ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1356 เกลี้ยมกล่อมคืนดี
ตอนที่ 1356 เกลี้ยมกล่อมคืนดี
………………..
ในเกมหมากรุกทั่วไปคนที่เดินก่อนมักจะมีไหวพริบในการจู่โจมซึ่งสอดคล้องกับนิสัยของเย่เชียนอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นต่อสู้หรืออะไรเย่เชียนก็ไม่ค่อยใช้กลยุทธ์การตั้งรับเพราะเมื่อหลินจินไท่สอนมวยไทชิกับเย่เชียนในตอนนั้นเขาก็เคยพูดเอาไว้ว่าหากแก่นแท้ของมวยไทชินั้นแท้ที่จริงแล้วคือการรุกนั่นเอง
อย่างไรก็ตามหลินจินไท่ยังบอกความจริงกับเย่เชียนว่าทุกๆอย่างมันไม่แน่นอนเช่นเดียวกันกับศิลปะการต่อสู้เพราะบางครั้ง การรุกก็มักจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดเช่นกันดังนั้นมวยไทชิจึงเป็นสิ่งที่คาดเดายาก
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเย่เชียนถึงไม่ค่อยใช้มวยไทชิและมักจะใช้มวยปาจี๋แทนที่เน้นการรุกเพราะมันสอดคล้องกับนิสัยของเย่เชียนแต่เกมหมากรุกก็เหมือนกับสงครามเพราะเย่เชียนเก่งในด้านการวางแผนและลากถังฮงเข้าสู่กับดักทีละขั้นตอน
หลังจากนั้นไม่นานเย่เชียนก็ได้เปรียบจนถังฮงเสียเบี้ยทหารจนไม่มีตัวไหนที่จะหยุดเย่เชียนได้อีกดังนั้นถังฮงจึงยอมจำนนและเย่เชียนก็ส่ายหัวอย่างลับๆเพราะดูเหมือนว่าถังฮงจะเป็นเซียนหมากรุกตัวปลอมเพราะทักษะหมากรุกของถังฮงก็ไม่ได้สูงนักและถือได้ว่าอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น ซึ่งในตอนแรกถังฮงโอ้อวดว่าเขาจะยอมทิ้งรถม้าเพื่ออ่อนข้อให้เย่เชียนแต่ตอนนี้ถังฮงกลับพ่ายแพ้ซึ่งทำให้ถังฮงรู้สึกอายเล็กน้อย
“หมากรุกก็เหมือนชีวิตและการประเมินศัตรูต่ำเกินไปมักจะสร้างความสูญเสียให้กับตัวเองและอาจควบคุมไม่ได้อีก” เย่เชียนพูด “เราต้องอย่าถูกล่อลวงด้วยผลประโยชน์ในทันทีและอย่าเพิกเฉยต่อความสามารถของตัวหมากรุกของคุณทุกตัว..การพิชิตโลกนั้นเราต้องอาศัยพวกพ้องเพราะมันไม่มียอดมนุษย์คนไหนที่สามารถพิชิตโลกได้ด้วยตัวคนเดียวหรอกครับดังนั้นถ้าหากลุงฮงทิ้งตัวหมากรุกตัวอื่นๆเพื่อจะโจมตีตัวหมากรุกตัวที่สำคัญไปคุณก็จะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน”
“ฉันขอลองอีกครั้ง!” เห็นได้ชัดว่าถังฮงไม่เต็มใจที่จะยอมรับความพ่ายแพ้
เย่เชียนก็ยิ้มและตั้งตัวหมากรุกขึ้นอีกครั้งแต่ไมได้พูดอะไร
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วไม่เกรงใจจากนั้นก็เริ่มเดินหมากก่อนเช่นเคย ซึ่งคราวนี้เย่เชียนก็ใช้กลยุทธ์บุกอย่างเดียวราวกับเทพสงครามและไม่นานหลังจากถังฮงสูญเสียรถม้าเย่เชียนก็สร้างสถานการณ์หลังเหตุการณ์นี้ได้สำเร็จและรุกฆาตทันที เมื่อเห็นแบบนั้นถังฮงก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์แบบเพราะเขาถูกหลอกถึงสองครั้งติดต่อกัน
“อย่าเพิกเฉยต่อพวกพ้องของตัวเองเด็ดขาดเพราะสุดท้ายแล้วคิงของคุณก็จะขยับไปไหนไม่ได้และไม่มีทางที่จะพลิกสถานการณ์ได้เลยแบบนั้นลุงฮงจะชนะได้ยังไงและท้ายที่สุดเบี้ยของลุงฮงก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่คนอื่นหลอกใช้นั่นเอง” เย่เชียนพูด
ถังฮงก็ถอนหายใจอย่างเงียบๆและพูดว่า “ถ้าเอ็งมีอะไรจะพูดก็พูดออกมาตรงๆเลย..เอ็งไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมอะไรเพราะพวกเราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันเพราะงั้นอย่าเกรงใจกันเลย”
เย่เชียนยิ้มและพยักหน้าแล้วพูดว่า “ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าลุงฮงพูดอะไรกับโอ่วหยางหมิงซวนก่อนหน้านี้แต่ถ้าผมเดาไม่ผิดโอ่วหยางหมิงซวนจะต้องโน้มน้าวให้ลุงฮงแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักใช่ไหม?”
