต่ตอนนี้เราไม่มีหลักฐาน..ผมแค่บอกพี่ในสิ่งที่เขาพูดส่วนจะจริงหรือเท็จนั้นมันก็อยู่ที่ตัวพี่จะตัดสินเอง”
จินเหว่ยห่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้ว..ขอบคุณนายมาก”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่หนักแน่นของจินเหว่ยห่าวแล้วเย่เชียนก็ถอนหายใจอย่างเงียบๆและพูดว่า “ความจริงแล้วในความคิดของผมมันก็ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะเป็นพี่น้องแท้ๆกับพี่หรือเปล่าเพราะตราบใดที่เขาถือว่าพี่เป็นพี่น้องของเขาและพี่ก็ถือว่าเขาเป็นพี่น้องของพี่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว..นอกจากนี้การเดาของพี่น่ะถูกต้องแล้วเพราะเหตุผลที่ตระกูลหยุนกับตระกูลจินต่อสู้กันเพื่อสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินนั้นจริงๆแล้วมันเป็นเพราะสมบัติมากมายของราชวงศ์ชิงที่ถูกทิ้งเอาไว้ใต้ภูเขาหินนั่นเอง” เย่เชียนไม่ต้องการให้จินเหว่ยห่าวคิดมากกับเรื่องของจินเหว่ยเซียงดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาทันที
“แล้วเราจะทำยังไงกันต่อ?” จินเหว่ยห่าวพูด
“ในเมื่ออู๋เป้งเต๋าตายไปแล้วผมก็ไม่มีความหวังกับตระกูลจินอีกต่อไปและมันก็ถึงเวลาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว..แต่ก่อนอื่นเราต้องกระตุ้นความขัดแย้งระหว่างตระกูลหยุนกับตระกูลจินก่อนและปล่อยให้สุนัขกัดกันเอง..แบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเรามากกว่า” เย่เชียนพูด “แต่ตอนนี้ผมยังคิดอะไรไม่ออกเลยเพราะงั้นพี่กับพี่หลินก็ช่วยกันคิดด้วยสิ..หลายสมองดีกว่าสมองเดียวเสมอ”
“อู๋เป้งเต๋าตายแล้วงั้นเหรอ?” เสียงของหลินเฟิงดังมาจากฝั่งตรงข้าม
“ใช่!..เขาถูกฮั่นหนิงซือฆ่า..ยิ่งไปกว่านั้นยังถูกตัดหัวไปอีกด้วย” เย่เชียนพูด
“ฮึ่ม..คนทรยศแบบนี้สมควรแล้ว” หลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชาและพูดว่า “น้องเย่เนื่องจากอู๋เป้งเต๋ามันตายไปแล้วมันก็ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องเคลื่อนไหวแล้วสินะ..มันไม่มีเหตุผลที่เราต้องรออีกแล้วเพราะงั้นเรามาเริ่มกันที่ตระกูลหยุนกันก่อนเลยมั้ย?”
.