ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1354 พริบตา
ตอนที่ 1354 พริบตา
………………..
พายุฝนเข็มเกสร!
มันทรงพลังมากและแทบจะทุกคนในโลกศิลปะการต่อสู้โบราณที่ต้องตกใจเมื่อได้ยินชื่อนี้เพราะนี่คืออาวุธลับพิเศษที่คิดค้นขึ้นมาโดยสำนักถังซึ่งมันมีขนาดเล็กเท่าเกสรดอกไม้แต่มันก็แข็งแกร่งมาก ซึ่งมันมีรูปร่างคล้ายดอกไม้และจะแตกกระจายเป็นเศษเท่าเกสรดอกไม้และถึงแม้ว่าจะไม่มียาพิษผสมอยู่แต่มันก็เป็นอาวุธลับที่น่ากลัวอย่างมาก
ซึ่งถึงแม้ว่าคนธรรมดาก็สามารถใช้มันได้ก็ตามแต่ถ้าหากไม่มีเคล็ดลับในการซ่อนอาวุธเหล่านี้โดยไม่ทำให้คู่ต่อสู้รู้ตัวได้ล่ะก็นั่นก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้มันได้อย่างสำฤทธิ์ผล ด้วยเหตุนี้เองที่พายุฝนเข็มเกสรที่ปล่อยออกมาโดยจินเหว่ยห่าวจึงไม่สามารถฆ่าโอ่วหยางหมิงซวนได้ในทันที ถึงอย่างนั้นร่างกายของโอ่วหยางหมิงซวนก็เต็มไปด้วยเข็มเกสรทั่วทั้งร่างกายและไม่นานนักร่างกายของเขาก็โชกไปด้วยเลือด
หากเป็นลูกศิษย์ของสำนักถังที่ปล่อยพายุฝนเข็มเกสรล่ะก็โอ่วหยางหมิงซวนอาจจะตายพายในชั่วพริบตาเลยก็เป็นได้ เมื่อโอ่วหยางหมิงซวนมองไปที่หน้าอกของเขาที่เต็มไปด้วยเลือดและความเจ็บปวดจากบาดแผลก็ทำให้เขาโกรธมากและพูดอย่างดุเดือดว่า “ไอ้เวรนี่แกกล้าใช้วิธีสกปรกอย่างงั้นเหรอ?”
“ผลการแข่งขันออกมาแล้วและผู้ชนะก็คือจินเหว่ยห่าวผู้นำแห่งตระกูลจิน!” ถังจิงหนานพูด “ฉันพูดก่อนการแข่งขันไปแล้วว่าทุกคนสามารถใช้วิธีใดก็ได้ขอแค่ไม่พรากชีวิตของอีกฝ่ายก็พอและมีเพียงผลลัพธ์เท่านั้นที่จะตัดสินในครั้งนี้เพราะงั้นอาวุธลับก็เป็นอาวุธชนิดหนึ่งและไม่มีใครสามารถพูดได้ว่านั่นเป็นวิธีสกปรก!”
