ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1348 คิดไม่ออก
ตอนที่ 1348 คิดไม่ออก
………………..
ตั้งแต่วันนั้นดวงตาของเย่เชียนก็กลายเป็นแบบนี้มาตลอดและเขาก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นและถ้าหากเย่เชียนอยากรู้เหตุผลก็ต้องไปถามยาฉะใช่ไหม? น่าเสียดายที่ตอนนี้ยาฉะจะเป็นหรือตายมันก็ยังไม่แน่นอนแต่เย่เชียนคิดว่าเขาอาจจะตายไปแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?..ทำไมพวกเขาถึงหนีไปโดยไม่มีเหตุผลล่ะ?” หลินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามด้วยความประหลาดใจและเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไม
“ก็เพราะว่าพวกเขากลัวตายน่ะสิ..ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเก่งแค่ไหนแต่เขาก็กลัวตายเหมือนกันและพวกเขาก็ไม่คิดที่จะรักษาคำพูดหรอก” จินเหว่ยห่าวพูด
“ฉันไม่คิดอย่างนั้นน่ะสิ” หลินเฟิงพูด “เมื่อพิจารณาจากความสามารถของเขาแล้วดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่และอาจมีเหตุผลอื่นที่ทำให้เขาหนีไปก็ได้”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ใช่!..ตอนที่ผมสู้กับเขาเมื่อกี้นี้ผมสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของเขาอย่างชัดเจนและหลังจากที่ผมเปิดประตูด่านที่ห้าไปแล้วถึงแม้ว่าเขาจะเสียเปรียบแต่เขาก็ยังไม่ถูกผมโจมตีเลยสักครั้งและผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงหนีไปอย่างกะทันหันแบบนั้น”
หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “สองคนนี้น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับสกายเน็ตและถ้าผมเดาไม่ผิดพวกเขาน่าจะมาจากสกายเน็ตนั่นแหละ..ซึ่งถ้าหากคนของสกายเน็ตเป็นเหมือนพวกเขาล่ะก็นั่นแสดงว่าสกายเน็ตจะเป็นองค์ที่น่ากลัวอย่างมาก”
“เดี๋ยวฉันจะสั่งให้หน่วยลับติดตามไปเพื่อดูว่าพวกเขาจะสามารถค้นพบสำนักงานใหญ่หรือฐานบัญญาการของพวกนั้นหรือเปล่า”
เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่จำเป็นหรอกเพราะมันยากมากที่จะตามปรมาจารย์แบบนั้นได้..เพราะงั้นอย่าส่งพวกเขาไปตายโดยเปล่าประโยชน์เลย”
“แล้วเราควรจะปล่อยพวกเขาไปแบบนี้งั้นเหรอ?..ทั้งๆที่เบาะแสอยู่ตรงหน้าพวกเราแล้วแต่เราจะทิ้งมันไปอย่างงั้นเหรอ?” ม่อหลงไม่เต็มใจเสียโอกาสไป
เย่เชียนถอนหายใจเล็กน้อยและพูดว่า “อย่าเลย..ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้ต้องการฆ่าผมเลยและเราก็ไม่ต้องการไปยั่วยุพวกเขาในตอนนี้เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการกำจัดตระกูลโอ่วหยางเพราะงั้นอย่าเพิ่งสร้างปัญหาเพิ่มเลย..เรายังไม่รู้เรื่องพวกนี้และถ้าทำตอนนี้ก็คงจะไม่ดี”
ม่อหลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆและระงับความโกรธในใจของเขาเอาไว้เพราะจริงๆแล้วศัตรูอยู่ต่อหน้าต่อตาเขาอย่างชัดเจนแต่กลัยต้องปล่อยโอกาสนี้ไป จากนั้นเย่เชียนก็ยื่นมือออกไปและตบไหล่ของม่อหลงเบาๆและพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไปหรอก..เดี๋ยวพวกเราก็ได้พบพวกเขาอีกไม่ช้าก็เร็ว..ถึงยังไงตอนนี้เราก็รู้เกี่ยวกับพวกเขาบ้างแล้วและเราก็เข้าใจแล้วว่าช่องว่างระหว่างพวกเรากับพวกเขายังห่างไกลกันมากเพราะงั้นพวกเราทุกคนควรจะพัฒนาฝีมือให้ดีกว่านี้โดยเร็วที่สุดไม่อย่างนั้นถ้าหากเราพบพวกเขาอีกครั้งในอนาคตผมคิดว่าพวกเราจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาเลย..ซึ่งตอนนี้มีเพียงสองคนจากสกายเน็ตที่เปิดเผยตัวออกมาแต่ผมไม่รู้เลยว่าสกายเน็ตจะมีสมาชิกอีกกี่คน..ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถของพวกเขาน่ะยากที่จะเข้าใจได้”
ประเด็นนี้ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้เพราะดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นแข็งแกร่งมากดังนั้นความสามารถของคนที่เป็นผู้นำของพวกเขานั้นจะต้องสูงกว่านี้อีกอย่างแน่นอน
ณ เมืองซีหนิงเขตชานเมือง!
