ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1323 การตายของยาฉะ
ตอนที่ 1323 การตายของยาฉะ
………………..
เย่เชียนไม่ตอบคำถามของหวงฟู่ชิงเตี๋ยนและดูเหมือนว่าเขากำลังคิดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่เขาเข้าประตูมาและถึงแม้ว่ามันจะเป็นเวลาที่สั้นมากแต่ด้วยเหตุผลบางอย่างความคิดแปลกๆก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นในใจของเย่เชียนและเขาเชื่อว่าไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อสิ่งที่ยาฉะพูด
สำหรับเย่เชียนแล้วทักษะความสามารถของยาฉะนั้นน่ากลัวพอสมควรแต่ตอนนี้เขาไม่ได้กลัวยาฉะแต่เป็นการเห็นใจเสียมากกว่าเพราะคนที่รู้ชัดว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นหน้าผาและถ้าเผชิญหน้ามันก็มีโอกาที่จะพบกับความตายแต่เขาก็ยังหมดหวังความหวังและสิ้นศรัทธา เย่เชียนยอมรับว่าจิตวิญญาณของยาฉะนั้นยอดเยี่ยมมากและถ้าหากเป็นเขามันคงเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ ซึ่งเย่เชียนไม่ต้องการมั่นใจในตัวเองว่าเขายิ่งใหญ่แค่ไหนเพราะเขาแค่ไม่อยากให้คนรอบตัวเขาอย่างญาติพี่น้องและผองเพื่อนต้องเจ็บปวดแค่นั้น
เกี่ยวกับความเงียบของเย่เชียนนั้นหวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะถามต่อดีหรือไม่แต่เขารู้แค่ว่าเมื่อกี้นี้ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ชัดเจนมากว่าในใจของยาฉะแล้วบางทีทุกสิ่งที่เขาทำก็เพื่อชดเชยความผิดพลาดของเขาและถึงแม้ว่ามันจะเป็นความตายแต่บางทีมันอาจจะเป็นหนทางให้เขาผ่านพ้นไปได้ใช่ไหม?
ที่ชานเมืองยาฉะยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆพร้อมกับสายลมที่พัดผ่านและใบหน้าของเขาก็ดูสงบมาก การที่คนๆหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆและดูโดดเดี่ยวแต่กลับสง่ารางกับว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งไม่มีท่าทางอาฆาตหรือความกลัวบนใบหน้าของเขาและมันดูธรรมดามากเหมือนน้ำในบ่อน้ำโบราณที่ไม่มีระลอกคลื่นเลยแม้แต่นิดเดียว
หลังจากนั้นไม่นานชายวัยกลางคนก็เดินมาหาเขาอย่างช้าๆและสวมเสื้อผ้าสีขาวราวกับหิมะ ซึ่งเป็นชายวัยกลางคนลึกลับที่กำลังตามหาเย่เชียนในวันนั้น ซึ่งไม่ไกลจากยาฉะนักชายวัยกลางคนก็หยุดและชำเลืองมองเขาแล้วพูดว่า “เป็นยังไงบ้าง?..เอ็งคิดออกแล้วหรือยัง?”
ยาฉะยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “ผมต้องขอโทษด้วยเพราะผมมาที่นี่เพื่อฆ่าคุณ!”
ชายวัยกลางคนดูเหมือนจะไม่แปลกใจนักและเขาก็ยิ้มเบาๆแล้วพูดว่า “มันคุ้มแล้วเหรอที่เอ็งจะทำแบบนี้..โลกใบนี้มันแตกสลายไปแล้วและจะต้องมีการปฏิวัติครั้งใหญ่เพื่อให้เราบรรลุโลกในอุดมคติและเอ็งก็จะได้รับเกียรติให้เป็นผู้บุกเบิกของการปฏิวัติในครั้งนี้!”
