ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1329 ขอความร่วมมือ
ตอนที่ 1329 ขอความร่วมมือ
………………..
เย่เชียนไม่เข้าใจว่าทำไมหยุนเซินถึงมาที่นี่และเย่เชียนก็ไม่รู้ว่าจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้กำลังคิดอะไรอยู่เพราะถ้ามันไม่ใช่เพื่อสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินล่ะก็เขาจะมาเพื่ออะไร? เป็นไปได้ไหมว่าแผนของเขาไม่สำเร็จและหยุนเซินไม่เชื่อในสิ่งที่หว่านจื่อตงพูด? ดังนั้นเขาจึงไม่มีต้องการสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินมากนัก?
ถ้าเป็นแบบนี้คงจะปวดหัวไม่น้อยแน่ๆเพราะดูเหมือนว่าเย่เชียนจะยังประเมินจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ต่ำเกินไป สำหรับคำถามของหยุนเซินนั้นเย่เชียนก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อยและถ้าหากหยุนเซินไม่เข้าใจแผนการของเขาล่ะก็หยุนเซินก็คงจะไม่มีปฏิกิริยาแบบนี้อย่างแน่นอน
เมื่อได้ยินคำตอบของเย่เชียนแล้วหยุนเซินก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เพราะนี่เป็นความคาดหวังของเขาอยู่แล้วและเนื่องจากเขารู้จักตัวตนของเย่เชียนเขาจึงรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยที่เย่เชียนจะพูดอะไรให้เขากังวลได้เพราะเย่เชียนจะต้องโยนสิ่งที่น่าสนใจให้เพียงพอให้กับเขาเท่านั้น ด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาและคิดในใจเขาคิดว่า ‘จินเจิ้งผิงแกเป็นคนเริ่มก่อนเพราะงั้นอย่ามาโทษที่ฉันโหดร้ายก็แล้วกัน’ เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้หยุนเซินก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกับเขี้ยวหมาป่าเลยและไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องกำจัดจินเหว่ยห่าว แต่เป็นเพราะการตายของหยุนเจียเซิงเท่านั้นที่ทำให้เขาต้องระแวงเย่เชียนเอาไว้และเขากำจินเจิ้งผิงก็ยังไม่มีข้อขัดแย้งใดๆเกิดขึ้นดังนั้นเขาจึงต้องพุ่งเป้าไปที่เย่เชียนก่อน
“ผมสงสัยว่ารองนายกเทศมนตรีเย่เคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับภูเขาหินบ้างหรือเปล่า?” หยุนเซินถาม
“ผมเคยได้ยินมาบ้างว่าเดิมทีภูเขาหินนั้นเป็นฐานประจำการของราชวงศ์ชิงและบรรพบุรุษของตระกูลหยุนก็เป็นองครักษ์ของราชวงศ์ชิง..ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ราชวงศ์ชงกำลังวางแผนที่จะยกทัพเข้าสู่ภาคกลางใช่ไหม?” เย่เชียนพูด “ผมไม่เข้าใจสิ่งที่อาจารย์หยุนพูดครับ..ที่คุณมาที่นี่วันนี้มันเกี่ยวอะไรกับตำนานภูเขาหิน?”
“รองนายกเทศมนตรีเย่ไม่ต้องกังวลไป..ค่อยๆฟังผมอย่างช้าๆก่อน” หยุนเซินพูด “อันที่จริงตำนานเหล่านี้เป็นเพียงตำนานบางส่วนที่บุคคลภายนอกรู้จักและมันยังมีสิ่งที่ผู้คนไม่รู้จักด้วย..คุณรู้ไหมว่าบรรพบุรุษของตระกูลจินนั้นเป็นทายาทของราชวงศ์ส่วนบรรพบุรุษของตระกูลหยุนของผมนั้นเป็นองครักษ์ที่ติดตามราชวงศ์ชิงเพื่อยึดครองหลายๆอาณาจักรเพราะงั้นผมจะบอกความจริงให้ว่าภูเขาหินนั้นไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่ราชวงศ์ชิงใช้เป็นฐานประจำการเท่านั้นเพราะมันเป็นแหล่งขุมทรัพย์และสมบัติโบราณอีกด้วยและนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมจินเจิ้งผิงกับผมจึงสนใจมากเกี่ยวกับสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหิน”
“หืม..มันเป็นแบบนี้เองเหรอ?” เย่เชียนแสร้งทำเป็นงุนงงและพูดว่า “ไม่น่าแปลกใจที่ตระกูลจินกับตระกูลหยุนถึงได้สนใจภูเขาหินที่ไม่มีค่าในการทำกำไรหรือลงทุนเลยปรากฎว่ามันคือขุมทรัพย์ที่มีทั้งทองและอัญมณีและสมบัติมากมายถูกฝังอยู่ในภูเขาหินนี่เอง” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “ว่าแต่ที่อาจารย์หยุนมาบอกข่าวนี้กับผมคุณไม่กลัวว่าผมจะยกเลิกการมอบสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินและครอบครองสิทธิ์เองเหรอ?”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมรู้ดีว่าคุณเย่จะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด”
“จริงเหรอ?..อาจารย์หยุนดูมั่นใจมากเลยนะครับ” เย่เชียนพูด
“จริงๆแล้วคุณเย่ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอีกต่อไปแล้วล่ะ” หยุนเซินพูด “เพราะจริงๆแล้วคุณคือผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า..ราชาหมาป่าเย่เชียนใช่มั้ย?”