ช่างร่างกำยำถือดาบเล่มใหญ่เดินตามหลังชายหนุ่มไปติดๆและพึมพำสบถไม่หยุด ซึ่งช่างร่างกำยำก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้และเขาก็กำลังงุนงงอย่างมากดังนั้นเขาจึงถามคำถามตลอดทาง
ชายหนุ่มก็ดูใจร้อนเล็กน้อยและรีบหันไปเตะเขาแต่ช่างร่างกำยำก็รีบหลบและตะโกนว่า “เฮ้ยแกมาเตะฉันทำไม..อยู่ๆแกก็หนีออกมาแล้วแกจะมาโกรธฉันทำไม”
ชายหนุ่มกลอกตาไปมาและพูดว่า “แกนี่มันโง่จริงๆ..แกไม่เห็นเหรอว่าเมื่อกี้นี้ดวงตาของเย่เชียนมีเลือดออกน่ะ?”
“เลือดออกเหรอ?” ช่างร่างกำยำอึ้งไปชั่วขณะแล้วพูดว่า “เลือดออก..อะไรกันวะเนี่ย?..ให้ตายเถอะนี่แกเป็นคนดีขนาดนั้นเลยเหรอ..แกไม่อยากฉวยโอกาสเอาชนะเขาแต่กลับเลือกที่จะวิ่งหนีออกมาเพราะเขาบาดเจ็บงั้นเหรอ?..ให้ตายเถอะฉันเสียหน้าไปหมดแล้ว”
“แกพูดอะไรของแก” ชายหนุ่มจ้องไปที่ช่างร่างกำยำและพูดว่า “เมื่อกี้นี้มีเมฆดำก่อตัวอยู่เหนือหัวของฉันและมันก็เหมือนกับความสามารถพิเศษของยาฉะเลย..ครั้งก่อนแกก็ติดตามมาสเตอร์ตอนที่เขาสู้กับยาฉะไม่ใช่เหรอ?..นี่แกไม่เห็นอะไรแปลกๆจริงหรือแกแกล้งโง่กันแน่?..นี่สมองของแกยังปกติอยู่หรือเปล่าวะ?”
ช่างร่างกำยำก็ไม่ได้สนใจคำสบประมาทของชายหนุ่มแต่เขาก็คิดอย่างรอบคอบและขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ที่แกพูดมาดูเหมือนจะจริงแต่แปลกที่ว่าเย่เชียนมีพลังแบบนั้นได้ยังไง..นั่นมันความสามารถเดียวกันกับยาฉะเลย..มันเป็นไปไม่ได้เพราะตอนที่มาสเตอร์ฆ่ายาฉะฉันก็อยู่กับเขาตลอดเวลาและดวงตาของยาฉะก็ยังปกติเหมือนเดิม..แบบนี้มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?”
