ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1322 สถานการณ์แปลกๆ
ตอนที่ 1322 สถานการณ์แปลกๆ
………………..
คำพูดของยาฉะทำให้เย่เชียนรู้สึกงุนงงเล็กน้อยและไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงถามคำถามแบบนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เย่เชียน สามารถยืนยันได้ก็คือยาฉะดูเหมือนจะไม่ต้องการฆ่าเขาเพราะอันที่จริงถ้าหากยาฉะต้องการฆ่าเขาล่ะก็ยาฉะไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมายแต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วดูเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้น
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ในเมื่อคุณอยากพบผมเพราะงั้นคุณก็น่าจะรู้สิว่าพ่อของผมเสียไปนานแล้วเพราะงั้นข้อสันนิษฐานของคุณจึงไม่มีอยู่จริง..ส่วนคำถามต่อมามันคือการสมมุติและผมก็ไม่รู้จะตอบคุณยังไงแต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆแล้วคุณมาถามผมตอนนั้นผมก็ไม่รู้จริงๆว่าจะทำยังไงเหมือนกัน”
สำหรับคำตอบของเย่เชียนแล้วยาฉะเพียงแค่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เหยียดหยามและเย่เชียนก็ไม่เข้าใจความหมายของรอยยิ้มนั้นคืออะไร “บางครั้งสิ่งที่ผู้คนเห็นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นความจริงเสมอไป” ยาฉะพูด “ผู้คนมักจะเห็นกรงจักรเป็นดอกบัวและบางสิ่งบางอย่างก็มักจะแพร่กระจายออกไปอย่างไร้เหตุผลมากจนในที่สุดผู้คนก็จะคิดว่ามันคือความจริงแต่มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นความจริงเสมอไป”
“แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ?..คุณจะทำยังไง?” เย่เชียนถามกลับ
“ใครก็ตามที่เป็นอันตรายต่อประเทศที่ผมรักมันจะต้องตาย!” ยาฉะพูด “ในใจของคุณความเป็นพี่น้องกันอาจจะมากที่สุดแต่ผมไม่ได้มีพี่น้องเพราะงั้นสิ่งที่ผมปกป้องก็คือประเทศของผมและผู้บริสุทธิ์..ส่วนคนเหล่านั้นที่ผมฆ่าล้วนเป็นคนชั่วและฉกฉวยช่องโหว่ของกฎหมายแต่กลับหน้าด้านใช้ชีวิตอย่างภาคภูมิเป็นแมลงเม่าของสังคม..ซึ่งทั้งชีวิตของผมนั้นสิ่งที่ผมเสียใจที่สุดคือการฆ่าเพื่อนของตัวเองทั้งๆที่ผม…ไม่ได้ตั้งใจ..แต่ผมก็ยังให้อภัยตัวเองไม่ได้อยู่ดี”
คำพูดของยาฉะทำให้เย่เชียนรู้สึกงุนงงอย่างมากและเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมยาฉะถึงพูดแบบนี้กับตัวเองและเมื่อเย่เชียนคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วเย่เชียนก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมยาฉะถึงได้ถามเรื่องพวกนี้และพูดคุยกับเขามากถึงขนาดนี้
อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่เย่เชียนสามารถเชื่อได้นั่นคือยาฉะไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าเขาแต่สำหรับคนที่มีความสามารถอย่างยาฉะแล้วถ้าหากยาฉะต้องการจะฆ่าเขาล่ะก็ยาฉะก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีการที่ยุ่งยากอะไรแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพิจารณาจากอุปนิสัยของยาฉะแล้วยาฉะจะไม่ก่อการจลาจลครั้งใหญ่เพียงเพื่อจะฆ่าเขา