ถังฮงก็พยักหน้าและพูดว่า “ใช่..เมื่อกี้นี้เขาพยายามทำแบบนั้นจริงๆและเขายังบอกว่าเขาสามารถขอให้ปู่ของเขาโอ่วหยางอู๋เต๋อออกมาเพื่อช่วยฉันได้ด้วย”
“แล้วลุงฮงคิดว่าไงล่ะ?” เย่เชียนถาม
“พูดตามตรงเลยฉันอยากที่จะเป็นเจ้าสำนักถังอยู่เหมือนกันแต่ฉันไม่สามารถทำสิ่งที่ละเมิดความสัมพันธ์และมโนธรรมของมนุษย์ได้เพราะถ้าฉันต้องฆ่าพ่อของตัวเองฉันจะยังคงเป็นมนุษย์อยู่งั้นเหรอ?..เพราะงั้นถึงแม้ว่าฉันอยากจะเป็นเจ้าสำนักมากแค่ไหนแต่ถ้าทำแบบนั้นเหล่าสาวกและลูกศิษย์จะเชื่อฟังฉันอย่างจริงใจหรือเปล่าล่ะ?” ถังฮงพูด
“ถ้าลุงฮงคิดแบบนี้จริงๆผมก็โล่งใจ” เย่เชียนพูด “จริงๆแล้วความสำเร็จของคนๆนึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิทธิ์และโอกาสที่เรามีเพราะในความคิดของผมมันขึ้นอยู่กับพวกพ้องและคนรอบข้างที่เรามีต่างหากเพราะงั้นถึงแม้ว่าลุงฮงจะมีอำนาจในโลกใบนี้แต่ถ้าลุงฮงไม่มีแม้แต่พวกพ้องและญาติพี่น้องล่ะก็ลุงฮงก็จะโดดเดี่ยวตัวคนเดียวและไม่มีใคร..ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากลุงฮงต้องการพัฒนาสำนักถังในอนาคตมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับลุงฮงคนเดียวเพราะมันต้องการสาวกทั้งหมดของสำนักถังเพื่อพัฒนาร่วมกันไปเรื่อยๆ” เย่เชียนพูดต่อ “บอกตามตรงนะถ้าลุงฮงเลือกทำอย่างนั้นจริงๆผมจะเป็นคนแรกที่ฆ่าลุงฮงอย่างแน่นอน..ว่ากันว่าคนที่ไม่รู้จะไม่มีความผิดแต่ตอนนี้ลุงฮงเข้าใจความจริงข้อนี้อย่างแจ่มแจ้งแล้วแต่ยังเลือกที่จะทำอย่างนั้นผมก็จะไม่มีวันให้อภัยลุงฮงเด็ดขาด..เพราะงั้นผมหวังว่าจะได้เห็นทุกคนอยู่อย่างสันติและปรองดองกันและตราบใดที่ลุงฮงทำแบบนั้นผมเชื่อเลยว่าสำนักถังจะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์และผมกับเขี้ยวหมาป่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยสนับสนุนสำนักถังเอง”
ถังฮงถอนหายใจอย่างเงียบๆและพูดว่า “ฉันเข้าใจดีแต่ฉันก็ยังคงปล่อยวางมันไปไม่ได้อยู่ดี..ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพ่อถึงยกโทษให้พี่ใหญ่ที่ทำผิดพลาดขนาดนี้ทั้งๆที่ฉันเหน็ดเหนื่อยและทำเพื่อสำนักถังมามากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “พ่อลูกอยู่ด้วยกันมานานหลายปีแล้วแต่ลุงฮงกลับไม่เข้าใจนิสัยของคุณปู่เลยงั้นเหรอ?..อันที่จริงคุณปู่แสดงออกไม่เก่งแต่ผมเชื่อว่าเขารักลุงฮงมากจริงๆแล้วลุงล่ะเคยคิดถึงความรู้สึกของคุณปู่บ้างหรือเปล่าเพราะตอนนี้เขาแก่มากแล้วและลุงฮงคิดว่าคุณปู่ตั้งหน้าตั้งตารอที่จะเห็นอะไรมากที่สุดล่ะ..เขาต้องการเห็นลูกๆหลานๆมีชีวิตที่ดี..เพราะงั้นลุงฮงเคยคิดบ้างไหมว่าคุณปู่จะอึดอัดแค่ไหน..หลังจากเหตุการณ์คราวที่แล้วจู่ๆคุณปู่ก็ดูแก่ลงไปมากและอันที่จริงเหตุผลที่คุณปู่ปฏิบัติต่อลุงฮงอย่างเฉยเมยในตอนนี้ก็เพียงเพื่อทำให้ลุงฮงไม่คิดที่จะต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักอีกต่อไปและผมก็เชื่อว่าเมื่อไหร่ที่ลุงฮงเลิกคิดแบบนั้นจริงๆผมเชื่อว่าคุณปู่จะยอมรับลุงฮงในไม่ช้า..จากนั้นครอบครัวก็จะแน่นแฟ้นและปรองดองกันเหมือนเดิม..การที่พ่อลูกต้องเข่นฆ่ากันและพี่น้องก็กลายเป็นศัตรูกันมันคุ้มแล้วเหรอ?”
ถังฮงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและพยักหน้าแล้วพูดว่า “จริงๆแล้วฉันก็ต้องการให้ครอบครัวมีความสุขและเอ็งก็พูดถูกทุกอย่างเลย..เพราะถ้าสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายและพอชนะไปแล้วมันจะเหลืออะไรนอกจากตัวเอง?..ซึ่งท้ายที่สุดก็ต้องอยู่ตามลำพังเหมือนกับจินเจิ้งผิงเพราะพ่อกับลูกกลายเป็นศัตรูกันและสามีกับภรรยาก็เฆ่นฆ่ากันส่วนพี่น้องก็บาดหมางกันจนตายไปข้างแบบนี้มันไม่คุ้มเลยจริงๆ!”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมดีใจมากที่ลุงฮงคิดแบบนี้..อันที่จริงแล้วผมคิดว่าลุงฮงเองก็น่าจะรู้ดีว่าโอ่วหยางหมิงซวนกำลังคิดอะไรอยู่เพราะเขาแค่ต้องการใช้ลุงฮงเท่านั้นเพราะงั้นลุงฮงทำอย่างนั้นจริงๆลุงฮงก็เป็นได้แค่เครื่องมือของโอ่วหยางหมิงซวนและลุงฮงจะต้องพึ่งพาตระกูลโอ่วหยางและเมื่อถึงเวลาลุงฮงก็จะเดินไปติดกับดักที่พวกมันวางเอาไว้..แต่ที่สำคัญก็คือโอ่วหยางหมิงซวนจะไม่มีโอกาสทำแบบนั้นหรอกเพราะเขาจะไม่รอดพ้นไปจากเงื้อมมือของผมได้” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “ผมขอพูดเลยนะว่าลุงเฉียงน่ะเขาเปลี่ยนไปมากหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งก่อนและเขาก็คิดได้แล้วเพราะงั้นลุงฮงเองก็ควรจะให้โอกาสเขาและตื่นจากเรื่องราวในอดีตได้แล้ว”
“เอาเถอะถึงยังไงลุงทั้งสองก็เป็นพี่น้องกันและมันก็มีแค่เส้นบางๆกันอยู่เท่านั้น” เย่เชียนพูด จากนั้นเมื่อเขามองดูเวลาเย่เชียนก็พูดว่า “อืมมันใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วเพราะงั้นเราไปดื่มด้วยกันไหมครับ?”