ซึ่งเย่เชียนเองก็รู้แผนการโดยรวมของหยุนเซินกับจินเจิ้งผิงแล้วและเป้าหมายของพวกเขาก็คือตัวเขา ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาก็ต้องรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาเช่นกัน ด้วยเหตุนี้การที่หยุนเซินพูดแบบนี้จึงไม่ทำให้เย่เชียนประหลาดใจแต่อย่างใด เย่เชียนเพียงแค่แสยะยิ้มแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าอาจารย์หยุนจะรู้ความจริงแล้วสินะ..ในเมื่ออาจารย์หยุนรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของผมแล้วแต่ก็ยังมาหาผมเนี่ยนะ?..ดูเหมือนว่าอาจารย์หยุนจะไม่ใช่แค่เพื่อหารือสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินสินะ”
“แน่นอนเพราะผมหวังว่าจะได้ร่วมมือกับคุณเย่น่ะครับ” หยุนเซินพูด
“ร่วมมือ?..ร่วมมือไปเพื่ออะไรครับ?” เย่เชียนพูด
“ถ้าคุณเย่ช่วยผมกำจัดตระกูลจินล่ะก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคตจะเป็นของตระกูลหยุนและเขี้ยวหมาป่าและผมจะแบ่งสันปันสวนอย่างเท่าเทียมกัน..ส่วนสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินนั้นพวกเราจะรับผิดชอบร่วมกันด้วยและเราจะแบ่งปันทองและอัญมณีเท่าๆกัน..เพราะงั้นนี่คือผลประโยชน์ของเขี้ยวหมาป่าและผมก็เชื่อว่าคุณเย่ไม่น่าจะมีเหตุผลที่จะปฏิเสธใช่ไหมครับ?” หยุนเซินพูด
หยุนเซินตระหนักดีถึงพลังของตระกูลหยุนและถ้าเขาอาศัยความแข็งแกร่งของตระกูลหยุนเพื่อต่อสู้กับตระกูลจินเพียงฝ่ายเดียวล่ะก็อย่างมากที่สุดก็คือการต่อสู้ที่ต้องตายไปข้างแต่นั่นจะไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเขาเลย อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถล้างแค้นให้กับลูกชายของเขาได้และยิ่งไปกว่านั้นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจินเจิ้งผิงก็ได้เสียความสมดุลไปแล้วและในไม่ช้าก็จะเกิดความขัดแย้งขึ้น ดังนั้นแทนที่จะทำแบบนี้คงเป็นการดีกว่าที่จะดำเนินการก่อนและบางทีด้วยความช่วยเหลือจากกำลังรบและความแข็งแกร่งขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่านั้นพวกเขาจะสามารถกวาดล้างตระกูลจินได้อย่างสมบูรณ์แบบและยิ่งไปกว่านั้นนี่อาจเป็นวิธีที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์กับเขี้ยวหมาป่าซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของตระกูลหยุนในอนาคตอย่างมาก
เย่เชียนไม่คาดคิดว่าการมาถึงอย่างกะทันหันของหยุนเซินจะมาเพื่อขอความช่วยเหลือเพื่อกำจัดจินเจิ้งผิงซึ่งทำให้เย่เชียนประหลาดใจอย่างมากและถึงแม้ว่าเขาจะรู้ด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างหยุนเซินกับจินเจิ้งผิงเป็นเพียงผลประโยชน์ร่วมกันแต่ในเวลานี้หยุนเซินกลับมาหาเขาเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งนี่มันไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอหรือหยุนเซินต้องการเดิมพันกันแน่?
