ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1298 อุบัติเหตุกะทันหัน
ตอนที่ 1298 อุบัติเหตุกะทันหัน
………………..
อันที่จริงฮั่นหนิงซือก็ไม่สามารถเข้าใจได้แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าสิ่งที่เย่เชียนทำและพูดนั้นมีความขัดแย้งกันบางอย่างเพราะใช่อยู่ว่ามันไม่มีเหตุผลที่เจ้าหน้าที่รัฐที่ฉ้อฉลอย่างเย่เชียนจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเลขาฯตัวเล็กๆได้เพราะคนแบบนี้จะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อคนอื่นได้อย่างไร? ซึ่งคนประเภทนี้มักจะเห็นคุณค่าของชีวิตตัวเองมากกว่าใครๆ
อย่างไรก็ตามฮั่นหนิงซือก็ไม่สามารถเข้าใจได้เพราะถ้าเย่เชียนเป็นแบบนั้นจริงๆเขาจะมาที่นี่คนเดียวได้ยังไง? มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาเสี่ยงคนเดียวเพราะเย่เชียนควรจะเลือกโทรแจ้งตำรวจ ดังนั้นฮั่นหนิงซือจึงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเย่เชียนกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ก็มันไม่ปกติเพราะผู้อำนวยการจ้าวคงไม่กล้าทำแบบนี้แน่นอน..ผมแค่ต้องการรู้ว่าใครอยู่เบืองหลังและสั่งเขาทำแบบนี้”
เสี่ยวดทียนตกตะลึงอย่างมากและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจและเธอก็ไม่เชื่อว่าเย่เชียนจะเป็นคนแบบนั้น เธอไม่เชื่อว่าเย่เชียนเป็นคนประเภทที่ไม่สนใจชีวิตของคนอื่นและความปลอดภัยของเธอเพราะเมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาสั้นๆที่พวกเขาทั้งสองอยู่ด้วยกันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเธอก็เชื่อมั่นในตัวเย่เชียน เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ไม่แยแสบนใบหน้าของเย่เชียนแล้วเสี่ยวเทียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพราะถึงแม้ว่าเย่เชียนจะพูดแบบนั้นจริงๆแต่เธอก็ยังเชื่อมั่นในตัวเย่เชียน
ฮั่นหนิงซือตกตะลึงเล็กน้อยจากนั้นก็เยาะเย้ยและพูดว่า “แกคิดว่าแกจะหลอกฉันได้ด้วยการพูดแบบนี้งั้นเหรอ?..ในเมื่อแกต้องการเสี่ยงเดิมพันฉันก็จะเดิมพันกับแก” จากนั้นฮั่นหนิงซือก็เหลือบไปมองลูกน้องทั้งสี่คนและพูดว่า “ฆ่าเธอซะ!”
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ใช่!..พวกแกทำซะสิ!..ตอนนี้ฉันกำลังจินตนาการถึงอนาคตของพวกแกและมันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากเพราะฉันคิดว่าการตายของพวกแกจะต้องน่าอนาถและเลวร้ายกว่าการตายของเธอมาก..พวกแกคิดดีแล้วเหรอว่าจะใช้ผู้หญิงตัวเล็กๆมาขู่ฉัน..ชีวิตของฉันน่ะมีค่ากว่านั้นเยอะ!”
