ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1302 เพ้อเจ้อ
ตอนที่ 1302 เพ้อเจ้อ
………………..
จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นและทั้งสามคนก็หันไปชำเลืองมองและพบว่ามีชายวัยกลางคนเดินเข้ามาและทั้งสามก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง
เขาคือจินเจิ้งรุ่ยน้องชายแท้ๆของจินเจิ้งผิงผู้นำตระกูลจินที่ไม่ได้มีอคติใดๆกับจินเหว่ยห่าวเลย เมื่อเห็นจินเจิ้งรุ่ยเดินเข้ามาจินเหว่ยเซียงก็ยืนขึ้นอย่างสุภาพและพูดว่า “สวัสดีครับคุณอา” จินเจิ้งรุ่ยไม่ได้แสดงออกใดๆราวกับว่าเขาไม่เคยเห็นเขาเลยเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากความสัมพันธ์ของฮั่นหนิงซือกับจินเจิ้งผิงนั้นทำให้จินเจิ้งรุ่ยไม่ได้ใส่ใจกับจินเหว่ยเซียงมากนัก แน่นอนว่าจินเหว่ยเซียงเคยได้ยินบางอย่างเกี่ยวกับจินเจิ้งรุ่ยจากแม่ของเขาไม่มากก็น้อยและโดยธรรมชาติและไม่ชอบจินเจิ้งรุ่ยสักเท่าไหร่นัก
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่เขาจำสิ่งที่ฮั่นหนิงซือพูดก่อนที่เธอจะเสียชีวิตได้อย่างชัดเจนและขอให้จินเจิ้งผิงระวังเกี่ยวกับจินเจิ้งรุ่ยและดูเหมือนว่าจินเจิ้งรุ่ยคนนี้จะไม่ง่ายอย่างที่เขาเห็น ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่ต้องการมองใครในแง่ร้ายก็ตามแต่จากการคาดเดาต่างๆแล้วเขาก็สงสัยเหมือนกันว่าถึงแม้ว่าจินเจิ้งรุ่ยนั้นจะดีกับจินเหว่ยห่าวจริงๆแต่จินเจิ้งรุ่ยก็ต้องการใช้จินเหว่ยห่าวเหมือนกัน
จินเจิ้งรุ่ยพยักหน้าเล็กน้อยและชำเลืองมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “สวัสดีครับรองนายกเทศมนตรีเย่!” จากนั้นเขาก็นั่งลงข้างๆจินเหว่ยห่าวและพูดว่า “หลัวอวี้เป็นคนส่งข่าวนี้ให้ฉันเองและเอ็งก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆเอ็งไปช่วยชีวิตเสี่ยวเซียงได้ทันเวลา..ฉันไม่คิดเลยว่าพี่ใหญ่จะทำเรื่องแบบนี้จริงๆ..เสี่ยวเซียงเป็นทายาทของตระกูลจินและลูกชายแท้ๆของเขาแต่เขากลับทำแบบนี้”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาด้วย?..อาไม่ต้องเสแสร้งทำเป็นคนดีที่นี่ก็ได้” จินเหว่ยเซียงพูด
“เสี่ยวเซียงอย่าพูดไร้สาระแบบนั้นสิ” จินเหว่ยห่าวจ้องมาที่จินเหว่ยเซียงแล้วพูด
จินเจิ้งรุ่ยก็ยิ้มอย่างเขินอายและไม่ถือสาแล้วพูดว่า “ฉันกังวลจริงๆและถ้าฉันปล่อยให้พี่ใหญ่เป็นผู้นำตระกูลจินต่อไปมันมีแต่จะทำลายตระกูลจินอย่างแน่นอน..ในฐานะสมาชิกของตระกูลจินแล้วฉันไม่สามารถทนดูสิ่งนี้เกิดขึ้นได้..เพราะงั้นเอ็งที่เป็นลูกหลานที่โดดเด่นที่สุดของตระกูลและเอ็งก็เหมาะสมที่จะรับตำแหน่งผู้นำตระกูลจินคนต่อไป”
“พี่อย่าไปเชื่อเขา..เขาทำเป็นพูดดีแต่จริงๆแล้วเขานั่นแหละที่ต้องการเป็นผู้นำตระกูลจิน” จินเหว่ยเซียงพูดอย่างเฉียบขาด “คุณอามาที่นี่เพื่อเติมเชื้อเพลิงลงไปในกองไฟใช่ไหม..คุณอาก็แค่ต้องการใช้พวกเราเพื่อฆ่าจินเจิ้งผิงเพราะถ้าพวกเราทุกคนเกลียดเขาเราก็จะกลายเป็นเบี้ยของคุณ”
