ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1330 แนะนำให้ไปตายซะ!
ตอนที่ 1330 แนะนำให้ไปตายซะ!
………………..
สิ่งที่หยุนเซินพูดนั้นมีเหตุผลและเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะยั่วยุเย่เชียนโดยไม่มีเหตุผลเพราะจุดประสงค์ของเย่เชียนที่มาเยือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้นั้นก็คือเพื่อช่วยจินเหว่ยห่าว ซึ่งในตอนนี้ลูกชายของหยุนเซินก็เสียชีวิตไปแล้วและเขาก็ไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆกับจินเหว่ยห่าวดังนั้นมันจึงมันไม่คุ้มค่าที่จะต่อสู้กับเย่เชียนในเวลานี้
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้จินเจิ้งผิงก็อยากที่จะเผชิญหน้ากับเขาอย่างชัดเจนและถ้าหากเขายังคงอ่อนข้อแบบนี้ต่อไปในที่สุดจินเจิ้งผิงก็จะฆ่าเขาดังนั้นเป็นการดีที่สุดที่เขาจะลงมือฆ่าจินเจิ้งผิงก่อน แน่นอนว่าเขาไม่กลัวว่าจินเจิ้งผิงจะเปิดเผยทุกอย่างเกี่ยวกับเขาเพราะตราบเท่าที่เขาฆ่าจินเจิ้งผิงได้ล่ะก็มันจะไม่มีใครรู้เกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายที่เขาทำอีกต่อไป
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ผมเชื่อในความจริงใจของอาจารย์หยุนแต่ผมไม่รู้ว่าจะร่วมมือกับคุณทำไมและผมจะต้องทำอะไรบ้างและผมจะได้อะไรจากการร่วมมือกับคุณ?”
“อย่างที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้ว่าตราบใดที่ตระกูลจินถูกกำจัดไปตระกูลหยุนกับองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าจะแบ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือออกเป็นสองส่วนอย่างเท่าเทียมและเราครอบครองสมบัติที่ฝังอยู่ในภูเขาหินเพราะงั้นตราบใดที่คุณเย่เต็มในล่ะก็ในอนาคตภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะเป็นของคุณและตระกูลหยุนของผมก็จะช่วยสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่และไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามผมจะทำ” หยุนเซินพูด “ส่วนสิ่งที่คุณเย่ต้องทำก็คือการช่วยตระกูลหยุนกวาดล้างตระกูลจินและฆ่าจินเจิ้งผิงเท่านั้น”
“มันจะได้ผลประโยชน์มากมายมหาศาลขนาดนี้เลยเหรอ?” เย่เชียนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แต่ว่าคุณก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่าจินเจิ้งผิงเป็นพ่อของจินเหว่ยห่าวและไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าผมฆ่าเขาด้วยมือของผมเองมันก็คงจะไม่เหมาะสม..อีกอย่างผมต้องหารือกับจินเหว่ยห่าวก่อนไม่อย่างนั้นก็เหมือนผมดูถูกเขาเพราะงั้นอาจารย์หยุนช่วยรอคำตอบสักสองวันได้หรือเปล่า?”
“พูดตามตรงนะคุณเย่ตอนนี้สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตมากและตอนนี้จินเจิ้งผิงก็เป็นบ้าไปแล้วและเขาก็อาจจะทำอะไรบางอย่างเพราะงั้นคุณเย่ต้องรีบนะครับ” หยุนเซินพูดต่อ “วันนี้คุณเย่ก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าจินเจิ้งผิงคิดที่จะฆ่าสองพี่น้องจินเหว่ยห่าวกับจินเหว่ยเซียงเพราะงั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จินเจิ้งผิงจะยอมปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ”
เย่เชียนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยและพูดว่า “ผมเข้าใจสิ่งที่คุณพูด..เอาไว้ผมจะโทรหาเขาและถ้าเขามีเวลาในตอนนี้ผมจะให้เขามาคุยกันต่อหน้าพร้อมกันแล้วค่อยหารือกันในตอนนั้นก็แล้วกัน”