“ฉันบอกไปแล้วแต่แกไม่เชื่อฉัน!” ชายหนุ่มพูด “เด็กคนนั้นมีพลังของยาฉะจริงๆ..ถ้าฉันพลั้งมือฆ่าเขาไปล่ะก็มาสเตอร์คงจะฆ่าฉันอย่างแน่นอน..ให้ตายเถอะถ้าฉันไม่หนีฉันเองก็คงจะแย่”
ช่างร่างกำยำก็หัวเราะเบาๆแล้วพูดว่า “ตอนแรกฉันคิดว่าแกหนีเพราะแกเอาชนะเขาไมได้..โถ่..ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆในอนาคตแกอย่าได้ไปพูดกับใครล่ะว่าแกรู้จักฉัน”
ชายหนุ่มกลอกตาไปมาและไม่สนใจคนงี่เง่าคนนี้และพูดว่า “หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้วไปกันเร็ว..ไปที่บ้านตระกูลโอ่วหยางและมาดูกันเถอะว่าระหว่างตั๋วโพ่กับโอ่วหยางอู๋เต๋อใครจะอยู่ใครจะตายกันแน่..มาสเตอร์สั่งให้เราไปเอาศพเขากลับไปด้วยน่ะสิ”
“ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมมาสเตอร์ถึงได้ต้องการศพมากมายขนาดนี้..นี่เขาจะเปิดบริษัทรับจัดงานศพหรือเปล่า?” ช่างร่างกำยำพึมพำ
“แกไม่เข้าใจก็ไม่แปลกหรอกเพราะมาสเตอร์ก็คือมาสเตอร์..แกอย่าลืมสิว่ามาสเตอร์เคยมีชื่อเสียงที่สุดในโลกใต้ดินและเป็นราชาแห่งโลกใต้ดินมาก่อน” ชายหนุ่มพูด “ถ้าแกเดาได้ว่าเขาต้องการทำอะไรล่ะก็ป่านนี้ทุกคนคงรู้จักเขากันหมดแล้ว”
ช่างร่างกำยำเม้มริมฝีปากเล็กน้อยและพึมพำแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีกและเดินตามชายหนุ่มไปที่เขตบ้านพักตระกูลโอ่วหยางอย่างช้าๆ ซึ่งสองคนนี้เป็นคู่หูกันตั้งแต่เข้าร่วมองค์กรสกายเน็ตและถึงแม้ว่าพวกเขามักจะทะเลาะกันและโต้เถียงกันอยู่บ่อยๆแต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ดีถึงความสามารถของกันและกันและช่างร่างกำยำก็ฆ่าชายหนุ่มไม่ได้และชายหนุ่มเองก็ฆ่าช่างร่างกำยำไม่ได้เช่นกัน
เย่เชียน,จินเหว่ยห่าวและหลินเฟิงพักค้างคืนที่สำนักม่อจื๊อและเช้าวันรุ่งขึ้นเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวก็รีบไปที่สำนักถังเพราะหลังจากพักผ่อนมาทั้งคืนอาการบาดเจ็บของเย่เชียนก็เกือบจะหายดีแล้วและนี่เป็นเพราะพลังปราณในร่างกายของเย่เชียนซึ่งมีพลังการฟื้นฟูสูง
หลินเฟิงไม่ได้ไปแต่อยู่ในสำนักม่อจื๊อต่อ
หลังจากขับรถไม่กี่ชั่วโมงเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวก็มาถึงประตูทางเข้าของสำนักม่อจื๊อ เมื่อเห็นเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวมาสาวกสำนักถังที่ประตูก็ปล่อยให้พวกเขาไปเพราะคนหนึ่งคือนายน้อยแห่งตระกูลถังและอีกคนก็คือหลานเขยของเจ้าสำนักอีกด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะละเลยแม้แต่น้อยและรีบเข้าไปรายงานให้ถังจิงหนานทราบทันที
เย่เชียนและจินเหว่ยห่าวก็ลงจากรถและหยิบของขวัญที่ซื้อมาและเดินเข้าไปข้างในภายใต้การนำของลูกศิษย์ของสำนักถังที่ประตู ซึ่งเมื่อรู้เรื่องนี้ถังเฉียงก็รีบออกมาต้อนรับเย่เชียนเรพาะเขารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องขอบคุณเย่เชียนเพราะที่เขาสามารถออกมาได้อย่างปลอดภัยก็เพราะเย่เชียนไม่อย่างนั้นเขาจะต้องถูกกักบริเวณในบ้านตลอดไป ด้วยเหตุนี้เขาจึงยังคงมีความประทับใจที่ดีต่อเย่เชียนและเมื่อเขาเห็นเย่เชียนเขาก็ทักทายเย่เชียนอย่างอบอุ่นและพูดว่า “เสี่ยวเชียนเอ็งกลับมาแล้วเหรอ?”
