ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1409 ไม่เอาความ
ตอนที่ 1409 ไม่เอาความ
………………..
สิ่งที่เย่เชียนต้องการไม่ใช่คำขอโทษจากซูเออห์เพราะคำขอโทษไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเท่าความเจ็บปวดของพวกพ้อง แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเย่เชียนก็คือนายพลฟรอซต์
“คุณเย่ไอ้เด็กคนนี้มันหุนหันพลันแล่นไปหน่อยแต่ผมหวังว่าคุณเย่จะปล่อยผ่านความรู้เท่าไม่ถึงการของเขานะครับ” นายพลฟรอซต์พูด นายพลฟรอซต์ไม่รู้ความสามารถของเย่เชียนแต่เขารู้ดีว่าองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าได้ช่วยเหลือทางทหารกับรัฐบาลจำนวนมากในประเทศทางทวีปตะวันออกกลางเพื่อปราบกบฏ นอกจากนี้เนื่องจากการมีอยู่ขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่านั้นจึงทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาและบางประเทศในยุโรปไม่กล้าเคลื่อนไหวกับทวีปตะวันออกกลางเพราะอิทธิพลขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า ทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรปเหล่านั้นเคยวิเคราะห์ว่าทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเป็นกองทัพที่มีความสามารถในการรบส่วนบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดและมีความร่วมมือโดยปริยายมากที่สุดในโลกและไม่มีกองทัพใดของประเทศใดที่สามารถขัดขวางแผนการของพวกเขาได้เลย ดังนั้นหากกองกำลังที่ทรงพลังดังกล่าวมาเยือนประเทศอินเดียเนื่องจากเขาทำให้เย่เชียนขุ่นเคืองล่ะก็มันจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศอินเดียบ้าง? แน่นอนว่านายพลฟรอซต์ไม่กล้าจินตนาการเลย แต่ถึงว่าแม้ว่าองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าอาจไม่สามารถเผชิญหน้าและจัดการกองทัพทั้งหมดของประเทศอินเดียได้แต่อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็สามารถทำให้ประเทศอินเดียอยู่ในสภาวะวิกฤตและยุ่งเหยิงได้อย่างแน่นอน
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วหันหน้าไปมองซูเออห์แล้วพูดว่า “ปล่อยเพื่อนฉันไปได้ไหม”
ซูเออห์ถอนหายใจด้วยความโกรธและยืนนิ่งไม่ยอมจากไป “แกจะไม่ทำงั้นเหรอ?” นายพลฟรอซต์จ้องไปที่ซูเออห์แล้วพูด ซูเออห์เม้มปากและมองเย่เชียนอย่างโกรธเกรี้ยวแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างไม่เต็มใจ
นายพลฟรอซต์มองเย่เชียนด้วยสายตาขอโทษและพูดว่า “ผมต้องขอโทษจริงๆมันเป็นความผิดของผมเองผมทำให้เขาเสียคนตั้งแต่เขายังเด็ก..ผมตามใจเขาตั้งแต่เด็กเขาเลยมีนิสัยแบบนี้..เฮ้อมันคงจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขาไม่ช้าก็เร็วอย่างแน่นอน” จากนั้นนายพลฟรอซต์ก็นั่งลงแล้วพูดต่อ “ขอบคุณครับคุณเย่ที่ไม่เอาเรื่องเด็กอย่างเขา”
“ท่านนายพลฟรอซต์อย่ารีบขอบคุณผมเลยเพราะถึงแม้ว่าผมจะไม่สนใจเรื่องนี้แต่เพื่อนของผมจะเอายังไงก็ไม่รู้” เย่เชียนพูด “พวกเขาไม่ค่อยจะควบคุมอารมณ์ได้นักและพวกเขาถูกจับตัวไปแบบนี้พวกเขาจะต้องโกรธมากแน่ๆ..ผมเกรงว่าพวกเขาคงจะโกรธอยู่ในใจอย่างแน่นอน”