“คุณจะมองว่าผมเห็นแก่ตัวก็ได้แต่ถ้าเป็นผมล่ะก็ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” เย่เชียนพูด “แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อมั่นและนั่นคือถ้ามีใครมาทำร้ายเพื่อนของผมล่ะก็ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครผมก็จะไม่มีวันให้อภัยเขา..เหมือนที่คุณพูดถ้าญาติของผมต้องการทำร้ายเพื่อนของผมบางทีผมอาจจะไม่เลือกวิธีการแบบคุณแต่ผมจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายเพื่อนของผมอย่างแน่นอน”
ยาฉะยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คุณเป็นคนที่ซื่อสัตย์มากและคนที่ซื่อสัตย์มักจะไม่ใช่คนเลว..เอาล่ะถ้าอย่างนั้นผมจะเสี่ยงพนันสักครั้งก็แล้วกัน”
เย่เชียนไม่เข้าใจว่ายาฉะหมายถึงอะไรและเย่เชียนก็อึ้งเล็กน้อยและพูดว่า “คุณช่วยอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยจะได้ไหม..บอกตามตรงผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงอะไรจนกระทั่งตอนนี้และผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงถามผมแบบนี้ตั้งแต่ผมมาที่นี่เพราะถึงแม้ว่าเราจะเพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรกแต่ผมก็อยากจะปฏิบัติต่อคุณในฐานะเพื่อนเหมือนกัน..เพราะงั้นถ้าคุณมีอะไรก็พูดออกมาตรงๆได้เลย”
ยาฉะถอนหายใจเล็กน้อยและพูดว่า “บางทีมันอาจจะไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดที่จะบอกเรื่องเหล่านี้กับคุณแต่สักวันหนึ่งคุณจะรู้เองในอนาคต..ผมหวังแค่ว่าเมื่อคุณเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากในอนาคตคุณจะยังจำสิ่งที่คุณพูดได้..จงจดจำสิ่งที่คุณและผมพูดกันวันนี้เอาไว้ให้ดี”
“ทำไมผมรู้สึกเหมือนว่าคุณจะต้องตายล่ะ?..มันเกี่ยวข้องกับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติหรือเปล่า?” เย่เชียนพูด
“ไม่ใช่!” ยาฉะพูด “คนจากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติมาหาผมและพยายามดึงผมให้เข้าร่วมทีมแต่ผมปฏิเสธไปเพราะตอนนี้ผมควรทำในสิ่งที่ผมคิดว่าควรทำและโอกาสรอดก็น้อยมากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสรอดเลย..ซึ่งเรื่องนี้มันเกี่ยวกับองค์กรที่ชื่อว่าสกายเน็ตและมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าองค์กรสกายเน็ตนั้นคืออะไรและเป้าหมายต่อไปของพวกเขาก็คือคุณเพราะงั้นผมจึงรู้สึกว่าผมสมควรที่จะต้องบอกคุณล่วงหน้าและผมก็หวังว่าคุณจะตัดสินใจได้ดีที่สุดเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ”
“ในเมื่อคุณรู้ว่าโอกาสรอดของคุณมีน้อยแต่ทำไมคุณถึงยังทำมันต่ออีกล่ะ?” เย่เชียนพูด “พูดตรงๆคุณกำลังทำตัวเป็นศาลเตี้ยและถ้าเป็นผมล่ะก็ผมจะไม่ทำแบบนี้คนเดียวเพราะถ้าหากมีกลุ่มคนที่คิดแบบเดียวกันมาทำร่วมมือกันล่ะก็โอกาสสำเร็จก็จะสูงกว่าไม่ใช่เหรอ?”
