ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1338 เคล็ดลับ
ตอนที่ 1338 เคล็ดลับ
………………..
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเพราะนี่มันเป็นหายนะที่ไม่มีเหตุผลเลยจริงๆและทำไมเขาถึงต้องมาแบกรับภาระอันใหญ่หลวงแบบนี้โดยไม่มีเหตุผลด้วย? อย่างไรก็ตามเนื่องจากนี่เป็นการแสดงเขาจึงต้องเล่นให้จบ ดังนั้นหวงฟู่ชิงเตี๋ยนจึงตะคอกด้วยความโกรธแล้วพูดว่า “หึ..มันเป็นความผิดของเขาเองและคุณจะมาโทษผมไม่ได้..ผมรู้ว่าคุณเป็นใคร..คุณคือหลัวอวี้หนึ่งในสี่นักฆ่าแห่งตระกูลจินใช่ไหม?..คุณอย่าทำอะไรให้มันวุ่นวายเลยไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือนก็แล้วกัน”
เย่เชียนแอบยิ้มและยกนิ้วให้หวงฟู่ชิงเตี๋ยนอย่างลับๆซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการยกย่องหวงฟู่ชิงเตี๋ยนสำหรับผลงานที่ดีนั่นเอง เมื่อได้ยินแบบนั้นหลัวอวี้ก็ถอนหายใจด้วยความโกรธและไม่คุยกับหวงฟู่ชิงเตี๋ยนอีกต่อไป จากนั้นเธอก็กวาดสายตามองไปรอบๆและเห็นหลินเฟิงพิงโซฟาอยู่และเต็มไปด้วยเลือดและมีเลือดไหลออกมาจากมุมปากของเขาดังนั้นเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปทันที
“เธอ..เธอมาแล้วเหรอ..ฉัน..ฉันขอโทษ” หลินเฟิงพูดด้วยท่าทางที่อ่อนแรง “ฉันอยากจะดูแลเธอไปตลอดชีวิตแต่ดูเหมือนว่าฉันจะทำไม่ได้อีกแล้วเพราะงั้นในอนาคตเธอต้องดูแลตัวเองดีๆและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและปล่อยอดีตให้มันผ่านไป”
น้ำตาของหลัวอวี้ไหลลงมาทันทีและเธอก็รู้สึกมากขึ้นในใจว่าเธอเองทีเป็นคนฆ่าคนที่เธอรักเพราะในตอนนั้นเธอก็ไม่ได้รับรักจากคนที่เธอรักเลยและตอนนี้เธอก็ไม่ได้รับรักหลินเฟิงจนวินาทีสุดท้าย ซึ่งผู้ชายทุกคนที่อยู่กับเธอไม่เคยมีจุดจบที่ดี “หยุดพูดได้แล้วฉันจะพานายไปโรงพยาบาล..นายจะไม่เป็นอะไร” หลัวอวี้พูดด้วยน้ำเสียงที่สะอึกสะอื้น
เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของหลัวอวี้แล้วหลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจเล็กน้อยเพราะเขาคิดว่ามันคงจะไม่ดีที่จะโกหกเธอ จากนั้นเขาก็เหลือบมองไปที่เย่เชียนแต่เย่เชียนก็รีบขยิบตาให้เขาเพราะเขาไม่สามารถหยุดได้ในตอนนี้เพราะมันจะเป็นความล้มเหลวทันที
หลินเฟิงก็เข้าใจและยังคงแสร้งทำเหมือนเขากำลังจะตายและพูดว่า “ไม่…ไม่จำเป็น..อ่ะ..อ่ะ” ขณะที่หลินเฟิงพูดเขาก็ไอและสำลักเลือดออกมาและเมื่อหลัวอวี้เห็นแบบนี้หัวใจของเธอก็เจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆและเธอก็รีบยื่นมือออกไปเช็ดเลือดจากมุมปากของหลินเฟิง ในเวลานี้หลินเฟิงก็รู้สึกได้ว่าหลัวอวี้นั้นอ่อนโยนมาก “ฉัน…ฉันทนไม่ไหวแล้ว..ฉัน..ฉันไม่อยากตายเงียบๆในรถพยาบาลเพราะตอนนี้เธออยู่กับฉันและต่อให้ฉันต้องตายตรงนี้ฉันก็พอใจแล้ว” หลินเฟิงพูดต่อ “ฉันกังวลแค่ถ้าฉันตายไปฉันจะไม่มีโอกาสได้ดูแลเธออีกแล้ว..เธอต้องกินดีอยู่ดีและมีความสุขนะรู้ไหม..ตราบใดที่เธออยู่อย่างมีความสุขฉันก็จะพอใจแล้ว”
“ไม่..ไม่..นายจะไม่ตาย” หลัวอวี้พูด “ฉันอยากให้นายมีชีวิตอยู่ต่อและมีความสุขเพราะถ้านายตายไปชีวิตของฉันจะไปมีความหมายอะไร?..ฉันอยากให้นายมาดูแลฉัน..ฉันต้องการนาย..ฉันรักนาย..เราจะแต่งงานกันและให้กำเนิดลูกของเราหลายๆคน”
หลินเฟิงยิ้มและพูดว่า “เธอจะสร้างทีมฟุตบอลอย่างงั้นเหรอ?..เธอไม่กลัวว่าเราจะมีลูกมากเกินไปจนไม่สามารถเลี้ยงพวกเขาได้เลยเหรอ?”
