ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1408 ขอโทษ
ตอนที่ 1408 ขอโทษ
………………..
ในประเทศอินเดียนั้นมีองค์กรที่ทรงอำนาจที่สุดอยู่กลุ่มคือนักรบพราหมณ์กับองค์กรศิชาห์ พวกเขาควบคุมเกือบ 90% ของอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจและการทหารของประเทศอินเดีย ซึ่งองค์กรทั้งสองยังเทียบเคียงกันได้และอำนาจของทั้งสองก็ใกล้เคียงกันและแบ่งออกเท่าๆกันดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงต้องการควบคุมพลังที่เหลืออีก 10% ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นายพลฟรอซต์ก็เป็นหนึ่งในสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ดังนั้นกองกำลังทางทหารที่สำคัญหลายๆแห่งของประเทศอินเดียก็ถูกนายพลฟรอซต์ควบคุมอยู่ซึ่งเป็นกองทัพที่ใหญ่ที่สุดและไม่ว่าจะเป็นนักรบพราหมณ์หรือองค์กรศิชาห์ต่างก็ต้องการเข้าร่วมกับนายพลฟรอซต์ พวกนักรบพราหมณ์ได้ส่งคนจำนวนมากไปเจรจากับนายพลฟรอซตฺให้เขาเข้าร่วมแต่นายพลฟรอซต์ปฏิเสธพวกเขาทั้งหมด ซึ่งชื่อเสียงของนายพลฟรอซต์ในรัฐบาลของประเทศอินเดียนั้นก็เป็นที่รู้จักกันดีและไม่มีใครไม่รู้จักฉายาของเขาในฐานะผู้พิพากษาเลือดเหล็ก นิสัยของเขาขวางโลกอย่าแท้จริงและเขาก็ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายไหนทั้งนั้น
เมื่อเห็นเย่เชียนแบบนี้เขาจึงคิดไปโดยธรรมชาติว่าเย่เชียนถูกส่งมาจากนักรบพราหมณ์เพราะถึงแม้ว่าองค์กรศิชาห์จะส่งคนมาเจรจากับเขาแต่คนขององค์กรศิชาห์ก็สุภาพเสมอไม่เหมือนกับนักรบพราหมณ์ที่มักจะข่มขู่เขา ดังนั้นเย่เชียนจึงถูกตรีตราว่าเป็นสมาชิกของนักรบพราหมณ์ไปโดยปริยาย
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ผมคิดว่าท่านนายพลฟรอซต์คงจะเข้าใจผิดนะครับผมไม่ใช่คนของนักรบพราหมณ์”
นายพลฟรอซต์ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจแล้วพูดว่า “นี่แกไม่ได้มาจากนักรบพราหมณ์งั้นเหรอถ้างั้นแกก็..มาจากองค์กรศิชาห์?”
เย่เชียนส่ายหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกนั้นเลย..ให้ผมแนะนำตัวเองก่อนก็แล้วกันผมเย่เชียน..ราชาหมาป่าเย่เชียนผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า”
นายพลฟรอซต์ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะและมองไปที่เย่เชียนด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่งนายพลฟรอซต์ก็พูดว่า “ราชาหมาป่าเย่เชียน?..ฉันเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามนี้มานานแล้วและฉันก็คิดเสมอว่าเย่เชียนคนนั้นน่าจะอายุราวๆสามสิบฉันไม่คิดว่าเขาจะอายุน้อยขนาดนี้..ไม่คิดเลยว่าเย่เชียนตัวจริงจะเป็นแบบนี้” หลังจากหยุดไปชั่วขณะนายพลฟรอซต์ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “ว่าแต่คุณเย่มาหาผมเพื่ออะไรล่ะ?”