การแสดงออกของถังเฉียงก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาเห็นจินเหว่ยห่าวและเขาก็ไม่ได้ทักทายจินเหว่ยห่าวเพราะท้ายที่สุดแล้วในมุมมองของถังเฉียงนั้นจินเหว่ยห่าวเป็นลูกเขยของถังฮงดังนั้นเขาจึงไม่สามารถยอมรับได ซึ่งจินเหว่ยห่าวก็เข้าใจได้แต่เขาก็ยังคงเรียกว่า “สวัสดีครับคุณลุง” ด้วยความเคารพ ยังไงซะถังเฉียงก็เป็นผู้อาวุโสกว่าเขา
“สวัสดีครับคุณลุงวันนี้เป็นยังไงบ้าง?” เย่เชียนพูดและยิ้มเพราะเย่เชียนยังคงหวังว่าสำนักถังจะปลอดภัยแต่เขาก็ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งภายในเหมือนกับตระกูลจินเพราะยังไงซะครอบครัวก็คือครอบครัวดังนั้นเรื่องแบบนี้จะเอามาพูดกันไม่ได้และไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันให้ถึงตายแต่อย่างใด
“ก็ดีเหมือนกัน” ถังเฉียงพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไรก็ตามมีความรู้สึกสูญเสียอย่างชัดเจนในดวงตาของเขาเพราะเมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วถึงแม้ว่าเขาจะได้รับการปล่อยตัวแต่ถังจิงหนานก็ไม่เคยให้ความสำคัญกับเขาเท่าเมื่อก่อนอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงยังรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยอยู่ดี
เห็นได้ชัดว่าเย่เชียนรับรู้ถึงความรู้สึกของถังเฉียง จากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คุณลุงครับผมไม่รู้ว่าผมที่เป็นเด็กควรจะพูดอะไรดี”
“ถ้าเอ็งมีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ..ถ้าไม่ใช่เพราะเอ็งฉันคิดว่าฉันคงจะไม่ได้ออกมาอีกแล้ว” ถังเฉียงพูด “ถึงแม้ว่าฉันถังเฉียงจะไม่ใช่คนดีแต่ฉันก็ตอบแทนบุญคุณความดีเสมอกับคนที่ดีกับฉันและเอ็งคือคนช่วยชีวิตฉันเพราะงั้นเอ็งไม่จำเป็นต้องเกรงใจฉันหรอกพูดออกมาตรงๆได้เลย”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “คุณลุงผมรู้ว่าคุณทำเพื่อตระกูลถังแต่คุณเลือกวิธีที่ผิดแต่ตอนนี้คุณมีโอกาสที่จะแก้ไขแล้วและครอบครัวก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุดและอันที่จริงมันก็ไม่สำคัญหรอกว่าใครเป็นผู้นำตระกูลถัง..เพราะถึงแม้ว่าอำนาจจะสำคัญก็จริงแต่ถ้าคุณสนใจเรื่องนี้มากเกินไปมันมีแต่จะทำร้ายคนรอบข้าง..ผมเองก็ไม่เคยคิดที่จะขึ้นเป็นผู้นำของเขี้ยวหมาป่าเลยแต่ทุกคนยินดีที่จะให้ผมดูแลสิ่งต่างๆเพราะนั่นคือความปรองดองและเชื่อใจกัน..เพราะงั้นสำนักถังเองก็เป็นแบบนั้นได้เหมือนกัน”
ถังเฉียงตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจจากนั้นก้มศีรษะลงอย่างรู้สึกผิดและพูดด้วยความละอายใจว่า “ฉันขอโทษจริงๆ”
“ไม่มีอะไรที่เราไม่สามารถแก้ไขได้หรอก” เย่เชียนพูด “ทุกคนล้วนทำเพื่อประโยชน์ของตระกูลถังและใครก็ตามที่มีความสามารถผมก็ยินดีด้วยและผมก็ยังคงหวังว่าจะได้เห็นตระกูลถังที่ปรองดองกันและผมก็ไม่ต้องการเห็นตระกูลถังแตกสลายแบบนี้อีก..ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ทำไมผมถึงต้องขอร้องคุณปู่ให้เขาปล่อยคุณลุงออกมา”
ถังเฉียงพยักหน้าอย่างเงียบๆและพูดว่า “มันเป็นเพราะฉันต้องการอำนาจมากเกินไป..เฮ้อ..ถ้าไม่ใช่เพราะฉันยู่เซิงก็คงไม่ต้องตาย..แต่เอ็งไม่ต้องกังวลไปหรอกเพราะฉันจะคิดเรื่องนี้อย่างรอบคอบ..อันที่จริงฉันฉันก็เคยคิดเหมือนกันว่าอยากจะพักผ่อนและหาที่เงียบๆเพื่อใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่เหมือนกัน”
“มันไม่จำเป็นต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “เดี๋ยวผมจะคุยกับคุณลุงฮงเองเมื่อมีเวลาและผมก็คิดว่าเขาจะเข้าใจ..เพราะยังไงซะพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน..เอาล่ะเราเข้าไปด้วยกันเถอะครับ”
.