“ผมรู้แค่ว่าผมควรปกป้องคนที่ผมต้องปกป้องและผมจะไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่ทำร้ายพวกเขารอดชีวิตไปได้” ยาฉะพูด “สิ่งที่เรียกว่าอุดมคติของคุณมันเป็นเพียงความคิดไร้สาระเท่านั้นและคุณก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้”
“เรื่องนี้มันยังไม่เริ่มต้นขึ้นและไม่มีใครรู้ผลลัพธ์ที่แน่ชัด..แต่ตราบเท่าที่เราเตรียมการกันอย่างดีผมก็เชื่อว่าความสำเร็จจะเข้าข้างพวกเราในที่สุด” ชายวัยกลางคนพูด “การสู้คนเดียวมันคุ้มแล้วเหรอ?..แบบนี้มันไม่มีประโยชน์แถมยังถูกคนอื่นเข้าใจผิดตลอดเวลาและสิ่งที่เอ็งกำลังปกป้องคือโลกแบบนี้เพราะงั้นเอ็งคิดว่ามันคุ้มงั้นเหรอ?”
“จะคุ้มหรือไม่มันก็แตกต่างกันไปสำหรับทุกคนเพราะมุมมองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน..มันไม่สำคัญว่าคนอื่นจะเข้าใจหรือเปล่าเพราะสิ่งสำคัญคือคุณต้องรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่” ยาฉะพูด “คุณรู้ไหมว่าทำไมโค้ดเนมของผมคือยาฉะ?”
“เพราะเอ็งเป็นเหมือนปีศาจ..ไม่ว่าใครที่เผชิญหน้ากับเอ็งทุกคนก็ไม่สามารถรอดพ้นไปจากฝ่ามือของเอ็งได้” ชายวัยกลางคนตอบ
“คุณคิดผิดแล้วเหตุผลที่ผมมีฉายาแบบนี้ก็เพราะยาฉะเป็นหนึ่งในแปดเผ่าของมังกรสวรรค์และมันก็มีอยู่เพื่อปกปักษ์รักษา” ยาฉะพูด “ผมคิดว่าไม่ว่าผมจะบอกคุณมากแค่ไหนคุณก็คงจะไม่เข้าใจ..เอาล่ะช่วยแสดงให้ผมดูทีว่าบุคคลที่เป็นตำนานที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้โลกสั่นคลอนได้นั้นจะเก่งแค่ไหนกันเชียว” หลังจากพูดจบดวงตาของยาฉะก็ฉายแสงสีแดงออกมาทันที
ใบหน้าของชายวัยกลางคนนั้นดูสงบนิ่งและไม่มีสีหน้าประหม่าใดๆราวกับว่าปรมาจารย์อย่างยาฉะนั้นไม่มีค่าอยู่ในสายตาของเขาเลยและชายวัยกลางคนก็รู้สึกเพียงว่าจู่ๆร่างกายของเขาก็ลอยอยู่กลางอากาศและทุกสิ่งรอบตัวเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เหมือนกับที่เย่เชียนพบเจอ อย่างไรก็ตามเขากลับดูสงบมากราวกับว่าเขาคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว จากนั้นชายวัยกลางคนก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ยาฉะคือปีศาจจริงๆสินะ..มันน่าเสียดายจริงๆที่ต้องฆ่าเอ็ง..เอาล่ะฉันจะให้โอกาสเอ็งอีกครั้งและมาช่วยฉันแล้วเราจะสร้างฝันของเราไปด้วยกัน”
“คุณไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องไร้สาระอีกต่อไปแล้วตายซะเถอะ!” หลังจากยาฉะพูดจบเขาก็ต่อยชายวัยกลางคนอย่างดุเดือด อย่างไรก็ตามเมื่อกำปั้นนั้นกำลังจะถูกร่างของชายวัยกลางคนเขาก็พบว่ากำปั้นของเขานั้นไปไม่ถึงร่างของชายวัยกลางคนและเหมือนจะไม่มีแรงเลย ในตอนนี้ชายวัยกลางคนยังคงมีสีหน้าที่เพิกเฉยและพูดอย่างใจเย็นว่า “เอ็งไม่ควรใช้พลังของเอ็งกับฉันเลยเพราะเอ็งยังห่างชั้นกับฉันมากเกินไปและเอ็งก็ไม่มีโอกาสชนะเลย” หลังจากคำพูดจบลงชายวัยกลางคนก็ค่อยๆยื่นมือออกไปและบีบคอของยาฉะและการเคลื่อนไหวก็ช้ามาก อย่างไรก็ตามภายในชั่วพริบตาเขาก็มาอยู่ด้านหน้าของยาฉะแล้ว
