ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1307 พบกับชายลึกลับอีกครั้ง
ตอนที่ 1307 พบกับชายลึกลับอีกครั้ง
………………..
อันที่จริงเมื่อเย่เชียนมาถึงที่นี่เขาก็นับกล้องวงจรปิดและอย่างน้อยๆก็มีกล้องไม่น้อยกว่าร้อยตัวและพวกมันทั้งหมดก็ถูกซ่อนเอาไว้อย่างดีและมันยากที่คนธรรมดาจะสังเกตเห็นได้หากพวกเขาไม่สนใจ ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าองค์กรเซเว่นคิลซ่อนตัวอยู่ในย่านใจกลางเมืองที่พลุกพล่านแบบนี้จึงเป็นเรื่องยากสำหรับใครก็ตามที่จะจินตนาการว่าที่นี่จะเป็นสำนักงานใหญ่ขององค์กรเซเว่นคิล
หลังจากหลายปีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลินเฟิงได้ติดต่อกับตระกูลหยุนและตระกูลจินไม่มากก็น้อยแต่ถึงแม้ว่าตระกูลหยุนและตระกูลจินจะสงสัยอยู่เสมอเกี่ยวกับที่ตั้งสำนักงานใหญ่ขององค์กรเซเว่นคิลแต่พวกเขาก็ไม่เคยค้นหามันพบ กล่าวอีกนัยหนึ่งคืออันที่จริงองค์กรเซเว่นคิลไม่มีฐานทัพประจำการเนื่องจากพวกเขาเป็นนักฆ่าและพวกเขามักจะทำสิ่งต่างๆอย่างลับๆเสมอ เมื่อมีความจำเป็นหลินเฟิงจะติดต่อพวกเขาผ่านวิธีการติดต่อช่องทางพิเศษของพวกเขาดังนั้นถึงแม้ว่าจะบอกว่าที่นี่เป็นสำนักงานใหญ่ขององค์กรเซเว่นคิลแต่ความจริงแล้วถ้าพูดตามความจริงมันก็เป็นแค่จุดรวมพลสำหรับสมาชิกในองค์กรเท่านั้น
หลินหัวเราะเบาๆและดวงตาของเขาก็จับจ้องไปที่จินเหว่ยเซียงและเขาก็ตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าที่เศร้าสร้อยของเด็กคนนี้ “หลินเฟิงนี่คือจินเหว่ยเซียงน้องชายของฉัน..ฉันอาจจะต้องรบกวนนายสักระยะให้เขาพักอยู่ที่นี่นายคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย?” จินเหว่ยห่าวพูด
“นายพูดอะไรของนาย..เขามาก่อนสิแล้วค่อยคุยกัน” หลินเฟิงยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด จากนั้นจินเหว่ยห่าวและจินเหว่ยเซียงและเย่เชียนก็เดินตามเข้าไป หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและเดินไปชงชาให้เย่เชียนและนำมาให้จากนั้นก็นั่งลงตรงข้ามเย่เชียนและพูดว่า “ฉันไม่มีลูกน้องที่นี่เพราะงั้นฉันต้องทำเอง..ฮ่าๆ..ขอโทษทีนะเพราะฉันไม่รู้วิธีชงชาอะไรนั่นเลยถ้าไม่ถูกปากก็ขอโทษด้วย”
เย่เชียนกลอกตาไปมาที่หลินเฟิงและพูดว่า “นี่พี่เห็นผมเป็นคนแบบนั้นกันผมไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย..พูดตามตรงผมก็คล้ายกับพี่นั่นแหละเพราะบางครั้งเมื่อผมออกไปทำภารกิจผมก็ไม่สนว่าจะกินอะไรจะดื่มอะไรแต่ขอแค่ให้อิ่มท้องก็พอ” หลังจากนั้นไม่นานเย่เชียนก็หันมาถามว่า “ว่าแต่ไป๋ฮวยได้ติดต่อพี่หลินเมื่อเร็วๆนี้หรือเปล่า”
หลินเฟิงส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่เลยนายก็น่าจะรู้นิสัยของเขาไม่ใช่เหรอ..แน่นอนว่าถ้าฉันไม่ติดต่อเขาไปก่อนเขาก็จะไม่ติดต่อมาหาฉันอย่างแน่นอนแต่นายไม่ต้องกังวลไปหรอกเพราะไป๋ฮวยน่ะมีความสามารถรอบด้านและเขาจะไม่เป็นอะไร”
“ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะแต่ผมก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่นิดหน่อยน่ะ” เย่เชียนพูด “ช่วยติดต่อเขาบ่อยๆหน่อยนะผมไม่อยากให้เขาตกที่นั่งลำบากเพราะเขาตัวคนเดียว..ผมรู้ว่าถ้าเขามีปัญหาอะไรเขาก็ไม่คิดที่จะโทรมาบอกผมหรอก..เขาแค่ไม่อยากให้ผมติดต่อเขา..สงสัยผมจะต้องตามหาเขาเองสินะ”
“ไม่ต้องกังวลไปฉันจะบอกนายเกี่ยวกับเขาเรื่อยๆเอง” หลินเฟิงพูดหลังจากหยุดไปชั่วขณะจากนั้นหลินเฟิงก็หันไปถามว่า “ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นกับจินเหว่ยเซียงกัน?..ดูสีหน้าของเขาแล้วไม่ค่อยดีมันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ฮั่นหนิงซือตายแล้ว..ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังถูกจินเจิ้งผิงบังคับให้ฆ่าตัวตายอีกด้วย..แต่ที่แย่ที่สุดจินเจิ้งผิงยังต้องการที่จะฆ่าเขาอีกด้วยและถ้าหากพี่จินไม่ไปช่วยเขาได้ทันเวลาล่ะก็จินเหว่ยเซียงคงตายไปแล้ว”
หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและถามด้วยความประหลาดใจว่า “มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง”
เย่เชียนอธิบายสั้นๆว่าเกิดอะไรขึ้นและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เมื่อได้ยินแบบนั้นหลินเฟิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “จินเจิ้งผิงโหดเหี้ยมจริงๆ..ไม่ว่าจินเหว่ยเซียงจะเป็นลูกชายแท้ๆของเขาหรือไม่ก็ตามแต่จินเหว่ยเซียงก็อยู่กับเขามาตั้งแต่เด็กๆและอย่างน้อยๆก็สิบกว่าปี..มันไม่ควรเป็นแบบนี้เลย”
“ก็ถ้าจินเจิ้งผิงเป็นคนดีจริงๆเขาก็คงจะไม่บังคับให้พ่อของเขาลงจากตำแหน่งและยึดตำแหน่งผู้นำตระกูลจินไปหรอกและคงจะไม่เพิกเฉยต่อพี่จินและคิดจะฆ่าพี่จินตลอดหลายปีมานี้หรอก..สำหรับจินเจิ้งผิงแล้วอำนาจเท่านั้นที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับเขาและทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นภาระสำหรับเขา” เย่เชียนพูด
“นายจะบอกว่าจินเหว่ยเซียงไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของจินเจิ้งผิงงั้นเหรอ?” หลินเฟิงถาม
“ที่จริงมันก็ไม่สำคัญหรอกว่าจินเหว่ยเซียงจะเป็นลูกชายแท้ๆของจินเจิ้งผิงหรอกเพราะถึงยังไงจินเจิ้งผิงก็ไม่สนใจอยู่ดี..แต่เมื่อมองเข้าไปที่ดวงตาของฮั่นหนิงซือในตอนนั้นแล้วผมเดาว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องโกหกเพราะเธอคิดว่าต่อให้เธอต้องตายไปแต่เธอก็ยังเป็นห่วงจินเหว่ยเซียงอย่างสุดหัวใจ..ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องโกหกอีกต่อไป” เย่เชียนพูด “ยังไงก็เถอะผมดีใจที่ได้เห็นพี่จินกับเหว่ยเซียงแบบนี้เพราะพี่น้องทางสายเลือดมันไม่สำคัญกับพวกเขาและมันไม่มีอะไรสามารถมาแทนที่ความเป็นพี่น้องของพวกเขาได้” หลังจากหยุดไปชั่วคราวเย่เชียนก็พูดต่อ “หลังจากฟังเรื่องนี้พี่หลินคิดว่ามันไม่แปลกไปหน่อยงั้นเหรอ?”
