ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1379 เล่นๆ
ตอนที่ 1379 เล่นๆ
………………..
เย่เชียนนั่งอยู่บนเครื่องจัมป์โดยมีเย่หลินนั่งอยู่ข้างๆ แล้วชำเลืองมองเธอและพูดว่า “เป็นยังไงบ้างหนูกลัวไหม?”
เย่หลินก็รู้สึกกลัวเล็กน้อยเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเล่นเครื่องเล่นนี้ดังนั้นเธอจึงประหม่าอยู่บ้าง “ถ้าหนูกลัวล่ะก็ตอนนี้หนูยังเปลี่ยนใจทันนะไม่อย่างนั้นหนูจะเปลี่ยนใจอีกไม่ได้แล้วหลังจากที่เครื่องเล่นเริ่ม” เย่เชียนพูด
เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “หนูไม่กลัวหรอกเพราะในเมื่อหนูตัดสินใจแบบนี้แล้วหนูก็ต้องยอมเสี่ยง..ซึ่งถ้าหากหนูไม่สามารถก้าวผ่านความกลัวระดับนี้ไปในอนาคตหนูก็คงจะทำอะไรไม่ได้หรอก”
เย่เชียนก็ชำเลืองมองเธอด้วยความประหลาดใจและพยักหน้าเล็กน้อยเพราะคำพูดของเย่หลินนั้นเป็นดูผู้ใหญ่มากและมันไม่ใช่คำพูดที่เด็กจะสามารถพูดออกมาได้เลยดังนั้นเย่เชียนจึงชื่นชมเธอมาก เธอกล้าหาญและมีนิสัยเหมือนเย่เชียนเพราะในตอนนี้ระหว่างที่เครื่องจัมป์ลอยขึ้นไปอย่างช้าๆ ที่ความสูงมากกว่า 400 เมตร ซึ่งใครๆ ก็อดไม่ได้ที่จะอ่อนแรงและมีอาการหวิวๆ วูบวาบและเมื่อมองลงไปก็เห็นคนที่อยู่ด้านล่างตัวเล็กราวกับมดแต่เย่หลินกลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่หลับตาและใช้มือจับที่จับของเครื่องเล่นแน่นราวกับว่าเธอต้องการสัมผัสกับประสบการณ์นี้อย่างถึงที่สุด
ทันใดนั้นเครื่องจัมป์ก็ดิ่งลงมาจนหัวใจของคนที่กำลังเล่นเครื่องเล่นนี้เหมือนจะกระโดดทะลุออกมาจากอก ซึ่งหลังจากที่เครื่องเล่นขึ้นๆ ลงๆ อยู่สองสามครั้งเครื่องก็ค่อยๆ หยุดลงและใบหน้าของเย่หลินก็ซีดและดูหวาดกลัวเล็กน้อย
จากนั้นเย่เชียนก็ปลดเข็มขัดนิรภัยให้กับเย่หลินแล้วอุ้มเธอมาแล้วปล่อยเธอลงที่พื้น ในเวลานี้ใบหน้าของเย่หลินก็ดูหวาดผวาเล็กน้อย “เป็นไงบ้าง? ..เป็นอะไรหรือเปล่า?” เย่เชียนถามด้วยความเป็นห่วง พูดตามตรงเขายังคงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยในใจและเขาก็เสียใจที่ปล่อยให้เย่หลินทำแบบนี้
เมื่อเย่หลินกำลังจะเปิดปากของเธอเพื่อจะพูดอะไรบางอย่างแต่เธอก็อาเจียนออกมา จากนั้นเย่เชียนก็รีบหยิบทิชชู่ออกมาเช็ดปากให้เธอแล้วตบหลังเธอเบาๆ ในเวลานี้เย่ห่าวหรานก็เดินเข้ามาพร้อมกับพึมพำว่า “นี่เอาน้ำไปบ้วนปากสักหน่อยสิ!” ขณะที่พูดเขาก็ยื่นน้ำแร่ในมือให้
ในช่วงเวลาสั้นๆ เย่เชียนยังค้นพบสิ่งหนึ่งก็คือเย่ห่าวหรานแตกต่างไปจากเด็กหลายๆ คนเพราะเขาไม่เคยดื่มเครื่องดื่มอื่นๆหรือน้ำอัดลมหรือดื่มนมหรือชาสมุนไพรแต่เขาดื่มแค่น้ำแร่เท่านั้นและเย่เชียนก็ยังเคยถามเด็กคนนี้ว่าทำไมและเขาก็บอกว่าเครื่องดื่มเหล่านั้นมีสารปรุงแต่งมากเกินไปผสมอยู่ในนั้น
จากนั้นเย่หลินก็หยิบน้ำแร่มาบ้วนปากแล้วมองไปที่เย่ห่าวหรานแล้วพูดว่า “นี่ห่าวหรานน้องรู้อะไรไหมว่าถ้าน้องไม่ผ่านสิ่งนี้ไปได้น้องก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จในชีวิต..พี่สาวน่ะอยากจะเป็นเหมือนพ่อให้ได้และจะกลายเป็นวีรสตรีที่ไม่มีใครเทียบได้อีกในอนาคต”
“เป็นเหมือนพ่องั้นเหรอ..หึ!” เย่ห่าวหรานกลอกตาไปมาแล้วหันหน้าหนีไป
เย่เชียนก็ถึงกับผงะและพูดว่า “ให้ตายเถอะเจ้าหนู..สายตาแบบนั้นหมายความว่าไง? ..ลูกคิดอะไรอยู่? ..นี่ลูกำลังดูถูกพ่ออยู่ใช่ไหม?”