“ได้ครับ..รบกวนคุณเย่ด้วย” หยุนเซินพูด
เย่เชียนยิ้มและพยักหน้าแล้วพูดว่า “ถ้างั้นอาจารย์หยุนรอสักครู่นะรับ..ผมขอตัวไปโทรศัพท์ก่อน” หลังจากพูดจบแล้วเย่เชียนก็ยืนขึ้นและเดินเข้าไปในห้องนอน ซึ่งแผนการที่ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงและแผนการที่ถูกกำหนดเอาไว้ก่อนหน้านี้ต้องพังทลายไปในทันที ดังนั้นเย่เชียนต้องคิดหาวิธีอื่นเพราะถ้าหากหยุนเซินรู้จักเย่เชียนดีพอหยุนเซินจะไม่เลือกที่จะมาหาเขาเพื่อร่วมมือเพราะใครก็ตามที่รู้จักเย่เชียนดีนั้นจะรู้ว่าเย่เชียนเป็นหมาป่าผู้หิวโหยที่กินคนแต่ไม่คายกระดูกออกมาและคู่ต่อสู้ที่เขาหมายหัวเอาไว้จะไม่มีวันรอดไปได้ง่ายๆและเย่เชียนก็ไม่ต้องการให้ใครมีโอกาสที่จะแว้งกัดเขาในอนาคต ดังนั้นเย่เชียนมักจะใช่วิธีที่โหดร้ายและไร้ความปรานีเมื่อต้องรับมือกับศัตรู
ความคิดของหยุนเซินนั้นค่อนข้างไร้เดียงสาเพราะเย่เชียนจะปล่อยเขาไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร? เพราะหลังจากที่พยายามมามากถ้าเย่เชียนร่วมมือกับเขาและเป็นพันธมิตรกันล่ะก็สิ่งที่เย่เชียนทำมาก่อนหน้านี้จะคงจะสูญเปล่าใช่ไหม? ไม่อย่างนั้นเย่เชียนคงจะไปเจรจาโดยตรงกับหยุนเซินตั้งแต่แรกและถ้าหากหยุนเซินปฏิเสธที่จะตกลงล่ะก็เย่เชียนก็แค่ส่งหน่วยหมาป่าเงาไปสังหารหยุนเซิน นอกจากนี้ขุมทรัพย์ดังกล่าวในภูเขาหินก็เป็นเพียงแค่ข่าวปลอมและถูกแต่งขึ้นมาโดยเย่เชียนดังนั้นเย่เชียนจะโง่เขลาไปต่อสู้เพื่อสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร?
หลังจากนั้นไม่นานเย่เชียนก็ออกมาจากห้องนอนและชำเลืองมองไปที่หยุนเซินพร้อมกับรอยยิ้มและพูดว่า “ผมบอกพี่จินแล้วเดี๋ยวอีกสักพักเขาจะมาที่นี่..เพราะงั้นอาจารย์หยุนรอหน่อยนะครับ”
“ไม่เป็นไรครับผมรอได้..ขอบคุณคุณเย่มากครับ” หยุนเซิรพูดและเขาก็ยังครุ่นคิดอย่างลับๆในใจเพราะการพูดคุยกับจินเหว่ยห่าวอาจไม่ง่ายนักเพราะท้ายที่สุดเขาก็ต้องขอให้จินเหว่ยห่าวกำจัดพ่อของตัวเองและเกรงว่ามันจะไม่ง่ายอย่างนั้นแน่ๆ
อย่างไรก็ตามหยุนเซินก็รู้ว่าเย่เชียนอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นและตราบใดที่เขาโน้มน้าวใจเย่เชียนได้ส่วนที่เหลือก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว จากนั้นเขาก็ค่อยๆพยายามเกลี้ยกล่อมเย่เชียนด้วยลิ้นสามแฉกของเขาแต่ทว่าปฏิกิริยาของเย่เชียนกลับนิ่งเฉยมากและเย่เชียนก็ไม่ได้ให้คำตอบหรือปฏิเสธใดๆ ส่วนทางด้านของเย่เชียนนั้นในตอนนี้หยุนเซินได้เดินมาหน้าประตูแล้วและถ้าหากเขาต้องการหลอกล่อหยุนเซินล่ะก็เขาต้องอดทนไม่อย่างนั้นด้วยไหวพริบของหยุนเซินที่เป็นจิ้งจอกเฒ่าแล้วเขาจะไม่หลงกลง่ายๆอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดเย่เชียนก็รู้สึกใจร้อนดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นและออกไปโดยต้องการดูว่าจินเหว่ยห่าวมาถึงหรือยัง เมื่อเห็นแบบนั้นหยุนเซินก็ยิ้มและไม่พูดอะไรอีกเพราะความเร่งรีบนั้นจะทำให้สิ่งต่างๆแย่ลง
หลังจากนั้นไม่นานเย่เชียนก็เดินเข้ามาพร้อมกับจินเหว่ยห่าวกับหลินเฟิง เมื่อเห็นแบบนั้นหยุนเซินก็รีบลุกขึ้นยืและเย่เชียนก็ยิ้มและบอกให้ทุกคนนั่งลง ส่วนจินเหว่ยห่าวก็เอ่ยปากพูดว่า “เย่เชียนบอกผมทางโทรศัพท์ว่าคุณต้องการคุยกับผมงั้นหรือครับ?..พอดีเย่เชียนไม่ได้บอกรายละเอียดให้กับผมเพราะงั้นผมจึงไม่รู้ว่าอาจารย์หยุนต้องการคุยอะไรกับผมครับ?”