เห็นได้ชัดว่าโอ่วหยางหมิงซวนนั้นไม่สามารถยอมรับได้แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีเพราะที่นี่คือสำนักถังและพวกเขาก็สร้างตำนานและชื่อเสียงมากมายด้วยอาวุธลับมาตั้งแต่สมัยก่อน ซึ่งถ้าหากมีการกล่าวว่าการใช้อาวุธลับเป็นวิธีการสกปรกล่ะก็นั่นคงจะเป็นการเสียมารยาทใช่ไหม? โอ่วหยางหมิงซวนก็ไม่สามารถก้มหน้าลงได้และไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ต่อจินเหว่ยห่าวได้เลย ซึ่งจริงๆแล้วโอ่วหยางหมิงซวนไม่ได้สนใจว่าเขาจะไม่สามารถแต่งงานกับถังยู่ซินได้ถ้าหากเขาพ่ายแพ้ให้กับจินเหว่ยห่าวแต่แต่ความหยิ่งยโสในใจของเขานั้นทำให้เขาไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ต่อคนที่เคยพ่ายแพ้เขามาก่อนได้นั่นเอง
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของโอ่วหยางหมิงซวนแล้วถังจิงหนานก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและกระโดดขึ้นจากที่นั่งแล้วรีบพุ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าจินเหว่ยห่าวจากนั้นถังจิงหนานก็เขายื่นมือออกเพื่อปัดดาบของโอ่วหยางหมิงซวนแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “นายน้อยโอ่วหยางไม่ได้ยินที่ฉันพูดงั้นเหรอ?..ลูกผู้ชายควรยินดีที่จะยอมรับความพ่ายแพ้สิ..ตอนนี้นายน้อยโอ่วหยางได้พ่ายแพ้แล้วเพราะงั้นก็ควรมีความกล้าที่จะแบกรับมันเอาไว้สิ..มันไม่จำเป็นต้องหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองเลย”
มุมปากของโอ่วหยางหมิงซวนก็ยังคงกระตุกและไม่เต็มใจอย่างมากและเขาก็พูดว่า “อาจารย์ถังนี่มันโกงกันชัดๆ..คนอย่างจินเหว่ยห่าวจะไปรู้จักพายุฝนเข็มเกสรได้ยังไง?”
ถังจิงหนานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “อะไรนะ?..นี่นายน้อยโอ่วหยางกำลังตำหนิฉันอยู่งั้นเหรอ?..นี่อย่าบอกนะว่านายน้อยโอ่วหยางอยากจะฆ่าฉันด้วยน่ะ?”
“ผมไม่กล้าหรอกครับ!” โอ่วหยางหมิงซวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆและระงับความโกรธในใจของเขาเอาไว้และพูด
“ถึงแม้ว่าตระกูลโอ่วหยางนั้นจะไม่ได้เป็นยอดฝีมือเหมือนในสมัยก่อนแต่วิชาดาบของโอ่วหยางอู๋เต๋อนั้นก็ยอดเยี่ยมและไร้ที่ติแต่ทว่าหลานชายของเขากลับไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ได้” ถังจิงหนานพูด “กลับไปบอกปู่ของนายน้อยโอ่วหยางว่าตระกูลถังจะไม่ตกลงเรื่องการแต่งงานกับตระกูลโอ่วหยาง!” จากนั้นถังจิงหนานก็หันไปมองที่ถังฮงแล้วพูดว่า “พาเขาไปรักษาซะ..มันเป็นแค่รอยขีดข่วนเล็กๆน้อยๆไม่ได้ร้ายแรงอะไรนักหรอก”
ถังฮงตอบและก้าวไปข้างหน้าแล้วดึงโอ่วหยางหมิงซวนออกไป ซึ่งถึงแม้ว่าโอ่วหยางหมิงซวนจะโกรธอย่างมากแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องออกไปและถังฮงก็ขยิบตาให้เขา ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของถังจิงหนานนั้นก็เพื่อปกป้องหน้าตาและศักดิ์ศรีของโอ่วหยางหมิงซวนเพราะความเป็นจริงแล้วมันก็ยากจริงๆสำหรับเขาในตอนนี้ที่จะอดทนต่อบาดแผลต่อหน้าผู้คนมากมายเพราะแท้ที่จริงแล้วมันสาหัสไม่ใช่น้อยเลย
