ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1297 การคำนวณของฮั่นหนิงซือ
ตอนที่ 1297 การคำนวณของฮั่นหนิงซือ
………………..
เย่เชียนไม่เคยใจอ่อนเมื่อต้องรับมือกับศัตรูและถึงแม้ว่าเขาจะอยากรู้จริงๆว่าใครคือคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้ชีวิตของเสี่ยวเทียนเสี่ยงได้ ผู้อำนวยการจ้าวยั่วยุและท้าทายเขาขนาดนี้และแน่นอนว่าเย่เชียนจะไม่มีวันปล่อยเขาไปได้
ในความเป็นจริงไม่สำคัญว่าหรอกว่าเย่เชียนจะรู้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่เพราะมันมีแค่ตระกูลจินกับตระกูลหยุนเท่านั้นที่สนใจในสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินและมันจะต้องเป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งหยุนเซินเพิ่งจะมาสนทนากับเขาและเป็นไปอย่างราบรื่นดังนั้นเย่เชียนจึงคิดว่าตระกูลจินอาจจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังและตระกูลจินก็มีอิทธิพลและอำนาจมากพอที่จะส่งผู้อำนวยการจ้าวออกมาจากสำนักงานตรวจสอบวินัยได้อย่างปลอดภัยและส่งมาฆ่าเขา อย่างไรก็ตามผู้อำนวยการจ้าวนั้นก็โง่เขลาเพราะเขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตระกูลจินหลอกใช้เขาเป็นเบี้ยเพราะหลังจากที่ตระกูลจินได้สิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินแล้วตระกูลจินเองก็ไม่คิดที่จะปล่อยผู้อำนวยการจ้าวไปอยู่ดี
ในเวลานี้จู่ๆก็มีคนวิ่งออกมาจากมุมห้องและมีคนหลายคนขวางทางของเย่เชียนเอาไว้ เมื่อเห็นแบบนั้นเสี่ยวเทียนกับเย่เชียนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะและเมื่อเย่เชียนมองออกไปเขาก็เห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งค่อยๆหยิบเอกสารจากมือของผู้อำนวยการจ้าวไปและจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่ฮั่นหนิงซือ?
เนื่องจากการตายของอู๋เป้งเต๋านั้นทำให้ความร่วมมือของตระกูลจินกับเย่เชียนแย่ลงมาก ดังนั้นเพื่อให้ได้สิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินแล้วฮั่นหนิงซือก็ต้องใช้วิธีนี้ เดิมทีเธอวางแผนที่จะลักพาตัวเสี่ยวเทียนเพื่อเป็นเครื่องต่อรองในการข่มขู่เย่เชียนแต่เธอไม่ได้คาดหวังว่าผู้อำนวยการจ้าวจะปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนแผนการและแน่นอนว่าความต้องการของผู้อำนวยการจ้าวนั้นไม่ใช่เพื่อสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินแต่เพียงเพื่อแก้แค้นเย่เชียน อย่างไรก็ตามภายใต้การสนับสนุนของฮั่นหนิงซือแล้วด้วยความคิดนี้ผู้อำนวยการจ้าวก็รู้ดีว่าถึงแม้เขาจะฆ่าเย่เชียนแล้วมันก็คงยากที่จะหลบหนีออกไปจากเมืองเสิ่นหยางได้ แต่ด้วยความช่วยเหลือจากตระกูลจินมันจะแตกต่างกันออกไปดังนั้นเขาจึงยอมรับเงื่อนไขของฮั่นหนิงซือโดยไม่ลังเล
ทั้งสองบรรลุข้อตกลงร่วมกันโดยได้รับผลประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเพราะทางฮั่นหนิงซือจะได้รับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินส่วนผู้อำนวยการจ้าวจะสามารถแก้แค้นเย่เชียนได้ เพียงแต่ว่าฮั่นหนิงซือไม่ได้คาดหวังว่าผู้อำนวยการจ้าวจะพูดเรื่องไร้สาระมากจนเย่เชียนสามารถฉวยโอกาสพลิกสถานการณ์ได้ แน่นอนว่าฮั่นหนิงซือก็กังวลเรื่องนี้เช่นกันดังนั้นเธอจึงซ่อนตัวอยู่ในความมืดเพราะถ้าหากผู้อำนวยการจ้าวสามารถฆ่าได้อย่างราบรื่นเธอก็จะออกมาฆ่าผู้อำนวยการจ้าวอีกทีแล้วสร้างฉากการขัดแย้งของทั้งสองแต่ถ้าหากผู้อำนวยการจ้าวล้มเหลวเธอก็ยังมีโอกาสฆ่าเย่เชียนอยู่
