ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1347 หนี!
ตอนที่ 1347 หนี!
………………..
การโจมตีของชายหนุ่มนั้นแม่นยำและรวดเร็วอย่างมากโดยต่อยผ่านระหว่างมือทั้งสองของเย่เชียนไปยังหน้าอกของเย่เชียน ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องง่ายที่ผู้คนจะค้นพบข้อบกพร่องในเชิงรุกของมวยไทชิล่ะก็ทุกคนคงจะไม่พูดว่ามวยไทชิเป็นมวยตั้งรับเท่านั้นอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็พลิกมือของเขาอย่างรวดเร็วและด้วยการบิดข้อมือของเขานั้นเขาก็คว้าแขนของชายหนุ่มและดึงมันกลับมาอย่างแรงแล้วใช้หมัดไทชิกระแทกออกไปอีกครั้งแต่ก่อนที่หมัดของเย่เชียนจะพุ่งออกไปชายหนุ่มก็รีบคว้าแขนของเย่เชียนเอาไว้และพลิกกลับอย่างแรงแล้วใช้ฝ่าเท้าของเขาเตะเข้าไปที่ข้างตัวของเย่เชียนอย่างแรง
เย่เชียนไม่สามารถบอกได้ว่าชายหนุ่มใช้ศิลปะการต่อสู้แบบไหนและเขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไรแต่การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มรุนแรงและซับซ้อนมากและความเร็วในการตอบสนองของเขาก็เร็วมากเช่นกัน เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็งอตัวของเขาเพื่อหลีกเลี่ยงการเตะด้านข้างของชายหนุ่มและก้าวไปข้างหน้าจากนั้นก็ดันไหล่ของเขาไปที่ต้นขาของชายหนุ่มแล้วกระแทกร่างของชายหนุ่มจนกระเด็นออกไปทันทีแต่ก็ตกลงบนพื้นอย่างมั่นคงได้
จากนั้นเย่เชียนก็ตามหลังมาติดๆและใช้มือขวาชกไปที่หน้าอกของฝ่ายตรงข้ามแต่ชายหนุ่มก็ก้มตัวเพื่อหลบกำปั้นของเย่เชียน อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็โจมตีอย่างต่อเนื่องและกระแทกหน้าอกของชายหนุ่มอีกครั้งด้วยศอก ซึ่งความเร็วนั้นค่อนข้างเร็วและการเคลื่อนไหวทั้งหมดก็เสร็จสิ้นภายในเสี้ยววินาที
“ปัง” ศอกของเย่เชียนกระแทกหน้าอกของชายหนุ่มอย่างแรงและถอยหลังไปสองสามก้าว “ฮ่าๆ..” ภายใต้ความเจ็บปวด ชายร่างกำยำที่อยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดว่า “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าลองดี..เป็นไงล่ะตอนนี้แกคงจะอับอายขายหน้ามากใช่ไหม?”
ชายหนุ่มจ้องมองเขาอย่างดุเดือดและหันไปมองเย่เชียนและปัดหน้าอกของเขาเบาๆราวกับว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับการโจมตีของเย่เชียนเลย “ก็ดี..แกมีทักษะบางอยางจริงๆ” หมิงพูดเบาๆ “แต่แกที่พยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ยังทำอะไรฉันไม่ได้อยู่ดี” ทันทีที่พูดจบชายหนุ่มก็เร่งความเร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อและชั่วพริบตาเขาก็มาถึงด้านหน้าของเย่เชียนทันที
เย่เชียนไม่ได้คาดคิดเลยและเขาก็ไม่มีเวลาตอบสนองด้วยเพียงเห็นว่าหมัดของชายหนุ่มกระแทกเขาอย่างแรงและด้วยความตื่นตระหนกเย่เชียนก็ไม่มีเวลาที่จะหลบและรีบวางมือบนหน้าอกของเขาเพื่อป้องกัน “ปัง” ชายหนุ่มต่อบเย่เชียนอย่างดุเดือดและเย่เชียนก็รู้สึกได้ถึงแรงอันมหาศาลที่ออกมาจากมือของเขาและร่างกายของเขาก็ถอยหลังไปอย่างควบคุมไม่ได้
หลังจากถอยหลังไปสองสามก้าวเย่เชียนก็ยืนนิ่งและรู้สึกเจ็บที่มือเพราะแรงของหมัดนั้นไม่น้อยเลยจริงๆและถ้าเขาไม่ใช้มือป้องกันเอาไว้บางส่วนมันคงกระแทกเขาอย่างแรงที่หน้าอกและเกรงว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส ถึงอย่างนั้นเย่เชียนก็ยังรู้สึกว่าเลือดของเขากำลังไหลออกมาจากลำคอของเขาและเขาแทบอดไม่ได้ที่จะกระอักเลือดออกมาแต่เย่เชียนก็กลืนมันลงไปทันทีแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“หืม..แกทำได้แค่นี้เองเหรอ” ชายร่างกำยำที่อยู่ข้างๆพูดและแสยะยิ้ม
ชายหนุ่มก็หันไปมองแล้วพูดว่า “ถ้าแกยังพูดไม่หยุดฉันจะฆ่าแก!”