“เพราะงั้นนายก็ต้องทำงานให้หนักขึ้นสิ” หลัวอวี้พูด “ขอแค่นายไม่ตายฉันจะยอมฟังนายทุกอย่างในอนาคต”
“จู่ๆเธอก็ใจดีกับฉันแบบนี้ฉันไม่ชินเลย” หลินเฟิงพูด “ฉันกลัวว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงแค่ความฝันและเมื่อฉันตื่นจากความฝันฉันกลัวว่ามันจะหายไป..แต่ถ้าเธอพูดแบบนี้เพราะฉันกำลังจะตายเธอก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้ฉันสบายใจหรอก..ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้รักฉันเลยและไม่ว่าฉันจะทำอะไรมันก็เหมือนเดิม..แต่สำหรับฉันแล้วหลัวอวี้ไม่ว่ายังไงฉันก็รักเธอที่สุดในหัวใจเสมอและฉันก็จะรักเธอตลอดไปและถึงแม้ฉันจะตายไปฉันก็ยังรักเธอเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”
“นายอย่ามางี่เง่าสิ..นายไม่เห็นเหรอว่าฉันรักนายมากแค่ไหน..ฉันรักนายจริงๆ” หลัวอวี้พูดทั้งน้ำตา “แต่ฉันกลัวว่าความรักที่ฉันมีต่อนายมันจะไปทำร้ายนายเพราะคนที่อยู่กับฉันมักจะจบลงอย่างเลวร้ายและฉันก็ไม่อยากให้นายเจอแบบนั้น”
“เธอนี่โง่จริงๆ..เธอรู้มั้ยว่าถ้าเราสามารถอยู่กับคนที่เรารักได้ถึงแม้จะแค่วันละหนึ่งชั่วโมงหนึ่งนาทีหรือหนึ่งวินาทีเราก็มีความสุขแล้ว” หลินเฟิงพูด
“ฉันรู้แต่เป็นเพราะฉันรักนายมากฉันจึงไม่อยากทำร้ายนายและขอแค่ฉันเห็นนายมีความสุขและเฝ้าดูนายมีชีวิตที่ดีแค่นั้นฉันก็ดีใจแล้ว”
เย่เชียนแอบยกนิ้วให้หลินเฟิงอย่างเงียบๆและแอบชื่นชมในใจเพราะหลินเฟิงเป็นอัจฉริยะด้านการแสดงอย่างชัดเจน ซึ่งทำไมก่อนหน้านี้หลินเฟิงไม่ทำแบบนี้ล่ะเขาแกล้งทำเป็นเด็กอายุ 13 ขวบมาตลอดเพราะจะมีกี่คนที่สามารถทำแบบนี้ได้และมันช่างสดใสอย่างมาก
“แต่ตอนนี้…ตอนนี้ฉันกำลังจะไปแล้ว..ฉันขอโทษด้วยนะหลัวอวี้..ฉันไม่น่าทิ้งเธอไปแบบนี้เลย..ฉันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ..มันไม่มีอะไรที่ฉันทำได้อีกต่อไป..เธอยกโทษให้ฉันด้วยนะหลัวอวี้” หลินเฟิงพูด
“ไม่!..ฉันไม่อนุญาตให้นายไปไหนทั้งนั้น” หลัวอวี้น้ำตาไหลแล้วพูดอย่างสะอึกสะอื้น “นายไม่ได้บอกว่านายรักฉันเหรอ?..ถ้านายรักฉันจริงๆนายก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อสิ..ฉันต้องการให้นายมาดูแลฉัน..ฉันต้องการนายมาคอยห่วงใยฉัน..ฉันไม่อยากเป็นเหมือนเดิมอีกแล้วที่ต้องอยู่อย่างเดียวดายและไม่มีใครให้รักและไม่มีใครมารักฉัน!”