“ผมเข้าใจ..ผมหวังว่าคุณเย่จะช่วยพูดอะไรบางอย่างได้” นายพลฟรอซต์พูด “ผมรู้ว่าสิ่งที่ลูกชายผมทำนั้นมันเกินไปหน่อยแต่ผมหวังว่าคุณเย่จะยกโทษให้เขาสักครั้งเพื่อเห็นแก่ผม”
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยและพูดว่า “ผมจะพยายาม..ถึงผมจะไม่ไว้หน้าคนอื่นแต่ผมก็ต้องไว้หน้าท่านนายพลฟรอซต์เพราะท่านนายพลฟรอซต์เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศอินเดียใครจะไม่รู้จักฉายาผู้พิพากษาเลือดเหล็กกัน..ถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช่ทหารประจำการแต่ก็ถือว่าเป็นทหารเหมือนกันผมน่ะเคารพคุณในฐานะทหาร..อีกอย่างเมื่อเทียบกับพวกนักรบพราหมณ์ในประเทศอินเดียแล้วผมก็ชอบคนอย่างท่านนายพลฟรอซต์มากกว่าเพราะคุณมีศักดิ์ศรีและกล้าที่จะรับผิดชอบ”
“คุณเย่รู้เรื่องนับรบพราหมณ์ด้วยเหรอ?” นายพลฟรอซต์พูดด้วยความประหลาดใจ “แม้แต่ในประเทศอินเดียของเราก็มีคนไม่มากที่รู้เรื่องนี้ยกเว้นบุคคลระดับสูงบางคนเท่านั้น..คนส่วนมากพวกเขาไม่รู้ว่ามีองค์กรแบบนี้อยู่..แต่จากที่คุณเย่พูดดูเหมือนว่าคุณจะรู้เรื่องพวกนักรบพราหมณ์มากเลยนะครับ”
“ท่านนายพลฟรอซต์อย่าล้อเล่นสิครับ..ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนักรบพราหมณ์เลยและเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง” เย่เชียนพูด “คราวนี้ที่ผมมาประเทศอินเดียน่ะจริงๆแล้ว…”
ก่อนที่เย่เชียนจะพูดจบประตูห้องก็ถูกผลักเปิดอีกครั้งแล้วซูเออห์เดินเข้ามาก่อนตามด้วยเฟิงหลานและดีห์ราห์พวกเขามีรอยแผลบนใบหน้าและคราบเลือดที่มุมปาก เย่เชียนถอนหายใจด้วยความโกรธแล้วเดินไปที่ด้านข้างของทั้งสองคนและถามด้วยความเป็นห่วง “เป็นไงบ้าง..เป็นอะไรกันมากไหม?”
“เราไม่เป็นอะไร..มันก็เป็นแค่บาดแผลผิวเผินเล็กๆน้อยๆ” เฟิงหลานเช็ดคราบเลือดจากมุมปากของเขาแล้วพูด
เย่เชียนจ้องมองไปที่นายพลฟรอซต์อย่างช้าๆและพูดอย่างเย็นชา “ท่านนายพลฟรอซต์คุณเห็นแล้วนะ..นี่คือสิ่งที่ลูกชายของคุณทำเพราะงั้นคุณจะอธิบายให้ผมฟังยังไง?”
นายพลฟรอซต์ยิ้มอย่างงุ่มง่ามและไม่รู้จริงๆว่าจะทำอย่างไร ถึงแม้ว่าอาการบาดเจ็บของเฟิงหลานและหลิวเทียนเฉินจะไม่ได้ร้ายแรงแต่พวกเขาก็ถูกลูกชายของเขาทำร้ายและจับตัวมาแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงมองซูเออห์ด้วยสายตาแข็งกร้าวและตะคอกว่า “รีบไปขอโทษพวกเขาเร็ว!”
“พ่อ…” ซูเออห์รู้สึกลังเลเล็กน้อย
“ขอโทษพวกเขา!” นายพลฟรอซต์ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดโดยไม่มีที่ว่างให้ต่อรอง
ซูเออห์ก็ถอนหายใจด้วยความโกรธแล้วหันไปมองเฟิงหลานกับดีห์ราห์และพูดว่า “ผมขอโทษ!” น้ำเสียงนั้นร้อนรนมากและไม่มีความตั้งใจที่จะขอโทษเลย ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นกับเย่เชียนล่ะก็เขาก็สามารถยอมรับมันได้และไม่ว่าเขาจะขอโทษอย่างจริงใจหรือไม่ก็ตามแต่ถ้ามันเกิดขึ้นกับพี่น้องและพวกพ้องของเขาเย่เชียนก็จะไม่มีวันยอม เย่เชียนพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “นี่คือมารยาทและท่าทีในการขอโทษของนายงั้นเหรอ?”
