ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1328 เจตนาของหยุนซิน
ตอนที่ 1328 เจตนาของหยุนซิน
………………..
เมื่อมองไปที่จินเหว่ยห่าวกับจินเหว่ยเซียงและคนอื่นๆที่ออกไปแล้วจินเจิ้งผิงก็สูดลมหายใจเข้าด้วยความโกรธ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงคิดการใหญ่เพื่อจะส่งต่อตำแหน่งผู้นำตระกูลจินให้กับจินเหว่ยห่าวแต่แล้วจินเหว่ยห่าวกลับไม่แม้แต่จะไขว้เขวและลังเลเลยแม้แต่น้อย
หยุนเซินเหลือบมองเขาแล้วถามว่า “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?..ถ้าแกโจมตีเขาล่ะก็แกก็จะฆ่าเขาได้อย่างแน่นอนแต่ทำไมจู่ๆแกถึงเปลี่ยนใจล่ะ?”
“ผมจะทำอะไรมันก็เรื่องของผม” จินเจิ้งผิงพูดต่อ “ลูกชายของพี่หยุนตายไปแล้วเพราะงั้นพี่ต้องการให้ผมเป็นเหมือนพี่งั้นเหรอ?..นอกจากนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องของพี่เพราะงั้นทำไมพี่ต้องเข้ามายุ่งด้วย?..อีกอย่างไอ้หมอนั่นมันก็อยู่ที่นี่ด้วยและไม่เพียงแต่เขาจะไม่หลงกลเราแต่เขายังใช้สิ่งนี้เพื่อกดดันเราเลยด้วยซ้ำ!”
หยุนเซินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “มืออยู่บนร่างกายของแกและถ้าแกต้องการที่จะฆ่าเขามันก็ไม่มีใครหยุดแกได้..แกอย่ามาโทษฉันก็แล้วกันถ้าถึงเวลาที่ฉันจะตอบโต้พวกเขี้ยวหมาป่าเพราะฉันอาจจะต้องฆ่าพวกเขาด้วย..ฉันจะเตือนแกให้นะจินเจิ้งผิงว่าถ้าไม่ใช่เพราะมิตรภาพของเราที่มีมาหลายปีฉันคงไม่แม้แต่จะมองหน้าแกแล้ว..นอกจากนี้ฉันก็ยังไม่ได้โทษอะไรแกเลยแต่แกกลับตะโกนใส่ฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า..นี่แกคิดว่าฉันกลัวแกจริงๆงั้นเหรอ?”
“โทษเหรอ?..ก็พี่หยุนกล่าวหาผมไม่ใช่หรือไง?” จินเจิ้งผิงพูดอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“แกรู้ว่าต้องทำยังไงและเป็นการดีที่สุดที่แกจะไม่ปล่อยให้ฉันหาหลักฐานเจอเพราะถ้าฉันหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ได้ว่าแกฆ่าลูกชายของฉันล่ะก็ฉันจะไม่มีวันปล่อยแกไปแน่” หยุนเซินพูด
“บ้าไปแล้วหรือไงการตายของหยุนเจียเซิงมันเป็นเรื่องใหญ่มากและผมก็บอกไปกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่ได้ฆ่าเขา..เชื่อเถอะถ้าพี่หยุนมีหลักฐานก็แสดงมันออกมาสิ..หึ..ตระกูลยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?..เมื่อก่อนก็เป็นแค่สุนัขรับใช้ของตระกูลจินเท่านั้นแต่พอตอนนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้วก็จะมาแว้งกัดเจ้านายน่ะเหรอ..หึ..พี่หยุนต้องจำเอาไว้ให้ดีว่าสุนัขย่อมเป็นสุนัขเสมอ” จินเจิ้งผิงพูดอย่างโกรธเกรี้ยวและเขาก็อารมณ์ไม่ดีเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้แต่ตอนนี้หยุนเซินก็ยังคงยั่วยุเขาดังนั้นสิ่งนี้จะไม่ทำให้เขาโกรธได้อย่างไร จินเจิ้งผิงไม่ใช่สุภาพบุรษแต่อย่างน้อยๆเขาก็กล้าหาญพอที่จะลงมือทำและถ้าหากเขาจะต้องสู้กับหยุนเซินอย่างเอาเป็นเอาตายเขาก็จะทำ ดังนั้นเขาจะกลัวหยุนเซินไปทำไม?