ยาฉะก็ยิ้มเล็กน้อยและรอยยิ้มนั้นก็น่าเศร้าอย่างมากแต่ก็เต็มไปด้วยแรงผลักดันของลูกชายผู้แข็งแกร่งที่สิ้นหวัง “บางอย่างไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกเพราะองค์กรสกายเน็ตนั้นมีมานานหลายปีแล้วแต่ไม่มีใครรู้และแม้แต่ผมก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสำนักงานใหญ่หรือฐานบัญชาการของพวกมันอยู่ที่ไหน..เพราะงั้นผมจะรวบรวมคนมาจัดการกับพวกเขาได้ยังไง?” ยาฉะพูด “ถ้าผมไปคนเดียวบางทีผมอาจจะเจอเป้าหมายตัวการที่แท้จริงและฆ่าเขาได้”
“ดูเหมือนว่าคุณจะตัดสินใจแล้วและไม่ว่าผมจะพูดเท่าไหร่ก็เปลี่ยนใจคุณไม่ได้สินะ” เย่เชียนพูด “แต่ผมจะบอกกับคุณว่าคุณต้องระวังตัวด้วยและผมจะรอคุณกลับมาอย่างปลอดภัยเพราะบางทีเราอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันก็ได้”
ยาฉะยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมรู้ว่าคุณยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพราะงั้นผมต้องขอโทษจริงๆที่ทำให้คุณต้องลำบากมาถึงที่นี่และฝากขอโทษแจ็คเพื่อนของคุณด้วยที่ผมสร้างปัญหาให้กับเขา” หากเป็นเพียงเพราะยาฉะต้องการคุยกับเย่เชียนจริงๆล่ะก็ยาฉะไม่จำเป็นต้องเลือกวิธีดังกล่าวเลย อันที่จริงความหมายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเดิมทียาฉะต้องการฆ่าเย่เชียนแต่ไม่รู้ว่าทำไมยาฉะถึงเปลี่ยนใจ จู่ๆยาฉะก็เปลี่ยนความตั้งใจและเย่เชียนก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าทันทีที่เขาเพิ่งเข้ามาที่ประตูเพราะเจตนาฆ่าของยาฉะที่มีต่อเขานั้นชัดเจนมาก
“ไม่เป็นไรหรอก” เย่เชียนพูด “ผมจะรอข่าวดีเกี่ยวกับการกลับมาอย่างมีชัยของคุณก็แล้วกัน”
ยาฉะก็พยักหน้าเล็กน้อยและยืนขึ้นอย่างช้าๆแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆจากนั้นก็มองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “ถ้ามีโอกาสรอดกลับมาผมจะไปพบคุณโดยเร็วที่สุด..ผมติดตามเรื่องราวของคุณมานานแล้วและคุณก็เป็นคนที่น่าเกรงขามมาก..ผมไม่รู้ว่าทำไมเมื่อผมเห็นคุณผมก็คิดว่าคุณสามารถทำได้ทุกอย่าง..ความคิดของผมแปลกเกินไปหรือเปล่า?” เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะถามเย่เชียนและน้ำเสียงของเขาก็แผ่วลงและดวงตาของเขาเบิกกว้างในทันที จากนั้นก็มีแสงสีแดงเข้มพุ่งออกมาและเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะแน่นิ่งไปชั่วขณะและทันใดนั้นเย่เชียนก็รู้สึกว่าเขาขยับไม่ได้ซึ่งมันเป็นความรู้สึกเดียวกับก่อนหน้านี้
เย่เชียนตกตะลึงในทันทีและพยายามอย่างยิ่งที่จะต่อต้านแต่ก็พบว่ามันไม่มีประโยชน์และความรู้สึกนี้ก็ทำให้เย่เชียนอึดอัดมากราวกับว่าชีวิตของเขาสามารถตกอยู่ในกำมือของคนอื่นได้ตลอดเวลา “อย่ากังวลไปเลยผมจะไม่ทำร้ายคุณ” เสียงของยาฉะดังมาจากที่ไหนสักแห่งและเย่เชียนก็พบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่แปลกประหลาดมากและลอยอยู่กลางอากาศรายล้อมไปด้วยนกอินทรีจำนวนนับไม่ถ้วนที่บินวนไปมาราวกับว่ามันจะชนเขาได้ทุกเมื่อ ทันใดนั้นก็มีมือยื่นออกมาและมันเป็นแค่มือที่มองไม่เห็นว่าเป็นมือใครและมันก็ดูประหลาดมาก