“ผมมีเพื่อนอยู่สองคนที่ถูกท่านนายพลฟรอซต์จับตัวไปเพราะงั้นผมถึงมาที่นี่” เย่เชียนพูด “ฉันยังหวังว่าท่านนายพลจะไว้หน้าผมและปล่อยเพื่อนๆของผมไป..ถ้าพวกเขาทำอะไรให้คุณไม่พอใจผมต้องขอโทษท่านนายพลแทนพวกเขาด้วยนะครับ”
“เพื่อนของคุณ?” นายพลฟรอซต์พูดด้วยสีหน้าสับสน “คุณเย่คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าผมไม่ได้จับเพื่อนของคุณมา..ผมไม่ได้มีความข้องใจกับคุณเย่เลยแล้วทำไมผมถึงต้องไปจับเพื่อนของคุณเย่มาด้วยล่ะ?..ผมคิดว่าต้องมีการเข้าใจผิดในเรื่องนี้ใช่ไหม”
เย่เชียนชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าท่าทางของนายพลฟรอซต์ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้เสแสร้งและเหมือนว่าเขาจะไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ อย่างไรก็ตามเพียงเพราะเขาไม่รู้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนของเขาไม่ได้ทำ นอกจากซูเออห์แล้วเย่เชียนก็คิดไม่ออกว่าใครที่เป็นคนทำเรื่องพวกนี้ “แน่นอนว่าไม่ได้มีความเข้าใจผิดเพราะถ้าท่านนายพลฟรอซต์ไม่ได้ทำก็ไม่ได้แปลว่าลูกน้องของคุณจะไม่ได้ทำใช่ไหม?” เย่เชียนพูด “ตอนที่ลูกชายของคุณอยู่ที่ประเทศจีนเขาได้มีข้อขัดแย้งเล็กๆน้อยๆกับผมเพราะงั้นผมคิดว่าเขาควรจะเป็นคนที่จับเพื่อนของผมไปใช่ไหม?..ถ้าหากไม่พอใจผมหรือต้องการแก้แค้นผมก็มาทำกับผมไม่จำเป็นต้องแตะต้องเพื่อนของผมเลย..นอกจากนี้การระดมพลกองทัพนั้นมันก็ดูจะเกินไปหน่อยเพราะกฏหมายไม่อนุญาตให้ระดมพลกองทัพถ้าไม่ใช่อาชญากรรมระดับประเทศ..ถ้าผมเปิดโปงเรื่องนี้ออกไปพวกนักรบพราหมณ์ก็คงจะใช้เรื่องนี้เพื่อเคลื่อนไหวและอิทธิพลของท่านนายพลฟรอซต์ก็จะย่ำแย่ลงอย่างแน่นอน”
นายพลฟรอซต์ขมวดคิ้วเล็กน้อยและถอนหายใจอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ไอ้ลูกสารเลวเอาแต่สร้างปัญหาตลอดทั้งวัน..คุณเย่ไม่ต้องกังวลไปนะครับเพราะถ้าซูเออห์ทำแบบนั้นจริงๆผมจะให้ความยุติธรรมแก่คุณอย่างแน่นอน” จากนั้นเขาก็มองไปที่เย่เชียนแล้วมองไปที่โทรศัพท์ของเขาอีกที เห็นได้ชัดว่าเขาจะถามเย่เชียนว่าเขาใช้มันได้ไหม จากนั้นเย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยและทำท่าทาง “เชิญ”
นายพลฟรอซต์พยักหน้าแล้วเปิดลิ้นชักออกมาหยิบซิการ์ออกมาแล้วส่งให้เย่เชียน แน่นอนว่าเย่เชียนก็ไม่เกรงใจและเอื้อมมือไปหยิบมันเข้าปากแล้วจุดไฟ จากนั้นนายพลฟรอซต์ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสองสามครั้งโทรออกแล้วพูดว่า “โทรไปหาซูเออห์แล้วบอกให้เขามาหาฉันทันที!”