หลินเฟิงขมวดคิ้วและคิดอย่างรอบคอบแล้วพูดว่า “มันแปลกจริงๆเรื่องสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินน่ะเพราะจินเจิ้งผิงไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวในเวลานั้นเลยและเขาก็สามารถรอจนกว่าฮั่นหนิงซือจะฆ่านายก่อนแล้วค่อยออกมาฆ่าฮั่นหนิงซือทีหลังเพราะถ้าแบบนั้นมันจะเป็นประโยชน์กับเขามากที่สุด..ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีแผนซ่อนอยู่นั่นก็หมายความว่าเขารู้ว่าฮั่นหนิงซือจะไม่สามารถฆ่านายได้ตั้งแต่แรก”
“จะเป็นไปได้ยังไง” เย่เชียนพูด “พูดตามตรงตอนนั้นผมลำบากใจนิดหน่อยเพราะถ้าฉันอยากจะหนีมันคงง่ายมากแต่ผมต้องช่วยเสี่ยวเทียนและหนีไปด้วยกันแบบนั้นมันคงจะเป็นไปได้ยาก..เพราะงั้นผมคิดว่าจินเจิ้งผิงจะต้องมีแผนการบางอย่างและนั่นก็มุ่งเป้ามาที่ผม” หลังจากหยุดชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “จนถึงตอนนี้ผมก็รู้สึกแปลกๆแต่ผมบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร..พี่หลินล่ะพี่คิดว่าจินเจิ้งผิงกับหยุนเซินรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของผมแล้วหรือยัง?”
“มันก็เป็นไปได้นะ” หลินเฟิงพูด “เพราะท้ายที่สุดแล้วนายก็มักจะปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนและสร้างสถานการณ์ครั้งใหญ่ในประเทศจีนตลอดหลายปีที่ผ่านมาและมีคนมากมายเห็นหน้านายและรู้จักตัวตนของนายแล้ว..นายน่ะไม่เหมือนฉันที่ต่อให้ไปมาหลายที่แต่คงไม่มีใครคิดหรอกว่าฉันคือผู้นำองค์กรเซเว่นคิล..ซึ่งถ้าคิดในมุมมองนี้ถ้าพวกเขารู้ตัวตนของนายจริงๆแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดโปงนายล่ะก็มันคือแผนการสมรู้ร่วมคิดจริงๆ..ยิ่งไปกว่านั้นฉันพยายามค้นหาข้อมูลของภูเขาหินหลายครั้งแล้วในวันนี้แต่ก็ยังไม่พบอะไรเลยและฉันก็ไม่รู้ว่าอัญมณีและทองหรือสมบัติเหล่านั้นถูกซ่อนเอาไว้ลึกเกินไปหรือมันไม่มีอยู่จริงกันแน่”
“เป็นเรื่องปกติที่เราจะหามันไม่เจอเพราะหลังจากผ่านมาหลายปีมันจะต้องถูกซ่อนในใจกลางภูเขาไม่ก็ส่วนไหนสักที่” เย่เชียนพูดต่อ “ไม่ว่ายังไงก็ตามพี่ต้องตรวจสอบต่อไปเรื่อยๆ..บอกตามตรงเลยว่าความรู้สึกไม่สบายใจในใจของผมมันทำให้ผมอึดอัดมาก..ผมต้องทำให้แผนการของพวกนั้นพังให้ได้”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันจู่ๆสมาชิกขององค์กรเซเว่นคิลก็เดินเข้ามาและมองไปที่เย่เชียนแล้วสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่หลินเฟิงจากนั้นหลินเฟิงก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เขาคือผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าราชาหมาป่าเย่เชียนผู้โด่งดัง..ทุกคนคือพี่น้องกันเพราะงั้นนายอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาได้เลย”
เย่เชียนและหลินเฟิงก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะเรื่องที่เย่เชียนมาที่นี่ค่อนข้างเป็นความลับแต่จู่ๆก็มีคนตามพวกเขามาที่นี่? “เขาคือใคร?” เย่เชียนถาม
“เขาไม่ได้บอกแต่เขาบอกแค่ว่าคุณเย่รู้ว่าเขาเป็นใครเมื่อเห็นเขา..เขาสวมชุดสีขาวอายุประมาณสี่สิบปีและท่าทางก็สง่าผ่าเผยมาก” ชายคนนั้นอธิบายง่ายๆ