ชายร่างกำยำก็เม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แกควรตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับเขาซะเพราะถ้าแกไม่ระวังแกจะเสียหน้าเอานะและยิ่งไปกว่านั้นฉันไม่อยากให้คนอื่นมาดูถูกฉันว่าคู่หูของฉันพ่ายแพ้ย่อยยับน่ะ..แบบนั้นฉันจะไม่ถูกหัวเราะเยาะจนตายเลยเหรอ?”
“ไอ้บ้านี่!” ชายหนุ่มตะโกนด้วยความโกรธหันกลับมาแล้วเตะไปทางชายร่างกำยำแต่ชายร่างกำยำรีบยกดาบขนาดใหญ่ของเขาปิดกั้นการโจมตีและแสยะยิ้ม “ถ้าแกยังไม่หุบปากพรุ่งนี้แกจะไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์อีก” ชายหนุ่มพูดอย่างเย็นชาและดูโกรธมาก เมื่อได้ยินแบบนั้นชายร่างกำยำก็เม้มปากเล็กน้อยแล้วรีบถอยห่างออกไปทันที
ด้วยการต่อสู้ระยะสั้นๆครั้งนี้เย่เชียนก็รู้ว่าทักษะของคู่ต่อสู้นั้นเป็นอย่างไรและเขาก็อาจไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เลยด้วยหมัดไทชิของเขา จากนั้นเย่เชียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆและตะโกนว่า “ประตูที่ห้าเปิดออก!” เมื่อเสียงของเย่เชียนจบลงทันใดนั้นเย่เชียนก็ถูกล้อมรอบไปด้วยพลังงานที่รุนแรงและพื้นหินอ่อนรอบตัวเขาก็แตกละเอียดและใบไม้ที่ร่วงหล่นก็ลอยขึ้นมาบนอากาศและผมของเย่เชียนก็ปลิวว่อน
ด้วยวิธีนี้บางทีเย่เชียนอาจยังมีความหวังริบหรี่ที่จะเอาชนะได้เพราะนี่เป็นเคล็ดวิชาที่หยานตงผู้นำแห่งลัทธิมารแนะนำให้เขาเพื่อเอาชนะหยานตงอดีตเจ้าสำนักของสำนักม่อจื๊อนั่นเอง แต่ผลที่ตามมาก็ค่อนข้างหนักหน่วงเช่นกัน อย่างไรก็ตามในขณะนี้เย่เชียนก็ไม่สามารถลังเลได้อีกต่อไปเพราะถ้าหากเขาไม่แสดงทักษะที่แท้จริงของเขาออกมาเขาก็ไม่สามารถเอาชนะได้เลย
“หือ..ประตูแปดด่านอย่างงั้นเหรอ?..น่าสนใจดีนี่” ชายหนุ่มตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “แกนี่ไม่ธรรมดาจริงๆนั่นแหละ..แกเรียนรู้อะไรมากมายจริงๆ..ดูเหมือนว่าเคล็ดวิชาลับนี้จะถูกสร้างขึ้นโดยพ่อของแกเย่เจิ้งหราน..ไม่น่าล่ะทำไมมาสเตอร์ถึงได้บอกว่าแกไม่ใช่เด็กธรรมดาๆ..การที่แกสามารถใช้เคล็ดวิชาลับประตูแปดด่านได้แบบนี้แสดงว่าแกเองก็มีบางอย่างที่น่าทึ่งอยู่เหมือนกัน”