“แกไม่เห็นเหรอ?..ตอนนี้ฉันได้รับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินแล้วและฉันก็ไม่จำเป็นต้องเก็บแกเอาไว้อีกต่อไป” ฮั่นหนิงซือเยาะเย้ยและพูด
“การกระทำของคุณนายฉั่นได้รับการอนุมัติจากตระกูลจินงั้นเหรอ?..ผมเป็นรองนายกเทศมนตรีของเมืองเสิ่นหยางเพราะงั้นการฆ่าผมจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากเลยนะ” เย่เชียนพูด
“แกทำตัวเองเพราะแกคุยกับตระกูลจินเอาไว้แล้วแต่ทำไมแกถึงไปคุยกับตระกูลหยุนอีกล่ะ?..ฉันต้องการสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินแต่แกกลับเปลี่ยนใจเพราะงั้นฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องทำแบบนี้” ฮั่นหนิงซือพูดต่อ “ถ้าฉันฆ่าแกตอนนี้ฉันก็สามารถโยนทุกข้อกล่าวหาให้ผู้อำนวยการจ้าวได้สบายๆ..ซึ่งตอนนี้ลายเซ็นต์ของแกอยู่ในเอกสารนี้แล้วเพราะงั้นสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินก็เป็นของฉันและใครจะไปสงสัยว่าฉันเป็นคนฆ่ากัน?”
“เรื่องนี้มันเกี่ยวของกับผมล้วนๆแต่เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยเพราะงั้นคุณปล่อยเธอไปเถอะ” เย่เชียนพูด
“หืม..จะเป็นไปได้ยังไงเพราะเธอรู้ทุกอย่างแล้วและฉันจะยอมปล่อยให้เสือกลับขึ้นไปบนภูเขาได้ยังไง?..ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้ตัวเองหรอก” ฮั่นหนิงซือพูด “ฉันได้ยินมาว่ารองนายกเทศมนตรีของเย่มีทักษะการต่อสู้ที่ดีมากซึ่งแม้แต่จินเจิ้งรุ่ยยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแกเลย..เมื่อกี้นี้ฉันเห็นแล้วและถ้าหากไม่มีตัวประกันล่ะก็ฉันไม่รู้เลยว่าฉันจะทำอะไรแกได้”
“เรื่องต่างๆมันยังพอคุยกันได้อยู่” เย่เชียนพูด “ทำไมคุณต้องทำให้ยุ่งยากขนาดนี้ด้วยล่ะ?..ถึงแม้ว่าคุณจะได้สิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินไปแล้วคุณคิดว่าตระกูลหยุนจะปล่อยไปง่ายๆงั้นเหรอ?..บางทีผมอาจจะช่วยคุณได้นะ..อีกอย่างคุณนายฮั่นเป็นคนฉลาดเพราะงั้นคุณไม่จำเป็นต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากหรอก”
อันที่จริงแล้วหากวิธีนี้ใช้ได้ผลตระกูลจินก็คงจะคว้าสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินได้ก่อนที่เย่เชียนจะมาถึงเมืองเสิ่นหยางแล้ว อย่างไรก็ตามมันก็ไม่มีทางอื่นเพราะในเมื่ออู๋เป้งเต๋าตายไปแล้วเย่เชียนก็ต้องไม่พอใจตระกูลจินอย่างแน่นอนและจะไม่มีวันมอบสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินให้แก่ตระกูลจิน แต่ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างน้อยๆเธอก็สามารถป้องกันไม่ให้ตระกูลหยุนได้รับสิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินเช่นกัน
“แกจะพูดอะไรไปมันก็ไม่มีประโยชน์หรอกเพราะฉันต้องการจะฆ่าแกและไม่ใช่เพียงแค่เพราะเหตุผลนี้เท่านั้นหรอก” ฮั่นหนิงซือพูดหาน
“นั่นเป็นเพราะความสัมพันธ์ของผมกับจินเหว่ยห่าวใช่ไหม?” เย่เชียนแสยะยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “เฮ้อ..คุณนี่น่าสงสารจริงๆ..คุณต้องการฆ่าจินเหว่ยห่าวอย่างสุดซึ้งเพราะกลัวว่าจินเหว่ยห่าวจะไปแย่งทุกอย่างจากลูกชายของคุณแต่ความจริงจินเหว่ยเซียงกลับรักและเชิดชูจินเหว่ยห่าวอย่างมากเพราะงั้นถ้าคุณฆ่าจินเหว่ยห่าวจริงๆล่ะก็ลูกชายของคุณจะให้อภัยคุณงั้นเหรอ?”