“ขอบคุณอาจารย์ถังมากเลยนะครับที่ช่วยชีวิตผมเอาไว้” จินเหว่ยห่าวพูด
“หืม..นี่เอ็งยังเรียกฉันว่าอาจารย์อยู่อีกเหรอ?” ถังจิงหนานยิ้มแล้วพูด
เมื่อได้ยินแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็ผงะไปครู่หนึ่งและรีบเรียกว่า “ครับคุณปู่” เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้ถังจิงหนานเข้าข้างเขาและช่วยเขาอย่างใจจริง ซึ่งเมื่อคิดแบบนั้นความรู้สึกที่อบอุ่นก็เกิดขึ้นในใจเขาและสถานการณ์นี้ก็ทำให้เขามีความสุขอย่างมาก
“ถึงแม้ว่ามันจะดูน่าอับอายแต่เอ็งก็ชนะอยู่ดี” ถังจิงหนานพูด “ยังไงก็เถอะทักษะการต่อสู้ของเอ็งก็ยังตามหลังเขาอยู่มากเพราะงั้นถ้าสองสามวันนี้เอ็งไม่มีธุระอะไรก็อยู่ที่นี่สิฉันมีอะไรจะคุยกับเอ็งอีกหลายอย่างเลย” ซึ่งความหมายนั้นก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าถังจิงหนานต้องการจะสอนศิลปะการต่อสู้ให้กับจินเหว่ยห่าว
ตามกฎของของสำนักถังแล้วศาสตร์และศิลปะการต่อสู้ต่างๆห้ามส่งต่อไปยังตระกูลอื่นเพราะในสมัยก่อนเกิดโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าขึ้นนั่นเอง
เมื่อได้ยินแบบนั้นจินเหว่ยห่าวก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและถึงแม้ว่าเขาจะเข้าใจว่าถังจิงหนานหมายถึงอะไรแต่เขาก็คิดว่าเขายังคงต้องการแก้แค้นโอ่วหยางหมิงซวนต่อดังนั้นเขาจะเสียเวลาที่นี่ต่อไปได้อย่างไร? เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะปฏิเสธเย่เชียนที่อยู่ข้างๆก็รีบแตะแขนของจินเหว่ยห่าวอย่างเงียบๆและมองเขาจนจินเหว่ยห่าวเข้าใจแล้วรีบพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า “ขอบคุณครับคุณปู่!”
ถังจิงหนานก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดว่า “รีบบอกข่าวดีกับซินเอ๋อร์ซะ..ยัยหลานสาวนั่นคงจะกังวลแย่แล้ว..หืม..หลานของฉันนี่แสบจริงๆถึงกับกล้าให้พายุเข็มเกสรกับเอ็งเลย..พวกเอ็งคอยดูนะว่าฉันจะจัดการกับเธอยังไงหลังจากนี้” หลังจากพูดจบถังจิงหนานก็หันหลังกลับแล้วออกไป ถึงแม้ว่าคำพูดจะดูรุนแรงมากแต่ใครก็ตามที่มีสายตาที่เฉียบแหลมก็จะสามารถเห็นได้ว่าดวงตาของถังจิงหนานนั้นเต็มไปด้วยความรักต่อลูกหลานอย่างชัดเจน
“ฉันเองก็เพิ่งเข้าใจเหมือนกัน” จินเหว่ยห่าวพูด “พูดตามตรงฉันรู้สึกอบอุ่นในใจมากเพราะการมีปู่แบบนี้เป็นสิ่งที่ฉันใฝ่หาและเฝ้าฝันมานานแล้ว” หลังจากหยุดไปชั่วขณะจินเหว่ยห่าวก็พูดต่อ “ยังไงก็เถอะพวกเรายังมีเรื่องต้องทำอีกมากและจะมาเสียเวลาที่นี่ไม่ได้..ถึงแม้ว่าคุณปู่จะทำเพื่อผลประโยชน์ของฉันเองและอยากจะสอนศิลปะการต่อสู้ให้ฉันก็ตามแต่ว่า…”