“ได้สิ!” ถังฮงตอบและยืนขึ้น หลังจากการอภิปรายในตอนนี้จิตใจของถังฮงก็เปิดกว้างขึ้นมากและอันที่จริงแล้วมันก็ไม่สำคัญเลยว่าเขาจะได้เป็นเจ้าสำนักหรือเปล่าเพราะในความเป็นจริงหากเขาคิดอย่างรอบคอบแล้วการเป็นเจ้าสำนักนั้นจะดีจริงๆเหรอ? ซึ่งมันก็เหมือนฮ่องเต้ในสมัยก่อนที่กว่าจะเป็นฮ่องเต้ได้ก็ต้องทำงานหนักทั้งวันและถ้าไม่ระวังก็โดนด่าว่าโง่แต่การเป็นเจ้าชายและคอยสนับสนุนสิ่งต่างๆนั้นสบายแค่ไหน
หลังจากออกจากห้องของถังฮงแล้วทั้งสองก็เดินตรงไปที่ศาลาและสั่งให้คนรับใช้เตรียมไวน์และอาหารแล้วนำมา หลังจากนั้นเย่เชียนก็ขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำและไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ดึงถังเฉียงมาด้วยเพราะเนื่องจากความขัดแย้งต้องได้รับการแก้ไขดังนั้นมันจึงเป็นการดีกว่าที่จะให้พวกเขาเผชิญหน้ากันตรงๆ
เมื่อเห็นเย่เชียนดึงถังเฉียงมาถังฮงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ยังคงยืนขึ้นเพราะถึงแม้ว่าเย่เชียนจะบอกอะไรกับเขาไปเยอะมากก่อนหน้านี้และเขาก็ค่อยๆปล่อยวางได้แต่เมื่อเห็นถังเฉียงแล้วมันก็ยังยากที่จะยอมรับได้ เช่นเดียวกับถังเฉียงเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าถังฮงจะอยู่ที่นี่ดังนั้นเขาจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจ
จากนั้นเย่เชียนก็ดึงถังเฉียงมานั่งที่ศาลาและพูดว่า “ทำไมลุงทั้งสองถึงยังยืนกันอยู่ล่ะ?..พวกลุงรู้จักกันดีแล้วเพราะงั้นผมคงไม่ต้องแนะนำตัวให้รู้จักกันหรอกใช่ไหมฮ่าๆ..เอาสินั่งลงก่อนครับ..ถ้าคืนนี้เราไม่เมาเราก็จะไม่นอน!” เย่เชียนจงใจพูดอย่างสบายๆและจุดประสงค์ก็เพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่ตรึงเครียดและความลำบากใจระหว่างพวกเขา
เมื่อได้ยินแบบนั้นถังเฉียงกับถังฮงก็มองหน้ากันแล้วนั่งลงจากนั้นก็หันหน้าหนีไปราวกับว่าพวกไม่อยากสบตากัน ในความเป็นจริงเย่เชียนก็เข้าใจว่าในเวลานี้พวกเขาจะไม่สามารถมองหน้ากันได้แต่เย่เชียนก็เทไวน์ใส่แก้วต่อหน้าพวกเขาจากนั้นยกแก้วขึ้นและพูดว่า “ลุงเฉียง..ลุงฮง..ชนแก้วครับ!”
ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะไม่สบอารมณ์แต่เพราะเห็นแก่เย่เชียนดังนั้นพวกเขาจึงหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาและชนมันและดื่มมันในอึกเดียว จากนั้นเย่เชียนก็หัวเราะเบาๆและไม่ได้พูดคุยเรื่องอื่นกับพวกเขาแต่กลับนินทาเรื่องเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขาและชักชวนให้พวกเขาดื่มเรื่อยๆ
หลังจากดื่มไปสักพักถังเฉียงกับถังฮงก็ไม่สามารถปฏิเสธเย่เชียนจากการชักชวนเพื่อให้พวกเขาดื่มอย่างไม่หยุดไม่หย่อนและทั้งคู่ก็ดื่มมากจนเกินไปและรู้สึกเมาเล็กน้อย จากนั้นเย่เชียนก็วางแก้วไวน์ลงและหยิบบุหรี่ออกจากเสื้อของเขาแล้วยื่นให้แต่ละคนจากนั้นจุดไฟให้พวกเขาแล้วจุดบุหรี่ให้ตัวเองและเย่เชียนก็พูดอย่างช้าๆว่า “ลุงเฉียงลุงฮงวันนี้พวกลุงอยู่ที่นี่ด้วยกันแล้วเพราะงั้นเรามาคุยกันเถอะ..ถึงยังไงพวกเราทุกคนก็เป็นครอบครัวเดียวกันและไม่มีอะไรที่พูดกันไม่ได้หรอกจริงไหม..อันที่จริงแล้วมันไม่มีหรอกความขัดแย้งระหว่างพวกลุงสองคนน่ะ..ผมได้คุยกับลุงทั้งสองคนแบบตามลำพังแล้วและทั้งสองคนก็คิดแบบเดียวกันและใจจริงของลุงทั้งสองก็ยังรักกันอยู่และผมก็ดีใจมากเพราะงั้นคืนนี้จะเป็นงานเลี้ยงการคืนดีของลุงทั้งสองและหลังจากคืนนี้ไปผมหวังว่าลุงเฉียงกับลุงฮงจะช่วยกันเพื่อพัฒนาสำนักถังต่อไปเรื่อยๆ..ส่วนเรื่องของผู้สืบทอดเจ้าสำนักถังน่ะถ้าลุงทั้งสองอยากได้จริงๆลุงทั้งสองก็ต้องแข่งขันกันอย่างยุติธรรมและหลังจากนั้นก็ช่วยกันพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ”
.