“ไม่ใช่ว่าผมดูถูกพ่อนะแต่พูดตามตรงเลยว่าถึงพ่อจะเก่งแค่ไหนแต่พ่อก็ไม่ได้ทำได้ดีไปหมดทุกเรื่องหรอก..ตลอดทั้งปีพ่อเอาแต่วิ่งไปรอบๆ ไม่รู้เลยว่าเหนื่อยแค่ไหน” เย่ห่าวหรานพูด “ผมคิดว่าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงควรจะยืนอยู่เบื้องหลังและสั่งการทุกอย่างจากระยะไกลเท่านั้น” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่ห่าวหรานก็พูดต่อ “ถ้าพ่อยังเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ พ่อก็จะสูญเสียตัวตนไปในที่สุด”
“พ่อบอกตามตรงเลยนะว่าพ่อพึ่งพาแม่ของลูกมาเสมอและนั่นก็เป็นเหตุผลที่ลูกเกิดมา” เย่เชียนยิ้มและพูด แน่นอนว่าเย่เชียนเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของเด็กคนนี้อยู่ในใจและนี่คือความจริงเพราะผู้บังคับบัญชานั้นเหนื่อยกว่าผู้ใต้บังคับบัญชาหลายเท่า อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะทำทุกอย่างได้จากระยะไกลโดยการคอยสั่งการอยู่เบื้องหลัง
เย่ห่าวหรานกลอกตาไปมาแล้วหันหน้าหนีไปและไม่สนใจเย่เชียนอีก เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็หัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “เอาเถอะพ่อก็ทำทุกอย่างเท่าที่จะสามารถทำได้และคงไม่สามารถเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในแบบที่ลูกพูดได้หรอกเพราะงั้นพ่อจึงต้องฝากความหวังทั้งหมดเอาไว้กับลูกๆ แล้วมาคอยดูกันมาว่าจะสามารถบรรลุสิ่งนั้นได้ในภายภาคหน้าหรือเปล่า..แต่ขอแค่อย่าเป็นคนที่ไม่เอาไหนแค่นั้นก็พอไม่อย่างนั้นพ่อจะเป็นคนสั่งสอนลูกเอง”
“หึ..” เย่ห่าวหรานเบะปากของเขาโดยไม่สนใจเย่เชียน
หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่ห่าวหรานก็พูดต่อ “อ๋อใช่เมื่อกี้แม่โทรมาบอกว่าแม่ถูกลวนลามในห้างน่ะพ่อจะไปหาแม่หรือเปล่า?”
เย่เชียนตกตะลึงและรีบพูดว่า “หือ!..แล้วทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ? ..นี่ลูกไม่กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแม่เลยเหรอ?”
“จะไปกังวลทำไมล่ะครับ” เย่ห่าวหรานพูดต่อ “ฝีมือการต่อสู้ของแม่น่ะดีมากเพราะงั้นใครทำอะไรแม่ไม่ได้หรอกและผมก็เชื่อว่าพวกนักเลงหรือคนเลวๆ ในประเทศจีนก็ต้องรู้ว่าแม่เป็นภรรยาของพ่อแบบนั้นใครจะไปกล้าทำอะไรแม่ล่ะ..ถ้ามีคนทำแบบนั้นจริงๆ เขาก็คงเป็นแค่คนโง่ตาบอดเท่านั้นแหละ..เพราะแบบนี้แล้วผมต้องเป็นห่วงแม่ด้วยเหรอครับ?”
