ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1357 โอกาสอีกครั้ง
ตอนที่ 1357 โอกาสอีกครั้ง
………………..
จากนั้นทั้งสามคนก็คุยกันจนดึกก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้องของตัวเอง อย่างไรก็ตามทุกคนก็อารมณ์ดีและถึงแม้ว่าจะไม่สามารถพูดได้ว่าปมระหว่างพวกเขาได้รับการคลายออกอย่างสมบูรณ์แล้วก็ตามแต่แน่นอนว่ามันเป็นแค่ปมเล็กๆและส่วนที่เหลือนั่นจะเป็นหน้าที่ของพวกเขาทั้งสองคนเองที่จะคลายมันออก
เช้าวันรุ่งขึ้นเย่เชียนได้บอกกับถังจิงหนานและเล่าให้เขาฟังสั้นๆว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้จากนั้นเย่เชียนก็ออกเดินทางไปหมู่บ้านเมียว ซึ่งระหว่างทางหัวใจของเย่เชียนก็เจ็บปวดมากและใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด
เวลาประมาณเที่ยงเย่เชียนก็มาถึงหมู่บ้านเมียวและเขาก็ตรงไปที่บ้านของหว่านไห่ทันทีและเมื่อเขาไปถึงประตูเย่เชียนก็เคาะประตูแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับเป็นเวลานานดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อยและในเวลานี้ก็มีชาวบ้านคนหนึ่งเดินผ่านไปและเย่เชียนรีบหยุดเขาและถามว่า “ขอโทษครับผู้เฒ่าหว่านไม่อยู่บ้านเหรอ?..คุณรู้ไหมว่าเขาไปไหน?”
ตั้งแต่ที่เย่เชียนมาที่นี่ครั้งล่าสุดชาวบ้านส่วนใหญ่ก็รู้จักเย่เชียนและเมื่อเห็นเขาชาวบ้านก็ยิ้มอย่างเป็นมิตรและพูดว่า “อ้าว..คุณนี่เอง!..คุณกำลังตามหาผู้เฒ่าสูงสุดอยู่งั้นเหรอ?..ผู้เฒ่าสูงสุดไปที่ภูเขาพร้อมกับนายน้อยในตอนเช้าเพราะงั้นคุณไปที่นั่นดูสิ..คุณน่าจะเจอพวกเขาที่นั่น”
“นายน้อย?” เย่เชียนถึงกับผงะเล็กน้อยและคิดอย่างรอบคอบว่าใช่เยว่เหอตูหรือไม่? หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วเขาก็เป็นเขาได้คนเดียวเท่านั้นเพราะนอกเหนือจากเยว่เหอตูแล้วใครจะถูกชาวบ้านเหล่านี้เรียกว่านายน้อยได้อีก จากนั้นเย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและขอบคุณชาวบ้านและเดินไปที่ภูเขาด้านหลังทันที
ถ้าเยว่เหอตูยอมรับหว่านไห่แล้วจริงๆเย่เชียนก็ดีใจอย่างมากเพราะหว่านไห่สูญเสียลูกสาวไปและตอนนี้เขาก็สามารถมีลูกชายอยู่ข้างๆซึ่งถือได้ว่าเป็นกำลังใจอย่างมาก จากระยะไกลเย่เชียนเห็นหว่านไห่และชายหนุ่มต่อสู้กันและท่วงท่าของชายหนุ่มก็ดุดันอย่างมากและทักษะของชายหนุ่มก็พริ้วไหวเช่นกัน ซึ่งชายหนุ่มคนนั้นจะเป็นใครได้อีกถ้าไม่ใช่เยว่เหอตู?