“หลัวอวี้และถ้าฉันโกหกเธอล่ะเธอจะยกโทษให้ฉันไหม?” หลินเฟิงถาม
“ใช่!..ฉันจะยกโทษให้นายและไม่ว่านายจะทำอะไรฉันจะยกโทษให้นายทุกอย่าง” หลัวอวี้พูด “ขอแค่นายมีชีวิตอยู่ต่อฉันจะสัญญากับนายทุกๆอย่าง”
“หลัวอวี้..จูบฉันหน่อยได้ไหม?” หลินเฟิงพูด “นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของฉันเพราะงั้นเธอช่วยเติมเต็มให้ฉันทีจะได้ไหม..ฉันอยากจูบเธอ”
หลัวอวี้ก็พยักหน้าอย่างหนักหน่วงเพราะเธอรู้ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันหลินเฟิงกำลังจะตายและเขาคงอยู่ได้อีกไม่นานและไม่ว่าเธอจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาอดทนมากแค่ไหนก็เกรงว่าเขาจะทนได้อีกไม่นาน เธอไม่ต้องการให้เขาจากไปด้วยความเสียใจและถ้าเขาตายไปจริงๆเธอก็จะตายไปพร้อมกับเขาเพราะมันไม่มีประโยชน์ที่เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อหากขาดหลินเฟิงไป จากนั้นหลัวอวี้ก็ค่อยๆเอนศีรษะของเธอลงไปจูบริมฝีปากของหลินเฟิงซึ่งมีกลิ่นเลือดแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเลยและจูบนั้นก็แสดงความรักอย่างหวากซึ้งมาก
จากนั้นหลินเฟิงก็แอบกระขยิบตาให้เย่เชียนซึ่งหมายความว่าแผนการนั้นสำเร็จแล้ว เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มและขยิบตาให้หลินเฟิงและหลินเฟิงก็เข้าใจทันทีและสวมกอดหลัวอวี้แล้วจูบเธออย่างบ้าคลั่ง ซึ่งหลัวอวี้ก็ไม่ได้สังเกตเห็นความแปลกประหลาดของหลินเฟิงเลยและยังคงจมดิ่งอยู่กับการจูบแต่ทว่าหลัวอวี้ก็ค่อยๆรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไปเพราะคนที่กำลังจะตายจะมีความหลงใหลและจูบอย่างดูดดื่มแบบนี้ได้อย่างไร?
ไม่นานนักหลัวอวี้ก็ประหลาดใจและพยายามที่จะดันหลินเฟิงออกแต่ก็พบว่ามือของหลินเฟิงกอดเธอเอาไว้แน่นและเป็นการยากที่จะดิ้นรนหนีได้ เมื่อเห็นแบบนั้นหลัวอวี้ก็ผลักหลินเฟิงออกไปด้วยแรงทั้งหมดของเธอและมองหลินเฟิงด้วยความประหลาดใจและเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของหลินเฟิงและรอยยิ้มบนใบหน้าของเย่เชียนกับหวงฟู่ชิงเตี๋ยนแล้วหลัวอวี้ก็ตระหนักได้ในใจว่าเธอถูกหลอกและนี่ก็คือการแสดงละครที่พวกเขาแสดงให้เธอดูนั่นเอง
จากนั้นความโกรธก็พลุ่งพล่านในใจของเธอทันที จากนั้นหลัวอวี้ก็จ้องไปที่หลินเฟิงอย่างดุเดือดและมุมปากของเธอก็กระตุกเล็กน้อยและดุว่า “แม้แต่นายก็โกหกฉันงั้นเหรอ?..นายกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง?” เมื่อได้ยินแบบนั้นหลินเฟิงก็ตื่นตระหนกในทันทีและเขาก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นและเขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรอยู่พักหนึ่งดังนั้นเขาจึงหันไปมองเย่เชียนทันที
เย่เชียนก็ยักไหล่เล็กน้อยและขยิบตาให้หลินเฟิงจากนั้นหลินเฟิงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วยืนขึ้นและเดินไปด้านข้างของหลัวอวี้และพูดว่า “ฉันขอโทษหลัวอวี้..ฉันไม่อยากโกหกเธอและนี่มันก็เป็นความคิดของเย่เชียนทั้งหมดเลย” เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็ตกตะลึงและไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีและคิดในใจว่า ให้ตายเถอะพี่หลินจะมาโยนให้ผมตอนนี้เนี่ยนะพี่ยังเห็นผมเป็นน้องชายอยู่หรือเปล่า
“หลัวอวี้ฉันรักเธอจริงๆและฉันก็ไม่รู้ว่าจะแสดงความรักกับเธอยังไงดี..ฉันไม่รู้จะพูดยังไงแต่ความรักที่ฉันมีต่อเธอนั้นมันมากกว่าท้องฟ้าซะอีก” หลินเฟิงพูดต่อ “ถ้าเธอโกรธก็ตบฉันจนกว่าเธอจะหายโกรธไปเลย” หลังจากพูดจบหลินเฟิงก็จับมือของหลัวอวี้และตบหน้าตัวเอง
“ตบนายงั้นเหรอ?..ตบนายแล้วมันจะได้อะไร?” หลัวอวี้สะอึกสะอื้น อย่างไรก็ตามหลินเฟิงก็ยังคงจับมือของเธอและตบหน้าตัวเองอย่างต่อเนื่องและพูดว่า “มันเป็นความผิดของฉันเองฉันมันคนโง่..ฉันไม่ควรโกหกเธอเลย..จากนี้ไปฉันจะเชื่อฟังเธอทุกอย่าง..ฉันสัญญากับเธอ!”