ความรู้สึกของพลังที่เติมเต็มทั่วทั้งร่างกายนั้นดีมากและพลังปราณก็ดูเหมือนจะพุ่งออกมาจากร่างกายของเย่เชียนและหมุนวนรอบๆร่างของเย่เชียนและเต็มไปด้วยจิตสังหารจนหลินเฟิง,ม่อหลงและจินเหว่ยห่าวก็สัมผัสพลังนั้นได้และอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจ ซึ่งม่อหลงกับหลินเฟิงนั้นล้วนรู้จักเย่เชียนเป็นอย่างดีแต่จินเหว่ยห่าวแตกต่างออกไปเพราะเขาไม่เคยเห็นเย่เชียนเป็นแบบนี้มาก่อนและเขาก็ประหลาดใจมากจนพูดไม่ออกเพราะพลังงานที่ทรงพลังนั้นดูเหมือนจะสามารถฉีกกระชากร่างกายคนได้เลยและมันก็ทำให้สั่นสะท้านอย่างมาก
เย่เชียนเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆและจ้องมองชายหนุ่มด้วยดวงตาสีแดงและพูดอย่างเย็นชาว่า “ผมเอาจริงที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วเพราะงั้นคุณควรระวังเอาไว้ด้วย” ทันทีที่คำพูดจบลงเย่เชียนก็หายวับไปทันทีและความเร็วนั้นก็ทำให้คนที่เห็นไม่อยากจะเชื่อเลยว่างศักยภาพของร่างกายมนุษย์จะทำได้ถึงขนาดนี้และมันก็เป็นฉากที่คาดเดาไม่ได้เลย ซึ่งเคล็ดวิชาลับประตูแปดด่านนั้นเป็นการทำลายพันธนาการของร่างกายมนุษย์และปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของร่างกายมนุษย์ในช่วงเวลาสั้นๆอย่างเต็มที่
เมื่อเห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะสิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเย่เจิ้งหรานและถึงแม้ว่าเย่เจิ้งหรานจะไม่ค่อยได้ใช้มันก็ตามแต่เขาก็ต้องระมัดระวังเอาไว้ เพราะเย่เจิ้งหรานคือใครนั้นเขาก็รู้ดี ดังนั้นเมื่อเห็นเย่เชียนหายตัวไปอย่างกระทันหันเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจและจิตใต้สำนึกก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติไปและเขาก็รีบหลบอย่างสุ่มๆแต่ทันใดนั้น เขาก็พบว่าร่างของเขาถูกตรึงเอาไว้ที่นั่นซึ่งทำให้เขาประหลาดใจอย่างมากและชายหนุ่มก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทันที
ในเวลานี้เย่เชียนมาถึงด้านข้างของเขาแล้วและต่อยเขาออกไปอย่างดุเดือดและทันใดนั้นดวงตาของชายหนุ่มก็มีแส
สว่างขึ้นและเขาก็ถอยออกไปทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของเย่เชียนได้อย่างหวุดหวิด ฉากเมื่อกี้ทำให้เขาประหลาดใจอย่างมากเพราะจากข้อมูลที่เขาได้รับมานั้นเย่เชียนไม่ได้มีความสามารถในด้านนี้? แต่มันเกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์ตอนนี้กัน?