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและหลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้วเขาก็ยังนึกไม่ออกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีคนมาหาเขาถึงที่นี่ดังนั้นเย่เชียนจึงไม่จำเป็นที่จะต้องหลบซ่อนอีกต่อไปและเย่เชียนก็ยังต้องการรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครที่สามารถค้นหาเขาได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ “เชิญเขาเข้ามาได้เลย” เย่เชียนพูด
หลินเฟิงก็พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณว่าชายคนนั้นควรทำตามคำพูดของเย่เชียน หลังจากนั้นไม่นานชายวัยกลางคนก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆและด้วยท่าทางที่สง่าผ่าเผยและสวมเสื้อผ้าสีขาวราวกับหิมะเขาทำตัวสบายๆผ่อนคลายอย่างมากด้วยรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าและดวงตาของเขาก็กวาดมองเย่เชียนและหลินเฟิงจากนั้นก็พยักหน้าอย่างเงียบๆแล้วพูดว่า “ผมไม่ได้มารบกวนพวกคุณใช่มั้ย?”
เย่เชียนตกตะลึงและจู่ๆเขาก็นึกถึงคนๆนี้ในใจเพราะนี่คือคนที่เขาพบตอนที่เขาอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือไม่ใช่เหรอ? คำพูดของเขาทำให้เย่เชียนสามารถผสมผสานพลังปราณสองขั้วในร่างกายให้เข้ากันได้ จากนั้นเย่เชียนก็รีบยืนขึ้นและพูดว่า “คุณเองเหรอ..ไม่ได้เจอกันนานเลยครับ..ผมเคยค้นหาเกี่ยวกับข่าวของคุณด้วยแต่ไม่มีข่าวอะไรเลย..ผมไม่คาดคิดเลยว่าคุณจะมาที่นี่นั่นทำให้ผมประหลาดใจจริงๆ”
“เมื่อเร็วๆนี้ผมมีธุระที่ต้องทำหลายอย่างเพราะงั้นผมก็เลยไม่มีเวลา” ชายวัยกลางคนพูด “คุณน่าจะเป็นผู้นำองค์กรเซเว่นคิลหลินเฟิงใช่ไหม?..หืม..คุณดูดีกว่าผู้นำองค์กรเซเว่นคิลคนก่อนมาก”
หลินเฟิงถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่งแต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าชายวัยกลางคนคนนี้จะรู้เรื่ององค์กรเซเว่นคิลมากและเมื่อฟังน้ำเสียงของเขาแล้วดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักผู้นำคนก่อนขององค์กรเซเว่นคิล “คุณรู้จักผู้นำคนก่อนหรือเปล่า” หลินเฟิงถาม
ชายวัยกลางคนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “แน่นอนพวกเรารู้จักกันและเราก็เคยดื่มด้วยกันแต่ฉันไม่ได้คาดหวังว่านั่นจะเป็นการพบกันจะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเรา..พอคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมก็ยังเสียใจอยู่เพราะฉันยังไม่ได้คุยกับเขาดีๆเลย”
“คุณครับเชิญนั่งก่อน” เย่เชียนรีบพูดอย่างเร่งรีบและยังคงมีร่องรอยของความเคารพต่อชายวัยกลางคนอย่างมากเพราะท้ายท้ายที่สุดถ้าไม่ใช่เพราะชายวัยกลางคนคนนี้แล้วเย่เชียนก็คงจะไม่ก้าวหน้าถึงขนาดนี้ ที่สำคัญชายวัยกลางคนคนนี้ยังมีความจริงใจต่อเขาและเย่เชียนก็ไม่รู้ว่าทำไมแต่เขารู้สึกดีกับชายวัยกลางคนคนนี้มาก
ชายวัยกลางคนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “คุณหลิน..ผมขอยืมห้องส่วนตัวหน่อยจะได้ไหมผมมีบางอย่างที่ต้องคุยกับเย่เชียน..ไม่ทราบว่าคุณสะดวกไหมครับ?”
.