การตบนั้นดังและรุนแรงอย่างมากจนหลัวอวี้ถึงกับผงะและรีบยื่นมือไปลูบแก้มของหลินเฟิงแล้วพูดด้วยความกังวลว่า “เจ็บมากไหม..นายเจ็บหรือเปล่า” หลินเฟิงก็จับมือหลัวอวี้และยิ้มหวานๆแล้วพูดว่า “ไม่เจ็บเลยแต่รู้สึกหวานในใจต่างหาก”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหลัวอวี้ก็มองหลินเฟิงอย่างเคอะเขินแล้วพูดอย่างขี้เล่นว่า “ปากหวานจริงๆเลยนะ..นี่นายไปเรียนเรื่องพวกนี้มาจากคนเจ้าชู้อย่างเย่เชียนมาใช่ไหม?..นายควรอยู่ให้ห่างจากเขาในอนาคตนะไม่อย่างนั้นนายโดนดีแน่” ขณะที่เธอพูดเธอก็จ้องเขม็งไปที่เย่เชียน
เย่เชียนก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีและเขาก็ยักไหล่แล้วพูดว่า “เอาล่ะผมจะไม่รบกวนพวกคุณอีกแล้ว..ปู่เราไปหาอะไรดื่มกันเถอะอย่าอยู่เป็นก้างขวางคอที่นี่เลย..ให้พวกเขาได้สวีทกันต่อเถอะ” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็ดึงแขนหวงฟู่ชิงเตี๋ยนและเดินออกไปข้างนอก
ในความเป็นจริงบางครั้งความรู้สึกก็ง่ายๆและแค่ข้ามกำแพงสั้นๆนั้นไปแล้วทุกอย่างก็จะดี เดิมทีหลัวอวี้นั้นรู้สึกดีกับหลินเฟิงมานานแล้วแต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้เธอรับรักหลินเฟิงไม่ได้แต่ตอนนี้เธอก็เปิดใจและสารภาพกับหลินเฟิงไปแล้วและทุกอย่างก็ราบรื่นดี
เย่เชียนไม่สามารถช่วยอะไรต่อไปได้เพราะคนสองคนตกหลุมรักกันนั่นก็เป็นเรื่องของพวกเขาเองและวิธีการหลังจากนี้มันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาว่าพวกเขาจะบรรลุผลได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง อย่างไรก็ตามเย่เชียนยังคงมีความเชื่อมั่นในตัวพวกเขาเพราะท้ายที่สุดความรักระหว่างพวกเขาจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากพวกเขาไม่ได้มีความรักต่อกันเลย
เย่เชียนพาหวงฟู่ชิงเตี๋ยนไปที่ร้านอาหารเล็กๆและสั่งอาหารสองสามอย่างแบบง่ายๆและสั่งเบียร์สองขวดและทั้งสองก็คุยกัน ซึ่งระหว่างรับประทานอาหารถึงแม้ว่าเย่เชียนจะรู้สึกได้ลางๆว่ายาฉะนั้นตายไปแล้วแต่เขาก็ยังหวังว่าจะมีข่าวดีจากหวงฟู่ชิงเตี๋ยน จากนั้นเย่เชียนก็มองไปที่หวงฟู่ชิงเตี๋ยนและถามว่า “เร็วๆนี้มีข่าวเกี่ยวกับยาฉะบ้างหรือเปล่า?..เขาเป็นยังไงบ้างตอนนี้”
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็ตกตะลึงและพูดว่า “ดูเหมือนว่าเอ็งจะสนใจเขามากเลยนะทั้งๆที่พวกเอ็งเพิ่งจะพบกันแค่ครั้งเดียว..ทำไมเอ็งถึงสนใจเขามากขนาดนี้ล่ะ?” . . .
………………..