“คุณ..คุณต้องการอะไรอีก” ซูเออห์พูดอย่างฉุนเฉียว
เย่เชียนหันศีรษะไปมองเฟิงหลานและดีห์ราห์แล้วพูดว่า “ทั้งสองคนจะเอายังไง?”
“มันเป็นแค่บาดแผลผิวเผินเพราะงั้นไม่เป็นไรลืมมันไปเถอะบอส” เฟิงหลานพูด เขารู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะโต้เถียงกับซูเออห์แบบนี้และจะไม่มีผลใดๆเพราะในท้ายที่สุดนายพลฟรอซต์ก็ไม่ฆ่าลูกชายของเขาอยู่ดีใช่ไหม? นอกจากนี้สิ่งที่เฟิงหลานต้องการไม่ใช่คำขอโทษเพราะคำเหล่านั้นไม่มีประโยชน์สำหรับเขาเพราะถ้าเขาต้องการแก้แค้นเขาจะฆ่าซูเออห์โดยตรงในอนาคตและมันจะตรงไปตรงมาและสนุกสนานมากดังนั้นทำไมต้องกังวลกับเรื่องนี้ที่นี่ด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดของเฟิงหลานแล้วนายพลฟรอซต์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและรีบพูดว่า “ขอบคุณครับที่ไม่เอาความไอ้เด็กนี่..ผมต้องขอโทษแทนเขาด้วยที่ทำเกินไปหน่อยแล้วผมจะสอนบทเรียนให้เขาเองและสัญญาว่าจะอธิบายให้คุณฟัง” จากนั้นเขาก็มองซูเออห์อย่างเคร่งเครียดและตะโกนว่า “ออกมันขัง!”
หลังจากพูดจบยามสองคนก็เดินเข้ามา “พาเด็กคนนี้ออกไปแล้วปิดปากเขาให้แน่นให้เขาไตร่ตรองทบทวนสิ่งที่ทำและถ้าไม่มีคำสั่งของฉันห้ามใครปล่อยเขาออกไปเด็ดขาดและห้ามให้ใครนำอาหารไปให้เขาด้วย..แต่ถ้าเขาคิดออกแล้วให้มาบอกฉัน” นายพลฟรอซต์พูดอย่างเด็ดขาด
“พ่อครับ..พ่อทำกับผมแบบนี้ไม่ได้ผมเป็นลูกของพ่อนะ..พ่อจะช่วยคนนอกทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง” ซูเออห์ตะโกนด้วยความโกรธ “ผมไม่มีพ่ออย่าง..” ก่อนที่เขาจะพูดจบก็ถูกทหารสองคนพาออกไป นายพลฟรอซต์ชำเลืองมองไปที่เฟิงหลานและดีห์ราห์แล้วถามว่า “แล้วสุภาพบุรุษสองคนนี้คือใครหรือครับ?”
“นี่คือดีห์ราห์ผมคิดว่าท่านนายพลฟรอซต์น่าจะเคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน” เย่เชียนแนะนำ
นายพลฟรอซต์ผงะเล็กน้อยและพูดว่า “แน่นอน..หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียคนใหม่ของเมืองนิวเดลี..ผมได้ยินชื่อของเขามาสักพักใหญ่ๆแล้ว”
“ส่วนนี่คือเฟิงหลานหมาป่าสายหมอกสมาชิกทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของผม” เย่เชียนชี้ไปที่เฟิงหลานและแนะนำตัว
นายพลฟรอซต์ถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดว่า “คุณคือเฟิงหลานผู้โด่งดังนี่เอง..ชื่อเสียงเรียงนามของคุณเฟิงหลานนั้นดังเหมือนฟ้าร้องและผมเองก็ชื่นชมคุณมานานแล้วแต่ไม่เคยมีโอกาสได้พบคุณเลย”
โดยธรรมชาติแล้วเฟิงหลานจะไม่จริงจังกับฉากเหล่านี้และยิ้มเบาๆแล้วพูดว่า “ท่านนายพลฟรอซต์ล้อผมเล่นสินะครับผมเป็นแค่ทหารรับจ้างตัวเล็กๆเพราะงั้นท่านนายพลฟรอซต์จะมาชื่นชมผมได้ยังไง..เรื่องครั้งนี้ขอแค่ท่านนายพลฟรอซต์ดูแลลูกชายของคุณให้ดีในอนาคตเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นอีก”