จินเจิ้งรุ่ยก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “เสี่ยวเซียงเอ็งพูดแบบนี้ได้ยังไงเพราะในฐานะอาแล้วฉันไม่เคยไม่เป็นห่วงและเอ็นดูเอ็งเลยและถ้าวันนี้ฉันไม่สั่งให้หลัวอวี้ไปบอกเหว่ยห่าวล่ะก็เอ็งคงจะตายไปแล้ว”
“แล้วไงล่ะ..ผมต้องขอบคุณงั้นเหรอ?” จินเหว่ยเซียงตะคอกอย่างเย็นชา
“เสี่ยวเซียงพูดอะไรน่ะหุบปากซะ!” จินเหว่ยห่าวตะโกน
“พี่ใหญ่แต่..” จินเหว่ยเซียงต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่จินเหว่ยห่าวจ้องมาที่เขาอย่างดุดันและเย่เชียนก็ยิ้มและแตะแขนของเขาเงียบๆใต้โต๊ะแต่ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งจินเหว่ยเซียงก็เต็มไปด้วยคำพูดในใจของเขาแต่เขาไม่สามารถพูดได้ดังนั้นเขาจึงหันหน้าหนีไปและถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้เพราะดูเหมือนว่าปีศาจน้อยตัวนี้แย่กว่าหลินฟานศิษย์น้องของเขามาก
“คุณอาผมต้องขอบคุณจริงๆที่ฝากพี่สาวหลัวอวี้มาบอกข่าวนี้กับผม” จินเหว่ยห่าวพูด “อย่างไรก็ตามผมไม่ได้มีความสนใจที่จะเป็นผู้นำตระกูลจินเลยแม้แต่น้อยและไม่ต้องการมีส่วนร่วมในปัญหาเหล่านี้เลย..ผมแค่ต้องการทวงความยุติธรรมให้กับแม่และไม่ได้ต้องการอำนาจเหล่านั้น”
“แน่นอนว่าฉันรู้เรื่องนี้ดีแต่ในฐานะทายาทของตระกูลจินแล้วเอ็งไม่สามารถเพิกเฉยต่ออนาคตของตระกูลจินได้นะรู้มั้ย?” จินเจิ้งรุ่ยพูด “มีสิ่งหนึ่งที่เอ็งอาจจะไม่รู้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพราะตอนนี้พี่ใหญ่ได้เบี่ยงเบนวิสัยทัศน์และทิศทางการทำธุรกิจไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง..ในตอนนี้เขาลากตระกูลจินไปเกี่ยวพันกับการลักลอบค้าของเถื่อนและการค้าอาวุธเถื่อน..ถ้าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วตระกูลจินก็จะพังทลายและเรื่องนี้ก็จะมีจุดจบที่เลวร้ายอย่างมาก”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ขมวดคิ้วเพราะตระกูลจินจะไปมีส่วนร่วมในการทำธุรกรรมเหล่านี้ได้อย่างไร? ดูเหมือนว่าตระกูลหยุนก็ทำธุรกิจเหล่านี้เช่นกัน ซึ่งนี่อาจเป็นที่มาของความขัดแย้งระหว่างทั้งสองตระกูล? ส่วนจินเหว่ยห่าวก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดว่า “ตระกูลจินไม่ได้มีความหมายสำหรับฉันอีกต่อไปแล้วและฉันก็ไม่สนหรอกว่าตระกูลจินจะพังพินาศหรืออยู่รอดต่อไปเพราะมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน..ผมต้องขอโทษด้วยครับคุณอา..ผมเกรงว่าผมจะไม่สามารถช่วยอะไรคุณอาได้เลย”