ถึงแม้ว่ายาฉะจะพูดแบบนั้นก็ตามแต่เมื่อต้องเผชิญกับช่วงเวลาดังกล่าวเย่เชียนก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ดีเพราะเป้าหมายของมือนั้นเห็นได้ชัดว่ามันตรงมายังดวงตาของเขา สิ่งนี้จะไม่ทำให้เขารู้สึกกลัวได้อย่างไร ซึ่งมือก็เข้ามาใกล้ดวงตาของเขามากขึ้นเรื่อยๆและหัวใจของเย่เชียนก็เต้นรัวด้วยความกระวนกระวายและหวาดกลัวและเขาก็อยากจะตะโกนออกมาดังๆแต่ก็พบว่าเขาพูดไม่ได้และเมื่อเขาต้องการที่จะดินรนอย่างสิ้นหวังแต่ร่างกายของเขาไม่ฟังคำสั่งของเขาเลยแต่กลับแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น
“อ๊า…” เย่เชียนร้องออกมาในที่สุดและเขาก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าดวงตาของเขาถูกควักออกมาและความเจ็บปวดนั้นก็เหมือนจริงมาก
ด้านนอกของประตูธนาคารหวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็อดไม่ได้ที่จะตกใจเมื่อเขาได้ยินเสียงนี้เช่นเดียวกับแจ็ค ซึ่งแจ็คก็ไม่สนใจอะไรอีกต่อไปและเป็นคนแรกที่รีบเข้าไป ส่วนหวงฟู่ชิงเตี๋ยนเองก็รีบเข้าไปเช่นกันแต่เขาเห็นว่าเย่เชียนเป็นคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั้นในล็อบบี้ของธนาคารและเอามือปิดตาตัวเองอยู่ ส่วนยาฉะก็ไม่อยู่ที่นั่นแล้วและดูเหมือนว่าเขาจะจากไปแล้ว เมื่อเห็นแบบนั้นหวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเพราะถ้าหากยาฉะต้องการจะหลบหนีไปก็ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้จริงๆ
แจ็ครีบวิ่งไปที่ด้านหน้าของเย่เชียนและถามอย่างกระวนกระวายว่า “บอส!..บอส!..บอสเป็นอะไรไป!”
“ตาของฉัน!..ตาของฉัน!” เย่เชียนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อลองนึกดูว่าดวงตาของตัวเองถูกควักออกมาทั้งเป็นนั้นความเจ็บปวดจะมากแค่ไหน
แจ็คตกตะลึงไปครู่หนึ่งและรีบพูดว่า “บอสอย่าเพิ่งขยับ..ขอผมดูหน่อยว่ามันเป็นยังไง” ขณะที่แจ็คพูดเขาก็ยื่นมือออกและค่อยๆจับมือของเย่เชียนออกอย่างช้าๆและมองดูอย่างระมัดระวังสักครู่แล้วพูดว่า “บอส..ตาบอสยังปกติมันไม่ได้เป็นอะไรครับ”
“ไม่…เป็นไปไม่ได้..ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเขาควักลูกตาของฉันออกไป” เย่เชียนยังไม่หายจากสถานการณ์ในตอนนี้และอันที่จริงทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเหมือนจริงมากและเขาก็รู้สึกโดยส่วนตัวว่าอีกฝ่ายควักดวงตาของเขาออกมาจริงๆดังนั้นดวงตาของเขาจะปกติได้อย่างไร!
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “เอ็งก็ดูมันด้วยตัวเองสิ..ฉันจะบอกความจริงให้ว่านี่คือความสามารถพิเศษของยาฉะเท่านั้น..เพราะงั้นดวงตาของเอ็งไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ”
เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมองดูอย่างสงบสติและแน่นอนว่าดวงตาของเขายังคงอยู่ดีและเขาก็สามารถมองเห็นแจ็คกับหวงฟู่ชิงเตี๋ยนได้อย่างชัดเจน แต่ตอนนี้เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อครู่นี้เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเพราะช่องว่างความสามารถของเขากับยาฉะนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อนึกถึงความสามารถของยาฉะที่หวงฟู่ชิงเตี๋ยนบอกเขาก่อนหน้านี้เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจแต่หลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้วเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมยาฉะถึงทำแบบนี้ ซึ่งยาฉะไม่ได้คิดที่จะฆ่าเขาจริงๆ
“มันแปลกมากที่ยาฉะไม่ได้ฆ่าเอ็ง” หวงฟู่ชิงเตี๋ยนพูด “เกิดอะไรขึ้นในตอนนี้?..เพราะด้วยพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของยาฉะแล้วเขาไม่ควรจะปล่อยนายไปง่ายๆแบบนี้สิ..เมื่อกี้นี้พวกเอ็งคุยอะไรกันบ้าง?”