มันค่อนข้างที่จะเข้าใจยากอย่างไรก็ตามในเวลานี้เขาไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองคิดมากได้เพราะขนาดชายร่างกำยำยังตกตะลึงเพราะเขาเห็นเหตุการณ์ในตอนนี้อย่างชัดเจนและไม่มีใครรู้ถึงความแข็งแกร่งของชายหนุ่มได้ดีไปกว่าเขาแล้วแต่ชายหนุ่มเกือบจะไม่รอดจากการโจมตีของเย่เชียนในตอนนี้ซึ่งทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน ซึ่งถึงแม้ว่าความเร็วของเย่เชียนจะเร็วมากแต่ในสำหรับชายร่างกำยำแล้วสิ่งนี้ไม่ควรเป็นภัยคุกคามต่อชายหนุ่มเลย
เย่เชียนไม่หยุดพักเลยแม้แต่น้อยและเขาก็ไม่สามารถหยุดเคลื่อนไหวได้และพุ่งไปหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็วเพราะเขารู้ดีว่าเคล็ดวิชาลับประตูแปดด่านนั้นจะทำให้เขาเจ็บปวดอย่างมากหากเขาไม่เอาชนะคู่ต่อสู้โดยเร็วที่สุดและสิ่งเดียวที่รอเขาอยู่คือความล้มเหลวนั่นเอง เมื่อถึงเวลานั้นเย่เชียนจะไม่มีความสามารถที่จะต้านทานได้เลยและเขาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
ในเวลานี้ชายหนุ่มดูเหมือนถูกเย่เชียนบังคับให้ต่อสู้ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่หลบอีกต่อไปและพุ่งเข้าหาเย่เชียน “ปัง” กำปั้นของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศอย่างรุนแรงและทั้งสองคนก็กระเด็นถอยหลังกันทั้งคู่ ซึ่งเย่เชียนดูเหมือนจะมีตาสีแดงและทันทีที่เขาลงสู่พื้นเขาก็พุ่งไปหาชายหนุ่มอีกครั้ง “ให้ตายเถอะ..นี่แกจะฆ่าฉันจริงๆงั้นเหรอ?” ชายหนุ่มตะโกน
ทันใดนั้นเลือดก็ไหลออกมาจากตาซ้ายของเย่เชียนและเห็นได้ชัดว่าร่างกายของเย่เชียนหยุดไปชั่วคราวเพราะความเจ็บปวดทำให้เขาทนไม่ได้และเขาสาปแช่งด้วยความโกรธในใจว่าทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้นอย่างกะทันหันในเวลานี้ ซึ่งชายหนุ่มก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและขมวดคิ้วและเหลือบมองขึ้นไปบนฟ้าและเห็นก้อนเมฆดำทะมึนสะสมอยู่เหนือศีรษะของเขาและเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ
“ให้ตายเถอะไอ้เด็กนี่แกขี้โกงนี่หว่า!” หมิงสบถด้วยความโกรธจากนั้นเขาก็หันหลังกลับทันทีแล้ววิ่งหนีไป ส่วนชายร่างกำยำก็ชะงักไปชั่วขณะและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจจากนั้นก็มองไปที่ชายหนุ่มแล้วพูดว่า “ชายหนุ่มนี่แกจะหนีไปคนเดียวงั้นเหรอ?”
“หยุดพล่ามได้แล้วรีบหนีเร็วเข้า!” ชายหนุ่มตะโกนกลับมาและวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งจนชายร่างกำยำตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็ยกดาบขึ้นแล้ววิ่งเดินตามชายหนุ่มไป ฉากนี้ทำให้เย่เชียนและคนอื่นๆตกตะลึงและไม่เข้าใจว่าพวกเขาหมายถึงอะไร แต่เมื่อม่อหลงกำลังจะสั่งให้สาวกสำนักม่อจื๊อไล่ตามพวกเขาหลินเฟิงก็หยุดเขาเอาไว้และพูดว่า “ลืมมันไปซะเถอะเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไล่ตามพวกเขาไป..ปล่อยพวกเขาไปเถอะ..เรารีบไปดูเย่เชียนกันดีกว่าเพราะเคล็ดวิชาลับประตูทั้งแปดด่านมันเป็นอันตรายต่อร่างกายของเขามาก”
เมื่อเห็นว่าพวกเขาจากไปแล้วเย่เชียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและทรุดตัวลงกับพื้นทันทีพร้อมกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่พุ่งออกมาจากร่างกายของเขาและเขาก็ยังไม่เข้าใจด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมพวกเขาถึงวิ่งหนีไปโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งเย่เชียนไม่เชื่อว่าพวกเขาหนีไปเพราะกลัวเขาเพราะเมื่อกี้เขาเปิดประตูด่านที่ห้าแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้โจมตีอีกฝ่ายเลย
“เย่เชียนนายเป็นอะไรมั้ย?” จินเหว่ยห่าวก้าวไปข้างหน้าเพื่อช่วยพยุงเย่เชียน
“อย่าจับเขา!” หลินเฟิงรีบตะโกน “นี่คือผลที่ตามมาของการใช้เคล็ดวิชาลับประตูแปดด่าน..อย่าจีบเขาเด็ดขาดไม่งั้นเขาจะเจ็บปวดมาก..ปล่อยให้เขาพักไปแบบนี้สักพักก่อน” จากนั้นหลินเฟิงก็มองไปที่เย่เชียนและถามว่า “เย่เชียนดวงตาของนายเป็นยังไงบ้าง?..ทำไมจู่ๆมันถึงเป็นแบบนี้อีกแล้วล่ะ?”