“เขายังเด็กและไม่เข้าใจอะไรอีกหลายๆอย่างแต่เมื่อโตขึ้นเขาจะเข้าใจเอง” ฮั่นหนิงซือพูด “เขาจะเข้าใจเองว่าทุกสิ่งที่ฉันทำก็เพื่อประโยชน์ของเขาเองและฉันก็รู้ว่าแกมันใช้วาจาได้สวยหรูแต่วันนี้ถึงแกจะพูดอะไรออกมาแกก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้ฉันปล่อยแกไปได้หรอก!”
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ดูเหมือนว่าคุณต้องการจะฆ่าผมจริงๆสินะแต่คุณประเมินผมต่ำเกินไปแล้ว..นี่คุณคิดว่าคุณจะฆ่าผมได้ด้วยคนเพียงไม่กี่คนแค่นี้น่ะเหรอ?”
“ฉันรู้ว่าฝีมือของแกน่ะดีแต่แกอย่าต่อต้านจะดีกว่าไม่อย่างนั้นผู้หญิงคนนี้จะต้องตายต่อหน้าแก” ฮั่นหนิงซือพูด เย่เชียนเหลือบมองไปรอบๆและเห็นว่ามีคนสี่คนยืนอยู่ข้างหน้าเขาและเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะกำจัดพวกนี้ทั้งหมดโดยไม่ทำให้เสี่ยวเทียนตกอยู่ในอันตราย
เย่เชียนฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “คุณไม่คิดว่าความคิดของคุณจะไร้สาระบ้างเหรอ?..ผมรู้ว่าคุณจะไม่ยอมปล่อยพวกเราทั้งคู่ไปหรอกแต่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ถ้าคุณยังใช้เธอข่มขู่ผมต่อไปมันจะมีประโยชน์อะไร?” จากนั้นเย่เชียนก็หันไปเหลือบมองเสี่ยวเทียนด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “เสี่ยวเทียนคุณกลัวตายมั้ย?”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเสี่ยวเทียนก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหัวอย่างสิ้นหวังเพราะเธอกลัวความตายจริงๆแต่เมื่อเห็นดวงตาที่มั่นใจของเย่เชียนแล้วเสี่ยวเทียนก็เชื่อเย่เชียนโดยไม่ลังเลเธอเชื่อว่าเขาสามารถช่วยชีวิตตัวเองได้และถึงแม้ว่าเธอจะต้องตายจริงๆเธอก็จะไม่เสียใจ จากนั้นเย่เชียนก็แสยะยิ้มและหันไปหาฮั่นหนิงซือ ซึ่งฮั่นหนิงซืออยู่ห่างเพียง 2 เมตรและตราบใดที่เขากำจัดฮั่นหนิงซือได้เย่เชียนก็จะสามารถช่วยชีวิตเสี่ยวเทียนได้อย่างปลอดภัย
เย่เชียนมีรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอและทำให้ศัตรูมองไม่เห็นสิ่งที่เขาคิดแต่ทันใดนั้นใบหน้าของเย่เชียนก็แน่นิ่งไปและจู่ๆร่างของเย่เชียนก็พุ่งออกไปราวกับธนูจากคันศร ซึ่งฮั่นหนิงซือก็ไม่คิดว่าเย่เชียนจะไม่สนใจความปลอดภัยของเสี่ยวเทียนจริงๆและเธอก็ไม่คิดว่าเย่เชียนจะทำโดยปราศจากสัญญาณใดๆ เมื่อเห็นเย่เชียนพุ่งเข้าหาเธอฮั่นหนิงซือก็ตกใจและปฏิกิริยาของเธอก็ช้าเล็กน้อยและเธอก็ไม่สามารถตามความเร็วของเย่เชียนได้เลย
ทักษะการต่อสู้ของเย่เชียนนั้นไม่ใช่สิ่งธรรมดาๆและเขาก็แสดงให้จินเจิ้งรุ่ยเห็นแล้วว่าพลังปราณในร่างกายของเย่เชียนแข็งแกร่งมาก ในเวลานี้พลังปราณของเย่เชียนก็พุ่งพล่านอย่างรวดเร็วและฮั่นหนิงซือก็ไม่มีโอกาสตอบโต้เลยเพราะเย่เชียนมาถึงหน้าเธอแล้วและทุกอย่างก็เกิดขึ้นเร็วมากจนทั้งสี่คนถึงกับผงะและกำลังจะเข้าไปช่วยแต่มันก็สายเกินไปแล้ว
ฮั่นหนิงซือก็รีบหลบและพยายามหลีกเลี่ยงการโจมตีของเย่เชียนแต่ก็คาดเดาปฏิกิริยาของเธอได้และใช้มือขวาคว้าคอของฮั่นหนิงซือเอาไว้อย่างรวดเร็วและทันทีเขาไปถึงข้างหลังเธอเย่เชียนก็คว้าคอของฮั่นหนิงซือด้วยมือข้างหนึ่งแล้วแสยะยิ้มจากนั้นก็พูดว่า “เป็นไง?..ตอนนี้จะคุยกันได้หรือยัง?”