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดเบาๆว่า “ในเมื่ออาจารย์หยุนรู้จักตัวตนของผมแล้วเพราะงั้นคุณก็น่าจะรู้เหตุผลที่ผมมาเยือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้ใช่ไหม?..ซึ่งผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอาจารย์หยุนถึงเลือกที่จะร่วมมือกับผมและทำไมผมถึงต้องยอมตกลงร่วมมือกับคุณด้วย?”
เห็นได้ชัดว่าการแสดงของเย่เชียนนั้นอยู่ในการคาดเดาของหยุนเซินตั้งแต่แรกแล้วดังนั้นหยุนเซินจึงไม่รู้สึกแปลกใจใดๆและอันที่จริงถ้าหากเขาสามารถเกลี้ยกล่อมเย่เชียนได้ง่ายขนาดนั้นล่ะก็เย่เชียนคงจะไม่ใช่เย่เชียนที่เขาล่ำลือกันอย่างแน่นอน จากนั้นหยุนเซินก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ผมไม่ได้มีความขัดแย้งกับเขี้ยวหมาป่ามาก่อนเพราะงั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องสู้กัน..ผมรู้ว่าที่คุณเย่มายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้ก็เพื่อช่วยจินเหว่ยห่าวและผมเองก็ไม่มีความขัดแย้งอะไรกับเขาเหมือนกันเพราะงั้นพวกเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องบาดหมางกันเลย..นอกจากนี้จุดประสงค์ของการมาเยือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของคุณเย่ก็เพื่อจัดการกับตระกูลจินใช่ไหม?..เพราะงั้นมันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้าตระกูลหยุนของผมสามารถช่วยคุณได้อีกแรง”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “นั่นคือสิ่งที่คุณพูดและทำไมผมต้องเชื่อคุณด้วย..ในเมื่ออาจารย์หยุนรู้ตัวตนของผมมาตั้งแต่แรกแล้วแต่ทำไมคุณถึงไม่เปิดเผยล่ะและทำไมถึงมาตอนนี้?..เพราะงั้นผมจะรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์หยุนไม่ได้จะหลอกใช้ผม?”
หยุนเซินตกตะลึงไปครู่หนึ่งและสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “พูดตามตรงคุณเย่อันที่จริงมันไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นหรอกแต่จินเจิ้งผิงก็รู้ตัวตนของคุณตั้งแต่แรกแล้วเหมือนกันแต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณเย่อาจไม่รู้เพราะที่ผมมาขอความร่วมมือกับคุณในวันนี้ก็เพื่อที่จะแสดงความจริงใจของผมต่อคุณ..ซึ่งความจริงแล้วความสัมพันธ์ของผมกับจินเจิ้งผิงนั้นเป็นไปด้วยดีมาเสมอและพวกเราก็ร่วมมือกันในหลาๆอย่างมาตั้งนานแล้วแต่ต่อหน้าคนนอกพวกเราเหมือนศัตรูกันเท่านั้น..ก่อนที่คุณเย่จะมาเยือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นจินเจิ้งผิงได้วางแผนที่จะใช้สิทธิ์การขุดเจาะภูเขาหินเพื่อล่อลวงคุณเย่ให้เป็นเหยื่อล่อแล้วฆ่าคุณเย่แต่ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างมากเพราะท้ายที่สุดผมก็ไม่อยากทำให้คุณเย่ขุ่นเคืองและไม่อยากที่จะมีความขัดแย้งกับเขี้ยวหมาป่า..ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้จินเจิ้งผิงก็บ้าไปแล้วและถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วเขาอาจจะวางแผนฆ่าผมด้วยก็เป็นได้..ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ผมมาที่นี่เพื่อมาคุยกับคุณเย่”
หยุนเซินนั้นพูดหลายอย่างมากมายจริงๆและถ้าพูดถึงเรื่องนี้มันอาจจะส่งผลย้อนกลับหากหยุนเซินไม่ระวังแต่หยุนเซินก็ยินดีที่จะเสี่ยงเพราะเขาเชื่อว่าเย่เชียนไม่ใช่คนไร้เหตุผลและนอกจากนี้เขี้ยวหมาป่าก็ไม่มีเหตุผลที่จะรุกรานตระกูลหยุนเลยเพราะมันจะไม่ได้ประโยชน์อะไร
“อาจารย์หยุนหมายความว่าคุณกับจินเจิ้งผิงหลอกผมมาตั้งแต่แรกเลยงั้นเหรอ?” เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดอย่างขุ่นเคืองแต่เขาก็ยังคงแสร้งทำเป็นโกรธมากเพราะเขาไม่ต้องการให้หยุนเซินจับได้ว่าเขารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว
หยุนเซินยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “ผมยอมรับว่าเรื่องนี้ผมผิดแต่ผมไม่เคยคิดที่จะทำอะไรคุณเย่เลยนะครับ..ไม่อย่างนั้นผมคงจะไม่มาบอกคุณเย่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้หรอก..โปรดเชื่อใจผมเถอะ..ผมขอสาบานว่าถ้าผมมีเจตนาร้ายกับคุณก็ขอให้ผมถูกฟ้าผ่าตาย!”