“ผมรู้เกี่ยวกับอดีตของคุณจินบางอย่างและผมก็เห็นใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ของคุณในตอนนั้นและนอกจากนี้หยุนเจียเซิงลูกชายของผมก็ยังทำไม่ดีกับคุณตอนที่คุณกับเขายังเด็กและเขาก็ไม่ได้มีโอกาสที่จะขอโทษคุณเพราะงั้นผมจึงมาที่นี่เพื่อขอโทษคุณแทนเขาอย่างเป็นทางการด้วยใจจริงเพราะตอนนี้ลูกชายของผมเสียไปแล้วและหนี้ความเกลียดชังก็หมดสิ้นลงแล้วพร้อมกับเขาเพราะงั้นผมหวังว่าคุณจินจะไม่โกรธแค้นเขาอีก..แต่ถ้าคุณจินต้องการให้ผมทำอะไรเพื่อแทนคำขอโทษก็บอกผมมาได้เลยผมจะทำให้ดีที่สุด” หยุนเซินพูด
จินเหว่ยห่าวโบกมือเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ปล่อยให้อดีตผ่านไปเถอะครับผมไม่ต้องการเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจอีกต่อไปแล้ว..นอกจากนี้เขาก็ตายไปแล้วเพราะงั้นมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่พูดอะไรในเรื่องนี้อีก..เรามาเข้าประเด็นกันเถอะ” หยุนเซินพูด “ถูกต้อง..ผมหวังว่าจะได้ร่วมมือกับคุณเย่และคุณจินและพวกเราจะจัดการกับตระกูลจินด้วยกันได้..ผมรู้ว่าเรื่องนี้อาจทำให้คุณจินลำบากใจแต่ผมก็ยังหวังว่าคุณจินจะคิดอย่างถี่ถ้วนเพราะถึงคุณจะไม่ฆ่าจินเจิ้งผิงแต่เขาก็จะไม่ปล่อยคุณไปอย่างแน่นอนเพราะงั้นถ้าเราเริ่มก่อนเราก็จะมีโอกาส..แต่ถ้าคุณไม่อยากที่จะฆ่าเขาเพราะความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกล่ะก็เราก็จะไว้ชีวิตเขาและทำให้เขาลงจากอำนาจเพราะถ้าเขายังเป็นผู้นำตระกูลจินอยู่พวกเราก็จะเป็นฝ่ายถูกฆ่าแทน”
คำพูดของหยุนเซินนั่นก็สมเหตุสมผลมากเพราะอันที่จริงเย่เชียนก็คิดแบบเดียวกันกับหยุนเซินเพราะเขาไม่ได้จะขอให้จินเหว่ยห่าวฆ่าจินเจิ้งผิงแต่เขาต้องการให้จินเหว่ยห่าวขึ้นเป็นผู้นำตระกูลจินแทนเพราะด้วยนิสัยของจินเจิ้งผิงแล้วเขาจะไม่ยอมปล่อยศัตรูไปง่ายๆและยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสิ่งต่างๆพัฒนามาถึงจุดนี้แล้วเห็นได้ชัดว่าจินเจิ้งผิงจะไม่ปล่อยพวกเขาไปอย่างแน่นอน
“อาจารย์หยุนก็รู้นี่ว่าจินเจิ้งผิงเป็นพ่อของผมและถึงแม้ว่าเขาต้องการที่จะฆ่าผมโดยไม่คำนึงถึงความเป็นพ่อกับลูกกันแต่ผมก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้อยู่ดีไม่อย่างนั้นฟ้าจะลงโทษผมในสักวันใช่ไหม?” จินเหว่ยห่าวพูด
“แน่นอนว่าผมเข้าใจเรื่องนี้” หยุนเซินพูด “นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกให้เราเริ่มดำเนินการก่อนเพราะด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เราจะได้เปรียบ..ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นถ้าหากคุณไม่ต้องการฆ่าเขาคุณก็แค่ปล่อยเขาไปหรือคุณจะเลือกทำแบบปู่ของคุณโดยการจับเขาขังเอาไว้สักที่ในบริเวณเขตบ้านพักของตระกูลจิน..แต่ถ้าคุณปล่อยให้เขาเริ่มก่อนคุณคิดว่าเขาจะปล่อยคุณไปง่ายๆอย่างงั้นเหรอ?..เมื่อถึงเวลานั้นคุณกับเขาอาจจะสู้กันจนตายไปข้างก็ได้และผมเชื่อว่านั่นไม่ใช่ผลลัพธ์ที่คุณต้องการใช่ไหม?”