ฮั่นหนิงซือก็ตะคอกและพูดอย่างเย็นชาว่า “พวกแกมัวทำอะไรกันอยู่..พวกแกไม่ได้ยินที่ฉันสั่งรึไง?” ณ จุดนี้ฮั่นหนิงซือไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเทหน้าตักในคราวเดียวโดยเดิมพันว่าเย่เชียนจะต้องห่วงใยชีวิตของเสี่ยวเทียนเพราะฮั่นหนิงซือจะไม่เต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้เพราะเมื่อไหร่ที่เธอยอมเธอจะถูกเย่เชียนกดดันอย่างแน่นอน เธอไม่ต้องการให้สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเพราะเธอไม่อยากที่จะมาตายแบบนี้
ทั้งสี่คนลังเลอยู่ครู่หนึ่งและหันไปมองเสี่ยวเทียนจากนั้นก็ดึงมีดออกมาแล้วแทงไปทางเสี่ยวเทียนทันที เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะหน้าซีดด้วยความตกใจแต่เขาไม่สามารถเฝ้าดูสิ่งนี้เกิดขึ้นได้และเขาก็ตะโกนว่า “หยุด!” แต่ในขณะที่เขากำลังจะพุ่งออกไปทันใดนั้นร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านข้างด้วยเสียง “ปัง” ชายหนุ่มคนที่ถือมีดก็ล้มลงกับพื้นอย่างแรงและกระอีกเลือดออกมาเต็มปากและเป็นลมหมดสติไป
ฉากนี้ทำให้ทุกคนประหลาดใจและไม่มีใครคาดคิดรวมถึงกับฮั่นหนิงซือด้วย ทุกคนล้วนไม่มีใครคาดคิดว่าสถานการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นและทุกคนก็เห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่ข้างหน้าเสี่ยวเทียนซึ่งเป็นผู้นำตระกูลจินคนปัจจุบันจินเจิ้งผิงนั่นเอง
ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็รู้สึกงุนงงอย่างมากและเย่เชียนก็ไม่เข้าใจว่าจินเจิ้งผิงคิดจะทำอะไรเพราะฮั่นหนิงซือแบบนี้ก็เพื่อตระกูลจินไม่ใช่เหรอ? นอกจากนี้ฮั่นหนิงซือก็ไก้รับสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินไปแล้วดังนั้นจินเจิ้งผิงจะมาทำลายแผนการโดยไม่มีเหตุผลทำไม?
ฮั่นหนิงซือก็งงเช่นกันเพราะเธอไม่เข้าใจว่าจินเจิ้งผิงคิดอะไรอยู่และมาที่นี่ในเวลานี้ทำไม ดังนั้นเธอจึงขมวดคิ้วและเมื่ออีกสามคนที่เหลือเห็นจินเจิ้งผิงพวกเขาก็ตกใจอย่างมากและรีบก้มศีรษะลงและตะโกนด้วยความเคารพว่า “ท่านอาจารย์!”
จินเจิ้งผิงตะคอกอย่างเย็นชาและพูดว่า “เอาไว้ฉันจะสะสางเรื่องนี้กับพวกแกในภายหลัง!” หลังจากพูดจบเขาก็หันกลับมาและใช้มีดตัดเชือกให้เสี่ยวเทียนและช่วยพยุงเธอเพื่อยืนขึ้นและถามด้วยสีหน้าที่กังวลว่า “เป็นยังไงบ้าง..เธอไหวหรือเปล่า?” เสี่ยวเทียนไม่เข้าใจเหตุผลและส่ายหัวอย่างว่างเปล่าเพราะตอนนี้เธอยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะเธอไม่ได้อ่านความคิดของเย่เชียนผิดเพราะในวินาทีสุดท้ายเย่เชียนก็ยังคงต้องการช่วยเธออย่างสุดซึ้ง
จากนั้นจินเจิ้งผิงก็หันไปมองเย่เชียนและพูดขอโทษว่า “รองนายกเทศมนตรีเย่ผมขอโทษจริงๆ..ผมไม่ได้คาดหวังว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น..ผมต้องขอโทษจริงๆครับที่ภรรยาของผมทำเรื่องเลวร้ายและน่าละอายใจแบบนี้..แต่คุณไม่ต้องกังวลไปครับเพราะผมจะให้คำอธิบายและความยุติธรรมแก่คุณเอง”
เย่เชียนตกตะลึงไปชั่วขณะและรู้สึกงุนงงอย่างมากโดยไม่รู้ว่าจินเจิ้งผิงนั้นคิดอะไรอยู่ จากนั้นเย่เชียนก็พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “อาจารย์จินนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับ?..คุณต้องให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลกับผมเดี๋ยวนี้”
“รองนายกเทศมนตรีเย่ผมไม่ได้คาดหวังว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นเพราะเราตกลงกันเอาไว้แล้ว..ผมไม่คิดว่าภรรยาของผมจะฆ่าอู๋เป้งเต๋าโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้และตอนนี้เธอยังคุกคามคุณด้วยวิธีเลวร้ายแบบนี้อีก..นี่เป็นความผิดของผมทั้งหมดที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นและไม่สามารถควบคุมคนของผมได้..ผมต้องขอโทษจริงๆจากใจ” จินเจิ้งผิงพูดต่อ “หลังจากที่ผมรู้เรื่องนี้ผมก็รีบมาทันทีเพราะกลัวว่ามันจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับคุณ..เดี๋ยวเราค่อยคุยเรื่องนี้กันในภายหลังและคุณมั่นใจได้เลยว่าผมเป็นคนยุติธรรมเสมอ”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและไม่พูดอะไรใดๆเพราะเขากำลังสับสนกับการกระทำของจินเจิ้งผิงอยู่ เย่เชียนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นดังนั้นจึงดีกว่าที่จะไม่พูด จากนั้นเย่เชียนก็เดินไปที่ด้านข้างของเสี่ยวเทียนและถามว่า “คุณสบายดีมั้ย?”