คำพูดของเย่ห่าวหรานนั้นสมเหตุสมผลมากและนี่ก็เป็นความจริงเช่นกันเพราะในประเทศจีนมีคนไม่มากนักที่มีสถานะหรืออยู่ในแวดวงนี้ที่ไม่รู้ว่าฉินหยูเป็นภรรยาของเย่เชียน “ก็ในเมื่อเป็นแบบนั้นแล้วทำไมลูกถึงถามพ่อล่ะถ้าแม่แก้ปัญหาเองได้แล้ว?”
เย่ห่าวหรานก็มองไปที่เย่เชียนอย่างไม่สบอารมณ์และพูดว่า “ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าทำไมแม่กับพวกคุณป้าถึงได้ตกหลุมรักพ่อกัน..พ่อเป็นคนที่งี่เง่าที่สุดเลย..พ่อนี่เป็นพ่อที่ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยจริงๆ ..พ่อห่างหายไปนานขนาดนี้แล้วคิดว่าแม่จะไม่คิดถึงพ่อบ้างหรือไง? ..ที่แม่เลือกแบบนี้ก็เพราะว่าแม่ไม่อยากเป็นภาระและไม่อยากฝืนใจพ่อเพราะกลัวว่าพ่อจะคิดมาก..แต่ตอนนี้ในเมื่อพ่อกลับมาแล้วพ่อดันไม่แสดงความรักต่อแม่บ้างเลย..แม่น่ะคิดถึงพ่ออยู่ตลอดเวลาเลยรู้บ้างไหม?”
เย่เชียนก็ตกตะลึงเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “ทำไมลูกถึงได้รู้มากขนาดนี้ล่ะ? ..อย่าบอกนะว่าลูกกำลังมีความรักน่ะ?”
เย่ห่าวหรานก็กลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “เด็กที่มีน้ำมูกไหลอยู่ตลอดทั้งวันน่ะหรอ? ..ไม่ล่ะเพราะผมชอบผู้หญิงที่อายุมากกว่าและสวยงามด้วยรูปลักษณ์ที่ดีที่มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน”
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยและยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วหันไปมองเย่หลินจากนั้นก็ถามว่า “เป็นยังไงบ้าง?” เย่เชียนถาม
เย่หลินก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “หนูสบายดี…หนูไม่ได้เป็นอะไร”
เย่เชียนตกตะลึงไปครู่หนึ่งและสีหน้าของเขาก็ดูโล่งใจอย่างมากพลางคิดว่าเด็กน้อยสองคนนี้ประหลาดจริงๆ “เอาล่ะเรารีบไปหาแม่กันเถอะ” หลังจากเย่เชียนพูดจบเขาก็จูงมือเด็กทั้งสองและเดินออกไป จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองที่เย่ห่าวหรานและถามว่า “เดี๋ยวก่อนนะเมื่อกี้ลูกวาดอะไร?”
“ผมวาดไม่ดีก็เลยลบทิ้งไปแล้ว” เย่ห่าวหรานพูด “ที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรมากเพราะผมแค่วาดโครงสร้างภายในของเครื่องเล่นพวกนั้นเฉยๆ”
เย่เชียนถึงกับผงะไปเล็กน้อยและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “วาดโครงสร้างภายในของเครื่องเล่นเนี่ยนะ? ..นี่ลูกกำลังล้อพ่อเล่นอยู่หรือเปล่า? ..ลูกจะไปเห็นโครงสร้างภายในของพวกมันได้ยังไง?”