“อาจารย์หยุนไม่จำเป็นต้องสาบานแบบนี้หรอกเพราะอันที่จริงผมไม่ได้สนใจอะไรเลยเพราะถ้าหากคำสาบานเป็นจริงได้ผมก็ไม่รู้เลยว่าทุกวันนี้จะมีคนถูกฟ้าผ่าตายไปแล้วกี่คน” เย่เชียพูนดต่อ “แต่การที่อาจารย์หยุนบอกว่าคุณร่วมมือกับจินเจิ้งผิงมาตั้งนานแล้วแต่ตอนนี้คุณมาหาผมเพื่ออยากจะกำจัดจินเจิ้งผิงแบบนี้ไม่รู้ว่าคุณกำลังหลอกล่อผมหรือล่อให้ผมเดินเข้าไปเหยียบกับดักของคุณหรือเปล่า?”
“คุณเย่อย่าพูดแบบนั้นเลยครับเพราะถึงผมจะกล้าแค่ไหนแต่ผมก็ไม่กล้าใช้วิธีแบบนี้เพื่อล่อให้คุณเย่เข้าไปติดกับดักหรอกครับ..ใครๆก็รู้ว่าคุณเย่เป็นคนที่มีอิทธิพลมากแค่ไหนเพราะงั้นผมกับตระกูลหยุนไม่ลากตัวเองลงไปเสี่ยงแบบนั้นหรอกครับ” หยุนเซินพูดต่อ “นอกจากนี้ถ้าผมหลอกคุณเย่แล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร..แบบนั้นผมก็จะถูกองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าตามล่าไม่จบไม่สิ้นน่ะสิ..ผมต่างจากจินเจิ้งผิงเพราะงั้นผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะหลอกลวงคุณเย่หรอกครับ”
“อาจารย์หยุนไม่จำเป็นต้องใช้วิธีแบบนี้เพื่อยั่วยุผมหรอก..ผมไม่กลัวที่จะบอกความจริงกับคุณนะว่าคนที่อยากจะฆ่าผมน่ะมีมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและไม่สามารถนับได้เลยว่ามีกี่คน..ผมไม่ใช่จินเหว่ยเซียงที่ยอมอยู่เฉยๆให้ใครมาทำร้ายตัวเองแบบนั้นเพราะผมเองก็กลัวความตายเพราะงั้นผมก็มีความระมัดระวังไม่น้อยเลยล่ะ” เย่เชียนพูด “อาจารย์หยุนร่วมมือกับจินเจิ้งผิงอยู่แต่ตอนนี้คุณต้องการที่จะทรยศเขาเพราะงั้นผมจะรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์หยุนจะไม่ทรยศผมในอนาคต?”
หยุนเซินสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “จริงๆแล้วถ้าไม่ใช่เพราะความบ้าคลั่งของจินเจิ้งผิงล่ะก็ผมคงไม่เลือกทำแบบนี้หรอก..คุณเย่ลองคิดดูสิว่าคนที่กล้าฆ่าภรรยาและลูกๆของตัวเองและญาติพี่น้องโดยไม่รู้สึกอะไรแบบนั้นจะเป็นคนยังไง..ไม่ต้องพูดถึงผมเลยที่เป็นแค่หุ้นส่วนเพื่อผลประโยชน์..พูดตามตรงเลยว่าผมได้ข้อมูลมาว่าลูกชายของผมถูกฆ่าโดยคนที่จินเจิ้งผิงส่งมาเพราะงั้นถ้าผมไม่ล้างแค้นในครั้งนี้ล่ะก็ผมจะอธิบายกับลูกชายของผมแบบไหน..ถึงยังไงผมก็ต้องฆ่าจินเจิ้งผิงให้ได้!”
.