เย่เชียนตบไหล่จินเหว่ยห่าวและพูดว่า “กฎเหล็กของสำนักถังก็คือห้ามส่งต่อศิลปะการต่อสู้และศาสตร์เคล็ดวิชาลับต่างๆให้กับคนนอกเพราะงั้นการที่เขาทำแบบนี้นั่นก็เพราะว่าเขาชื่นชอบในตัวของพี่มากและถือว่าพี่เป็นครอบครัวเดียวกันกับเขาแล้วเพราะงั้นถ้าพี่จินปฏิเสธล่ะก็มันจะไม่แย่เหรอ?..นอกจากนี้ทักษะอาวุธลับของสำนักถังนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดาๆและไม่เหมือนใครในโลกจริงๆเพราะงั้นถ้าหากพี่จินสามารถเรียนรู้มันได้นั่นก็จะดีสำหรับพี่ในอนาคต..ส่วนเรื่องของตระกูลโอ่วหยางน่ะเราไม่จำเป็นต้องรีบหรอกเพราะพรุ่งนี้ผมก็ต้องไปที่หมู่บ้านเมียวและอาจจะไม่กลับมาอีกจนกว่าจะถึงมะรืนนี้เพราะงั้นหลังจากที่ผมกลับมาเราค่อยคิดเรื่องตระกูลโอ่วหยางกันอีกทีเพราะงั้นระหว่างนี้พี่จินก็อยู่ที่นี่และศึกษาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ล่ะ”
“ถ้างั้นก็เอาตามนี้!” จินเหว่ยห่าวพยักหน้าและพูด
เมื่อพูดถึงหมู่บ้านเมียวแล้วเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะเห็นร่างของหลัวสุ่ยในใจของเขาเพราะเย่เชียนรู้สึกเจ็บปวดอย่างอธิบายไม่ได้เพราะตอนนี้หลัวสุ่ยก็ยังคงทุกข์ทรมานแต่เขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลยและทำได้เพียงเฝ้าดูเธอทนทุกข์ทรมานไปเรื่อยๆ
ในห้องทำงานของถังฮงนั้นโอ่วหยางหมิงซวนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยทั้งตัวของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผลและสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างมาก “โชคดีที่เขาไม่รู้วิธีใช้พายุฝนเข็มเกสรไม่อย่างนั้นนายน้อยโอ่วหยางแย่แน่” ถังฮงพูด
โอ่วหยางหมิงซวนก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “แพ้หรือชนะมันก็ไม่สำคัญหรอกเพราะถ้าจินเหว่ยห่าวยังอยู่ในตะวันตกเฉียงเหนือผมก็มีวิธีฆ่าเขาตั้งหลายวิธีและผมก็ไม่เชื่อว่าหรอกเขาจะไม่มีวันออกจากสำนักถังไป..ซึ่งเรื่องนี้อาจารย์ถังไม่นึกถึงลุงฮงเลยเพราะลุงฮงสัญญากับผมเอาไว้แล้วว่าจะหมั้นหมายซินเอ๋อร์กับผมแต่เขาก็ยังทำแบบนี้นี่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้จริงจังกับลุงฮงเลย..ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งล่าสุดในสำนักถังผมก็คิดว่าอาจารย์ถังจะไว้ใจลุงฮงแล้วแต่ตอนนี้ผมเห็นแล้วว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย..แต่ดูเหมือนว่าอาจารย์ถังจะระวังในตัวของลุงฮงมากกว่าเดิมอีก”
ถังฮงก็ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ฉันเข้าใจความคิดของเขาเป็นอย่างดีเพราะเขาหวังว่าจะได้เห็นตระกูลถังที่ปรองดองกัน ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติต่อฉันแบบนี้และจุดประสงค์ก็คือให้ฉันล้มเลิกความคิดที่จะต่อสู้เพื่อขึ้นเป็นเจ้าสำนัก”