เย่ห่าวหรานกลอกตาไปมาแล้วหันหน้าหนีไปไม่สนใจเย่เชียนอีกซึ่งสิ่งนี้ทำให้เย่เชียนตกตะลึง อย่างไรก็ตามเขาก็รู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าลูกชายของเขาผิดปกติเกินไปและสมองของเขาก็ดีกว่าของตัวเขามาก ดีกว่าสมองของเขาเองมากจนเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะคิดอย่างลับๆ ว่าเขาควรจะบอกเย่ห่าวหรานว่ามันเกิดอะไรขึ้นเกี่ยวกับสกายเน็ตบ้างและปล่อยให้เด็กคนนี้วิเคราะห์สิ่งต่างๆ แต่หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วเย่เชียนก็ตัดสินใจที่จะลืมมันเพราะตอนนี้ช่วงวัยเด็กคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กๆ ทั้งสองและเย่เชียนก็ไม่ต้องการให้พวกเขารู้สึกถึงความซับซ้อนและความวุ่ยวายทางสังคมมากเกินไป
จากนั้นเย่ห่าวหรานก็หันไปมองเย่เชียนและเมื่อเห็นท่าทางของเขาเย่หลินก็ตะลึงเล็กน้อยและขมวดคิ้วราวกับว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างและหลังจากขึ้นรถเย่เชียนก็ขับตรงไปยังเวิลด์เทรดเซนเตอร์พลาซ่าเพราะนี่คือห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ซึ่งตั้งอยู่ที่หัวของถนนคนเดินหนานจิงและเป็นย่านที่พลุกพล่านที่สุดในเมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งที่นี่เต็มไปด้วยแบรนด์การค้ามากมายและการตกแต่งระดับไฮเอนด์และไดนามิกทำให้ได้แทรกองค์ประกอบใหม่ที่ยอดเยี่ยมเข้าไปในถนนหนานจิงที่มีอายุนับศตวรรษ โดยจัตุรัสทั้งหมดประกอบไปด้วยสองเฟสและเฟสแรกเป็นร้านค้าแบรนด์ดังในประเทศและต่างประเทศ ส่วนเฟสสองคือโซนร้านอาหารและภัตตาคารที่มีทั้งหมด 8 ชั้น ซึ่งที่นี่ประกอบไปด้วย MONT BLANC, GIVENCHY , S.T.DUPONT, CERRUTI 1881, BROOKS BROTHERS, PIOMBO และแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 100 แบรนด์ที่มีการจัดจำหน่าย ส่วนธุรกิจหลักก็มีดังนี้ที่ชั้นแรกคือซูเปอร์มาร์เก็ตเหลียนฮัว ที่ชั้นแรกจะเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกและน้ำหอมและของขวัญ ส่วนชั้นที่สองเป็นเครื่องประดับและนาฬิกาและจิวเวลรี่ ส่วนชั้นสามเป็นเสื้อผ้าแฮนเมคและร้านคาเฟ่ต่างๆ ส่วนชั้นสี่เป็นเสื้อผ้าสตรีทันสมัย ส่วนชั้นห้าเป็นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ ส่วนชั้นหกเป็นสิ้นค้าดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนชั้นเจ็ดเป็นโซนชุดและอุปกรณ์กีฬา ส่วนที่จอดรถก็เรียกได้ว่าคนที่มาจับจ่ายส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะร่ำรวยกันทั้งนั้น
“ผมได้ยินแม่บอกว่าพี่แจ็คเป็นที่ปรึกษาทางการทหารของเขี้ยวหมาป่าใช่ไหมครับ..พี่แจ็คเก่งคอมพิวเตอร์มากเพราะงั้นผมขอเบอร์โทรของเขาหน่อยได้หรือเปล่าเพราะผมมีอะไรบางอย่างที่อยากจะเรียนรู้จากเขา” เย่ห่าวหรานมองไปที่เย่เชียนแล้วพูดว่า
“ได้สิ” เย่เชียนพูด “เดี๋ยวกลับไปพ่อจะให้เบอร์ติดต่อของแจ็คเอง..แต่ลูกต้องสุภาพเข้าไว้ไม่ว่าลูกจะเป็นใคร..อีกอย่างแจ็คก็เป็นอาของลูกเพราะงั้นอย่าพูดอะไรไม่ดีกับเขาล่ะ”
เย่ห่าวหรานกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “ผมรู้ว่าต้องทำยังไง” หลังจากพูดจบเขาก็หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างและหยุดพูด ซึ่งการแสดงออกของเย่ห่าวหรานในตอนนี้ทำให้เย่เชียนรู้สึกว่าเย่ห่าวหรานมีบางอย่างที่อยู่ในใจแต่เขาไม่ต้องการถามเย่เชียนโดยตรงเพราะต่อให้เขาจะถามแต่ถึงยังไงเย่เชียนก็จะไม่บอกอยู่ดี ดังนั้นเย่ห่าวหรานจึงกำหนดเป้าหมายไปที่แจ็คแทนเพราะบางทีเขาอาจได้ข้อมูลบางอย่างจากแจ็คก็ได้
เย่ห่าวหรานมีนิสัยและอารมณ์แปลกๆ แต่เขาไม่ใช่คนประเภทที่ไม่เข้าใจความรักในครอบครัวและเหตุผลที่เย่ห่าวหรานไม่ค่อยพูดดีๆ กับเย่เชียนนั่นก็เพราะว่าเขาต้องการทำให้เย่เชียนโกรธเพราะเย่เชียนทำให้แม่ของเขาแย่และทรมานในทุกๆ คืนจากความคิดถึงและห่วงใยนั่นเอง
.