เสี่ยวเทียนก็ส่ายหัวเล็กน้อยและพูดเบาๆว่า “ฉันสบายดีค่ะ”
เย่เชียนพยักหน้าและหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้พร้อมกับพูดว่า “รถจอดอยู่ข้างล่างคุณขับกลับไปก่อนนะ” เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวเทียนกังวลเกี่ยวกับเย่เชียนเพราะเมื่อเธอมองมาที่เขาเธอก็ลังเลเล็กน้อย เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ยัยโง่..ไปเถอะ..ผมไม่เป็นอะไรหรอก”
เสี่ยวเทียนเงียบไปครู่หนึ่งและพยักหน้าเล็กน้อยเพราะเธอรู้ว่าไม่เพียงแต่เธอจะไม่สามารถช่วยเย่เชียนได้แต่การอยู่ต่อเธอจะกลายเป็นภาระของเขา ดังนั้นการไปจากที่นี่คงดีกว่า “ระวังตัวด้วยล่ะ..ฉันจะชงชารอคุณอยู่ที่ออฟฟิศ” เสี่ยวเทียนพูดเบาๆ
เย่เชียนผงะเล็กน้อยและยิ้มจางๆแล้วพูดว่า “รีบกลับไปเร็วๆและจำเอาไว้ด้วยว่าอย่าแจ้งตำรวจเด็ดขาด” เสี่ยวเทียนตกตะลึงเล็กน้อยหลังจากนั้นก็พยักหน้าแล้วรับกุญแจรถจากมือเย่เชียนและหันหลังกลับเดินลงไปข้างล่าง
เนื่องจากจินเจิ้งผิงอยู่ที่นี่ฮั่นหนิงซือจึงไม่สามารถหยุดเสี่ยวเทียนได้อีกต่อไปและเธอก็สับสนอย่างมากและไม่รู้ว่าจินเจิ้งผิงคิดที่จะทำอะไรเพราะเรื่องนี้ตกลงกันอย่างชัดเจนแล้วว่าเธอจะแก้ไขมันด้วยตัวเองและได้รับสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินเรียบร้อยแล้วแต่จินเจิ้งผิงกลับออกมาเพื่อหยุดเธอในเวลานี้ดังนั้นเธอจึงไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร
จินเจิ้งผิงจ้องมองฮั่นหนิงซือและพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ทำไมคุณถึงยังไม่ขอโทษรองนายกเทศมนตรีเย่ล่ะ?..รีบๆขอโทษเขาเดี๋ยวนี้..มันไร้สาระจริงๆที่ใช้วิธีการที่น่ารังเกียจแบบนี้”
ฮั่นหนิงซือขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “จินเจิ้งผิงคุณหมายความว่าไง..คุณกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?”