“ปัง” เยว่เหอตูกระแทกกำปั้นของเขาอย่างแรงไปที่ร่างของหว่านไห่จนหว่านไห่กระเด็นถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนที่เขาจะยืนนิ่งและรอยยิ้มที่พึงพอใจก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหว่านไห่ทันทีและเขาก็พูดว่า “เหอตูศิลปะการต่อสู้ของเอ็งพัฒนาขึ้นมากและแม้แต่ฉันเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเอ็งอีกต่อไปแล้ว”
“โถ่พ่อ..พ่อก็แค่อ่อนข้อให้ผมเท่านั้นเองแหละหน่า” เยว่เหอตูพูด
หว่านไห่ก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “อีกไม่เกินสองปีฝีมือการต่อสู้ของเอ็งจะเหนือกว่าพ่อมาก..การมีลูกชายอย่างเอ็งฉันดีใจมากและฉันก็โล่งใจ” หว่านไห่ถอนหายใจและพูดว่า “มันน่าเสียดายจริงๆที่ตอนนี้แม่ของเอ็งไม่ได้อยู่เห็นความสง่าผ่าเผยของเอ็งไม่อย่างนั้นเธอจะต้องมีความสุขมากแน่ๆ..แต่ว่าพ่อก็จะเล่าเรื่องของเอ็งให้แม่ฟังเมื่อพ่อไปหาแม่ในอนาคต”
“พ่ออย่าพูดอย่างนั้นสิ” เยว่เหอตูพูด “ผมคิดว่าแม่ของผมจะต้องเฝ้าดูพวกเราอยู่ที่ไหนสักแห่งในตอนนี้และผมก็เชื่อว่าแม่เองก็หวังว่าพ่อกับผมจะมีชีวิตที่ดีได้น่ะ”
เย่เชียนซึ่งอยู่ไม่ไกลก็ได้ยินการสนทนาของพวกเขาและยิ้มอย่างพอใจและเอ่ยปากพูดว่า “ช่างเป็นพ่อกับลูกที่เข้ากันได้ดีจริงๆ..ฮ่าๆ!” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็พุ่งไปข้างหน้าในชั่วพริบตาและมาถึงหน้าของเยว่เหอตูทันทีจนเยว่เหอตูไม่มีเวลาที่จะตอบสนองได้เลยและเขาก็ไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของเย่เชียนอย่างชัดเจนและรีบถอยออกไปหนึ่งก้าวด้วยความตื่นตระหนกและใช้หมัดต่อยเย่เชียนอย่างดุเดือด
เย่เชียนก็ดึงกำปั้นของเขากลับมาและเตะจากด้านข้างไปที่ใบหูของเยว่เหอตูแต่เยว่เหอตูก็รีบประสานมือของเขาเพื่อป้องกันจนได้ยินเสียง “ปัง” เย่เชียนก็เตะมือของเยว่เหอตูอย่างดุเดือดและเยว่เหอตูก็เจ็บปวดอยู่พักหนึ่งและอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนที่จะยืนนิ่งและเมื่อเขาเห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นเย่เชียนเขาก็กับผงะจากนั้นก็หัวเราะและพูดว่า “บอส!..โถ่บอสนี่เองผมก็นึกว่าใคร”
“อย่าพูดไร้สาระตั้งใจซะ!” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็กระโดดขึ้นและใช้เท้าฟาดลงมา เมื่อเห็นแบบนั้นเยว่เหอตูก็ยิ้มเล็กน้อยและหลบมันไปที่ด้านข้างของเย่เชียนและใช้ไหล่กระแทกเย่เชียนจนเย่เชียนผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นเย่เชียนก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวและยิ้มด้วยความพึงพอใจ
ในแง่ของทักษะการต่อสู้แล้วเยว่เหอตูไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เชียนเลยและนั่นก็เป็นเพราะเย่เชียนไม่มีความตั้งใจที่จะฆ่าเขาดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเย่เชียนจึงไม่ได้ใช้พลังอะไรเลยแม้แต่น้อยและยังออมแรงปกติของเขาเอาไว้ด้วยไม่อย่างด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวเยว่เหอตูก็อาจจะตายได้เลย เมื่อเห็นเย่เชียนล่าถอยไปเยว่เหอตูก็พุ่งเข้าใส่เย่เชียนแต่เย่เชียนรีบพูดว่า “หยุดก่อนๆ!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นเยว่เหอตูก็หยุดทันทีและยับยั้งกำปั้นของเขาเอาไว้
“ให้ตายเถอะนี่นายจะฆ่าฉันงั้นเหรอ?..ฉันยอมแล้วๆ..นายควรจะชื่นชมตัวเองนะนายเก่งมาก!”
เยว่เหอตูก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “โถ่บอสอย่าพูดแบบนั้นสิเพราะถ้าบอสเอาจริงผมคงทำอะไรไมได้หรอก”
เย่เชียนก็แสยะยิ้มแล้วหันไปมองหว่านไห่และพูดว่า “สวัสดีครับผู้เฒ่าหว่าน..หลัวสุ่ยเป็นไงบ้าง?”