เมื่อเทียบกับความหุนหันพลันแล่นและอารมณ์ฉุนเฉียวของจินเจิ้งผิงแล้วหยุนเซินก็ดูสงบกว่ามากและเมื่อได้ยินคำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามของจินเจิ้งผิงแล้วหยุนเซินก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและเดินจากไปโดยไม่โต้เถียงกับจินเจิ้งผิงเพราะสำหรับเขาแล้วการทะเลาะกันนั้นไร้ประโยชน์และเนื่องจากจินเจิ้งผิงดูถูกเขาและตระกูลของเขาถึงขนาดนี้ดังนั้นหยุนเซินจึงตัดสินใจที่จะฆ่าจินเจิ้งผิงในเร็วๆนี้และรอดูว่าใครจะหัวเราะเป็นคนสุดท้ายกันแน่
ระหว่างทางกลับหลันเฟิงยังคงมองไปที่เย่เชียนด้วยความกังวลและถามว่า “เย่เชียนตาของนายไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ?..นายจะไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อนมั้ย?”
เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ผมไม่เป็นไรไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอก..ผมทนกลิ่นยาในโรงพยาบาลไม่ไหว”
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น..ทำไมดวงตาของนายถึงมีเลือดออกโดยไม่มีเหตุผลล่ะ?” หลินเฟิงถาม
“ไม่รู้สิเพราะตั้งแต่กลับมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ตาข้างซ้ายของผมจะเป็นแบบนี้ทุกๆคืนและปวดแสบปวดร้อนแล้วก็มีเลือดไหลออกมาแต่โชคดีที่มันจะหายกลับไปเป็นปกติทุกครั้งไม่อย่างนั้นคงจะแย่แน่” เย่เชียนพูดอย่างสบายๆและผ่อนคลาย “ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นวันนี้แต่จู่ๆมันก็มีเลือดออกแต่ขอล่ะอย่าบอดเลยไม่อย่างนั้นผมจะกลายเป็นราชาหมาป่าตาเดียว”
หลินเฟิงมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “นายยังมีอารมณ์ที่จะล้อเล่นอยู่อีกนะนายควรไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูร่างกายของนายว่ามีบางอย่างผิดปกติหรือเปล่า..นายอย่าเพิกเฉยกับมันสิเพราะถ้านายไม่รักษาตั้งแต่เนิ่นๆมันจะร้ายแรงเอานะและเมื่อถึงเวลานั้นนายจะไปรักษามันก็อาจจะไม่ทันแล้ว”
“ผมสบายดีและร่างกายของผมจะรักษาด้วยตัวของมันเองเพราะงั้นถึงแม้ว่าตาของผมจะเจ็บปวดทุกวันแต่ทุกครั้งที่ปวดผมก็สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนมากและชัดเจนยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาก่อน” เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูด จากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองจินเหว่ยเซียงและพูดว่า “ไงน้องชายนายเป็นไงบ้าง?”
จินเหว่ยเซียงส่ายหัวเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรผมยังตายไม่ได้หรอก”
“นายพูดว่าไม่เป็นอะไรได้ยังไงในเมื่ออวัยวะภายในของนายพังหมดแล้วและนายจะต้องพักฟื้นเป็นเวลาหลายเดือน..นายรู้ไหมว่าฝ่ามือที่นายโดนเข้าไปถึงตายได้เลยนะเพราะงั้นหลังจากที่นายกลับไปนายต้องคอยดูอาการให้ดีไม่อย่างนั้นนายได้เป็นอมพาตไปตลอดชีวิตแน่” จินเหว่ยห่าวพูดแต่คำพูดของเขานั้นเต็มไปด้วยความกังวล
จินเหว่ยเซียงยิ้มและพูดว่า “พี่รู้ไหมว่าตอนนี้พี่ทำตัวเหมือนแม่เลย”
เมื่อมองไปที่จินเหว่ยเซียงแล้วจินเหว่ยห่าวก็ไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนเย่เชียนก็หัวเราะเบาๆและพูดว่า “ไอ้น้องชายนายพูดถูกจริงๆเพราะต่อหน้านายแล้วพี่ชายของนายเหมือนแม่คนจริงๆ..ฮ่าๆ” จากนั้นเขาก็มองไปที่จินเหว่ยห่าวแล้วพูดว่า “เรื่องมันจบลงแล้วเพราะงั้นอย่าไปโทษเขาเลย..ผมเชื่อว่าเด็กคนนี้จะโตเป็นผู้ใหญ่หลังจากเหตุการณ์นี้”
หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็กลับมาที่ฐานบัญชาการขององค์กรเซเว่นคิล
จากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้จัดงานศพที่หรูหราให้กับฮั่นหนิงซือแต่เพียงฝังเธอไว้ข้างๆหลุมฝังศพของแม่ของจินเหว่ยห่าวและหวังว่าฮั่นหนิงซือจะสามารถขอโทษแม่ของเขาได้และแน่นอนว่าจินเหว่ยห่าวก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะความเกลียดชังของจินเหว่ยห่าวได้หายไปพร้อมกับความตายของฮั่นหนิงซือแล้วนั่นเอง
ไม่มีใครคิดว่าพวกเธอสองคนจะถูกฝังด้วยกันและถึงแม้ว่าตอนมีชีวิตพวกเธอจะไม่ดีต่อกันนักแต่พวกเธอก็กลายมาเป็นเพื่อนบ้านหลังความตายกัน อย่างไรก็ตามหนี้แห่งความตายก็ได้หมดไปแล้วและจินเหว่ยห่าวก็เชื่อว่าด้วยความใจดีของแม่ของเขานั้นเธอจะไม่สนใจความบาดหมางในอดีตกับฮั่นหนิงซือเพราะในความเป็นจริงพวกเธอล้วนเป็นเพียงเหยื่อของตระกูลจินและเป็นโศกนาฏกรรมภายใต้เงื้อมมือของจินเจิ้งผิงเท่านั้น
จินเหว่ยเซียงคุกเข่าข้างหลุมฝังศพของแม่เป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนและไม่ว่าจินเหว่ยห่าวจะพยายามเกลี้ยกล่อมเขาอย่างไรก็ไม่เป็นผลและท้ายที่สุดจินเหว่ยห่าวก็ปล่อยเขาไป ทางด้านเย่เชียนก็เริ่มยุ่งเช่นกันเพราะมันถึงเวลาที่ต้องจัดการตระกูลหยุนและตระกูลจินอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเขาก็ไม่สามารถฆ่าจินเจิ้งผิงเพราะเห็นแก่จินเหว่ยห่าวดังนั้นเย่เชียนต้องแสดงความแข็งแกร่งของเขาไม่อย่างนั้นอนาคตของเขี้ยวหมาป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะลำบาก
ขั้นตอนแรกคือการปลุกปั่นความขัดแย้งระหว่างจินเจิ้งผิงและหยุนเซินและเมื่อข่าวนี้ไปถึงหูของพวกเขาแล้วเย่เชียนก็เชื่อว่าพวกเขาตระหนักไตร่ตรองสิ่งต่างๆมากยิ่งขึ้น ซึ่งเย่เชียนกำลังวางแผนที่จะจัดการประชุมอย่างเป็นทางการสำหรับสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินเพื่อให้ผู้ที่มีความเหมาะสมที่สุดแย่งชิงสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินไป อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ชัดเจนว่าคนนอกจะไม่รู้ความลับของภูเขาหินและพวกเขาก็คงไม่สนใจภูเขาหินที่ไม่มีมูลค่าในการลงทุนมากนักและเกรงว่าจะมีเพียงตระกูลจินและตระกูลหยุนเท่านั้นที่จะมาร่วมประชุม? แต่ถึงยังไงแค่นี้ก็เพียงพอสำหรับแผนการของเขาแล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อเย่เชียนกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการเตรียมแผนการจู่ๆหยุนเซินก็มาพบเขาที่เย่เชียนที่เย่เชียนพักอยู่และสิ่งนี้ทำให้เย่เชียนประหลาดใจอย่างมากและขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะเขาไม่เข้าใจจุดประสงค์ของหยุนเซินและเป็นไปได้ไหมที่หยุนเซินต้องการติดสินบนเขาเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหิน? หากคิดอย่างรอบคอบแล้วนี่ก็เป็นไปได้เช่นกัน