“นี่คุณยังกล้ามาถามผมอีกเหรอ?..คุณนั่นแหละที่ควรจะรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่!” จินเจิ้งผิงตะคอกอย่างเย็นชาและพูดว่า “คุณคิดว่าผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณและอู๋เป้งเต๋าเลยรึไง?..ถ้าไม่ใช่เพราะรองนายกเทศมนตรีเย่พูดถึงมันโดยไม่ได้ตั้งใจครั้งที่แล้วล่ะก็ผมคงถูกคุณหลอกไปจนตายจริงๆ”
ฮั่นหนิงซือตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดว่า “จินเจิ้งผิงคุณหมายความว่าไง?..จริงอยู่ที่ว่าอู๋เป้งเต๋ากับฉันเราเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันและอันที่จริงฉันก็ไม่ควรปิดบังความสัมพันธ์นี้กับคุณแต่ตอนนี้ฉันก็ฆ่าอู๋เป้งเต๋าเพื่อพิสูจน์ตัวเองไปแล้วเพราะงั้นคุณต้องการอะไรอีก?”
“ผมต้องการอะไรงั้นเหรอ?..คุณคิดว่าหลังจากที่คุณฆ่าอู๋เป้งเต๋าไปแล้วจะไม่มีใครรู้เรื่องที่น่ารังเกียจของคุณงั้นเหรอ?..หืม..นี่คุณคิดว่าผมเป็นคนโง่หรือคนตาบอดที่มองไม่เห็นหรือเข้าใจอะไรเลยจริงๆเหรอ?” จินเจิ้งผิงพูดด้วยความโกรธ
“จินเจิ้งผิงคุณหมายความว่าไง?..ความจริงอะไรของคุณ?..มันไม่มีอะไรที่น่าละอายใจทั้งนั้นแหละ” ฮั่นหนิงซือพูด “ตั้งแต่ต้นจนจบคุณไม่เคยเชื่อในตัวฉันเลย..คุณมีแค่ตัวเองในใจเสมอและไม่มีที่ว่างสำหรับคนอื่นเลย”
“ความจริงอะไรงั้นเหรอ?..ถ้างั้นก็บอกผมมาสิว่าเสี่ยวเซียงเป็นลูกชายของใคร” จินเจิ้งผิงถาม
ฮั่นหนิงซือถึงกับผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดว่า “แน่นอนว่าเขาเป็นลูกชายของคุณกับฉันแล้วคุณคิดว่าเขาจะเป็นลูกของใครล่ะ?”
“ลูกของผมคือจินเหว่ยห่าว..เขาถูกผู้หญิงที่โหดร้ายอย่างคุณทำร้ายและเป็นเสี้ยนหนามทำให้ผมกับลูกชายไม่ลงรอยกัน..ซึ่งความจริงแล้วเสี่ยวเซียงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่ชั่วร้ายของคุณกับอู๋เป้งเต๋าใช่ไหม?..คุณคิดว่าต่อให้คุณฆ่าอู๋เป้งเต๋าไปแล้วจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้งั้นเหรอ?” ใบหน้าของจินเจิ้งผิงบิดเบี้ยวอย่างมาก
สำหรับคนอย่างจินเจิ้งผิงผู้หยิ่งยโสกลับถูกทำลายศักดิ์ศรีแบบนี้มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะยอมรับได้เพราะที่ผ่านมาเขาควบคุมคนอื่นทุกวิถีทางเพื่อที่จะประสบความสำเร็จและเขาก็ไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องและพ่อลูกเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงมีสถานะเป็นอย่างทุกวันนี้ได้ ซึ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นเขานั้นได้ขัดแย้งกับลูกชายแท้ๆของเขาและตัดขาดกันแต่สุดท้ายเขาก็รู้ว่าลูกชายอีกคนที่เขารักและเป็นห่วงมาตลอดไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองดังนั้นเขาจะยอมรับได้อย่างไร เขาถูกหลอกลวงมากว่าสิบปีและอยู่ในความมืดมาโดยตลอด เมื่อเผชิญกับสิ่งเหล่านี้จินเจิ้งผิงจะยอมรับได้อย่างไร
“จินเจิ้งผิงไอ้สารเลว” ฮั่นหนิงซือพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “คุณพรากพรหมจรรย์ไปจากฉันแต่คุณกลับไม่รู้ว่าเสี่ยวเซียงเป็นลูกชายของคุณน่ะเหรอ?..คุณรู้ไหมว่าคำพูดของคุณไม่ใช่การดูถูกฉันแต่คุณกำลังดูถูกตัวเอง!” ฮั่นหนิงซือสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วถามว่า “คุณทำอะไรกับเสี่ยวเซียง!”