“แต่เจ้าสำนักจักต้องมีเพียงหนึ่งเดียวเสมอเพราะงั้นถ้าหากอาจารย์ถังไม่มอบตำแหน่งให้ลุงฮงแต่กลับมอบให้ลุงเฉียงผู้ซึ่งเคยทรยศต่อสำนักถังล่ะ?..แบบนั้นลุงฮงจะรับได้เหรอครับ?” โอ่วหยางหมิงซวนพูด “ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปผมเกรงว่าตำแหน่งของลุงฮงในฐานะเจ้าสำนักคงจะริบหรี่มากเลย”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำยังไงดีล่ะ..นายน้อยโอ่วหยางต้องการให้ฉันฆ่าเขางั้นเหรอ?..อย่าพูดถึงเรื่องนั้นเลยเพราะถึงแม้ว่าฉันจะสามารถเอาชนะเขาได้แต่ฉันก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้อยู่ดีเพราะฉันไม่ยอมรับการทำแบบนั้นหรอก” ถังฮงพูด
“ตั้งแต่สมัยโบราณแล้วที่คนที่บรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้มักจะไม่สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆเพราะจักรพรรดิ์ก็ฆ่าพี่ชายของตัวเองและขึ้นครองบัลลังก์เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับราชวงศ์ไม่ใช่เหรอ?..เพราะงั้นถ้าลุงฮงจะฆ่าครอบครัวเพื่อสำนักถังและตระกูลถังมันก็ไม่ผิดอะไรหรอกครับ” โอ่วหยางหมิงซวนพูด “เพราะถ้าลุงฮงไม่ทำแบบนี้ผมเกรงว่ามันจะยากสำหรับคุณที่จะตั้งหลักในสำนักถังได้ในอนาคต..ถึงแม้ว่าฝีมือของลุงฮงจะไม่ดีเท่าของอาจารย์ถังก็ตามแต่ในยุคนี้เราอาศัยสมองเป็นกองทัพเพราะงั้นตราบใดที่ลุงฮงเต็มใจตระกูลหยางของผมจะช่วยลุงฮงเอง..เรื่องนี้คุณปู่ของผมจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอนและผมก็เชื่อว่ามีไม่กี่คนในโลกใบนี้ที่สามารถหยุดเพลงดาบเก้าเล่มของคุณปู่ได้จริงๆ”
ถังฮงขมวดคิ้วเล็กน้อยและบางทีเขาอาจจะมีความคิดแบบนี้มาก่อนแต่ตอนนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดเพราะเมื่อเย่เชียนเข้ามาแทรกแซงแล้วสิ่งต่างๆก็จะไม่ง่ายอย่างที่คิดอีกต่อไปและถ้าหากเขาล้มเหลวเขาก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเขาจะยังคงมีชีวิตอยู่ได้ด้วยโชคเหมือนกับถังเฉียงอีก นอกจากนี้เย่เชียนยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในตอนนี้ว่าจุดประสงค์ของการมายังภาคตะวันตกเฉียงเหนือในครั้งนี้ก็พื่อกำจัดตระกูลโอ่วหยางดังนั้นจะดีสำหรับเขาที่สุดที่จะเป็นผู้ชมข้างสนาม
“ขอบใจมากนะนายน้อยโอ่วหยางแต่เรื่องนี้มันใหญ่เกินไปเพราะงั้นฉันขอคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนก็แล้วกัน” ถังฮงพูด “ท้ายที่สุดแล้วฉันก็ไม่สามารถทนความสูญเสียได้เพราะมันอาจจะไม่เหลืออะไรเลยนอกจากอำนาจ”
โอ่วหยางหมิงซวนก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ผมเข้าใจแล้วครับผมไม่ได้รีบร้อนอะไรเพราะเรื่องนี้ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบด้วย” ในมุมมองของโอ่วหยางหมิงซวนเหตุผลที่ถังฮงตัดสินใจแบบนี้นั้นก็เป็นเพราะเขาเป็นกังวลเกี่ยวกับความล้มเหลวแต่สิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นจากอีกแง่มุมหนึ่งว่าถังฮงรู้สึกลังเลเล็กน้อยและตราบใดที่เขาโน้มน้าวถังฮงได้ล่ะก็ทุกอย่างก็จะง่าย