หลังจากที่จินเจิ้งรุ่ยตกตะลึงไปครู่หนึ่งเขาก็ยิ้มเบาๆแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรค่อยๆคิดดูใหม่ก็ได้..ฉันรอข่าวดีของเอ็งได้เอ็งไม่จำเป็นต้องให้คำตอบเร็วขนาดนี้หรอก” ในมุมมองของจินเจิ้งรุ่ยนั้นจินเหว่ยห่าวได้รับความทุกข์ทรมานจากวัยเด็กด้วยการถูกผู้คนในตระกูลจินปฏิบัติอย่างเลวร้ายจนเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อจินเจิ้งผิง ดังนั้นตราบใดที่จินเหว่ยห่าวถูกชี้นำล่ะก็นั่นจะเป็นผลดีกับเขาแต่ปฏิกิริยาของจินเหว่ยห่าวนั้นทำให้เขาไม่สบอารมณ์อย่างมาก หลังจากหยุดไปชั่วขณะจินเจิ้งรุ่ยก็พูดต่อ “จริงๆแล้วฉันไม่ได้ต้องการฆ่าพี่ใหญ่เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นพี่ชายของฉันและฉันก็จะไม่ทำอะไรเขา..แต่ถ้าตระกูลจินยังเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วมันก็จะพินาศ..เพราะงั้นฉันหวังว่าเอ็งจะลุกขึ้นยืนได้และฉันจะสนับสนุนเอ็งอย่างแน่นอน..ฉันไม่ได้ขอให้เอ็งฆ่าพี่ใหญ่เพียงแค่บังคับให้เขาลงจากตำแหน่งเท่านั้นเพราะฉันรู้ดีว่าเอ็งได้ติดต่อกับผู้นำองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า..แต่ถึงแม้ว่าเอ็งจะดำเนินการโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันพ่อและลูกถึงยังไงเขาก็จะไม่ฆ่าเอ็งอยู่ดี..ซึ่งด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่อาจเป็นไปได้..อีกอย่างเอ็งคงไม่อยากให้เสี่ยวเซียงเป็นอะไรไปหรอกใช่มั้ย?”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผมคิดว่ามันยังมีบางอย่างที่คุณยังไม่เข้าใจ..เมื่อกี้นี้คุณบอกว่าคุณเหว่ยห่าวติดต่อผู้นำของเขี้ยวหมาป่าที่ชื่อเย่เชียนซึ่งมีชื่อเดียวกันกับผม..แต่เท่าที่ผมรู้ผมก็ไม่เห็นเหว่ยห่าวติดต่อกับเขาจนถึงตอนนี้..ดูเหมือนว่าข่าวลือจะแพร่พระจายออกไปเรื่อยๆเลยสินะ..ตอนนี้ทุกคนคงคิดว่าผู้นำเขี้ยวหมาป่าคงจะเป็นผมสินะ?”
จินเจิ้งรุ่ยอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “แล้วมันใช่หรือเปล่าครับ?”
จินเหว่ยห่าวก็ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ไม่แน่นอน..ผมจะไปรู้จักผู้นำองค์กรเขี้ยวหมาป่าได้ยังไง..คุณอาก็น่าจะรู้ดีกว่าผมต้องการแก้แค้นตระกูลจินแต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทุกอย่างที่ผมทำมันกลับไม่เป็นไปด้วยดี..คนตัวเล็กๆอย่างผมจะไปรู้จักเขาได้ยังไง..ถ้าคุณอามาหาผมเพราะเรื่องนี้ผมคิดว่าคุณอาคงจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ”
นี่เป็นเรื่องที่ขมขื่นอย่างมากของจินเจิ้งรุ่ยเพราะทุกๆคนต่างก็พูดกันว่าจินเหว่ยห่าวติดต่อผู้นำของเขี้ยวหมาป่าและร่วมมือกัน ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นแค่ข่าวลืองั้นหรือ? แน่นอนว่าความจริงก็คือผู้นำเขี้ยวหมาป่ามีช่องว่างขนาดใหญ่กับจินเหว่ยห่าวในด้านอำนาจและอิทธิพลในปัจจุบันและเห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จินเหว่ยห่าวจะไปร่วมมือกับผู้นำเขี้ยวหมาป่าได้ ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีคนจากตระกูลหยุนคอยช่วยเหลือจินเหว่ยห่าวอยู่เบื้องหลังแต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับจินเจิ้งผิงใช่ไหม? ซึ่งจินเหว่ยห่าวต้องไปสมรู้ร่วมคิดกับบุคคลภายนอกและวางแผนระยะยาวและเมื่อข่าวลือที่ว่าจินเหว่ยห่าวร่วมมือกับองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าแล้วจินเหว่ยห่าวก็จะมาอยู่ในแผนการของเขาและจินเจิ้งรุ่ยก็จะหลอกล่อให้จินเหว่ยห่าวสู้กับจินเจิ้งผิงในข้อหาฆ่าพ่อของตัวเองและสมรู้ร่วมคิดกับคนนอกเพื่อตำแหน่งผู้นำตระกูลจิน อย่างไรก็ตามตอนนี้การได้ยินคำพูดของจินเหว่ยห่าวกับเย่เชียนในตอนนี้ก็ทำให้จินเจิ้งรุ่ยประหลาดใจอย่างมาก