หว่านไห่ก็ถอนหายใจอย่างเงียบๆแล้วพูดว่า “สุ่ยเอ๋อร์ก็ยังเหมือนเดิมและไม่มีใครสามารถแก้มนต์ดำนั้นได้เลย..วันนี้ฉันได้ค้นหาจากคัมภีร์โบราณนับไม่ถ้วนแต่ก็ยังไม่พบวิธีแก้เลย”
เยว่เหอตูเคยได้ยินหว่านไห่เล่าถึงหลัวสุ่ยให้ฟังแล้วและเมื่อเย่เชียนถามถึงหลัวสุ่ยแบบนี้เยว่เหอตูก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างเช่นกันและเขาก็ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วโอบไหล่ของหว่านไห่แล้วพูดว่า “พ่อไม่ต้องห่วงหรอกเพราะพี่สาวของผมเธอเป็นคนโชคดีและผมก็คิดว่าเธอจะสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้..นอกจากนี้ยังมีบอสอยู่ที่นี่ด้วยเพราะงั้นผมเชื่อว่าบอสจะต้องหาวิธีช่วยพี่สาวของผมได้อย่างแน่นอน”
เย่เชียนก็ถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คือตอนที่ฉันอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือฉันได้พบกับปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่บอกว่าเขาสามารถรักษามนต์ดำของหลัวสุ่ยได้แต่ฉันทำได้ไม่ดีพอเพราะเขาถูกคนอื่นฆ่าตายไปซะก่อน..ฉันขอโทษจริงๆ..ฉันผิดเอง”
“อย่าโทษตัวเองไปเลยเอ็งต้องปล่อยให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นและมันก็จะผ่านไปเองถ้าถึงเวลา” หว่านไห่พูด “ขอแค่เอ็งมีความตั้งใจที่จะทำมันนั่นก็เพียงพอแล้ว..ฉันคิดว่าหลัวสุ่ยจะไม่โทษเอ็งเลยถ้าเธอรู้”
“ผู้เฒ่าหว่านผมขอไปหาหลัวสุ่ยหน่อยได้ไหม” เย่เชียนพูด “เธอต้องสูบผอมลงไปมากแน่ๆ” เมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจารย์เฮยหยูพูดนั้นว่าคาถามนต์ดำสัมภเวสีจองจำจะทำให้คนถูกมนต์ดำหลับสนิทในฝันร้ายและทรมานแต่ตื่นไม่ได้และความเจ็บปวดแบบนั้นก็เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย และทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้นกับหลัวสุ่ยซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งเย่เชียนก็รู้สึกผิดและตำหนิตัวเองในใจของเขามาตลอด
แต่เขาเป็นเสาหลักของใครหลายๆคนดังนั้นเย่เชียนจึงล้มลงไม่ได้และไม่ว่าเย่เชียนจะเจ็บปวดในใจสักแค่ไหนแต่เย่เชียนก็ต้องแสร้งทำเป็นแข็งแกร่งเสมอเพื่อไม่ให้พวกพ้องสูญเสียความมั่นใจดังนั้นเย่เชียนจึงโศกเศร้าอย่างเดียวดายในราตรีกาลทุกคืนทุกวันมาตลอด
หว่านไห่ก็พยักหน้าแล้วทั้งสามก็หันหลังกลับและเดินกลับบ้าน ระหว่างทางเยว่เหอตูก็เดินเข้ามาใกล้ๆเย่เชียนและพูดว่า “บอสพ่อของผมได้บอกผมเกี่ยวกับเรื่องของบอสและพี่สาวของผมแล้วเพราะงั้นอย่าคิดมากไปเลยมันไม่ใช่ความผิดของบอสเย่เลย”
“ถ้าฉันทำได้ดีกว่านี้ถ้าฉันไม่ไปที่นั่นเธอก็คงไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้เลย” เย่เชียนพูด
“ตอนนั้นบอสก็พยายามช่วยทุกคนเอาไว้แล้วเพราะงั้นมันไม่มีใครตำหนิบอสเลย..อีกอย่างก็ไม่มีใครคาดคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นใช่ไหมล่ะ..ผมเชื่อว่าถึงน้อสาวของผมจะรู้แต่เธอก็เข้าใจบอสอยู่ดีและเธอจะไม่โทษบอสเลย” เยว่เหอตูพูด
“ถึงเธอจะไม่โทษฉันแต่ฉันยกโทษให้ตัวเองไม่ได้หรอก” เย่เชียนพูด “คาถามนต์ดำนี้มันร้ายกาจเกินไปและคนที่ถูกคาถานี้จะหลับไปตลอดกาลในฝันร้ายและไม่สามารถตื่นขึ้นได้มันเป็นอะไรที่โหดร้ายจริงๆ..เมื่อลองคิดว่าเธอจะต้องฝันร้ายทุกคืนแล้วฉันจะไม่รู้สึกผิดได้ยังไง?”