ถ้าจะบอกว่าสิ่งที่หยุนเซินและจินเจิ้งผิงทำก่อนหน้านี้เป็นเพียงการทำให้เย่เชียนรู้สึกว่ามีความขัดแย้งระหว่างพวกเขาและหลอกเขาอยู่นั้นตอนนี้พวกเขาก็ควรจะต้องการสิทธิ์ในการขุดเจาะมากที่สุดใช่ไหมในเวลานี้? ยิ่งไปกว่านั้นข่าวของหว่านจื่อตงก็แม่นยำเสมอและหยุนเซินกับจินเจิ้งผิงก็เชื่อในเรื่องนี้ เนื่องจากหว่านจื่อตงพูดว่าภูเขาหินยังมีขุมสมบัติมากมายอยู่นั่นก็ต้องเป็นเรื่องจริงและพวกเขาก็เชื่ออย่างแน่นอนที่หว่านจื่อตงบอกพวกเขาถึงข่าวนี้นั้นเป็นเพราะหว่านจื่อตงไม่อยากตายและไม่ได้ปลุกปั่นให้พวกเขาขัดแย้งกันเพราะหว่านจื่อตงไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นและเขาก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้เช่นกัน
หยุนเซินก็รู้โดยธรรมชาติว่าหว่านจื่อตงหนีออกนอกประเทศไปแล้วแต่เขาก็ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้และเขาก็ไม่เคยคิดว่าหว่านจื่อตงจะร่วมมือกับเย่เชียนเพราะในความคิดของเขาหว่านจื่อตงแอบหนีออกไปเพราะกลัวที่จะถูกฆ่าเท่านั้นและคนฉลาดก็ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะถอนตัว
จากนั้นเย่เชียนก็เชิญหยุนเซินเข้าไปในห้องและเย่เชียนก็ชงชาอย่างสุภาพและยื่นให้หยุนเซินแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา เมื่อนั่งลงแล้วเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผมรู้สึกเกรงใจมากที่อาจารย์หยุนมาหาผมอย่างกระทันหันแบบนี้” อา ฉันไม่รู้ เหตุใดปรมาจารย์หยุนจึงรีบมาหาข้า เกิดอะไรขึ้น?”
หลังจากรับถ้วยน้ำชาแล้วหยุนเซินก็ขอบคุณเย่เชียนจากนั้นก็ยิ้มและพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีเย่นี่ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายจริงๆ”
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยแล้วพูดว่า “ว่าแต่อาจารย์หยุนคงไม่ได้มาหาผมเพราะจะพูดเรื่องพวกนี้หรอกใช่ไหมครับ?..ถ้าอาจารย์หยุนมีอะไรจะพูดก็พูดออกมาตรงๆเลยก็ได้ครับพวกเราคนกันเองอย่าอ้อมค้อมไปเลย..อาจารย์หยุนก็น่าจะรู้ว่าผมชอบคนที่ตรงไปตรงมามากกว่าน่ะ”
“นั่นนิครับ” หยุนเซินพูด “วันนี้ผมถือวิสาสะมารบกวนคุณที่นี่โดยไม่ได้บอกคุณล่วงหน้าก็เพราะผมมีเรื่องที่อยากจะปรึกษากับรองนายกเทศมนตรีเย่น่ะครับ”
“เรื่องสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินเหรอครับ?” เย่เชียนพูด “ถ้าเป็นแบบนั้นผมเกรงว่าผมจะทำอะไรไม่ได้เลย..อาจารย์หยุนก็น่าจะรู้ว่ามันมีหลายแผนกหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และถึงแม้ว่าผมจะพยายามอย่างเต็มที่สำหรับดำเนินเรื่องการอนุมัติสิทธิ์มากแค่ไหนแต่ผมก็ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้..จริงๆแล้วผมอยากช่วยอาจารย์หยุนแต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการเปิดประมูลสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินแทนและใครก็ตามที่ชนะการประมูลทางการก็จะอนุมัติโอนสิทธิ์ให้..ผมต้องขอโทษจริงๆครับ”
“รองนายกเทศมนตรีเย่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดวันนี้ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหิน..อันที่จริงผมมีเรื่องที่ต้องการหารือกับรองนายกเทศมนตรีเย่น่ะครับ” หยุนเซินพูด “พูดง่ายๆก็คือผมอยากรู้ว่าคุณคิดยังไงกับจินเจิ้งผิง?”
เย่เชียนอึ้งไปชั่วขณะและไม่สามารถเข้าใจเจตนาของหยุนเซินได้จริงๆและยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “อาจารย์หยุนมาที่นี่เพื่อล่อลวงผมงั้นเหรอ?..ผมจะไม่หลงกลอะไรเด็ดขาด..อีกอย่างผมไม่ชอบการคุยลับหลังคนอื่นด้วย”
.