ยาฉะก็หน้าซีดด้วยความตกใจและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าความสามารถของอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งถึงระดับนี้และเขาก็ต้องการหลบหลีกแต่ทันใดนั้นเขาก็พบว่าร่างกายของเขาเหมือนถูกมัดและไม่สามารถขยับได้ ซึ่งความประหลาดใจนี้เหมือนกับที่เย่เชียนเคยเจอต่อหน้าเขามาก่อน อย่างไรก็ตามยาฉะก็ยังคงตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและเอียงร่างกายของเขาทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของชายวัยกลางคน จากนั้นดวงตาของยาฉะก็ระเบิดแสงสีแดงออกมาอีกครั้งและท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆมืดและเกิดฟ้าร้องและฟ้าแลบลงมาอย่างต่อเนื่อง
ชายวัยกลางคนก็ยังคงมีสีหน้าที่เฉยเมยและพูดอย่างเฉยเมยว่า “ทำไมเอ็งต้องขัดขืนด้วย” แต่ยาฉะไม่ต้องการคุยกับเขาอีกต่อไปและในตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการทำสมาธิให้คงที่จากนั้นยาฉะก็รวบรวมสมาธิและจากนั้นก้อนเมฑสีดำก็ค่อยๆรวมตัวกันและฟ้าก็ผ่าลงมาเป็นลำแสงขนาดใหญ่ซึ่งกระแทกเข้ากับชายวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว
“เปรี้ยง!” สถานที่ที่ชายวัยกลางคนยืนอยู่ถูกฟ้าผ่าลงเป็นหลุมขนาดใหญ่ซึ่งจมลึกลงไปในพื้นดินหนึ่งร้อยเมตร จากนั้นยาฉะก็หลับตาและร่างกายของเขาก็สั่นอย่างมากเพราะพลังที่เพิ่งใช้ไปตอนนี้นั้นใช้พลังกายเป็นจำนวนมากและพยายามทนความเจ็บปวดที่เกิดจากดวงตาของเขา ไม่นานนักยาฉะก็ลืมตาขึ้นและมองไปรอบๆแล้วพบว่าชายวัยกลางคนไม่ได้อยู่ที่นั่นราวกับว่าเขาถูกฟ้าผ่าและหายไปในอากาศทันที
พลังอันทรงพลังมักจะนำภาระอันใหญ่หลวงมาสู่ร่างกายและเมื่อร่างกายรับกำลังนั้นไม่ไหวมันก็จะกลายเป็นอาวุธทำลายตนเองเช่นเดียวกับพลังปราณในร่างกายของเย่เชียนในตอนนั้นถ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพระนิรนามล่ะก็เย่เชียนคงจะไม่สามารถแบกรับพลังปราณในร่างกายของเขาได้อีกและคงจะต้องตายอยู่ที่วัดหลิงหลงแห่งนั้นไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนร่างสลายภายใต้สายฟ้าของเขาไปแล้วยาฉะก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและความเจ็บปวดในดวงตาของเขาก็ย่ำแย่อย่างมากจนเขาอดไม่ได้ที่จะคุกเข่าลงบนพื้น ทันใดนั้นยาฉะก็ตกตะลึงและความรู้สึกแปลกๆก็มาจากข้างหลังเขาและเมื่อหันไปมองเขาก็เห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่ข้างหลังเขาและสีหน้าของชายวัยกลางคนก็ยังคงสงบเสงี่ยมจนยาฉะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและดูเหมือนยาฉะจะเข้าใจความสามารถของชายวัยกลางคนเล็กน้อยแต่ในขณะนี้เขาไม่มีโอกาสโจมตีอีกแล้วแต่ทว่ายาฉะก็ไม่ลังเลและปล่อยหมัดใส่อย่างต่อเนื่อง