“อาจารย์หยุนผมขอโทษด้วยที่ต้องพูดแบบนี้เพราะถึงแม้ว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะถูกแบ่งออกเป็นสองซีกและนั่นคือตระกูลจินกับตระกูลหยุนก็ตามแต่ผมคิดว่าอาจารย์หยุนน่าจะรู้อยู่แก่ใจถึงความจริงที่ว่าอำนาจของตระกูลจินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยิ่งใหญ่กว่าของตระกูลหยุนมากเพราะงั้นถ้าพวกเราร่วมมือกับอาจารย์หยุนล่ะก็นั่นไม่เท่ากับการเสี่ยงตายเหรอครับ?” หลินเฟิงที่เงียบอยู่ข้างๆก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา “ยิ่งไปกว่านั้นถ้าจินเหว่ยห่าวไม่ต้องการเผชิญหน้ากับจินเจิ้งผิงแบบตัวต่อตัวเราก็แค่ออกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้เพราะผมคิดว่าจินเจิ้งผิงไม่ได้มีอำนาจไปซะทุกที่..เพราะงั้นการร่วมมือกับคุณนั้นมีแต่เสี่ยงกับเสี่ยงเท่านั้น”
หลินเฟิงได้อธิบายภาพรวมด้วยประโยคเดียวและความพยายามของหยุนเซินก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะสูญเปล่าไปในทันที เมื่อได้ยินแบบนั้นหยุนเซินก็ตกตะตึงและรีบพูดว่า “ที่คุณหลินพูดมามันก็ถูกและความจริงก็เป็นแบบนั้นจริงๆ..เพราะถึงแม้ว่าตระกูลหยุนจะทำงานหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ความแข็งแกร่งของพวกเราก็ถูกตระกูลจินคอยขัดขวางมาตลอดเพราะงั้นผมจึงเข้าใจความกังวลของคุณหลินดีและนี่เก็เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงมาหาคุณเย่เพราะตระกูลหยุนของผมสู้ตระกูลจินไม่ได้จริงๆแต่ถ้ามีองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของคุณเย่กับองค์กรเซเว่นคิลของคุณหลินนั่นก็อีกเรื่อง..นอกจากนี้สิ่งที่เราต้องกำจัดคือไม่ใช่ตระกูลจินทั้งหมดแต่เป็นจินเจิ้งผิงเท่านั้นและตราบใดที่เขาอยู่ภายใต้การควบคุมของเราล่ะก็คุณจินก็จะเป็นผู้นำตระกูลจินและหลังจากนั้นทุกอย่างก็เสร็จสิ้น”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “อาจารย์หยุนผมคิดว่าคำพูดของอาจารย์หยุนมีเหตุผลและจริงใจมาก..เพราะงั้นผมคิดว่ามันจะดีกว่าที่จะรีบจัดการเรื่องยุ่งๆดีกว่าการต่อสู้กันแบบเอาเป็นเอาตาย”
“ใช่แล้ว!” หยุนเซินพูด “นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังพูดถึง”
“แต่ผมได้ยินจากเย่เชียนว่าลูกชายของคุณถูกจินเจิ้งผิงฆ่าไม่ใช่เหรอครับเพราะงั้นคุณไม่ต้องการแก้แค้นเขาและฆ่าเขางั้นเหรอ?” จินเหว่ยห่าวพูด “นอกจากนี้การร่วมมือครั้งนี้ผมก็ไม่รู้เลยว่าอาจารย์หยุนจะได้ผลประโยชน์อะไรบ้างเพราะเมื่อตระกูลจินอยู่ภายใต้การควบคุมของผมล่ะก็อาจารย์หยุนจะไม่ได้อะไรเลยในท้ายที่สุดเพราะงั้นมันคุ้มแล้วเหรอ?”
หยุนเซินก็ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “พูดตามตรงผมคิดว่าจินเจิ้งผิงอยากจะฆ่าผมมากในตอนนี้และถ้าผมไม่ทำอะไรเลยตระกูลหยุนก็คงจะพังพินาศเพราะงั้นถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ประโยชน์อะไรแต่อย่างน้อยๆผมก็สามารถรักษาตระกูลหยุนเอาไว้ได้ และในอนาคตทั้งสองตระกูลของเราก็สามารถร่วมมือกันได้และเมื่อถึงเวลานั้นใครจะกล้ามาเป็นคู่ต่อสู้ของเราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อีกล่ะครับจริงไหม?”