นายพลฟรอซต์ยิ้มเจื่อนๆแล้วพูดว่า “ผมสัญญาว่าจะไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีก..ให้คนของผมไปส่งคุณทั้งสองที่โรงพยาบาลก่อนดีไหมแล้วตรวจดูอาการสักหน่อย”
“ไม่จำเป็นครับมันก็แค่บาดแผลเล็กๆน้อยๆตามผิวหนังท่านนายพลฟรอซต์ไม่ต้องเป็นห่วง” เฟิงหลานพูด จากนั้นเขาก็มองไปที่เย่เชียนแล้วยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “ฉันทำให้บอสต้องกังวลจนบอสต้องมาที่นี่ด้วยตัวเอง”
เย่เชียนตบไหล่เฟิงหลานด้วยสายตาว่างเปล่าและพูดว่า “เราเป็นพี่น้องกันเพราะงั้นอย่าพูดแบบนั้นเลย”
“บอสเราไปกันเถอะ” เฟิงหลานพูด
เย่เชียนผงกศีรษะเล็กน้อยแล้วหันไปมองนายพลฟรอซต์และพูดว่า “ท่านนายพลฟรอซต์ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ”
“เชิญครับ..แต่มันก็เกือบจะค่ำแล้วมาพักกินข้าวเย็นก่อนออกเดินทางดีไหม..ผมจะบอกให้โรงครัวให้จัดการทันที..พวกคุณทั้งสามค่อยไปหลังอาหารเย็นก็แล้วกัน”
ถึงแม้ว่าเย่เชียนต้องการที่จะพูดคุยกับนายพลฟรอซต์เกี่ยวกับนักรบพราหมณ์แต่ก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเขาพูดถึงมันในตอนนี้มันจะทำให้นายพลฟรอซต์รู้สึกสงสัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะนั่นจะทำให้นายพลฟรอซต์รู้สึกว่าเย่เชียนกำลังมองหาเขาเพื่อจุดประสงค์อื่นและนั่นคือเรื่องของนักรบพราหมณ์ นายพลฟรอซต์คนนี้หรือที่รู้จักกันในชื่อผู้พิพากษาเลือดเหล็กและต้องเป็นคนแข็งแน่ๆ ดังนั้นเพื่อเกลี้ยกล่อมเขามันยังต้องใช้วิธีการบางอย่างอีก
“ไม่เป็นไรครับ..ผมจะมาเยี่ยมท่านนายพลฟรอซต์อีกครั้งคราวหน้าเมื่อผมและเมื่อถึงเวลานั้นผมหวังว่าผมจะไม่ต้องแอบเข้ามาแบบนี้อีก” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดเล่นๆ
“ในเมื่อคุณเย่ยืนกรานแบบนั้นผมก็จะไม่พูดอะไรอีก” นายพลฟรอซต์พูด “คุณเฟิงหลานคุณดีห์ราห์ต้องไปโรงพยาบาลดูอาการ..ถ้างั้นคราวหน้าผมจะเชิญคุณเย่และคุณทั้งสองคนมาและหวังว่าคุณจะตอบรับคำเชิญนะครับ”
“เอาไว้คุยกันเมื่อถึงเวลานะครับ..ช่วงนี้มีเรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นผมก็เลยไม่ค่อยว่าง” เย่เชียนพูด “ท่านนายพลฟรอซต์อย่าโกรธเคืองผมเลยเพราะผมเป็นคนตรงไปตรงมา”
นายพลฟรอซต์ยิ้มอย่างละอายใจและพูดว่า “ไม่เป็นไรครับ..ผมชอบวิธีการพูดคุยของคุณเย่เพราะพวกเราเป็นทหารที่ตรงไปตรงมาเวลาพูและทำสิ่งต่างๆไม่เหมือนกับนักการเมืองเหล่านั้นที่ชอบกลับกลอก..ผมเองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรเพราะงั้นถ้าหากคุณเย่ว่างเมื่อไหร่ผมจะขอเชิญคุณเย่อีกครั้งก็แล้วกันครับเพื่อที่ผมจะได้ขอโทษอย่างเป็นทางการต่อคุณเย่..คุณเฟิงหลานและคุณดีห์ราห์..มาครับผมจะไปส่งพวกคุณกลับเอง!”
“ถ้างั้นผมต้องขอรบกวนท่านนายพลฟรอซต์ด้วย” เย่เชียนพูด
.
.