หลังจากพูดจบนายพลฟรอซต์ก็วางสายไป จากนั้นเขาก็หยิบซิการ์ออกมาจุดไฟแล้วมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “ไอเด็กนั่นจะมาเร็วๆนี้และถ้าเขาจับเพื่อนของคุณเย่ไปจริงๆผมจะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอนครับและจะให้คำอธิบายอย่างสมเหตุสมผลที่สุดกับคุณ”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ท่านนายพลฟรอซต์ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก..ตราบใดที่เพื่อนของผมสบายดีแค่นั้นก็พอ”
“ว่าแต่คุณเย่มาทำอะไรในประเทศอินเดียงั้นหรอครับ..ถ้าหากองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่ามีภารกิจในอินเดียก็บอกผมได้เลยเพื่อที่เราจะได้ไม่มีความขัดแย้งกันในอนาคตและนอกจากนี้ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมายแต่ในเมืองนิวเดลีนี้ผมก็พอทำอะไรได้บ้าง” นายพลฟรอซต์พูด
“นายพลฟรอซต์กำลังพยายามหลอกผมอยู่หรือเปล่า” เย่เชียนยิ้มเยาะและพูดว่า “นายพลฟรอซต์กลัวว่าผมจะก่อเรื่องในประเทศอินเดียและทำให้คุณเดือดร้อนใช่ไหมฮ่าๆ..นายพลฟรอซต์สามารถวางใจได้เลยเพราะถ้าผมต้องการอะไรผมจะบอกนายพลฟรอซต์อย่างแน่นอนและจะไม่มีวันสร้างปัญหาให้คุณอย่างแน่นอน”
นายพลฟรอซต์ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “คุณเย่อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด..ผมต้องการช่วยคุณเย่จริงๆ”
เย่เชียนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และไม่ได้พูดประเด็นนั้นอีกเพราะตราบใดที่ทุกคนเข้าใจก็พอแล้ว จากนั้นเย่เชียนก็หลับตาลงสูบซิการ์ช้าๆและไม่ได้พูดอะไรอีก นายพลฟรอซต์ก็เช่นกันแต่เมื่อมองไปที่เย่เชียนเขาก็ไม่รู้ว่าเย่เชียนกำลังคิดอะไรอยู่เพราะชายหนุ่มตรงหน้าเขาทำให้เขาตกใจมากเกินไปทั้งๆที่อายุยังน้อยเขากลับมีความสามารถถึงขนาดนี้ ที่คฤหาสน์ของเขามีการป้องกันอย่างแน่นหนาแต่เย่เชียนกลับเข้ามาได้อย่างง่ายดายราวกับว่าเขาไม่ได้เข้าไปพื้นที่ส่วนตัวของใคร ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเผชิญหน้ากับบุคคลที่มีอำนาจขนาดนี้แล้วเย่เชียนกลับไม่ได้แสดงอาการประหม่าใดๆเลย ความกล้าหาญและท่าทางแบบนี้เพียงอย่างเดียวนั้นคนธรรมดาไม่สามารถเทียบได้เลย
ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูจากนั้นประตูก็ถูกผลักเปิดออก “พ่อครับพ่อเรียกผมงั้นเหรอ?” ซูเออห์เดินเข้ามาแล้วเห็นเย่เชียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพ่อของเขาและใบหน้าของเขาก็แข็งทื่อขึ้นมาทันทีแล้วตะโกนด้วยความโกรธ “นี่แก..แกกล้ามาที่นี่งั้นเหรอ?..แกไม่รู้จริงๆหรือโง่กันแน่ฉันจะไม่ปล่อยแกไป!”
ทันทีที่คำพูดจบลงทหารยามหลายคนก็รีบเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นนายพลฟรอซต์ก็ตะคอกอย่างเย็นชาและพูดว่า “ออกไป!” จนทหารยามชะงักไปครู่หนึ่งแล้วตอบกลับและรีบถอยกลับไป นายพลฟรอซต์มองไปที่ซูเออห์แล้วพูดว่า “ไอ้ลูกสารเลวแกสร้างปัญหาให้ฉันได้ทุกวันจริงๆ..แกรีบขอโทษคุณเย่เดี๋ยวนี้เลย”
“พ่อ..พ่อรู้ไหมว่าผมถูกมันทำร้ายยังไงบ้างตอนที่ผมอยู่ที่ประเทศจีน?..เพราะงั้นตอนนี้มันอยู่ในถิ่นของเราแต่พ่อกลับยังช่วยคนนอกแบบนี้..พ่อไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ไปหรอกผมจะจัดการมันให้เรียบร้อย” ซูเออห์พูด