หลังจากหยุดไปชั่วขณะจินเจิ้งรุ่ยก็พูดว่า “ไม่เป็นไรหรอกเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันต้องมีใครสักคนออกมารับช่วงต่อตระกูลจินใช่ไหม?..ซึ่งเอ็งคือคนที่เหมาะสมที่สุดและฉันหวังว่าเอ็งจะคิดอย่างรอบคอบได้”
“ผมจะเก็บไปพิจารณาดู” จินเหว่ยห่าวพยักหน้าและตอบ
จินเจิ้งรุ่ยพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ถ้างั้นฉันจะรอข่าวดีของเอ็งก็แล้วกัน..ฉันจะไม่รบกวนเอ็งแล้วฉันขอตัวก่อนก็แล้วกัน..ถ้าพี่ใหญ่รู้ว่าเราพบกันแบบนี้ฉันคงจะซวยแน่” หลังจากพูดจบจินเจิ้งรุ่ยก็ลุกขึ้นยืนและกล่าวคำอำลาเย่เชียนแล้วหันหลังกลับแล้วเดินออกไป
ตอนนี้เขาค่อนข้างกังวลเล็กน้อยและคำตอบที่เขาได้รับก็ค่อนข้างคาดไม่ถึงเพราะถ้าหากจินเหว่ยห่าวไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเขี้ยวหมาป่าล่ะก็ความแข็งแกร่งของจินเหว่ยห่าวเพียงฝ่ายเดียวก็ไม่เพียงพอที่จะจัดการกับจินเจิ้งผิงและเขาต้องคิดหาวิธีอื่นๆและดูเหมือนว่าจำเป็นจะต้องหารือกับหยุนเซินแล้วเพื่อดูว่ามีวิธีอื่นหรือไม่ อย่างไรก็ตามไม่ว่าเขาจะทำอะไรเขาก็ต้องผลักจินเหว่ยห่าวไปติดกับดักเพื่อแบกรับความผิดเอาไว้เพราะด้วยวิธีนี้เขาถึงจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้
เดิมทีตำแหน่งผู้นำตระกูลจินจะต้องเป็นของเขาจินเจิ้งรุ่ยและถ้าหากไม่ใช่เพราะวิธีการที่น่ารังเกียจที่จินเจิ้งผิงใช้เพื่อบังคับให้จินถิงซานลงจากตำแหน่งล่ะก็เขาคงจะไม่ต้องก้มหัวทำตามจินเจิ้งผิงเหมือนสุนัขเลย ดังนั้นความเกลียดชังเหล่านี้ที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้ในใจมานานมันก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้ไขมัน
เมื่อมองดูจินเจิ้งรุ่ยจากไปจินเหว่ยเซียงก็พูดอย่างหมดความอดทนว่า “พี่ใหญ่พี่จะไปเชื่อในสิ่งที่เขาพูดงั้นเหรอ?..เขาเป็นคนเลว..แต่เรื่องที่จินเจิ้งผิงสมควรตายนั้นมันก็ถูกแล้วแต่เราไม่สามารถเป็นเบี้ยให้คนอื่นหลอกใช้ได้” ดูเหมือนว่าตอนนี้จินเหว่ยเซียงจะผิดหวังและเกลียดชังจินเจิ้งผิงอยู่ในใจอย่างมาก
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “พี่ใหญ่ของนายไม่ใช่คนโง่เพราะในตอนนี้จู่ๆจินเจิ้งรุ่ยก็วิ่งเข้ามาหาเราและพูดแบบนี้ดังนั้นพี่ชายของนายจะไม่เข้าใจเจตนาของจินเจิ้งรุ่ยได้ยังไง..เพราะงั้นนายไม่ต้องกังวลไปหรอกเพราะพี่ใหญ่ของนายเป็นคนฉลาด..แต่จากน้ำเสียงของนายแล้วดูเหมือนนายจะรู้เรื่องต่างๆมากมายเลยสินะเพราะงั้นบอกฉันได้ไหมว่าทำไมนายถึงเกลียดจินเจิ้งรุ่ยมากถึงขนาดนี้”