เยว่เหอตูผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ถอนหายใจอย่างเงียบเพราะเย่เชียนนั้นกดดันตัวเองและโทษตัวเองมากเกินไปและถึงแม้ว่านี่จะเป็นจุดแข็งของเย่เชียนแต่ก็เป็นจุดอ่อนของเย่เชียนเช่นกัน “บอส..ผมรู้ว่าบอสเข้าใจดีกว่าผมแต่ว่าการโทษตัวเองนั้นมันไม่มีอะไรดีเลยเพราะงั้นถ้าบอสต้องการจะโทษตัวเองสู้เอาเวลาไปหาวิธีรักษาพี่สาวของฉันจะดีกว่าไหม?” เยว่เหอตูพูด “ครั้งแรกที่ผมเห็นบอสน่ะผมก็รู้สึกได้เลยว่าไม่มีอะไรในโลกใบนี้ที่บอสทำไม่ได้และครั้งนี้ก็เหมือนกันถ้าบอสยังทำแบบนี้ต่อไปบอสจะไม่เพียงแต่ทำอะไรไม่ได้แต่ยังจะทำร้ายตัวเองด้วย..ครั้งสุดท้ายพี่สาวของผมเธอพูดกับบอสว่าอะไรล่ะ?”
ไม่นานนักทั้งสามคนก็เดินไปที่ประตูจากระยะไกลพวกเขาเห็นชายวัยกลางคนในชุดขาวยืนอยู่ด้านนอกประตูและเงยหน้าขึ้นมอง ซึ่งทั้งสามก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อยและมองหน้ากัน ส่วนเย่เชียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเจอชายวัยกลางคนในชุดขาวคนนี้และนี่ควรจะเป็นครั้งที่สามรวมถึงครั้งนี้ด้วยและนั่นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชายนิรนามลึกลับที่ตามหาเขาถึงสองครั้ง
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยและก้าวไปข้างหน้าจากนั้นก็เดินไปที่ด้านข้างของชายนิรนามและพูดว่า “พวกเราพบกันอีกแล้ว..คุณมาที่นี่เพื่อมาตามหาผมหรือเปล่าครับ?”
ชายวัยกลางคนก็ค่อยๆหันหน้าไปชำเลืองมองเย่เชียนและพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว..คุณมีเพื่อนที่ถูกคาถามนต์ดำสัมภเวสีจองจำแต่รักษาไม่ได้ไม่ใช้ไหม?..เอ่อไม่สิควรจะพูดว่าผู้หญิงของคุณสินะ..คุณนี่เจ้าชู้จริงๆ”
เย่เชียนถึงกับตกตะลึงและร่องรอยของความตื่นเต้นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาและเขาก็จับไหล่ของชายนิรนามและพูดอย่างกระตือรือร้นว่า “อย่าบอกนะว่าคุณมีวิธีลยล้างคาถามนต์ดำนี้น่ะ?..คุณมีวิธีใช่ไหม?..ผมขอร้องล่ะได้โปรดช่วยรักษาหลัวสุ่ยที..ตราบใดที่คุณสามารถรักษาเธอได้ผมจะยอมทำทุกๆอย่างโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น!”
ชายวัยกลางคนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับว่าเขารังเกียจพฤติกรรมของเย่เชียนแต่เขาก็ยังไม่ได้พูดอะไร จากนั้นชายนิรนามก็ผลักเย่เชียนออกเบาๆโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามและพูด “มันมีอยู่วิธีนึงแต่ฉันไม่สามารถรับประกันได้ว่ามันจะได้ผลหรือเปล่านะ..ยิ่งไปกว่านั้นวิธีนี้ก็อันตรายมากและถ้าหากมีอะไรผิดพลาดก็เป็นไปได้มากว่าทั้งเธอและฉันจะตายพร้อมกันทั้งคู่เพราะงั้นเอ็งต้องคิดให้ดีๆ”
เย่เชียนถึงกับผงะจากนั้นก็หันไปมองหว่านไห่เพราะท้ายที่สุดแล้วหลัวสุ่ยก็เป็นลูกสาวของเขาและการทำแบบนี้ก็มีความเสี่ยงสูงเพราะงั้นเย่เชียนควรได้รับคำปรึกษาจากความเห็นของหว่านไห่ก่อน
.