ชายวัยกลางคนก็เคลื่อนไหวเช่นกันและเขาก็ขยับมืออย่างช้าๆและมันยังดูช้ามากราวกับว่ามันเป็นการเคลื่อนไหวของภาพวิดีโอที่หยุดเวลาแต่สิ่งที่แปลกคือยาฉะกลับเห็นว่าฝ่ามือนั้นเร็วมากจนไม่มีเวลาหลบได้และไม่นานนักฝ่ามือของชายวัยกลางคนก็ฟาดลงบนหน้าผากของยาฉะอย่างแรง
จากนั้นร่างของยาฉะก็ล้มลงอย่างช้าๆและก่อนที่ยาฉะจะเสียชีวิตลงก็ดูเหมือนว่าเขาไม่เต็มใจและไม่ใช่เพราะความตายของตัวเองแต่เป็นเพราะเขาไม่สามารถบอกคนอื่นเกี่ยวกับความสามารถของชายวัยกลางคนได้ จากนั้นก็ยิ้มอย่างน่าสมเพชและร่างของเย่เชียนก็ปรากฏขึ้นในใจของยาฉะ “ฉันหวังว่านายจะทำได้ดีกว่าฉันนะ…”
หลังจากมองดูร่างอันไร้วิญญาณของยาฉะแล้วชายวัยกลางคนก็ถอนหายใจเงียบๆ “ผมบอกแล้วว่าไอ้หมอนี่มันไม่มีประโยชน์หรอกแต่ทำไมอาจารย์ถึงได้สนใจเขามากถึงขนาดนี้กันนะ” ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างช้าๆและถือดาบเล่มใหญ่เอาไว้บนบ่าและมันก็ยาวถึง 1.6 เมตร และมีใบมีดที่หนามากและดูหนักมากเช่นกัน ซึ่งเกรงว่าคนธรรมดาคงจะไม่สามารถถือดาบเล่มนี้ได้เลย
ชายวัยกลางคนเหลือบมองเขาและพูดว่า “นั่นเป็นเพราะเขาประเมินฉันต่ำเกินไปยังไงล่ะ..ไม่อย่างนั้นฉันเอาชนะเขาไม่ได้ง่ายๆแบบนี้หรอก..บางทีเอ็งก็เจ้าอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาก็ได้” หลังจากหยุดไปชั่วขณะชายวัยกลางคนก็พูดว่า “น่าเสียดายที่เขาเลือกเส้นทางแบบนี้..เฮ้อ!”
“จะว่าไปคนตายก็มีประโยชน์เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?” ชายคนนั้นยิ้มกว้างและยกร่างของยาฉะขึ้นมาด้วยปลายดาบ ซึ่งดาบเล่มนั้นดูเบาอย่างมากเมื่ออยู่บนร่างกายของเขา
“คนตายไม่ดีเท่าคนเป็นหรอก” ชายวัยกลางคนพูด “ไปกันเถอะ..เดี๋ยวมีคนมาเห็นกันพอดี”
ชายถือดาบใหญ่ก็ค่อยๆเดินตามหลังชายวัยกลางคนไปและพูดว่า “อาจารย์..เมื่อไม่นานมานี้เจ้านั่นเพิ่งจะไล่ฆ่าคนแบบไม่เลือกหน้าและถ้าเราไม่หยุดเขาไม่ช้าก็เร็วเขาจะสร้างความเดือดร้อนให้เราอย่างแน่นอน”
“ฉันสั่งให้เอ็งไปกับเขาด้วยไม่ใช่เหรอ?” ชายวัยกลางคนพูดอย่างใจเย็น “ดาบของเอ็งไม่ได้มีเอาไว้เพื่อประดับหรอกนะ..มันคือศาสตราวุธที่แท้จริง”
ชายถือดาบก็แสยะยิ้มแล้วพูดว่า: “ผมล่ะอยากสู้กับเขามานานแล้ว..แต่ก็ไอ้หมอนั่นมันประหลาดมากและคงยากมากที่จะฆ่ามันได้”
ชายวัยกลางคนก็ยิ้มและพูดว่า “ไปบอกเขาว่าอย่าทำอะไรเย่เชียนเด็ดขาดเพราะเขายังมีประโยชน์อยู่”
ชายถือดาบเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ทำไมอาจารย์ถึงเห็นคุณค่าเขามากขนาดนี้ล่ะ..ความจริงแล้วทุกคนในกลุ่มของเราก็สามารถฆ่าเขาได้ง่ายๆเลย..นี่เขาถึงสำคัญกับพวกเราถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“เอ็งยังไม่เข้าใจหรอกเพราะเขาจะเป็นเบี้ยตัวสำคัญสำหรับเรา” ชายวัยกลางคนพูด “ให้ความสนใจกับพวกสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติด้วยเพราะนี่ไม่ใช่เวลาที่จะบอกให้พวกเขารู้…มันยังไม่ถึงเวลา” ชายวัยกลางคนพูดและหยุดไม่ให้ชายถือดาบพูดอะไรต่อ