เห็นได้ชัดว่าฮั่นหนิงซือไม่คิดว่าทักษะการต่อสู้ของเย่เชียนจะสูงขนาดนี้และถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าที่เย่เชียนสามารถเอาชนะจินเจิ้งรุ่ยได้นั้นเย่เชียนก็มีฝีมือพอสมควรแต่ไม่คิดว่าเย่เชียนจะเอาชนะเธอได้รวดเร็วถึงขนาดนี้ ซึ่งในตอนนี้ฮั่นหนิงซือก็คิดว่าฝีมือระดับเธอนั้นจะผ่ายแพ้ให้กับเย่เชียนได้รวดเร็วถึงขนาดนี้
ฮั่นหนิงซือพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “แกคิดว่าแกจะขู่ฉันได้งั้นเหรอ?..ถ้าแกกล้าก็ฆ่าฉันสิ..แต่ว่านะยัยนั่นก็จะตายไปด้วยเพราะการกระทำของแก”
“ผมไม่สนหรอก..จนถึงตอนนี้คุณนายฮั่นยังไม่เห็นอีกเหรอว่าผมเป็นยังไง..คิดว่าคนอย่างผมจะห่วงชีวิตของคนอื่นรึไง?..ไร้สาระจริงๆ..นี่คุณคิดจริงๆเหรอว่าผมจะห่วงชีวิตเลขามากกว่าตัวเองน่ะ?..คุณไร้เดียงสาเกินไปหรือเปล่า?” เย่เชียนพูดต่อ “แล้วลูกน้องของคุณล่ะคุณคิดว่าพวกเขาจะเพิกเฉยต่อความปลอดภัยของคุณหรือเปล่า..ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณที่นี่จริงๆชีวิตของพวกเขาก็คงจะถูกแขวนอยู่บนเส้นด้ายเหมือนกัน..หรือบางทีพวกเขาอาจจะถูกจินเจิ้งผิงฆ่าเมื่อกลับไปก็ได้ใช่มั้ยล่ะ?”
ประโยคสุดท้ายเย่เชียนขู่คนทั้งสี่เพื่อไม่ให้มาวุ่นวายกับเสี่ยวเทียนและเห็นได้ชัดว่าผลลัพธ์นั้นดีมากเพราะเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของเย่เชียนพวกเขาทั้งหมดสั่นสะท้าน อันที่จริงนี่ก็คือความจริงเพราะถ้าหากฮั่นหนิงซือตายไปพวกเขาจะยังปลอดภัยได้จริงๆงั้นเหรอ? ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่ได้ฆ่าพวกเขาแต่พวกเขาก็จะถูกจินเจิ้งผิงฆ่าอยู่ดีดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าเดิมพันในครั้งนี้
ฮั่นหนิงซือก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมากเพราะดูเหมือนว่าเธอจะคิดมากเกินไปหน่อยเพราะเจ้าหน้ารัฐที่ทุจริตอย่างเย่เชียนจะไปสนใจชีวิตของคนอื่นได้อย่างไร หลังจากหยุดไปชั่วขณะฮั่นหนิงซือก็ถามว่า “ในเมื่อเป็นแบบนั้นทำไมแกถึงมาคนเดียวในวันนี้ล่ะ?..แกสามารถแจ้งความได้ไม่ใช่เหรอ?”
.