“แกจะจัดการอย่างงั้นเหรอ?..แกจัดการยังไง..ฉันขอถามแกหน่อยว่าแกได้ระดมกำลังทหารเพื่อไปจับตัวเพื่อนของคุณเย่มาหรือเปล่า?” นายพลฟรอซต์ถามอย่างตรงประเด็น
“ใช่ผมจับพวกมันเอาไว้เอง” ซูเออห์พูด “ถ้าผมไม่จับเพื่อนของมันเอาไว้แล้วมันจะโผล่มาได้ยังไง..มันทำร้ายผมเพราะงั้นถ้าผมไม่จัดการมันผมคงยอมรับไม่ได้..ผมจะมองหน้าเพื่อนๆและพรรคพวกยังไงถ้าปล่อยมันไป”
“ไร้สาระ!” นายพลฟรอซต์ตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “แกรู้หรือเปล่าว่าผลที่ตามมาของการเคลื่อนระดมพลกำลังทหารโดยไม่ได้รับอนุญาตมันจะเป็นยังไง?..รีบไปปล่อยตัวพวกเขาเร็วๆ”
“พ่อครับทำไมพ่อถึงช่วยคนนอกตลอดเลย” ซูเออห์พูด “ลูกแท้ๆของพ่อโดนคนอื่นทำร้ายแบบนี้แต่พ่อกลับไม่สนใจ..เรื่องนี้ผมจัดการทุกอย่างเองแต่พ่อกลับบอกให้ปล่อยพวกมันไปเนี่ยนะ..ถ้าผมไม่สะสางปัญหานี้ผมจะอยู่ยังไงในอนาคต..เอาสิผมจะปล่อยพวกมันไปก็ได้แต่ต้องให้มันคุกเข่าต่อหน้าผมและขอโทษผมก่อน”
ทั้งสองพูดคุยกันและเย่เชียนก็ไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดกัน อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากการแสดงออกของพวกเขาแล้วเย่เชียนก็พอจะเดาได้บ้าง
นายพลฟรอซต์ตบโต๊ะอย่างแรงและตะโกนด้วยความโกรธ “แกรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร?..เขาคือราชาหมาป่าเย่เชียนผู้นำขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติแล้วแกล่ะมีคุณสมบัติอะไรที่จะไปท้าทายเขา?”
ซูเออห์ตกตะลึงอย่างมากและรีบพูดว่า “ก็เป็นแค่ทหารรับจ้างตัวเล็กๆแต่พ่อเป็นถึงเสนาธิการกระทรวงกลาโหมผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศอินเดียของเราแต่พ่อกลับกลัวแม้กระทั่งทหารรับจ้างตัวเล็กๆเนี่ยน่ะเหรอ?..พ่อไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยรึไง?”
นายพลฟรอซต์ก็ตบหน้าซูเออห์อย่างแรงและพูดว่า “ดูเหมือนว่าฉันจะเลี้ยงแกมาไม่ดีจนแกนิสัยเสียแบบนี้..แกไม่กลัวตายเลยงั้นเหรอ..ฉันสิที่เป็นเสนาธิการกระทรวงกลาโหมตัวเล็กๆเพราะแม้แต่คนใหญ่คนโตในกองทัพของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังต้องกลัวเขาเมื่อเห็นเขา..ถ้าแกไปทำให้เขาขุ่นเคืองนั่นก็เท่ากับแกเดินไปหาความตายแล้วรู้ไหม..ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเมตตาแกป่านนี้แกคงตายไปแล้ว..แกไม่รู้เหรอว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็นยังไง..นักรบพราหมณ์กับองค์กรศิชาห์กดดันฉันทุกย่างและตอนนี้แกกลับระดมพลกองทัพเพราะส่วนตัวจริงและถ้าพวกเขารู้ขึ้นมาแกรู้ไหมว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง..ทำไมแกถึงไม่รีบขอโทษคุณเย่ซะล่ะ!”
ถึงแม้ว่าซูเออห์จะลังเลใจอย่างมากแต่เมื่อเห็นว่าพ่อของเขาโกรธมากเขาก็ไม่กล้าที่จะไม่เชื่อฟังและถอนหายใจด้วยความโกรธ จากนั้นซูเออห์ก็หันหน้าไปมองที่เย่เชียนและพูดว่า “ขอโทษผมเป็นคนผิดเอง”
เย่เชียนกำลังสูบซิการ์และมองเขาด้วยความงุนงง “พูดภาษาอังกฤษสิคุณเย่เขาไม่เข้าใจสิ่งที่แกพูดหรอก” นายพลฟรอซต์พูด
ซูเออห์กัดริมฝีปากแล้วพูดซ้ำเป็นภาษาอังกฤษ “ผมขอโทษผมผิดเอง..ผมหวังว่าคุณเย่จะยกโทษให้ผม” โดยธรรมชาติแล้วเขาไม่เต็มใจ
.
.